arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ · ธัมมหทยวิภังค์

สัพพสังคาหิกวาร เล่ม ๓๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๗๓–๑๐๘๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๖ ในธัมมหทยวิภังค์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ ธัมมหทยวิภังค์ สัพพสังคาหิกวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๓๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๕)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๗๘ หน้า ๙๖๙–๙๗๒

หน้า ๙๖๙

๑๘. ธัมมหทยวิภังค์

สัพพสังคาหิกวาระ

[๑๐๗๓] ขันธ์มีเท่าไร ? อายตนะมีเท่าไร ? ธาตุมีเท่าไร ?

สัจจะมีเท่าไร ? อินทรีย์มีเท่าไร ? เหตุมีเท่าไร ? อาหารมีเท่าไร ?

ผัสสะมีเท่าไร ? เวทนามีเท่าไร ? สัญญามีเท่าไร ? เจตนามีเท่าไร ?

จิตมีเท่าไร ?

[๑๐๗๔] ขันธ์มี ๕ อายตนะมี ๑๒ ธาตุมี ๑๘ สัจจะมี ๔ อินทรีย์มี๒๒ เหตุมี ๙ อาหารมี ๔ ผัสสะมี ๗ เวทนามี ๗ สัญญามี ๗ เจตนามี ๗จิตมี ๗.

[๑๐๗๕] ในธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๕ เป็นไฉน ?

คือ รูปขันธ์ เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ วิญญาณขันธ์เหล่านี้เรียกว่า ขันธ์ ๕.

[๑๐๗๖] อายตนะ ๑๒ เป็นไฉน ?

คือ จักขายตนะ รูปายตนะ โสตายตนะ สัททายตนะ ฆานายตนะคันธายตนะ ชิวหายตนะ รสายตนะ กายายตนะ โผฏฐัพพายตนะ มนายตนะธัมมายตนะ.

เหล่านี้เรียกว่า อายตนะ ๑๒.

[๑๐๗๗] ธาตุ ๑๘ เป็นไฉน ?

คือ จักขุธาตุ รูปธาตุ จักขุวิญญาณธาตุ โสตธาตุ สัททธาตุ โสต-วิญญาณธาตุ ฆานธาตุ คันธธาตุ ฆานวิญญาณธาตุ ชิวหาธาตุ รสธาตุ

หน้า ๙๗๐

ชิวหาวิญญาณธาตุ กายธาตุ โผฏฐัพพธาตุ กายวิญญาณธาตุ มโนธาตุธัมมธาตุ มโนวิญญาณธาตุ.

เหล่านี้เรียกว่า ธาตุ ๑๘.

[๑๐๗๘] สัจจะ ๔ เป็นไฉน ?

คือ ทุกขสัจจะ สมุทยสัจจะ มัคคสัจจะ นิโรธสัจจะ

เหล่านั้นเรียกว่า สัจจะ ๔.

[๑๐๗๙] อินทรีย์ ๒๒ เป็นไฉน ?

คือ จักขุนทรีย์ โสตินทรีย์ ฆานินทรีย์ ชิวหินทรีย์ กายินทรีย์มนินทรีย์ อิตถินทรีย์ ปุริสินทรีย์ ชีวิตินทรีย์ สุขินทรีย์ ทุกขินทรีย์โสมนัสสินทรีย์ โทมนัสสินทรีย์ อุเปกขินทรีย์ สัทธินทรีย์ วิริยินทรีย์สตินทรีย์ สมาธินทรีย์ ปัญญินทรีย์ อนัญญตัญญัสสามีตินทรีย์๑ อัญญินทรีย์อัญญาตาวินทรีย์.

เหล่านั้นเรียกว่า อินทรีย์ ๒๒.

[๑๐๘๐] เหตุ ๙ เป็นไฉน ?

คือ กุศลเหตุ ๓ อกุศลเหตุ ๓ อัพยากตเหตุ ๓

ในเหตุ ๙ เหล่านั้น กุศลเหตุ ๓ เป็นไฉน ?

คือ กุศลเหตุ คือ อโลภะ กุศลเหตุ คือ อโทสะ กุศลเหตุ คือ อโมหะเหล่านี้เรียกว่า กุศลเหตุ ๓.

อกุศลเหตุ ๓ เป็นไฉน ?

คือ อกุศลเหตุ คือ โลภะ อกุศลเหตุ คือ โทสะ อกุศลเหตุ คือ โมหะเหล่านี้ เรียกว่า อกุศลเหตุ ๓.

อัพยากตเหตุ ๓ เป็นไฉน ?

๑. ม. อนัญญาตัญญัสสามีตินทรีย์

หน้า ๙๗๑

คือ อโลภะ อโทสะ อโมหะ ฝ่ายวิบากแห่งกุศลธรรมทั้งหลายหรือในกิริยาอัพยากตธรรมทั้งหลาย.

เหล่านั้นเรียกว่า อัพยากตเหตุ.

[๑๐๘๑] อาหาร ๔ เป็นไฉน ?

คือ กพฬิงการาหาร ผัสสาหาร มโนสัญเจตนาหาร วิญญาณาหารเหล่านี้เรียกว่า อาหาร ๔.

[๑๐๘๒] ผัสสะ ๗ เป็นไฉน ?

คือ จักขุสัมผัส โสตสัมผัส ฆานสัมผัส ชิวหาสัมผัส กายสัมผัสมโนธาตุสัมผัส มโนวิญญาณธาตุสัมผัส.

เหล่านี้เรียกว่า ผัสสะ ๗

[๑๐๘๓] เวทนา ๗ เป็นไฉน ?

คือ เวทนาเกิดแต่จักขุสัมผัส เวทนาเกิดแต่โสตสัมผัส เวทนาเกิดแต่ฆานสัมผัส เวทนาเกิดแต่ชิวหาสัมผัส เวทนาเกิดแต่กายสัมผัส เวทนาเกิดแต่มโนธาตุสัมผัส เวทนาเกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส.

เหล่านี้เรียกว่า เวทนา ๗.

[๑๐๘๔] สัญญา ๗ เป็นไฉน ?

คือ สัญญาเกิดแต่จักขุสัมผัส สัญญาเกิดแต่โสตสัมผัส สัญญาเกิดแต่ฆานสัมผัส สัญญาเกิดแต่ชิวหาสัมผัส สัญญาเกิดแต่กายสัมผัส สัญญาเกิดแต่มโนธาตุสัมผัส สัญญาเกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส.

เหล่านี้เรียกว่า สัญญา ๗.

หน้า ๙๗๒

[๑๐๘๕] เจตนา ๗ เป็นไฉน ?

คือ เจตนาเกิดแต่จักขุสัมผัส เจตนาเกิดแต่โสตสัมผัส เจตนาเกิดแต่ฆานสัมผัส เจตนาเกิดแต่ชิวหาสัมผัส เจตนาเกิดแต่กายสัมผัส เจตนาเกิดแต่มโนธาตุสัมผัส เจตนาเกิดแต่มโนวิญญาณธาตุสัมผัส

เหล่านี้เรียกว่า เจตนา ๗.

[๑๐๘๖] จิต ๗ เป็นไฉน ?

คือ จักขุวิญญาณ โสตวิญญาณ ฆานวิญญาน ชิวหาวิญญาณกายวิญญาณ มโนธาตุ มโนวิญญาณธาตุ.

เหล่านี้เรียกว่า จิต ๗.

อุปปัตตานุปปัตติวาระ

กามธาตุ

[๑๐๘๗] ในกามธาตุมีขันธ์เท่าไร ฯลฯ มีจิตเท่าไร ?

ในกามธาตุ มีขันธ์ ๕ อายตนะ ๑๒ ธาตุ ๑๘ สัจจะ ๓ อินทรีย์ ๒๒เหตุ ๙ อาหาร ๔ ผัสสะ ๗ เวทนา ๗ สัญญา ๗ เจตนา ๗ จิต ๗

บรรดาธรรมเหล่านั้น ขันธ์ ๕ ในกามธาตุ เป็นไฉน ?

คือ รูปขันธ์ ฯลฯ วิญญาณขันธ์ เหล่านี้เรียกว่า ขันธ์ ๕ ในกามธาตุ.

อายตนะ ๑๒ ในกามธาตุ เป็นไฉน ?

คือ จักขายตนะ รูปายตนะ ฯลฯ ฆานายตนะ ธัมมายตนะ เหล่านี้เรียกว่า อายตนะ ๑๒ ในกามธาตุ.

ธาตุ ๑๘ ในกามธาตุ เป็นไฉน ?

จบ สัพพสังคาหิกวาร