arnon.world

ธาตุวิภังค์

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๔–๑๔๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๑๘ ในวิภังค์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

ธาตุวิภงฺโค

๓. ธาตุวิภังค์

สุตตันตภาชนีย์

ธาตุ ๖ นัยที่ ๑

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ ธาตุวิภังค์ สุตตันตภาชนีย์ (ฉบับหลวง เล่ม ๓๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๕)

บาลี (สยามรัฐ)

ฉ ธาตุโย ปฐวีธาตุ อาโปธาตุ เตโชธาตุ วาโยธาตุ อากาสธาตุ วิญฺญาณธาตุ ฯ

ฉบับหลวง

ธาตุ ๖ คือ

๑. ปฐวีธาตุ

๒. อาโปธาตุ

๓. เตโชธาตุ

๔. วาโยธาตุ

๕. อากาสธาตุ

๖. วิญญาณธาตุ

บาลี (สยามรัฐ)

ตตฺถ กตมา ปฐวีธาตุ ปฐวีธาตุทฺวยํ อตฺถิ อชฺฌตฺติกา อตฺถิ พาหิรา ฯ ตตฺถ กตมา อชฺฌตฺติกา ปฐวีธาตุ ยํ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ กกฺขฬํ ขริคตํ กกฺขฬตฺตํ กกฺขฬภาโว อชฺฌตฺตํ อุปาทินฺนํ เสยฺยถีทํ เกสา โลมา นขา ทนฺตา ตโจ มํสํ นฺหารู อฏฺฐี อฏฺฐิมิญฺชํ วกฺกํ หทยํ ยกนํ กิโลมกํ ปิหกํ ปปฺผาสํ อนฺตํ อนฺตคุณํ อุทริยํ กรีสํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ กกฺขฬํ ขริคตํ กกฺขฬตฺตํ กกฺขฬภาโว อชฺฌตฺตํ อุปาทินฺนํ อยํ วุจฺจติ อชฺฌตฺติกา ปฐวีธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา พาหิรา ปฐวีธาตุ ยํ พาหิรํ กกฺขฬํ ขริคตํ กกฺขฬตฺตํ กกฺขฬภาโว พหิทฺธา อนุปาทินฺนํ เสยฺยถีทํ อโย โลหํ ติปุ สีสํ สชฺฌุ มุตฺตา มณิ เวฬุริโย สงฺโข สิลา ปวาฬํ รชตํ ชาตรูปํ โลหิตงฺโค มสารคลฺลํ ติณํ กฏฺฐํ สกฺขรา กถลา ภูมิ ปาสาโณ ปพฺพโต ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ พาหิรํ กกฺขฬํ ขริคตํ กกฺขฬตฺตํ กกฺขฬภาโว พหิทฺธา อนุปาทินฺนํ อยํ วุจฺจติ พาหิรา ปฐวีธาตุ ฯ ยา จ อชฺฌตฺติกา ปฐวีธาตุ ยา จ พาหิรา ปฐวีธาตุ ตเทกชฺฌํ อภิสญฺญูหิตฺวา อภิสงฺขิปิตฺวา อยํ วุจฺจติ ปฐวีธาตุ ฯ

ฉบับหลวง

ในธาตุ ๖ นั้น ปฐวีธาตุ เป็นไฉน

ปฐวีธาตุมี ๒ อย่างคือ ปฐวีธาตุภายใน ปฐวีธาตุภายนอก

ในปฐวีธาตุ ๒ อย่างนั้น ปฐวีธาตุภายใน เป็นไฉน

ธรรมชาติที่แข็ง ธรรมชาติที่กระด้าง ความแข็ง ภาวะที่แข็ง เป็นภายในเฉพาะตนเป็นอุปาทินนรูปข้างใน ได้แก่ ผม ขน เล็บ ฟัน หนังเนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูกม้าม หัวใจ ตับ พังผืด ไต ปอด ไส้ใหญ่ ไส้น้อย อาหารใหม่ อาหารเก่า หรือ ธรรมชาติที่แข็ง ธรรมชาติที่กระด้าง ความแข็ง ภาวะที่แข็ง เป็นภายในเฉพาะตน เป็นอุปาทินนรูปข้างในแม้อื่นใดมีอยู่ นี้เรียกว่า ปฐวีธาตุภายใน

ปฐวีธาตุภายนอก เป็นไฉน

ธรรมชาติที่แข็ง ธรรมชาติที่กระด้าง ความแข็ง ภาวะที่แข็ง เป็นภายนอก เป็นอนุปาทินนรูปข้างนอก ได้แก่ เหล็ก โลหะ ดีบุกขาว ดีบุกดำเงิน แก้วมุกดาแก้วมณี แก้วไพฑูรย์ สังข์ ศิลา แก้วประพาฬ เงินตราทอง แก้วมณีแดง แก้วมณีลาย หญ้า ท่อนไม้ กรวด กระเบื้อง แผ่นดินแผ่นหิน ภูเขา หรือ ธรรมชาติที่แข็งธรรมชาติที่กระด้าง ความแข็ง ภาวะที่แข็ง เป็นภายนอก เป็นอนุปาทินนรูปข้างนอก แม้อื่นใดมีอยู่ นี้เรียกว่าปฐวีธาตุภายนอก

ปฐวีธาตุภายใน ปฐวีธาตุภายนอก ประมวลทั้ง ๒ อย่างนั้นเข้าเป็นหมวดเดียวกันนี้เรียกว่า ปฐวีธาตุ

บาลี (สยามรัฐ)

ตตฺถ กตมา อาโปธาตุ อาโปธาตุทฺวยํ อตฺถิ อชฺฌตฺติกา อตฺถิ พาหิรา ฯ ตตฺถ กตมา อชฺฌตฺติกา อาโปธาตุ ยํ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ อาโป อาโปคตํ เสฺนโห เสฺนหคตํ พนฺธนตฺตํ รูปสฺส อชฺฌตฺตํ อุปาทินฺนํ เสยฺยถีทํ ปิตฺตํ เสมฺหํ ปุพฺโพ โลหิตํ เสโท เมโท อสฺสุ วสา เขโฬ สิงฺฆาณิกา ลสิกา มุตฺตํ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ อาโป อาโปคตํ เสฺนโห เสฺนหคตํ พนฺธนตฺตํ รูปสฺส อชฺฌตฺตํ อุปาทินฺนํ อยํ วุจฺจติ อชฺฌตฺติกา อาโปธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา พาหิรา อาโปธาตุ ยํ พาหิรํ อาโป อาโปคตํ เสนฺโห เสฺนหคตํ พนฺธนตฺตํ รูปสฺส พหิทฺธา อนุปาทินฺนํ เสยฺยถีทํ มูลรโส ขนฺธรโส ตจรโส ปตฺตรโส ปุปฺผรโส ผลรโส ขีรํ ทธิ สปฺปิ นวนีตํ เตลํ มธุ ผาณิตํ ภุมฺมานิ วา อุทกานิ อนฺตลิกฺขานิ วา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ พาหิรํ อาโป อาโปคตํ เสฺนโห เสฺนหคตํ พนฺธนตฺตํ รูปสฺส พหิทฺธา อนุปาทินฺนํ อยํ วุจฺจติ พาหิรา อาโปธาตุ ฯ ยา จ อชฺฌตฺติกา อาโปธาตุ ยา จ พาหิรา อาโปธาตุ ตเทกชฺฌํ อภิสญฺญูหิตฺวา อภิสงฺขิปิตฺวา อยํ วุจฺจติ อาโปธาตุ ฯ

ฉบับหลวง

อาโปธาตุ เป็นไฉน

อาโปธาตุมี ๒ อย่าง คือ อาโปธาตุภายใน อาโปธาตุภายนอก

ในอาโปธาตุ ๒ อย่างนั้น อาโปธาตุภายใน เป็นไฉน

ความเอิบอาบ ธรรมชาติที่เอิบอาบ ความเหนียว ธรรมชาติที่เหนียวธรรมชาติที่เกาะกุมรูป เป็นภายใน เฉพาะตน เป็นอุปาทินนรูปข้างใน ได้แก่ดี เสลด หนอง เลือด เหงื่อมันข้น น้ำตา เปลวมัน น้ำลาย น้ำมูกไขข้อ มูตร หรือ ความเอิบอาบ ธรรมชาติที่เอิบอาบ ความเหนียว ธรรมชาติที่เหนียว ธรรมชาติที่เกาะกุมรูป เป็นภายใน เฉพาะตน เป็นอุปาทินนรูปข้างในแม้อื่นใดมีอยู่ นี้เรียกว่า อาโปธาตุภายใน

อาโปธาตุภายนอก เป็นไฉน

ความเอิบอาบ ธรรมชาติที่เอิบอาบ ความเหนียว ธรรมชาติที่เหนียวธรรมชาติที่เกาะกุมรูป เป็นภายนอก เป็นอนุปาทินนรูปข้างนอก ได้แก่ รสรากไม้รสลำต้น รสเปลือกไม้ รสใบไม้ รสดอกไม้ รสผลไม้ นมสด นมส้มเนยใส เนยข้น น้ำมัน น้ำผึ้งน้ำอ้อย น้ำที่อยู่ในพื้นดิน หรือน้ำที่อยู่ในอากาศหรือ ความเอิบอาบ ธรรมชาติที่เอิบอาบ ความเหนียว ธรรมชาติที่เหนียวธรรมชาติที่เกาะกุมรูป เป็นภายนอก เป็นอนุปาทินนรูปข้างนอกแม้อื่นใดมีอยู่นี้เรียกว่า อาโปธาตุภายนอก

อาโปธาตุภายใน อาโปธาตุภายนอก ประมวลทั้ง ๒ อย่างนั้น เข้าเป็นหมวดเดียวกันนี้เรียกว่า อาโปธาตุ

บาลี (สยามรัฐ)

ตตฺถ กตมา เตโชธาตุ เตโชธาตุทฺวยํ อตฺถิ อชฺฌตฺติกา อตฺถิ พาหิรา ฯ ตตฺถ กตมา อชฺฌตฺติกา เตโชธาตุ ยํ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ เตโช เตโชคตํ อุสฺมา อุสฺมาคตํ อุสุมํ อุสุมคตํ อชฺฌตฺตํ อุปาทินฺนํ เสยฺยถีทํ เยน จ สนฺตปฺปติ เยน จ ชีรติ เยน จ ปริทยฺหติ เยน จ อสิตปีตขายิตสายิตํ สมฺมา ปริณามํ คจฺฉติ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ เตโช เตโชคตํ อุสฺมา อุสฺมาคตํ อุสุมํ อุสุมคตํ อชฺฌตฺตํ อุปาทินฺนํ อยํ วุจฺจติ อชฺฌตฺติกา เตโชธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา พาหิรา เตโชธาตุ ยํ พาหิรํ เตโช เตโชคตํ อุสฺมา อุสฺมาคตํ อุสุมํ อุสุมคตํ พหิทฺธา อนุปาทินฺนํ เสยฺยถีทํ กฏฺฐคฺคิ สกลิกคฺคิ ติณคฺคิ โคมยคฺคิ ถุสคฺคิ สงฺการคฺคิ อินฺทคฺคิ อคฺคิสนฺตาโป สุริยสนฺตาโป กฏฺฐสนฺนิจยสนฺตาโป ติณสนฺนิจยสนฺตาโป ธญฺญสนฺนิจยสนฺตาโป ภสฺมาสนฺนิจยสนฺตาโป ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ พาหิรํ เตโช เตโชคตํ อุสฺมา อุสฺมาคตํ อุสุมํ อุสุมคตํ พหิทฺธา อนุปาทินฺนํ อยํ วุจฺจติ พาหิรา เตโชธาตุ ฯ ยา จ อชฺฌตฺติกา เตโชธาตุ ยา จ พาหิรา เตโชธาตุ ตเทกชฺฌํ อภิสญฺญูหิตฺวา อภิสงฺขิปิตฺวา อยํ วุจฺจติ เตโชธาตุ ฯ

ฉบับหลวง

เตโชธาตุ เป็นไฉน

เตโชธาตุ มี ๒ อย่าง คือ เตโชธาตุภายใน เตโชธาตุภายนอก

ในเตโชธาตุ ๒ อย่างนั้น เตโชธาตุภายใน เป็นไฉน

ความร้อน ธรรมชาติที่ร้อน ความอุ่น ธรรมชาติที่อุ่น ความอบอุ่นธรรมชาติที่อบอุ่นเป็นภายในเฉพาะตน เป็นอุปาทินนรูปข้างใน ได้แก่ เตโชธาตุที่ทำให้ร่างกายเร่าร้อน

เตโชธาตุที่ทำให้ร่างกายทรุดโทรม เตโชธาตุที่เป็นเหตุให้เผาไหม้ เตโชธาตุที่ทำให้ของกิน

ของดื่มของเคี้ยวของลิ้มถึงความย่อยไปด้วยดี หรือ ความร้อน ธรรมชาติที่ร้อน ความอุ่นธรรมชาติที่อุ่น ความอบอุ่น ธรรมชาติที่อบอุ่น เป็นภายในเฉพาะตน เป็นอุปาทินนรูปข้างในแม้อื่นใดมีอยู่ นี้เรียกว่า เตโชธาตุภายใน

เตโชธาตุภายนอก เป็นไฉน

ความร้อน ธรรมชาติที่ร้อน ความอุ่น ธรรมชาติที่อุ่น ความอบอุ่นธรรมชาติที่อบอุ่นเป็นภายนอก เป็นอนุปาทินนรูปข้างนอก ได้แก่ ไฟฟืไฟสะเก็ดไม้ ไฟหญ้า ไฟมูลโคไฟแกลบ ไฟหยากเยื่อ ไฟอสนีบาต ความร้อนแห่งไฟ ความร้อนแห่งดวงอาทิตย์ ความร้อนแห่งกองฟืน ความร้อนแห่งกองหญ้า ความร้อนแห่งกองข้าวเปลือก ความร้อนแห่งกองขี้เถ้าหรือ ความร้อนธรรมชาติที่ร้อน ความอุ่น ธรรมชาติที่อุ่น ความอบอุ่น ธรรมชาติที่อบอุ่นเป็นภายนอก เป็นอนุปาทินนรูปข้างนอก แม้อื่นใดมีอยู่ นี้เรียกว่า เตโชธาตุภายนอก

เตโชธาตุภายใน เตโชธาตุภายนอก ประมวลทั้ง ๒ อย่างนั้น เข้าเป็นหมวดเดียวกันนี้เรียกว่า เตโชธาตุ

บาลี (สยามรัฐ)

ตตฺถ กตมา วาโยธาตุ วาโยธาตุทฺวยํ อตฺถิ อชฺฌตฺติกา อตฺถิ พาหิรา ฯ ตตฺถ กตมา อชฺฌตฺติกา วาโยธาตุ ยํ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ วาโย วาโยคตํ ถมฺภิตตฺตํ รูปสฺส อชฺฌตฺตํ อุปาทินฺนํ เสยฺยถีทํ อุทฺธงฺคมา วาตา อโธคมา วาตา กุจฺฉิสยา วาตา โกฏฺฐสยา วาตา องฺคมงฺคานุสาริโน วาตา สตฺถกวาตา ขุรกวาตา อุปฺปลกวาตา อสฺสาโส ปสฺสาโส ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ วาโย วาโยคตํ ถมฺภิตตฺตํ รูปสฺส อชฺฌตฺตํ อุปาทินฺนํ อยํ วุจฺจติ อชฺฌตฺติกา วาโยธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา พาหิรา วาโยธาตุ ยํ พาหิรํ วาโย วาโยคตํ ถมฺภิตตฺตํ รูปสฺส พหิทฺธา อนุปาทินฺนํ เสยฺยถีทํ ปุรตฺถิมา วาตา ปจฺฉิมา วาตา อุตฺตรา วาตา ทกฺขิณา วาตา สรชา วาตา อรชา วาตา สีตา วาตา อุณฺหา วาตา ปริตฺตา วาตา อธิมตฺตา วาตา กาฬา วาตา เวรมฺภวาตา ปกฺขวาตา สุปณฺณวาตา ตาลวณฺฏวาตา วิธูปนวาตา ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ พาหิรํ วาโย วาโยคตํ ถมฺภิตตฺตํ รูปสฺส พหิทฺธา อนุปาทินฺนํ อยํ วุจฺจติ พาหิรา วาโยธาตุ ฯ ยา จ อชฺฌตฺติกา วาโยธาตุ ยา จ พาหิรา วาโยธาตุ ตเทกชฺฌํ อภิสญฺญูหิตฺวา อภิสงฺขิปิตฺวา อยํ วุจฺจติ วาโยธาตุ ฯ

ฉบับหลวง

วาโยธาตุ เป็นไฉน

วาโยธาตุมี ๒ อย่างคือ วาโยธาตุภายใน วาโยธาตุภายนอก

ในวาโยธาตุ ๒ อย่างนั้น วาโยธาตุภายใน เป็นไฉน

ความพัดไปมา ธรรมชาติที่พัดไปมา ความเคร่งตึงแห่งรูป เป็นภายในเฉพาะตนเป็นอุปาทินนรูปข้างใน ได้แก่ ลมพัดขึ้นเบื้องบน ลมพัดลงเบื้องต่ำลมในท้อง ลมในไส้ลมพัดไปตามตัว ลมศัสตรา ลมมีดโกน ลมเพิกหัวใจลมหายใจเข้า ลมหายใจออก หรือความพัดไปมา ธรรมชาติที่พัดไปมา ความเคร่งตึงแห่งรูป เป็นภายใน เฉพาะตน เป็นอุปาทินนรูปข้างใน แม้อื่นใดมีอยู่นี้เรียกว่า วาโยธาตุภายใน

วาโยธาตุภายนอก เป็นไฉน

ความพัดไปมา ธรรมชาติที่พัดไปมา ความเคร่งตึงแห่งรูปเป็นภายนอกเป็นอนุปาทินนรูปข้างนอก ได้แก่ ลมตะวันออก ลมตะวันตก ลมเหนือ ลมใต้ลมมีฝุ่นละอองลมไม่มีฝุ่นละออง ลมหนาว ลมร้อน ลมอ่อน ลมแรง ลมดำลมบน ลมกระพือปีก ลมครุธลมใบตาล ลมเป่าปาก หรือ ความพัดไปมาธรรมชาติที่พัดไปมา ความเคร่งตึงแห่งรูป เป็นภายนอก เป็นอนุปาทินนรูปข้างนอก แม้อื่นใดมีอยู่ นี้เรียกว่า วาโยธาตุภายนอก

วาโยธาตุภายใน วาโยธาตุภายนอก ประมวลทั้ง ๒ อย่างนั้น เข้าเป็นหมวดเดียวกัน นี้เรียกว่า วาโยธาตุ

บาลี (สยามรัฐ)

ตตฺถ กตมา อากาสธาตุ อากาสธาตุทฺวยํ อตฺถิ อชฺฌตฺติกา อตฺถิ พาหิรา ฯ ตตฺถ กตมา อชฺฌตฺติกา อากาสธาตุ ยํ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ อากาโส อากาสคตํ อฆํ อฆคตํ วิวโร วิวรคตํ อสมฺผุฏฺฐํ มํสโลหิเตหิ อชฺฌตฺตํ อุปาทินฺนํ เสยฺยถีทํ กณฺณจฺฉิทฺทํ นาสจฺฉิทฺทํ มุขทฺวารํ เยน จ อสิตปีตขายิตสายิตํ อชฺโฌหรติ ยตฺถ จ อสิตปีตขายิตสายิตํ สนฺติฏฺฐติ เยน จ อสิตปีตขายิตสายิตํ อโธภาคํ นิกฺขมติ ยํ วา ปนญฺญมฺปิ อตฺถิ อชฺฌตฺตํ ปจฺจตฺตํ อากาโส อากาสคตํ อฆํ อฆคตํ วิวโร วิวรคตํ อสมฺผุฏฺฐํ มํสโลหิเตหิ อชฺฌตฺตํ อุปาทินฺนํ อยํ วุจฺจติ อชฺฌตฺติกา อากาสธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา พาหิรา อากาสธาตุ ยํ พาหิรํ อากาโส อากาสคตํ อฆํ อฆคตํ วิวโร วิวรคตํ อสมฺผุฏฺฐํ จตูหิ มหาภูเตหิ พหิทฺธา อนุปาทินฺนํ อยํ วุจฺจติ พาหิรา อากาสธาตุ ฯ ยา จ อชฺฌตฺติกา อากาสธาตุ ยา จ พาหิรา อากาสธาตุ ตเทกชฺฌํ อภิสญฺญูหิตฺวา อภิสงฺขิปิตฺวา อยํ วุจฺจติ อากาสธาตุ ฯ

ฉบับหลวง

อากาศธาตุ เป็นไฉน

อากาศธาตุมี ๒ อย่าง คือ อากาศธาตุภายใน อากาศธาตุภายนอก

ในอากาศธาตุ ๒ อย่างนั้น อากาศธาตุภายใน เป็นไฉน

อากาศ ธรรมชาติอันนับว่าอากาศ ความว่างเปล่า ธรรมชาติอันนับว่าความว่างเปล่าช่องว่าง ธรรมชาติอันนับว่าช่องว่าง ที่อันเนื้อและเลือดไม่ถูกต้องเป็นภายใน เฉพาะตน เป็นอุปาทินนรูปข้างใน ได้แก่ ช่องหู ช่องจมูก ช่องปาก ช่องสำหรับกลืนของกินของดื่มของเคี้ยวของลิ้ม ช่องที่พักอยู่แห่งของกินของดื่มของเคี้ยวของลิ้ม และช่องสำหรับของกินของดื่มของเคี้ยวของลิ้มไหลออกเบื้องต่ำ หรือ อากาศ ธรรมชาติอันนับว่าอากาศ ความว่างเปล่า ธรรมชาติอันนับว่าความว่างเปล่า ช่องว่าง ธรรมชาติอันนับว่าช่องว่าง ที่อันเนื้อและเลือดไม่ถูกต้องเป็นภายในเฉพาะตน เป็นอุปาทินนรูปข้างใน แม้อื่นใดมีอยู่ นี้เรียกว่าอากาศธาตุภายใน

อากาสธาตุภายนอก เป็นไฉน

อากาศ ธรรมชาติอันนับว่าอากาศ ความว่างเปล่า ธรรมชาติอันนับว่าความว่างเปล่าช่องว่าง ธรรมชาติอันนับว่าช่องว่าง ที่อันมหาภูตรูป ๔ ไม่ถูกต้อง เป็นภายนอก เป็นอนุปาทินนรูปข้างนอก นี้เรียกว่า อากาสธาตุภายนอก

อากาสธาตุภายใน อากาสธาตุภายนอก ประมวลทั้ง ๒ อย่างนั้น เข้าเป็นหมวดเดียวกันนี้เรียกว่า อากาสธาตุ

บาลี (สยามรัฐ)

ตตฺถ กตมา วิญฺญาณธาตุ จกฺขุวิญฺญาณธาตุ โสตวิญฺญาณธาตุ ฆานวิญฺญาณธาตุ ชิวฺหาวิญฺญาณธาตุ กายวิญฺญาณธาตุ มโนวิญฺญาณธาตุ อยํ วุจฺจติ วิญฺญาณธาตุ ฯ

อิมา ฉ ธาตุโย ฯ

ฉบับหลวง

วิญญาณธาตุ เป็นไฉน

จักขุวิญญาณธาตุ โสตวิญญาณธาตุ ฆานวิญญาณธาตุ ชิวหาวิญญาณธาตุกายวิญญาณธาตุ มโนวิญญาณธาตุ นี้เรียกว่าวิญญาณธาตุ

สภาวธรรมเหล่านี้เรียกว่า ธาตุ ๖

ธาตุ ๖ นัยที่ ๒

บาลี (สยามรัฐ)

อปราปิ ฉ ธาตุโย สุขธาตุ ทุกฺขธาตุ โสมนสฺสธาตุ โทมนสฺสธาตุ อุเปกฺขาธาตุ อวิชฺชาธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา สุขธาตุ ยํ กายิกํ สาตํ กายิกํ สุขํ กายสมฺผสฺสชํ สาตํ สุขํ เวทยิตํ กายสมฺผสฺสชา สาตา สุขา เวทนา อยํ วุจฺจติ สุขธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา ทุกฺขธาตุ ยํ กายิกํ อสาตํ กายิกํ ทุกฺขํ กายสมฺผสฺสชํ อสาตํ ทุกฺขํ เวทยิตํ กายสมฺผสฺสชา อสาตา ทุกฺขา เวทนา อยํ วุจฺจติ ทุกฺขธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา โสมนสฺสธาตุ ยํ เจตสิกํ สาตํ เจตสิกํ สุขํ เจโตสมฺผสฺสชํ สาตํ สุขํ เวทยิตํ เจโตสมฺผสฺสชา สาตา สุขา เวทนา อยํ วุจฺจติ โสมนสฺสธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา โทมนสฺสธาตุ ยํ เจตสิกํ อสาตํ เจตสิกํ ทุกฺขํ เจโตสมฺผสฺสชํ อสาตํ ทุกฺขํ เวทยิตํ เจโตสมฺผสฺสชา อสาตา ทุกฺขา เวทนา อยํ วุจฺจติ โทมนสฺสธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา อุเปกฺขาธาตุ ยํ เจตสิกํ เนว สาตํ นาสาตํ เจโตสมฺผสฺสชํ อทุกฺขมสุขํ เวทยิตํ เจโตสมฺผสฺสชา อทุกฺขมสุขา เวทนา อยํ วุจฺจติ อุเปกฺขาธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา อวิชฺชาธาตุ ยํ อญฺญาณํ อทสฺสนํ ฯเปฯ ๑ อวิชฺชาลงฺคี โมโห อกุสลมูลํ อยํ วุจฺจติ อวิชฺชาธาตุ ฯ อิมา ฉ ธาตุโย ฯ

ฉบับหลวง

ธาตุ ๖ อีกนัยหนึ่ง คือ

๑. สุขธาตุ

๒. ทุกขธาตุ

๓. โสมนัสสธาตุ

๔. โทมนัสสธาตุ

๕. อุเปกขาธาตุ

๖. อวิชชาธาตุ

ในธาตุ ๖ นั้น สุขธาตุ เป็นไฉน

ความสบายกาย ความสุขกาย ความเสวยอารมณ์ที่สบายเป็นสุข เกิดแต่กายสัมผัสกิริยาเสวยอารมณ์ที่สบายเป็นสุขเกิดแต่กายสัมผัส นี้เรียกว่าสุขธาตุ

ทุกขธาตุ เป็นไฉน

ความไม่สบายกาย ความทุกข์กาย ความเสวยอารมณ์ที่ไม่สบายเป็นทุกข์ อันเกิดแต่กายสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่ไม่สบายเป็นทุกข์เกิดแต่กายสัมผัส นี้เรียกว่า ทุกขธาตุ

โสมนัสสธาตุ เป็นไฉน

ความสบายใจ ความสุขใจ ความเสวยอารมณ์ที่สบายเป็นสุขอันเกิดแต่เจโตสัมผัสกิริยาเสวยอารมณ์ที่สบายเป็นสุขเกิดแต่เจโตสัมผัส นี้เรียกว่าโสมนัสสธาตุ

โทมนัสสธาตุ เป็นไฉน

ความไม่สบายใจ ความทุกข์ใจ ความเสวยอารมณ์ที่ไม่สบายเป็นทุกข์เกิดแต่เจโตสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ที่ไม่สบายเป็นทุกข์เกิดแต่เจโตสัมผัสนี้เรียกว่า โทมนัสสธาตุ

อุเปกขาธาตุ เป็นไฉน

ความสบายใจก็ไม่ใช่ ความไม่สบายใจก็ไม่ใช่ ความเสวยอารมณ์ไม่ทุกข์ไม่สุขอันเกิดแต่เจโตสัมผัส กิริยาเสวยอารมณ์ไม่ทุกข์ไม่สุขเกิดแต่เจโตสัมผัสนี้เรียกว่า อุเปกขาธาตุ

อวิชชาธาตุ เป็นไฉน

ความไม่รู้ ความไม่เห็น ฯลฯ ลิ่มคืออวิชชา อกุศลมูล คือโมหะนี้เรียกว่าอวิชชาธาตุ

สภาวธรรมเหล่านี้เรียกว่า ธาตุ ๖

ธาตุ ๖ นัยที่ ๓

บาลี (สยามรัฐ)

อปราปิ ฉ ธาตุโย กามธาตุ พฺยาปาทธาตุ วิหึสาธาตุ เนกฺขมฺมธาตุ อพฺยาปาทธาตุ อวิหึสาธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา กามธาตุ กามปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก สงฺกปฺโป อปฺปนา พฺยปฺปนา เจตโส อภินิโรปนา มิจฺฉาสงฺกปฺโป อยํ วุจฺจติ กามธาตุ เหฏฺฐโต อวีจินิรยํ ปริยนฺตํ กริตฺวา อุปริโต ปรนิมฺมิตวสวตฺตี เทเว อนฺโต กริตฺวา ยํ เอตสฺมึ อนฺตเร เอตฺถาวจรา เอตฺถ ปริยาปนฺนา ขนฺธธาตุอายตนา รูปํ เวทนา สญฺญา สงฺขารา วิญฺญาณํ อยํ วุจฺจติ กามธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา พฺยาปาทธาตุ พฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก ฯเปฯ

มิจฺฉาสงฺกปฺโป อยํ วุจฺจติ พฺยาปาทธาตุ ทสสุ วา อาฆาตวตฺถูสุ จิตฺตสฺส อาฆาโต ปฏิฆาโต ปฏิฆํ ปฏิวิโรโธ โกโป ปโกโป สมฺปโกโป โทโส ปโทโส สมฺปโทโส จิตฺตสฺส พฺยาปตฺติ มโนปโทโส โกโธ กุชฺฌนา กุชฺฌิตตฺตํ โทโส ทูสนา ทูสิตตฺตํ พฺยาปตฺติ พฺยาปชฺชนา พฺยาปชฺชิตตฺตํ วิโรโธ ปฏิวิโรโธ จณฺฑิกฺกํ อสุโรโป อนตฺตมนตา จิตฺตสฺส อยํ วุจฺจติ พฺยาปาทธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา วิหึสาธาตุ วิหึสาปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก ฯเปฯ มิจฺฉาสงฺกปฺโป อยํ วุจฺจติ วิหึสาธาตุ อิเธกจฺโจ ปาณินา วา เลฑฺฑุนา วา ทณฺเฑน วา สตฺเถน วา รชฺชุยา วา อญฺญตรญฺญตเรน สตฺเต วิเหเฐติ ยา เอวรูปา เหฐนา วิเหฐนา หึสนา วิหึสนา โรสนา วิโรสนา ปรูปฆาโต อยํ วุจฺจติ วิหึสาธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา เนกฺขมฺมธาตุ เนกฺขมฺมปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก ฯเปฯ

สมฺมาสงฺกปฺโป อยํ วุจฺจติ เนกฺขมฺมธาตุ สพฺเพปิ กุสลา ธมฺมา เนกฺขมฺมธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา อพฺยาปาทธาตุ อพฺยาปาทปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก ฯเปฯ สมฺมาสงฺกปฺโป อยํ วุจฺจติ อพฺยาปาทธาตุ ยา สตฺเตสุ เมตฺติ เมตฺตายนา เมตฺตายิตตฺตํ เมตฺตาเจโตวิมุตฺติ อยํ วุจฺจติ อพฺยาปาทธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา อวิหึสาธาตุ อวิหึสาปฏิสํยุตฺโต ตกฺโก วิตกฺโก สงฺกปฺโป อปฺปนา พฺยปฺปนา เจตโส อภินิโรปนา สมฺมาสงฺกปฺโป อยํ วุจฺจติ อวิหึสาธาตุ ยา สตฺเตสุ กรุณา กรุณายนา กรุณายิตตฺตํ กรุณาเจโตวิมุตฺติ อยํ วุจฺจติ อวิหึสาธาตุ ฯ อิมา ฉ ธาตุโย ฯ

๑ [๓๐๐] ธมฺมสงฺคณิยํ โอโลเกตพฺพํ ฯ

ฉบับหลวง

ธาตุ ๖ อีกนัยหนึ่ง คือ

๑. กามธาตุ

๒. พยาปาทธาตุ

๓. วิหิงสาธาตุ

๔. เนกขัมมธาตุ

๕. อัพยาปาทธาตุ

๖. อวิหิงสาธาตุ

ในธาตุ ๖ นั้น กามธาตุ เป็นไฉน

ความตรึก ความตรึกอย่างแรง ความดำริ อันประกอบด้วยกาม ความที่จิตแนบอยู่ในอารมณ์ ความที่จิตแนบสนิทอยู่ในอารมณ์ ความยกจิตขึ้นสู่อารมณ์มิจฉาสังกัปปะ นี้เรียกว่ากามธาตุ ชั้นต่ำมีอวีจินรกเป็นที่สุด ชั้นสูงมีเทพชั้นปรนิมมิตวสวัตตีเป็นที่สุด ขันธ์ ธาตุอายตนะ รูป เวทนา สัญญา สังขารวิญญาณ ที่ท่องเที่ยวอยู่ในระหว่างนี้ นับเนื่องอยู่ในระหว่างนี้ นี้เรียกว่า กามธาตุ

พยาปาทธาตุ เป็นไฉน

ความตรึก ความตรึกอย่างแรง อันประกอบด้วยพยาบาท ฯลฯ มิจฉาสังกัปปะ นี้เรียกว่า พยาปาทธาตุ อีกนัยหนึ่ง ความที่จิตอาฆาต ในอาฆาฏวัตถุ ๑๐ ความอาฆาตมีกำลังความกระทบ ความแค้น ความโกรธ ความกำเริบความกำเริบหนัก ความคิดประทุษร้ายความคิดประทุษร้ายยิ่ง ความคิดประทุษร้ายหนัก ความที่จิตพยาบาท ความมีใจประทุษร้ายยิ่ง ความโกรธ กิริยาที่โกรธสภาพที่โกรธ ความคิดประทุษร้าย กิริยาที่คิดประทุษร้าย สภาพที่คิดประทุษร้ายความพยาบาท กิริยาที่พยาบาท สภาพที่พยาบาท ความพิโรธ ความแค้น ความดุร้ายอาการที่พูดไม่ยั้ง ความที่จิตไม่แช่มชื่น นี้เรียกว่า พยาปาทธาตุ

วิหิงสาธาตุ เป็นไฉน

ความตรึก ความตรึกอย่างแรง อันประกอบด้วยวิหิงสา ฯลฯ มิจฉาสังกัปปะ นี้เรียกว่าวิหิงสาธาตุ บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมเบียดเบียนสัตว์ทั้งหลายด้วยวัตถุอย่างใดอย่างหนึ่งคือ ฝ่ามือ ก้อนดิน ท่อนไม้ ศัสตราหรือเชือก ความข่มเหง กิริยาที่ข่มเหง ความเบียดเบียน กิริยาที่เบียดเบียนความขึ้งเคียด ความเคียดแค้น ความเข้าไปเบียดเบียนผู้อื่นเห็นปานนี้ นี้เรียกว่าวิหิงสาธาตุ

เนกขัมมธาตุ เป็นไฉน

ความตรึก ความตรึกอย่างแรง อันประกอบด้วยเนกขัมมะ ฯลฯสัมมาสังกัปปะ นี้เรียกว่า เนกขัมมธาตุ กุศลธรรมแม้ทั้งหมด ก็เรียกว่าเนกขัมมธาตุ

อัพยาปาทธาตุ เป็นไฉน

ความตรึก ความตรึกอย่างแรง อันประกอบด้วยความไม่พยาบาท ฯลฯสัมมาสังกัปปะ นี้เรียกว่า อัพยาปาทธาตุ ความมีไมตรี กิริยาที่มีไมตรี สภาพที่มีไมตรี ในสัตว์ทั้งหลาย เมตตาเจโตวิมุตติ นี้เรียกว่า อัพยาปาทธาตุ

อวิหิงสาธาตุ เป็นไฉน

ความตรึก ความตรึกอย่างแรง อันประกอบด้วยอวิหิงสา ความดำริความที่จิตแนบอยู่ในอารมณ์ ความที่จิตแนบสนิทอยู่ในอารมณ์ ความยกจิตขึ้นสู่อารมณ์ สัมมาสังกัปปะนี้เรียกว่า อวิหิงสาธาตุ ความกรุณา กิริยาที่กรุณาสภาพที่กรุณา ในสัตว์ทั้งหลาย กรุณาเจโตวิมุตติ นี้เรียกว่า อวิหิงสาธาตุ

สภาวธรรมเหล่านี้ ก็เรียกว่า ธาตุ ๖

บาลี (สยามรัฐ)

อิติ อิมานิ ตีณิ ฉกฺกานิ ตเทกชฺฌํ อภิสญฺญูหิตฺวา อภิสงฺขิปิตฺวา อฏฺฐารส ธาตุโย โหนฺติ ฯ

สุตฺตนฺตภาชนียํ ฯ

ฉบับหลวง

ฉักกะ หมวดแห่งธาตุ ๖ ทั้ง ๓ นัยนี้ ประมวลเข้าเป็นหมวดเดียวกัน เป็นธาตุ ๑๘ ด้วยประการฉะนี้

สุตตันตภาชนีย์ จบ

อภิธรรมภาชนีย์

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ ธาตุวิภังค์ อภิธรรมภาชนีย์ (ฉบับหลวง เล่ม ๓๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๕)

บาลี (สยามรัฐ)

อฏฺฐารส ธาตุโย จกฺขุธาตุ รูปธาตุ จกฺขุวิญฺญาณธาตุ โสตธาตุ สทฺทธาตุ โสตวิญฺญาณธาตุ ฆานธาตุ คนฺธธาตุ ฆานวิญฺญาณธาตุ ชิวฺหาธาตุ รสธาตุ ชิวฺหาวิญฺญาณธาตุ กายธาตุ โผฏฺฐพฺพธาตุ กายวิญฺญาณธาตุ มโนธาตุ ธมฺมธาตุ มโนวิญฺญาณธาตุ ฯ

ฉบับหลวง

ธาตุ ๑๘ คือ

๑. จักขุธาตุ

๒. รูปธาตุ

๓. จักขุวิญญาณธาตุ

๔. โสตธาตุ

๕. สัททธาตุ

๖. โสตวิญญาณธาตุ

๗. ฆานธาตุ

๘. คันธธาตุ

๙. ฆานวิญญาณธาตุ

๑๐. ชิวหาธาตุ

๑๑. รสธาตุ

๑๒. ชิวหาวิญญาณธาตุ

๑๓. กายธาตุ

๑๔. โผฏฐัพพธาตุ

๑๕. กายวิญญาณธาตุ

๑๖. มโนธาตุ

๑๗. ธรรมธาตุ

๑๘. มโนวิญญาณธาตุ

บาลี (สยามรัฐ)

ตตฺถ กตมา จกฺขุธาตุ ยํ จกฺขุํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท ฯเปฯ สุญฺโญ คาโมเปโส อยํ วุจฺจติ จกฺขุธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา รูปธาตุ ยํ รูปํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย วณฺณนิภา ฯเปฯ รูปธาตุเปสา อยํ วุจฺจติ รูปธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา จกฺขุวิญฺญาณธาตุ จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จิตฺตํ มโน มานสํ หทยํ ปณฺฑรํ มโน มนายตนํ มนินฺทฺริยํ วิญฺญาณํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตชฺชา จกฺขุวิญฺญาณธาตุ อยํ วุจฺจติ จกฺขุวิญฺญาณธาตุ ฯ

ฉบับหลวง

ในธาตุ ๑๘ นั้น จักขุธาตุ เป็นไฉน

จักขุใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า บ้านว่างบ้าง นี้เรียกว่าจักขุธาตุ

รูปธาตุ เป็นไฉน

รูปใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ ได้แก่ สี ฯลฯ นี้เรียกว่า รูปธาตุบ้างนี้เรียกว่า รูปธาตุจักขุวิญญาณธาตุ เป็นไฉน

จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร มโน มนายตนะ มนินทรีย์วิญญาณ วิญญาณขันธ์จักขุวิญญาณธาตุที่สมกัน อาศัยจักขุปสาทและรูปารมณ์เกิดขึ้น นี้เรียกว่า จักขุวิญญาณธาตุ

บาลี (สยามรัฐ)

ตตฺถ กตมา โสตธาตุ ยํ โสตํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท ฯเปฯ สุญฺโญ คาโมเปโส อยํ วุจฺจติ โสตธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา สทฺทธาตุ โย สทฺโท จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ฯเปฯ สทฺทธาตุเปสา อยํ วุจฺจติ สทฺทธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา โสตวิญฺญาณธาตุ โสตญฺจ ปฏิจฺจสทฺเท จ อุปฺปชฺชติ จิตฺตํ มโน มานสํ หทยํ ปณฺฑรํ มโน มนายตนํ มนินฺทฺริยํ วิญฺญาณํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตชฺชา โสตวิญฺญาณธาตุ อยํ วุจฺจติ โสตวิญฺญาณธาตุ ฯ

ฉบับหลวง

โสตธาตุ เป็นไฉน

โสตะใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า บ้านว่างบ้าง นี้เรียกว่าโสตธาตุ

สัททธาตุ เป็นไฉน

เสียงใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เห็นไม่ได้ กระทบไม่ได้ ฯลฯ นี้เรียกว่าสัททธาตุบ้าง นี้เรียกว่า สัททธาตุ

โสตวิญญาณธาตุ เป็นไฉน

จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร มโน มนายตนะ มนินทรีย์วิญญาณ วิญญาณขันธ์โสตวิญญาณธาตุที่สมกัน อาศัยโสตปสาทและสัททารมณ์เกิดขึ้น นี้เรียกว่า โสตวิญญาณธาตุ

บาลี (สยามรัฐ)

ตตฺถ กตมา ฆานธาตุ ยํ ฆานํ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท ฯเปฯ สุญฺโญ คาโมเปโส อยํ วุจฺจติ ฆานธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา คนฺธธาตุ โย คนฺโธ จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ฯเปฯ คนฺธธาตุเปสา อยํ วุจฺจติ คนฺธธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา ฆานวิญฺญาณธาตุ ฆานญฺจ ปฏิจฺจ คนฺเธ จ อุปฺปชฺชติ จิตฺตํ มโน มานสํ หทยํ ปณฺฑรํ มโน มนายตนํ มนินฺทฺริยํ วิญฺญาณํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตชฺชา ฆานวิญฺญาณธาตุ อยํ วุจฺจติ ฆานวิญฺญาณธาตุ ฯ

ฉบับหลวง

ฆานธาตุ เป็นไฉน

ฆานะใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า บ้านว่างบ้าง นี้เรียกว่าฆานธาตุ

คันธธาตุ เป็นไฉน

กลิ่นใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เห็นไม่ได้ กระทบไม่ได้ ฯลฯ นี้เรียกว่าคันธธาตุบ้าง นี้เรียกว่า คันธธาตุ

ฆานวิญญาณธาตุ เป็นไฉน

จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร มโน มนายตนะ มนินทรีย์วิญญาณ วิญญาณขันธ์ฆานวิญญาณธาตุที่สมกัน อาศัยฆานปสาทและคันธารมณ์เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ฆานวิญญาณธาตุ

บาลี (สยามรัฐ)

ตตฺถ กตมา ชิวฺหาธาตุ ยา ชิวฺหา จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท ฯเปฯ สุญฺโญ คาโมเปโส อยํ วุจฺจติ ชิวฺหาธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา รสธาตุ โย รโส จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย อนิทสฺสโน สปฺปฏิโฆ ฯเปฯ รสธาตุเปสา อยํ วุจฺจติ รสธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา ชิวฺหาวิญฺญาณธาตุ ชิวฺหญฺจ ปฏิจฺจ รเส จ อุปฺปชฺชติ จิตฺตํ มโน มานสํ หทยํ ปณฺฑรํ มโน มนายตนํ มนินฺทฺริยํ วิญฺญาณํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตชฺชา ชิวฺหาวิญฺญาณธาตุ อยํ วุจฺจติ ชิวฺหาวิญฺญาณธาตุ ฯ

ฉบับหลวง

ชิวหาธาตุ เป็นไฉน

ชิวหาใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า บ้านว่างบ้าง นี้เรียกว่าชิวหาธาตุ

รสธาตุ เป็นไฉน

รสใด อาศัยมหาภูตรูป ๔ เห็นไม่ได้ แต่กระทบได้ ฯลฯ นี้เรียกว่ารสธาตุบ้าง นี้เรียกว่า รสธาตุ

ชิวหาวิญญาณธาตุ เป็นไฉน

จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร มโน มนายตนะ มนินทรีย์วิญญาณ วิญญาณขันธ์ชิวหาวิญญาณธาตุที่สมกัน อาศัยชิวหาปสาทและรสารมณ์เกิดขึ้น นี้เรียกว่า ชิวหาวิญญาณธาตุ

บาลี (สยามรัฐ)

ตตฺถ กตมา กายธาตุ โย กาโย จตุนฺนํ มหาภูตานํ อุปาทาย ปสาโท ฯเปฯ สุญฺโญ คาโมเปโส อยํ วุจฺจติ กายธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา โผฏฺฐพฺพธาตุ ปฐวีธาตุ ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพธาตุเปสา อยํ วุจฺจติ โผฏฺฐพฺพธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา กายวิญฺญาณธาตุ กายญฺจ ปฏิจฺจ โผฏฺฐพฺเพ จ อุปฺปชฺชติ จิตฺตํ มโน มานสํ หทยํ ปณฺฑรํ มโน มนายตนํ มนินฺทฺริยํ วิญฺญาณํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตชฺชา กายวิญฺญาณธาตุ อยํ วุจฺจติ กายวิญฺญาณธาตุ ฯ

ฉบับหลวง

กายธาตุ เป็นไฉน

กายใด เป็นปสาทรูป อาศัยมหาภูตรูป ๔ ฯลฯ นี้เรียกว่า บ้านว่างบ้าง นี้เรียกว่ากายธาตุ

โผฏฐัพพธาตุ เป็นไฉน

ปฐวีธาตุ ฯลฯ นี้เรียกว่า โผฏฐัพพธาตุบ้าง นี้เรียกว่า โผฏฐัพพธาตุกายวิญญาณธาตุ เป็นไฉน

จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร มโน มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณวิญญาณขันธ์กายวิญญาณธาตุที่สมกัน อาศัยกายปสาทและโผฏฐัพพารมณ์เกิดขึ้นนี้เรียกว่า กายวิญญาณธาตุ

บาลี (สยามรัฐ)

ตตฺถ กตมา มโนธาตุ จกฺขุวิญฺญาณธาตุยา อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺธสมนนฺตรา อุปฺปชฺชติ จิตฺตํ มโน มานสํ หทยํ ปณฺฑรํ มโน มนายตนํ มนินฺทฺริยํ วิญฺญาณํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตชฺชา มโนธาตุ โสตวิญฺญาณธาตุยา ฯเปฯ ฆานวิญฺญาณธาตุยา ฯเปฯ ชิวฺหาวิญฺญาณธาตุยา ฯเปฯ กายวิญฺญาณธาตุยา อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺธสมนนฺตรา อุปฺปชฺชติ จิตฺตํ มโน มานสํ หทยํ ปณฺฑรํ มโน มนายตนํ มนินฺทฺริยํ วิญฺญาณํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตชฺชา มโนธาตุ สพฺพธมฺเมสุ วา ปน ปฐมสมนฺนาหาโร อยํ วุจฺจติ มโนธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา ธมฺมธาตุ เวทนากฺขนฺโธ สญฺญากฺขนฺโธ สงฺขารกฺขนฺโธ ยญฺจ รูปํ อนิทสฺสนํ อปฺปฏิฆํ ธมฺมายตนปริยาปนฺนํ อสงฺขตา จ ธาตุ ฯ ตตฺถ กตโม เวทนากฺขนฺโธ เอกวิเธน เวทนากฺขนฺโธ ผสฺสสมฺปยุตฺโต ฯ

ทุวิเธน เวทนากฺขนฺโธ อตฺถิ สเหตุโก อตฺถิ อเหตุโก ฯ ติวิเธน เวทนากฺขนฺโธ อตฺถิ กุสโล อตฺถิ อกุสโล อตฺถิ อพฺยากโต ฯเปฯ เอวํ พหุวิเธน เวทนากฺขนฺโธ ฯ อยํ วุจฺจติ เวทนากฺขนฺโธ ฯ ตตฺถ กตโม สญฺญากฺขนฺโธ ฯ เอกวิเธน สญฺญากฺขนฺโธ ผสฺสสมฺปยุตฺโต ฯ ทุวิเธน สญฺญากฺขนฺโธ อตฺถิ สเหตุโก อตฺถิ อเหตุโก ฯ ติวิเธน สญฺญากฺขนฺโธ อตฺถิ กุสโล อตฺถิ อกุสโล อตฺถิ อพฺยากโต ฯเปฯ เอวํ พหุวิเธน สญฺญากฺขนฺโธ ฯ อยํ วุจฺจติ สญฺญากฺขนฺโธ ฯ ตตฺถ กตโม สงฺขารกฺขนฺโธ เอกวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ จิตฺตสมฺปยุตฺโต ฯ ทุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ อตฺถิ เหตุ อตฺถิ น เหตุ ฯ ติวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ อตฺถิ กุสโล อตฺถิ อกุสโล อตฺถิ อพฺยากโต ฯเปฯ เอวํ พหุวิเธน สงฺขารกฺขนฺโธ อยํ วุจฺจติ สงฺขารกฺขนฺโธ ฯ

ตตฺถ กตมํ รูปํ อนิทสฺสนํ อปฺปฏิฆํ ธมฺมายตนปริยาปนฺนํ อิตฺถินฺทฺริยํ ฯเปฯ กพฬิงฺกาโร อาหาโร อิทํ วุจฺจติ รูปํ อนิทสฺสนํ อปฺปฏิฆํ ธมฺมายตนปริยาปนฺนํ ฯ ตตฺถ กตมา อสงฺขตา ธาตุ ราคกฺขโย โทสกฺขโย โมหกฺขโย อยํ วุจฺจติ อสงฺขตา ธาตุ ฯ อยํ วุจฺจติ ธมฺมธาตุ ฯ ตตฺถ กตมา มโนวิญฺญาณธาตุ จกฺขุวิญฺญาณธาตุยา อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺธสมนนฺตรา อุปฺปชฺชติ มโนธาตุ มโนธาตุยาปิ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺธสมนนฺตรา อุปฺปชฺชติ จิตฺตํ มโน มานสํ ฯเปฯ ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ โสตวิญฺญาณธาตุยา ฯเปฯ ฆานวิญฺญาณ- ธาตุยา ฯเปฯ ชิวฺหาวิญฺญาณธาตุยา ฯเปฯ กายวิญฺญาณธาตุยา อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺธสมนนฺตรา อุปฺปชฺชติ มโนธาตุ มโนธาตุยาปิ อุปฺปชฺชิตฺวา นิรุทฺธสมนนฺตรา อุปฺปชฺชติ จิตฺตํ มโน มานสํ ฯเปฯ ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ มนญฺจ ปฏิจฺจ ธมฺเม จ อุปฺปชฺชติ จิตฺตํ มโน มานสํ หทยํ ปณฺฑรํ มโน มนายตนํ มนินฺทฺริยํ วิญฺญาณํ วิญฺญาณกฺขนฺโธ ตชฺชา มโนวิญฺญาณธาตุ อยํ วุจฺจติ มโนวิญฺญาณธาตุ ฯ

อภิธมฺมภาชนียํ ฯ

ฉบับหลวง

มโนธาตุ เป็นไฉน

จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑร มโน มนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณวิญญาณขันธ์มโนธาตุที่สมกัน เกิดในลำดับแห่งการเกิดดับของจักขุวิญญาณธาตุจิต ฯลฯ ของโสตวิญญาณธาตุจิต ฯลฯ ของฆานวิญญาณธาตุ จิต ฯลฯของชิวหาวิญญาณธาตุ จิต มโน มานัส หทัย ปัณฑรมโน มนายตนะมนินทรีย์ วิญญาณ วิญญาณขันธ์ มโนธาตุที่สมกัน เกิดในลำดับแห่งการเกิดดับของกายวิญญาณธาตุ หรือความพิจารณาอารมณ์ทีแรกในธรรมทั้งปวง นี้เรียกว่ามโนธาตุ

ธรรมธาตุ เป็นไฉน

เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ สังขารขันธ์ รูปที่เห็นไม่ได้ กระทบไม่ได้นับเนื่องในธัมมายตนะและอสังขตธาตุ

ในธรรมธาตุนั้น เวทนาขันธ์ เป็นไฉน

เวทนาขันธ์หมวดละ ๑ คือ เวทนาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. เวทนาขันธ์หมวดละ ๒ คือเวทนาขันธ์เป็นสเหตุกะ เป็นอเหตุกะ. เวทนาขันธ์หมวดละ ๓คือ เวทนาขันธ์เป็นกุศล เป็นอกุศล เป็นอัพยากฤต ฯลฯ เวทนาขันธ์หมวดละมากอย่าง ด้วยประการฉะนี้ นี้เรียกว่าเวทนาขันธ์

สัญญาขันธ์ เป็นไฉน

สัญญาขันธ์หมวดละ ๑ คือ สัญญาขันธ์เป็นผัสสสัมปยุต. สัญญาขันธ์หมวดละ ๒ คือสัญญาขันธ์เป็นสเหตุกะ เป็นอเหตุกะ. สัญญาขันธ์หมวดละ ๓ คือ สัญญาขันธ์เป็นกุศล เป็นอกุศล เป็นอัพยากฤต ฯลฯ สัญญาขันธ์หมวดละมากอย่าง ด้วยประการฉะนี้ นี้เรียกว่าสัญญาขันธ์

สังขารขันธ์ เป็นไฉน

สังขารขันธ์หมวดละ ๑ คือ สังขารขันธ์เป็นจิตตสัมปยุต. สังขารขันธ์หมวดละ ๒ คือสังขารขันธ์เป็นเหตุ เป็นนเหตุ. สังขารขันธ์หมวดละ ๓ คือสังขารขันธ์เป็นกุศล เป็นอกุศลเป็นอัพยากฤต ฯลฯ สังขารขันธ์หมวดละมากอย่าง ด้วยประการฉะนี้ นี้เรียกว่า สังขารขันธ์

รูปที่เห็นไม่ได้ กระทบไม่ได้ นับเนื่องในธัมมายตนะ เป็นไฉน

อิตถินทรีย์ ฯลฯ กพฬิงการาหาร นี้เรียกว่า รูปที่เห็นไม่ได้ กระทบไม่ได้ นับเนื่องในธัมมายตนะ

อสังขตธาตุ เป็นไฉน

ความสิ้นราคะ ความสิ้นโทสะ ความสิ้นโมหะ นี้เรียกว่า อสังขตธาตุ

สภาวธรรมนี้เรียกว่า ธรรมธาตุ

มโนวิญญาณธาตุ เป็นไฉน

มโนธาตุเกิดในลำดับแห่งการเกิดดับของจักขุวิญญาณธาตุ จิต มโนมานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน เกิดในลำดับแห่งการเกิดดับแม้ของมโนธาตุอีกชั้นหนึ่ง มโนธาตุ เกิดในลำดับแห่งการเกิดดับของโสตวิญญาณธาตุฯลฯ มโนธาตุ เกิดในลำดับแห่งการเกิดดับของฆานวิญญาณธาตุ ฯลฯ มโนธาตุเกิดในลำดับแห่งการเกิดดับของชิวหาวิญญาณธาตุ ฯลฯ มโนธาตุ เกิดในลำดับแห่งการเกิดดับของกายวิญญาณธาตุ จิต มโน มานัส ฯลฯ มโนวิญญาณธาตุที่สมกันเกิดในลำดับแห่งการเกิดดับแม้ของมโนธาตุอีกชั้นหนึ่ง จิต มโนมานัส หทัย ปัณฑร มโนมนายตนะ มนินทรีย์ วิญญาณ วิญญาณขันธ์มโนวิญญาณธาตุที่สมกัน อาศัยมโนและธรรมารมณ์เกิดขึ้น นี้เรียกว่า มโนวิญญาณธาตุ

อภิธรรมภาชนีย์ จบ

ปัญหาปุจฉกะ

พระอภิธรรมปิฎก วิภังค์ ธาตุวิภังค์ ปัญหาปุจฉกะ (ฉบับหลวง เล่ม ๓๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๗ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๕)

บาลี (สยามรัฐ)

อฏฺฐารส ธาตุโย จกฺขุธาตุ รูปธาตุ จกฺขุวิญฺญาณธาตุ โสตธาตุ สทฺทธาตุ โสตวิญฺญาณธาตุ ฆานธาตุ คนฺธธาตุ ฆานวิญฺญาณธาตุ ชิวฺหาธาตุ รสธาตุ ชิวฺหาวิญฺญาณธาตุ กายธาตุ โผฏฺฐพฺพธาตุ กายวิญฺญาณธาตุ มโนธาตุ ธมฺมธาตุ มโนวิญฺญาณธาตุ ฯ อฏฺฐารสนฺนํ ธาตูนํ กติ กุสลา กติ อกุสลา กติ อพฺยากตา ฯเปฯ กติ สรณา กติ อรณา ฯ

ฉบับหลวง

ธาตุ ๑๘ คือ

๑. จักขุธาตุ

๒. รูปธาตุ

๓. จักขุวิญญาณธาตุ

๔. โสตธาตุ

๕. สัททธาตุ

๖. โสตวิญญาณธาตุ

๗. ฆานธาตุ

๘. คันธธาตุ

๙. ฆานวิญญาณธาตุ

๑๐. ชิวหาธาตุ

๑๑. รสธาตุ

๑๒. ชิวหาวิญญาณธาตุ

๑๓. กายธาตุ

๑๔. โผฏฐัพพธาตุ

๑๕. กายวิญญาณธาตุ

๑๖. มโนธาตุ

๑๗. ธรรมธาตุ

๑๘. มโนวิญญาณธาตุ

ติกมาติกาปุจฉา-ทุกมาติกาปุจฉา

บรรดาธาตุ ๑๘ ธาตุไหนเป็นกุศล ธาตุไหนเป็นอกุศล ธาตุไหนเป็นอัพยากฤต ฯลฯ

ธาตุไหนเป็นสรณะ ธาตุไหนเป็นอรณะ

ติกมาติกาวิสัชชนา

บาลี (สยามรัฐ)

โสฬส ธาตุโย อพฺยากตา เทฺว ธาตุโย สิยา กุสลา สิยา อกุสลา สิยา อพฺยากตา ฯ ทส ธาตุโย น วตฺตพฺพา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตาติปิ ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตาติปิ อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตาติปิ ปญฺจ ธาตุโย อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา กายวิญฺญาณธาตุ สิยา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา สิยา ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา มโนวิญฺญาณธาตุ สิยา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา สิยา ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา สิยา อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา ธมฺมธาตุ สิยา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา สิยา ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา สิยา อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตา สิยา น วตฺตพฺพา สุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตาติปิ ทุกฺขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตาติปิ อทุกฺขมสุขาย เวทนาย สมฺปยุตฺตาติปิ ฯ

ทส ธาตุโย เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมา ปญฺจ ธาตุโย วิปากา มโนธาตุ สิยา วิปากา สิยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมา เทฺว ธาตุโย สิยา วิปากา สิยา วิปากธมฺมธมฺมา สิยา เนววิปากนวิปากธมฺมธมฺมา ฯ ทส ธาตุโย อุปาทินฺนุปาทานิยา สทฺทธาตุ อนุปาทินฺนุปาทานิยา ปญฺจ ธาตุโย สิยา อุปาทินฺนุปาทานิยา สิยา อนุปาทินฺนุปาทานิยา เทฺว ธาตุโย สิยา อุปาทินฺนุปาทานิยา สิยา อนุปาทินฺนุปาทานิยา สิยา อนุปาทินฺนอนุปาทานิยา ฯ โสฬส ธาตุโย อสงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิกา เทฺว ธาตุโย สิยา สงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิกา สิยา อสงฺกิลิฏฺฐสงฺกิเลสิกา สิยา อสงฺกิลิฏฺฐอสงฺกิเลสิกา ฯ

ปณฺณรส ธาตุโย อวิตกฺกอวิจารา มโนธาตุ สวิตกฺกสวิจารา มโนวิญฺญาณธาตุ สิยา สวิตกฺกสวิจารา สิยา อวิตกฺกวิจารมตฺตา สิยา อวิตกฺกอวิจารา ธมฺมธาตุ สิยา สวิตกฺกสวิจารา สิยา อวิตกฺกวิจารมตฺตา สิยา อวิตกฺกอวิจารา สิยา น วตฺตพฺพา สวิตกฺกสวิจาราติปิ อวิตกฺกวิจารมตฺตาติปิ อวิตกฺก- อวิจาราติปิ ฯ ทส ธาตุโย น วตฺตพฺพา ปีติสหคตาติปิ สุขสหคตาติปิ อุเปกฺขาสหคตาติปิ ปญฺจ ธาตุโย อุเปกฺขาสหคตา กายวิญฺญาณธาตุ น ปีติสหคตา สิยา สุขสหคตา น อุเปกฺขาสหคตา สิยา น วตฺตพฺพา สุขสหคตาติ เทฺว ธาตุโย สิยา ปีติสหคตา สิยา สุขสหคตา สิยา อุเปกฺขาสหคตา สิยา น วตฺตพฺพา ปีติสหคตาติปิ สุขสหคตาติปิ อุเปกฺขาสหคตาติปิ ฯ

โสฬส ธาตุโย เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพา เทฺว ธาตุโย สิยา ทสฺสเนน ปหาตพฺพา สิยา ภาวนาย ปหาตพฺพา สิยา เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพา ฯ โสฬส ธาตุโย เนวทสฺสเนนนภาวนายปหาตพฺพเหตุกา เทฺว ธาตุโย สิยา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา สิยา ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา สิยา เนวทสฺสเนน- *นภาวนายปหาตพฺพเหตุกา ฯ โสฬส ธาตุโย เนวอาจยคามิโน- *นอปจยคามิโน เทฺว ธาตุโย สิยา อาจยคามิโน สิยา อปจยคามิโน สิยา เนวอาจยคามิโนนอปจยคามิโน ฯ โสฬส ธาตุโย เนวเสกฺขานาเสกฺขา เทฺว ธาตุโย สิยา เสกฺขา สิยา อเสกฺขา สิยา เนวเสกฺขานาเสกฺขา ฯ โสฬส ธาตุโย ปริตฺตา เทฺว ธาตุโย สิยา ปริตฺตา สิยา มหคฺคตา สิยา อปฺปมาณา ฯ

ทส ธาตุโย อนารมฺมณา ฉ ธาตุโย ปริตฺตารมฺมณา เทฺว ธาตุโย สิยา ปริตฺตารมฺมณา สิยา มหคฺคตารมฺมณา สิยา อปฺปมาณารมฺมณา สิยา น วตฺตพฺพา ปริตฺตารมฺมณาติปิ มหคฺคตารมฺมณาติปิ อปฺปมาณารมฺมณาติปิ ฯ โสฬส ธาตุโย มชฺฌิมา เทฺว ธาตุโย สิยา หีนา สิยา มชฺฌิมา สิยา ปณีตา ฯ โสฬส ธาตุโย อนิยตา เทฺว ธาตุโย สิยา มิจฺฉตฺตนิยตา สิยา สมฺมตฺตนิยตา สิยา อนิยตา ฯ ทส ธาตุโย อนารมฺมณา ฉ ธาตุโย น วตฺตพฺพา มคฺคารมฺมณาติปิ มคฺคเหตุกาติปิ มคฺคาธิปติโนติปิ เทฺว ธาตุโย สิยา มคฺคารมฺมณา สิยา มคฺคเหตุกา สิยา มคฺคาธิปติโน สิยา น วตฺตพฺพา มคฺคารมฺมณาติปิ มคฺคเหตุกาติปิ มคฺคาธิปติโนติปิ ฯ

ทส ธาตุโย สิยา อุปฺปนฺนา สิยา อุปฺปาทิโน น วตฺตพฺพา อนุปฺปนฺนาติ สทฺทธาตุ สิยา อุปฺปนฺนา สิยา อนุปฺปนฺนา น วตฺตพฺพา อุปฺปาทินีติ ฉ ธาตุโย สิยา อุปฺปนฺนา สิยา อนุปฺปนฺนา สิยา อุปฺปาทิโน ธมฺมธาตุ สิยา อุปฺปนฺนา สิยา อนุปฺปนฺนา สิยา อุปฺปาทินี สิยา น วตฺตพฺพา อุปฺปนฺนาติปิ อนุปฺปนฺนาติปิ อุปฺปาทินีติปิ ฯ สตฺตรส ธาตุโย สิยา อตีตา สิยา อนาคตา สิยา ปจฺจุปฺปนฺนา ธมฺมธาตุ สิยา อตีตา สิยา อนาคตา สิยา ปจฺจุปฺปนฺนา สิยา น วตฺตพฺพา อตีตาติปิ อนาคตาติปิ ปจฺจุปฺปนฺนาติปิ ฯ

ทส ธาตุโย อนารมฺมณา ฉ ธาตุโย ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา เทฺว ธาตุโย สิยา อตีตารมฺมณา สิยา อนาคตารมฺมณา สิยา ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณา สิยา น วตฺตพฺพา อตีตารมฺมณาติปิ อนาคตารมฺมณาติปิ ปจฺจุปฺปนฺนารมฺมณาติปิ สิยา อชฺฌตฺตา สิยา พหิทฺธา สิยา อชฺฌตฺตพหิทฺธา ฯ ทส ธาตุโย อนารมฺมณา ฉ ธาตุโย สิยา อชฺฌตฺตารมฺมณา สิยา พหิทฺธารมฺมณา สิยา อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณา เทฺว ธาตุโย สิยา อชฺฌตฺตารมฺมณา สิยา พหิทฺธารมฺมณา สิยา อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณา สิยา น วตฺตพฺพา อชฺฌตฺตารมฺมณาติปิ พหิทฺธารมฺมณาติปิ อชฺฌตฺตพหิทฺธารมฺมณาติปิ ฯ รูปธาตุ สนิทสฺสนสปฺปฏิฆา นว ธาตุโย อนิทสฺสนสปฺปฏิฆา อฏฺฐ ธาตุโย อนิทสฺสนอปฺปฏิฆา ฯ

ฉบับหลวง

ธาตุ ๑๖ เป็นอัพยากฤต ธาตุ ๒ เป็นกุศลก็มี เป็นอกุศลก็มีเป็นอัพยากฤตก็มี ธาตุ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นสุขเวทนาสัมปยุต แม้เป็นทุกขเวทนาสัมปยุต แม้เป็นอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุต ธาตุ ๕ เป็นอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุต กายวิญญาณธาตุ เป็นสุขเวทนาสัมปยุตก็มี เป็นทุกขเวทนาสัมปยุตก็มี มโนวิญญาณธาตุ เป็นสุขเวทนาสัมปยุตก็มี เป็นทุกขเวทนาสัมปยุตก็มี เป็นอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุตก็มี ธรรมธาตุ เป็นสุขเวทนาสัมปยุตก็มีเป็นทุกขเวทนาสัมปยุตก็มี เป็นอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุตก็มี กล่าวไม่ได้ว่าแม้เป็นสุขเวทนาสัมปยุตแม้เป็นทุกขเวทนาสัมปยุต แม้เป็นอทุกขมสุขเวทนาสัมปยุตก็มี ธาตุ ๑๐ เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรม

ธาตุ ๕ เป็นวิบากมโนธาตุ เป็นวิบากก็มี เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรมก็มี ธาตุ ๒เป็นวิบากก็มี เป็นวิบากธัมมธรรมก็มี เป็นเนววิปากนวิปากธัมมธรรมก็มี ธาตุ ๑๐ เป็นอุปาทินนุปาทานิยะ สัททธาตุ เป็นอนุปาทินนุปาทานิยะ ธาตุ ๕ เป็นอุปาทินนุปาทานิยะก็มี เป็นอนุปาทินนุปาทานิยะก็มี ธาตุ ๒ เป็นอุปาทินนุปาทานิยะก็มี เป็นอนุปาทินนุปาทานิยะก็มี เป็นอนุปาทินนานุปาทานิยะก็มีธาตุ ๑๖ เป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกะ ธาตุ ๒ เป็นสังกิลิฏฐสังกิเลสิกะก็มีเป็นอสังกิลิฏฐสังกิเลสิกะก็มี เป็นอสังกิลิฏฐาสังกิเลสิกะก็มี ธาตุ ๑๕ เป็นอวิตักกาวิจาระ มโนธาตุเป็นสวิตักกสวิจาระ มโนวิญญาณธาตุ เป็นสวิตักกสวิจาระก็มี

เป็นอวิตักกวิจารมัตตะก็มี เป็นอวิตักกาวิจาระก็มี ธรรมธาตุ เป็นสวิตักกสวิจาระก็มี เป็นอวิตักกวิจารมัตตะก็มี เป็นอวิตักกาวิจาระก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นสวิตักกสวิจาระ แม้เป็นอวิตักกวิจารมัตตะ แม้เป็นอวิตักกาวิจาระก็มี ธาตุ ๑๐ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นปีติสหคตะ แม้เป็นสุขสหคตะแม้เป็นอุเปกขาสหคตะธาตุ ๕ เป็นอุเปกขาสหคตะ กายวิญญาณธาตุ เป็นนปีติสหคตะ เป็นสุขสหคตะ เป็นนอุเบกขาสหคตะกล่าวไม่ได้ว่า เป็นสุขสหคตะก็มี ธาตุ ๒ เป็นปีติสหคตะก็มี เป็นสุขสหคตะก็มี เป็นอุเปกขาสหคตะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นปีติสหคตะ แม้เป็นสุขสหคตะ แม้เป็นอุเปกขาสหคตะก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพะ

ธาตุ ๒เป็นทัสสนปหาตัพพะก็มี เป็นภาวนาปหาตัพพะก็มี เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพะก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพเหตุกะ ธาตุ ๒ เป็นทัสสนปหาตัพพเหตุกะก็มี เป็นภาวนาปหาตัพพเหตุกะก็มี เป็นเนวทัสสนนภาวนาปหาตัพพเหตุกะก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นเนวาจยคามีนาปจยคามี ธาตุ ๒ เป็นอาจยคามีก็มี เป็นอปจยคามีก็มี เป็นเนวาจยคามีนาปจยคามีก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นเนวเสกขนาเสกขะธาตุ ๒ เป็นเสกขะก็มี เป็นอเสกขะก็มี เป็นเนวเสกขนาเสกขะก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นปริตตะธาตุ ๒ เป็นปริตตะก็มี เป็นมหัคคตะก็มี เป็นอัปปมาณะก็มี ธาตุ ๑๐ เป็นอนารัมมณะธาตุ ๖ เป็นปริตตารัมมณะ ธาตุ ๒ เป็นปริตตารัมมณะก็มี เป็นมหัคคตารัมมณะก็มี

เป็นอัปปมาณารัมมณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นปริตตารัมมณะ แม้เป็นมหัคคตารัมมณะ แม้เป็นอัปปมาณารัมมณะก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นมัชฌิมะ ธาตุ ๒ เป็นหีนะก็มี เป็นมัชฌิมะก็มี เป็นปณีตะก็มี ธาตุ๑๖ เป็นอนิยตะ ธาตุ ๒เป็นมิจฉัตตนิยตะก็มี เป็นสัมมัตตนิยตะก็มี เป็นอนิยตะก็มี ธาตุ ๑๐เป็นอนารัมมณะ ธาตุ ๖ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นมัคคารัมมณะ แม้เป็นมัคคเหตุกะแม้เป็นมัคคาธิปติ ธาตุ ๒ เป็นมัคคารัมมณะก็มี เป็นมัคคเหตุกะก็มี เป็นมัคคาธิปติก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นมัคคารัมมณะ แม้เป็นมัคคเหตุกะ แม้เป็นมัคคาธิปติก็มี ธาตุ ๑๐ เป็นอุปปันนะก็มี เป็นอุปปาทีก็มี กล่าวไม่ได้ว่าเป็นอนุปปันนะ

สัททธาตุ เป็นอุปปันนะก็มี เป็นอนุปปันนะก็มีกล่าวไม่ได้ว่าเป็นอุปปาที ธาตุ ๖ เป็นอุปปันนะก็มี เป็นอนุปปันนะก็มี เป็นอุปปาทีก็มีธรรมธาตุเป็นอุปปันนะก็มี เป็นอนุปปันนะก็มี เป็นอุปปาทีก็มี กล่าวไม่ได้ว่าแม้เป็นอุปปันนะ แม้เป็นอนุปปันนะ แม้เป็นอุปปาทีก็มี ธาตุ ๑๗ เป็นอดีตก็มีเป็นอนาคตก็มี เป็นปัจจุบันก็มี ธรรมธาตุเป็นอดีตก็มี เป็นอนาคตก็มี เป็นปัจจุบันก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอดีต แม้เป็นอนาคต แม้เป็นปัจจุบันก็มีธาตุ ๑๐ เป็นอนารัมมณะ ธาตุ ๖ เป็นปัจจุปปันนารัมมณะ ธาตุ ๒ เป็นอตีตารัมมณะก็มี เป็นอนาคตารัมมณะก็มี เป็นปัจจุปปันนารัมมณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่าแม้เป็นอตีตารัมมณะ แม้เป็นอนาคตารัมมณะ แม้เป็นปัจจุปปันนารัมมณะก็มีธาตุ ๑๘ เป็นอัชฌัตตะก็มี เป็นพหิทธาก็มี เป็นอัชฌัตตพหิทธาก็มี ธาตุ ๑๐เป็นอนารัมมณะ ธาตุ ๖ เป็นอัชฌัตตารัมมณะก็มีเป็นพหิทธารัมมณะก็มีเป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะก็มี ธาตุ ๒ เป็นอัชฌัตตารัมมณะก็มี เป็นพหิทธารัมมณะก็มี เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอัชฌัตตารัมมณะแม้เป็นพหิทธารัมมณะ แม้เป็นอัชฌัตตพหิทธารัมมณะก็มีรูปธาตุ เป็นสนิทัสสนสัปปฏิฆะธาตุ ๙ เป็นอนิทัสสนสัปปฏิฆะ ธาตุ ๘เป็นอนิทัสสนอัปปฏิฆะ

ทุกมาติกาวิสัชชนา

๑. เหตุโคจฉกวิสัชชนา

บาลี (สยามรัฐ)

สตฺตรส ธาตุโย น เหตู ธมฺมธาตุ สิยา เหตุ สิยา น เหตุ ฯ โสฬส ธาตุโย อเหตุกา เทฺว ธาตุโย สิยา สเหตุกา สิยา อเหตุกา ฯ โสฬส ธาตุโย เหตุวิปฺปยุตฺตา เทฺว ธาตุโย สิยา เหตุสมฺปยุตฺตา สิยา เหตุวิปฺปยุตฺตา ฯ โสฬส ธาตุโย น วตฺตพฺพา เหตู เจว สเหตุกา จาติปิ สเหตุกา เจว น จ เหตูติปิ มโนวิญฺญาณธาตุ น วตฺตพฺพา เหตุ เจว สเหตุกา จาติปิ สิยา สเหตุกา เจว น จ เหตุ สิยา น วตฺตพฺพา สเหตุกา เจว น จ เหตูติ ธมฺมธาตุ สิยา เหตุ เจว สเหตุกา จ สิยา สเหตุกา เจว น จ เหตุ สิยา น วตฺตพฺพา เหตุ เจว สเหตุกา จาติปิ สเหตุกา เจว น จ เหตูติปิ ฯ

โสฬส ธาตุโย น วตฺตพฺพา เหตุ เจว เหตุสมฺปยุตฺตา จาติปิ เหตุสมฺปยุตฺตา เจว น จ เหตูติปิ มโนวิญฺญาณธาตุ น วตฺตพฺพา เหตุ เจว เหตุสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา เหตุสมฺปยุตฺตา เจว น จ เหตุ สิยา น วตฺตพฺพา เหตุสมฺปยุตฺตา เจว น จ เหตูติ ธมฺมธาตุ สิยา เหตุ เจว เหตุสมฺปยุตฺตา จ สิยา เหตุสมฺปยุตฺตา เจว น จ เหตุ สิยา น วตฺตพฺพา เหตุ เจว เหตุสมฺปยุตฺตา จาติปิ เหตุสมฺปยุตฺตา เจว น จ เหตูติปิ ฯ โสฬส ธาตุโย น เหตุ อเหตุกา มโนวิญฺญาณธาตุ สิยา น เหตุ สเหตุกา สิยา น เหตุ อเหตุกา ธมฺมธาตุ สิยา น เหตุ สเหตุกา สิยา น เหตุ อเหตุกา สิยา น วตฺตพฺพา น เหตุ สเหตุกาติปิ น เหตุ อเหตุกาติปิ ฯ

ฉบับหลวง

ธาตุ ๑๗ เป็นนเหตุ ธรรมธาตุ เป็นเหตุก็มี เป็นนเหตุก็มีธาตุ ๑๖ เป็นอเหตุกะ ธาตุ ๒ เป็นสเหตุกะก็มี เป็นอเหตุกะก็มี ธาตุ ๑๖เป็นเหตุวิปปยุต ธาตุ ๒ เป็นเหตุสัมปยุตก็มี เป็นเหตุวิปปยุตก็มี ธาตุ ๑๖กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นเหตุสเหตุกะ แม้เป็นสเหตุกนเหตุ มโนวิญญาณธาตุกล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นเหตุสเหตุกะ เป็นสเหตุกนเหตุก็มี กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสเหตุกนเหตุก็มี ธรรมธาตุ เป็นเหตุสเหตุกะก็มี เป็นสเหตุกนเหตุก็มี กล่าวไม่ได้ว่าแม้เป็นเหตุสเหตุกะ แม้เป็นสเหตุกนเหตุก็มี ธาตุ ๑๖กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นเหตุเหตุสัมปยุตแม้เป็นเหตุสัมปยุตตนเหตุ มโนวิญญาณธาตุ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุเหตุสัมปยุต เป็นเหตุสัมปยุตตนเหตุก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นเหตุสัมปยุตตนเหตุก็มี ธรรมธาตุ เป็นเหตุเหตุสัมปยุตก็มีเป็นเหตุสัมปยุตตนเหตุก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นเหตุเหตุสัมปยุต แม้เป็นเหตุสัมปยุตตนเหตุก็มีธาตุ ๑๖ เป็นนเหตุอเหตุกะมโนวิญญาณธาตุ เป็นนเหตุสเหตุกะก็มี เป็นนเหตุอเหตุกะก็มีธรรมธาตุเป็นนเหตุสเหตุกะก็มี เป็นนเหตุอเหตุกะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนเหตุสเหตุกะแม้เป็นนเหตุอเหตุกะก็มี

๒. จูฬันตรทุกวิสัชชนา

บาลี (สยามรัฐ)

สตฺตรส ธาตุโย สปฺปจฺจยา ธมฺมธาตุ สิยา สปฺปจฺจยา สิยา อปฺปจฺจยา ฯ สตฺตรส ธาตุโย สงฺขตา ธมฺมธาตุ สิยา สงฺขตา สิยา อสงฺขตา ฯ สตฺตรส ธาตุโย อนิทสฺสนา รูปธาตุ สนิทสฺสนา ฯ ทส ธาตุโย สปฺปฏิฆา อฏฺฐ ธาตุโย อปฺปฏิฆา ฯ ทส ธาตุโย รูปา สตฺต ธาตุโย อรูปา ธมฺมธาตุ สิยา รูปํ สิยา อรูปํ ฯ โสฬส ธาตุโย โลกิยา เทฺว ธาตุโย สิยา โลกิยา สิยา โลกุตฺตรา ฯ เกนจิ วิญฺเญยฺยา เกนจิ น วิญฺเญยฺยา ฯ

ฉบับหลวง

ธาตุ ๑๗ เป็นสัปปัจจยะ ธรรมธาตุ เป็นสัปปัจจยะก็มีเป็นอัปปัจจยะก็มี

ธาตุ ๑๗ เป็นสังขตะ ธรรมธาตุ เป็นสังขตะก็มี เป็นอสังขตะก็มี ธาตุ ๑๗ เป็นอนิทัสสนะรูปธาตุ เป็นสนิทัสสนะ ธาตุ ๑๐เป็นสัปปฏิฆะ ธาตุ ๘ เป็นอัปปฏิฆะ ธาตุ ๑๐ เป็นรูป ธาตุ ๗เป็นอรูธรรมธาตุ เป็นรูปก็มี เป็นอรูปก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นโลกิยะ ธาตุ ๒ เป็นโลกิยะก็มี เป็นโลกุตตระก็มี ธาตุ ๑๘ เป็นเกนจิวิญเญยยะ เป็นเกนจินวิญเญยยะ

๓. อาสวโคจฉกวิสัชชนา

บาลี (สยามรัฐ)

สตฺตรส ธาตุโย โน อาสวา ธมฺมธาตุ สิยา อาสโว สิยา โน อาสโว ฯ โสฬส ธาตุโย สาสวา เทฺว ธาตุโย สิยา สาสวา สิยา อนาสวา ฯ โสฬส ธาตุโย อาสววิปฺปยุตฺตา เทฺว ธาตุโย สิยา อาสวสมฺปยุตฺตา สิยา อาสววิปฺปยุตฺตา ฯ โสฬส ธาตุโย น วตฺตพฺพา อาสวา เจว สาสวา จาติ สาสวา เจว โน จ อาสวา มโนวิญฺญาณธาตุ น วตฺตพฺพา อาสโว เจว สาสวา จาติ สิยา สาสวา เจว โน จ อาสโว สิยา น วตฺตพฺพา สาสวา เจว โน จ อาสโวติ ธมฺมธาตุ สิยา อาสโว เจว สาสวา จ สิยา สาสวา เจว โน จ อาสโว สิยา น วตฺตพฺพา อาสโว เจว สาสวา จาติปิ สาสวา เจว โน จ อาสโวติปิ ฯ

โสฬส ธาตุโย น วตฺตพฺพา อาสวา เจว อาสวสมฺปยุตฺตา จาติปิ อาสวสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อาสวาติปิ มโนวิญฺญาณธาตุ น ว0ตฺตพฺพา อาสโว เจว อาสวสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา อาสวสมฺปยุตฺตา ยุตฺตา เจว โน จ อาสโว สิยา น วตฺตพฺพา อาสวสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อาสโวติ ธมฺมธาตุ สิยา อาสโว เจว อาสวสมฺปยุตฺตา จ สิยา อาสวสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อาสโว สิยา น วตฺตพฺพา อาสโว เจว อาสวสมฺปยุตฺตา จาติปิ อาสวสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อาสโวติปิ ฯ โสฬส ธาตุโย อาสววิปฺปยุตฺตสาสวา เทฺว ธาตุโย สิยา อาสววิปฺปยุตฺตสาสวา สิยา อาสววิปฺปยุตฺตอนาสวา สิยา น วตฺตพฺพา อาสววิปฺปยุตฺตสาสวาติปิ อาสววิปฺปยุตฺตอนาสวาติปิ ฯ

ฉบับหลวง

ธาตุ ๑๗ เป็นโนอาสวะ ธรรมธาตุ เป็นอาสวะก็มี เป็นโนอาสวะก็มี ธาตุ ๑๖เป็นสาสวะ ธาตุ ๒ เป็นสาสวะก็มี เป็นอนาสวะก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นอาสววิปปยุต ธาตุ ๒เป็นอาสวสัมปยุตก็มี เป็นอาสววิปปยุตก็มี ธาตุ ๑๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวสาสวะ เป็นสาสวโนอาสวะมโนวิญญาณธาตุ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวสาสวะ เป็นสาสวโนอาสวะก็มีกล่าวไม่ได้ว่า เป็นสาสวโนอาสวะก็มี ธรรมธาตุ เป็นอาสวสาสวะก็มีเป็นสาสวโนอาสวะก็มีกล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอาสวสาสวะ แม้เป็นสาสวโนอาสวะก็มี ธาตุ ๑๖ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอาสวอาสวสัมปยุต แม้เป็นอาสวสัมปยุตตโนอาสวะ มโนวิญญาณธาตุ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวอาสวสัมปยุต เป็นอาสวสัมปยุตตโนอาสวะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอาสวสัมปยุตตโนอาสวะก็มี ธรรมธาตุ เป็นอาสวอาสวสัมปยุตก็มี เป็นอาสวสัมปยุตตโนอาสวะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอาสวอาสวสัมปยุต แม้เป็นอาสวอาสวสัมปยุตตโนอาสวะก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นอาสววิปปยุตตสาสวะ ธาตุ ๒ เป็นอาสววิปปยุตตสาสวะก็มี เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวะก็มี กล่าวไม่ได้ว่าแม้เป็นอาสววิปปยุตตสาสวะ แม้เป็นอาสววิปปยุตตอนาสวะก็มี

๔. สัญโญชนโคจฉกวิสัชชนา

บาลี (สยามรัฐ)

สตฺตรส ธาตุโย โน สญฺโญชนา ธมฺมธาตุ สิยา สญฺโญชนํ สิยา โน สญฺโญชนํ ฯ โสฬส ธาตุโย สญฺโญชนิยา เทฺว ธาตุโย สิยา สญฺโญชนิยา สิยา อสญฺโญชนิยา ฯ โสฬส๑ ธาตุโย สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตา เทฺว ธาตุโย สิยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา สิยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตา ฯ โสฬส ธาตุโย น วตฺตพฺพา สญฺโญชนา เจว สญฺโญชนิยา จาติ สญฺโญชนิยา เจว โน จ สญฺโญชนา มโนวิญฺญาณธาตุ น วตฺตพฺพา สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชนิยา จาติ สิยา สญฺโญชนิยา เจว โน จ สญฺโญชนํ สิยา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนิยา เจว โน จ สญฺโญชนนฺติ ธมฺมธาตุ สิยา สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชนิยา จ สิยา สญฺโญชนิยา เจว โน จ สญฺโญชนํ สิยา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชนิยา จาติปิ สญฺโญชนิยา เจว โน จ สญฺโญชนนฺติปิ ฯ

โสฬส ธาตุโย น วตฺตพฺพา สญฺโญชนา เจว สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา จาติปิ สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา เจว โน จ สญฺโญชนาติปิ มโนวิญฺญาณธาตุ น วตฺตพฺพา สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา เจว โน จ สญฺโญชนํ สิยา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา เจว โน จ สญฺโญชนนฺติ ธมฺมธาตุ สิยา สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา จ สิยา สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา เจว โน จ สญฺโญชนํ สิยา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนญฺเจว สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา จาติปิ สญฺโญชนสมฺปยุตฺตา เจว โน จ สญฺโญชนนฺติปิ ฯ โสฬส ธาตุโย สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสญฺโญชนิยา เทฺว ธาตุโย สิยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสญฺโญชนิยา สิยา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตอสญฺโญชนิยา สิยา น วตฺตพฺพา สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตสญฺโญชนิยาติปิ สญฺโญชนวิปฺปยุตฺตอสญฺโญชนิยาติปิ ฯ

ฉบับหลวง

ธาตุ ๑๗ เป็นโนสัญโญชนะ ธรรมธาตุ เป็นสัญโญชนะก็มีเป็นโนสัญโญชนะก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นสัญโญชนิยะ ธาตุ ๒ เป็นสัญโญชนิยะก็มี เป็นอสัญโญชนิยะก็มี ธาตุ ๑๖เป็นสัญโญชนวิปปยุตก็มี ธาตุ ๒ เป็นสัญโญชนสัมปยุตก็มี เป็นสัญโญชนวิปปยุตก็มี ธาตุ ๑๖กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสัญโญชนสัญโญชนิยะ เป็นสัญโญชนิยโนสัญโญชนะ มโนวิญญาณธาตุกล่าวไม่ได้ว่า เป็นสัญโญชนสัญโญชนิยะ เป็นสัญโญชนิยโนสัญโญชนะก็มี กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสัญโญชนิยโนสัญโญชนะก็มี ธรรมธาตุ เป็นสัญโญชนสัญโญชนิยะก็มี เป็นสัญโญชนิยโนสัญโญชนะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นสัญโญชนสัญโญชนิยะ แม้เป็นสัญโญชนิยโนสัญโญชนะก็มีธาตุ ๑๖ กล่าวไม่ได้ว่าแม้เป็นสัญโญชนสัญโญชนสัมปยุต

แม้เป็นสัญโญชนสัมปยุตตโนสัญโญชนะมโนวิญญาณธาตุ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสัญโญชนสัญโญชนสัมปยุต เป็นสัญโญชนสัมปยุตตโนสัญโญชนะก็มี กล่าวไม่ได้ว่าเป็นสัญโญชนสัมปยุตตโนสัญโญชนะก็มี ธรรมธาตุ เป็นสัญโญชนสัญโญชนสัมปยุตก็มี เป็นสัญโญชนสัมปยุตตโนสัญโญชนะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นสัญโญชนสัญโญชนสัมปยุต แม้เป็นสัญโญชนสัมปยุตตโนสัญโญชนะก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นสัญโญชนวิปปยุตตสัญโญชนิยะ ธาตุ ๒ เป็นสัญโญชนวิปปยุตตสัญโญชนิยะก็มี เป็นสัญโญชนวิปปยุตตอสัญโญชนิยะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นสัญโญชนวิปปยุตตสัญโญชนิยะ แม้เป็นสัญโญชนวิปปยุตตอสัญโญชนิยะก็มี

๕. คันถโคจฉกวิสัชชนา

บาลี (สยามรัฐ)

สตฺตรส ธาตุโย โน คนฺถา ธมฺมธาตุ สิยา คนฺโถ สิยา โน คนฺโถ ฯ โสฬส ธาตุโย คนฺถนิยา เทฺว ธาตุโย สิยา คนฺถนิยา สิยา อคนฺถนิยา ฯ โสฬส ธาตุโย คนฺถวิปฺปยุตฺตา เทฺว ธาตุโย สิยา คนฺถสมฺปยุตฺตา สิยา คนฺถวิปฺปยุตฺตา ฯ โสฬส ธาตุโย น วตฺตพฺพา คนฺถา เจว คนฺถนิยา จาติ คนฺถนิยา เจว โน จ คนฺถา มโนวิญฺญาณธาตุ น วตฺตพฺพา คนฺโถ เจว คนฺถนิยา จาติ สิยา คนฺถนิยา เจว โน จ คนฺโถ สิยา น วตฺตพฺพา คนฺถนิยา เจว โน จ คนฺโถติ ธมฺมธาตุ สิยา คนฺโถ เจว คนฺถนิยา จ สิยา คนฺถนิยา เจว โน จ คนฺโถ สิยา น วตฺตพฺพา คนฺโถ เจว คนฺถนิยา จาติปิ คนฺถนิยา เจว โน จ คนฺโถติปิ ฯ

โสฬส ธาตุโย น วตฺตพฺพา คนฺถา เจว คนฺถสมฺปยุตฺตา จาติปิ คนฺถสมฺปยุตฺตา เจว โน จ คนฺถาติปิ มโนวิญฺญาณธาตุ น วตฺตพฺพา คนฺโถ เจว คนฺถสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา คนฺถสมฺปยุตฺตา เจว โน จ คนฺโถ สิยา น วตฺตพฺพา คนฺถสมฺปยุตฺตา เจว โน จ คนฺโถติ ธมฺมธาตุ สิยา คนฺโถ เจว คนฺถสมฺปยุตฺตา จ สิยา คนฺถสมฺปยุตฺตา เจว โน จ คนฺโถ สิยา น วตฺตพฺพา คนฺโถ เจว คนฺถสมฺปยุตฺตา จาติปิ คนฺถสมฺปยุตฺตา เจว โน จ คนฺโถติปิ ฯ โสฬส ธาตุโย คนฺถวิปฺปยุตฺตคนฺถนิยา เทฺว ธาตุโย สิยา คนฺถวิปฺปยุตฺตคนฺถนิยา สิยา คนฺถวิปฺปยุตฺตอคนฺถนิยา สิยา น วตฺตพฺพา คนฺถวิปฺปยุตฺตคนฺถนิยาติปิ คนฺถวิปฺปยุตฺตอคนฺถนิยาติปิ ฯ

ฉบับหลวง

ธาตุ ๑๗ เป็นโนคันถะ ธรรมธาตุ เป็นคันถะก็มี เป็นโนคันถะก็มี ธาตุ ๑๖เป็นคันถนิยะ ธาตุ ๒ เป็นคันถนิยะก็มี เป็นอคันถนิยะก็มี ธาตุ ๑๖เป็นคันถวิปปยุต ธาตุ ๒เป็นคันถสัมปยุตก็มี เป็นคันถวิปปยุตก็มี ธาตุ ๑๖กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถคันถนิยะ เป็นคันถนิยโนคันถะ มโนวิญญาณธาตุกล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถคันถนิยะ เป็นคันถนิยโนคันถะก็มีกล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถนิยโนคันถะก็มี ธรรมธาตุ เป็นคันถคันถนิยะก็มี เป็นคันถนิยโนคันถะก็มีกล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นคันถคันถนิยะ แม้เป็นคันถนิยโนคันถะก็มี ธาตุ ๑๖กล่าวไม่ได้ว่าแม้เป็นคันถคันถสัมปยุต แม้เป็นคันถสัมปยุตตโนคันถะ มโนวิญญาณธาตุ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถคันถสัมปยุต เป็นคันถสัมปยุตตโนคันถะก็มีกล่าวไม่ได้ว่า เป็นคันถสัมปยุตตโนคันถะก็มีธรรมธาตุ เป็นคันถคันถสัมปยุตก็มี เป็นคันถสัมปยุตตโนคันถะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นคันถคันถสัมปยุต แม้เป็นคันถสัมปยุตตโนคันถะก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นคันถวิปปยุตตคันถนิยะธาตุ ๒เป็นคันถวิปปยุตตคันถนิยะก็มี เป็นคันถวิปปยุตตอคันถนิยะก็มี กล่าวไม่ได้ว่าแม้เป็นคันถวิปปยุตตคันถนิยะ แม้เป็นคันถวิปปยุตตอคันถนิยะก็มี

๖, ๗, ๘. โอฆโคจฉกาทิวิสัชชนา

บาลี (สยามรัฐ)

สตฺตรส ธาตุโย โน โอฆา ฯเปฯ โน โยคา ฯเปฯ โน นีวรณา ธมฺมธาตุ สิยา นีวรณํ สิยา โน นีวรณํ ฯ โสฬส ธาตุโย นีวรณิยา เทฺว ธาตุโย สิยา นีวรณิยา สิยา อนีวรณิยา ฯ โสฬส ธาตุโย นีวรณวิปฺปยุตฺตา เทฺว ธาตุโย สิยา นีวรณสมฺปยุตฺตา สิยา นีวรณวิปฺปยุตฺตา ฯ โสฬส ธาตุโย น วตฺตพฺพา นีวรณา เจว นีวรณิยา จาติ นีวรณิยา เจว โน จ นีวรณา มโนวิญฺญาณธาตุ น วตฺตพฺพา นีวรณญฺเจว นีวรณิยา จาติ สิยา นีวรณิยา เจว โน จ นีวรณํ สิยา น วตฺตพฺพา นีวรณิยา เจว โน จ นีวรณนฺติ ธมฺม- ธาตุ สิยา นีวรณญฺเจว นีวรณิยา จ สิยา นีวรณิยา เจว โน จ นีวรณํ สิยา น วตฺตพฺพา นีวรณญฺเจว นีวรณิยา จาติปิ นีวรณิยา เจว โน จ นีวรณนฺติปิ ฯ

โสฬส ธาตุโย น วตฺตพฺพา นีวรณา เจว นีวรณสมฺปยุตฺตา จาติปิ นีวรณสมฺปยุตฺตา เจว โน จ นีวรณาติปิ มโนวิญฺญาณธาตุ น วตฺตพฺพา นีวรณญฺเจว นีวรณสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา นีวรณสมฺปยุตฺตา เจว โน จ นีวรณํ สิยา น วตฺตพฺพา นีวรณสมฺปยุตฺตา เจว โน จ นีวรณนฺติ ธมฺมธาตุ สิยา นีวรณญฺเจว นีวรณสมฺปยุตฺตา จ สิยา นีวรณสมฺปยุตฺตา เจว โน จ นีวรณํ สิยา น วตฺตพฺพา นีวรณญฺเจว นีวรณสมฺปยุตฺตา จาติปิ นีวรณสมฺปยุตฺตา เจว โน จ นีวรณนฺติปิ ฯ โสฬส ธาตุโย นีวรณวิปฺปยุตฺตนีวรณิยา เทฺว ธาตุโย สิยา นีวรณวิปฺปยุตฺตนีวรณิยา สิยา นีวรณวิปฺปยุตฺตอนีวรณิยา สิยา น วตฺตพฺพา นีวรณวิปฺปยุตฺตนีวรณิยาติปิ นีวรณวิปฺปยุตฺตอนีวรณิยาติปิ ฯ

ฉบับหลวง

ธาตุ ๑๗ เป็นโนโอฆะ ฯลฯ ธาตุ ๑๗ เป็นโนโยคะ ฯลฯธาตุ ๑๗ เป็นโนนีวรณะธรรมธาตุ เป็นนีวรณะก็มี เป็นโนนีวรณะก็มี ธาตุ ๑๖เป็นนีวรณิยะ ธาตุ ๒ เป็นนีวรณิยะก็มีเป็นอนีวรณิยะก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นนีวรณวิปปยุต ธาตุ ๒ เป็นนีวรณสัมปยุตก็มี เป็นนีวรณวิปปยุตก็มีธาตุ ๑๖กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนีวรณนีวรณิยะ เป็นนีวรณิยโนนีวรณะ มโนวิญญาณธาตุกล่าวไม่ได้ว่าเป็นนีวรณนีวรณิยะ เป็นนีวรณิยโนนีวรณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนีวรณิยโนนีวรณะก็มีธรรมธาตุ เป็นนีวรณนีวรณิยะก็มี เป็นนีวรณิยโนนีวรณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนีวรณนีวรณิยะแม้เป็นนีวรณิยโนนีวรณะก็มี ธาตุ ๑๖กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนีวรณนีวรณสัมปยุต

แม้เป็นนีวรณสัมปยุตตโนนีวรณะมโนวิญญาณธาตุ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนีวรณนีวรณสัมปยุต เป็นนีวรณสัมปยุตตโนนีวรณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นนีวรณสัมปยุตตโนนีวรณะก็มี ธรรมธาตุเป็นนีวรณนีวรณสัมปยุตก็มี เป็นนีวรณสัมปยุตตโนนีวรณะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนีวรณนีวรณสัมปยุต แม้เป็นนีวรณสัมปยุตตโนนีวรณะก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นนีวรณวิปปยุตตนีวรณิยะ ธาตุ ๒ เป็นนีวรณวิปปยุตตนีวรณิยะก็มี เป็นนีวรณวิปปยุตตอนีวรณิยะก็มีกล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นนีวรณวิปปยุตตนีวรณิยะ แม้เป็นนีวรณวิปปยุตตอนีวรณิยะก็มี

๙. ปรามาสโคจฉกวิสัชชนา

บาลี (สยามรัฐ)

สตฺตรส ธาตุโย โน ปรามาสา ธมฺมธาตุ สิยา ปรามาโส สิยา โน ปรามาโส ฯ โสฬส ธาตุโย ปรามฏฺฐา เทฺว ธาตุโย สิยา ปรามฏฺฐา สิยา อปรามฏฺฐา ฯ โสฬส ธาตุโย ปรามาสวิปฺปยุตฺตา มโนวิญฺญาณธาตุ สิยา ปรามาสสมฺปยุตฺตา สิยา ปรามาสวิปฺปยุตฺตา ธมฺมธาตุ สิยา ปรามาสสมฺปยุตฺตา สิยา ปรามาสวิปฺปยุตฺตา สิยา น วตฺตพฺพา ปรามาสสมฺปยุตฺตาติปิ ปรามาสวิปฺปยุตฺตาติปิ ฯ โสฬส ธาตุโย น วตฺตพฺพา ปรามาสา เจว ปรามฏฺฐา จาติ ปรามฏฺฐา เจว โน จ ปรามาสา มโนวิญฺญาณธาตุ น วตฺตพฺพา ปรามาสา เจว ปรามฏฺฐา จาติ สิยา ปรามฏฺฐา เจว โน จ ปรามาโส สิยา น วตฺตพฺพา ปรามฏฺฐา เจว โน จ ปรามาโสติ ธมฺมธาตุ สิยา ปรามาโส เจว ปรามฏฺฐา จ สิยา ปรามฏฺฐา เจว โน จ ปรามาโส สิยา น วตฺตพฺพา ปรามาโส เจว ปรามฏฺฐา จาติปิ ปรามฏฺฐา เจว โน จ ปรามาโสติปิ ฯ โสฬส ธาตุโย ปรามาสวิปฺปยุตฺตปรามฏฺฐา เทฺว ธาตุโย สิยา ปรามาสวิปฺปยุตฺตปรามฏฺฐา สิยา ปรามาสวิปฺปยุตฺตอปรามฏฺฐา สิยา น วตฺตพฺพา ปรามาสวิปฺปยุตฺตปรามฏฺฐาติปิ ปรามาสวิปฺปยุตฺตอปรามฏฺฐาติปิ ฯ

ฉบับหลวง

ธาตุ ๑๗ เป็นโนปรามาสะ ธรรมธาตุ เป็นปรามาสะก็มี เป็นโนปรามาสะก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นปรามัฏฐะ ธาตุ ๒ เป็นปรามัฏฐะก็มี เป็นอปรามัฏฐะก็มี ธาตุ ๑๖เป็นปรามาสวิปปยุต มโนวิญญาณธาตุ เป็นปรามาสสัมปยุตก็มี เป็นปรามาสวิปปยุตก็มีธรรมธาตุ เป็นปรามาสสัมปยุตก็มี เป็นปรามาสวิปปยุตก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นปรามาสสัมปยุต แม้เป็นปรามาสวิปปยุตก็มีธาตุ ๑๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาสปรามัฏฐะ เป็นปรามัฏฐโนปรามาสะ มโนวิญญาณธาตุ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามาสปรามัฏฐะเป็นปรามัฏฐโนปรามาสะก็มีกล่าวไม่ได้ว่า เป็นปรามัฏฐโนปรามาสะก็มี ธรรมธาตุเป็นปรามาสปรามัฏฐะก็มีเป็นปรามัฏฐโนปรามาสะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นปรามาสปรามัฏฐะ แม้เป็นปรามัฏฐโนปรามาสะก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐะธาตุ ๒ เป็นปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐะก็มี เป็นปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐะก็มี กล่าวไม่ได้ว่าแม้เป็นปรามาสวิปปยุตตปรามัฏฐะ แม้เป็นปรามาสวิปปยุตตอปรามัฏฐะก็มี

๑๐. มหันตรทุกวิสัชชนา

บาลี (สยามรัฐ)

ทส ธาตุโย อนารมฺมณา สตฺต ธาตุโย สารมฺมณา ธมฺมธาตุ สิยา สารมฺมณา สิยา อนารมฺมณา ฯ เอกาทส ธาตุโย โน จิตฺตา สตฺต ธาตุโย จิตฺตา ฯ สตฺตรส ธาตุโย อเจตสิกา ธมฺม- ธาตุ สิยา เจตสิกา สิยา อเจตสิกา ฯ ทส ธาตุโย จิตฺตวิปฺปยุตฺตา ธมฺมธาตุ สิยา จิตฺตสมฺปยุตฺตา สิยา จิตฺตวิปฺปยุตฺตา สตฺต ธาตุโย น วตฺตพฺพา จิตฺเตน สมฺปยุตฺตาติปิ จิตฺเตน วิปฺปยุตฺตาติปิ ฯ ทส ธาตุโย จิตฺตวิสํสฏฺฐา ธมฺมธาตุ สิยา จิตฺตสํสฏฺฐา สิยา จิตฺตวิสํ- สฏฺฐา สตฺต ธาตุโย น วตฺตพฺพา จิตฺเตน สํสฏฺฐาติปิ จิตฺเตน วิสํ- สฏฺฐาติปิ ฯ ทฺวาทส ธาตุโย โน จิตฺตสมุฏฺฐานา ฉ ธาตุโย สิยา จิตฺต- สมุฏฺฐานา สิยา โน จิตฺตสมุฏฺฐานา ฯ สตฺตรส ธาตุโย โน จิตฺต- สหภุโน ธมฺมธาตุ สิยา จิตฺตสหภู สิยา โน จิตฺตสหภู ฯ

สตฺตรส ธาตุโย โน จิตฺตานุปริวตฺติโน ธมฺมธาตุ สิยา จิตฺตานุปริวตฺติ สิยา โน จิตฺตานุปริวตฺติ ฯ สตฺตรส ธาตุโย โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา ธมฺมธาตุ สิยา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา สิยา โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานา ฯ สตฺตรส ธาตุโย โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภุโน ธมฺมธาตุ สิยา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภู สิยา โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานสหภู ฯ สตฺตรส ธาตุโย โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺติโน ธมฺมธาตุ สิยา จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺติ สิยา โน จิตฺตสํสฏฺฐสมุฏฺฐานานุปริวตฺติ ฯ ทฺวาทส ธาตุโย อชฺฌตฺติกา ฉ ธาตุโย พาหิรา ฯ นว ธาตุโย อุปาทา อฏฺฐ ธาตุโย นุปาทา ธมฺมธาตุ สิยา อุปาทา สิยา นุปาทา ฯ ทส ธาตุโย อุปาทินฺนา สทฺทธาตุ อนุปาทินฺนา สตฺต ธาตุโย สิยา อุปาทินฺนา สิยา อนุปาทินฺนา ฯ

ฉบับหลวง

ธาตุ ๑๐ เป็นอนารัมมณะ ธาตุ ๗ เป็นสารัมมณะ ธรรมธาตุเป็น

สารัมมณะก็มี เป็นอนารัมมณะก็มี ธาตุ ๑๑ เป็นโนจิตตะ ธาตุ ๗ เป็นจิตตะธาตุ ๑๗ เป็นอเจตสิกะ ธรรมธาตุ เป็นเจตสิกะก็มี เป็นอเจตสิกะก็มี ธาตุ ๑๐เป็นจิตตวิปปยุต ธรรมธาตุ เป็นจิตตสัมปยุตก็มี เป็นจิตตวิปปยุตก็มี ธาตุ ๗กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นจิตตสัมปยุต แม้เป็นจิตตวิปปยุต ธาตุ ๑๐ เป็นจิตตวิสังสัฏฐะ ธรรมธาตุเป็นจิตตสังสัฏฐะก็มี เป็นจิตตวิสังสัฏฐะก็มี ธาตุ ๗ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นจิตตสังสัฏฐะแม้เป็นจิตตวิสังสัฏฐะ ธาตุ ๑๒ เป็นโนจิตตสมุฏฐานะธาตุ ๖ เป็นจิตตสมุฏฐานะก็มีเป็นโนจิตตสมุฏฐานะก็มี ธาตุ ๑๗ เป็นโนจิตตสหภู ธรรมธาตุ เป็นจิตตสหภูก็มี เป็นโนจิตตสหภูก็มี ธาตุ ๑๗ เป็นโนจิตตานุปริวัตติ ธรรมธาตุเป็นจิตตานุปริวัตติก็มีเป็นโนจิตตานุปริวัตติก็มีธาตุ ๑๗ เป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานะ ธรรมธาตุ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานะก็มีเป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานะก็มี ธาตุ ๑๗ เป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูธรรมธาตุ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูก็มี เป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูก็มีธาตุ ๑๗ เป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติ ธรรมธาตุ เป็นจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติก็มีเป็นโนจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติก็มี ธาตุ ๑๒ เป็นอัชฌัตติกะธาตุ ๑๖เป็นพาหิระ ธาตุ ๙ เป็นอุปาทา ธาตุ ๘ เป็นนอุปาทา ธรรมธาตุเป็นอุปาทาก็มี เป็นนอุปาทาก็มี ธาตุ ๑๐ เป็นอุปาทินนะ สัททธาตุ เป็นอนุปาทินนะ ธาตุ ๗ เป็นอุปาทินนะก็มี เป็นอนุปาทินนะก็มี

๑๑. อุปาทานโคจฉกวิสัชชนา

บาลี (สยามรัฐ)

สตฺตรส ธาตุโย นุปาทานา ธมฺมธาตุ สิยา อุปาทานํ สิยา นุปาทานํ ฯ โสฬส ธาตุโย อุปาทานิยา เทฺว ธาตุโย สิยา อุปาทานิยา สิยา อนุปาทานิยา ฯ โสฬส ธาตุโย อุปาทานวิปฺปยุตฺตา เทฺว ธาตุโย สิยา อุปาทานสมฺปยุตฺตา สิยา อุปาทานวิปฺปยุตฺตา ฯ ทานวิปฺปยุตฺตา ฯ โสฬส ธาตุโย น วตฺตพฺพา อุปาทานา เจว อุปาทานิยา จาติ อุปาทานิยา เจว โน จ อุปาทานา มโนวิญฺญาณธาตุ น วตฺตพฺพา อุปาทานญฺเจว อุปาทานิยา จาติ สิยา อุปาทานิยา เจว โน จ อุปาทานํ สิยา น วตฺตพฺพา อุปาทานิยา เจว โน จ อุปาทานนฺติ ธมฺมธาตุ สิยา อุปาทานญฺเจว อุปาทานิยา จ สิยา อุปาทานิยา เจว โน จ อุปาทานํ สิยา น วตฺตพฺพา อุปาทานญฺเจว อุปาทานิยา จาติปิ อุปาทานิยา เจว โน จ อุปาทานนฺติปิ ฯ

โสฬส ธาตุโย น วตฺตพฺพา อุปาทานา เจว อุปาทานสมฺปยุตฺตา จาติปิ อุปาทานสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อุปาทานนฺติปิ มโนวิญฺญาณธาตุ น วตฺตพฺพา อุปาทานญฺเจว อุปาทานสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา อุปาทานสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อุปาทานํ สิยา น วตฺตพฺพา อุปาทานสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อุปาทานนฺติ ธมฺมธาตุ สิยา อุปาทานญฺเจว อุปาทานสมฺปยุตฺตา จ สิยา อุปาทานสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อุปาทานํ สิยา น วตฺตพฺพา อุปาทานญฺเจว อุปาทานสมฺปยุตฺตา จาติปิ อุปาทานสมฺปยุตฺตา เจว โน จ อุปาทานนฺติปิ ฯ โสฬส ธาตุโย อุปาทานวิปฺปยุตฺตอุปาทานิยา เทฺว ธาตุโย สิยา อุปาทานวิปฺปยุตฺตอุปาทานิยา สิยา อุปาทานวิปฺปยุตฺตอนุปาทานิยา สิยา น วตฺตพฺพา อุปาทานวิปฺปยุตฺตอุปาทานิยาติปิ อุปาทานวิปฺปยุตฺตอนุปาทานิยาติปิ ฯ

ฉบับหลวง

ธาตุ ๑๗ เป็นนอุปาทานะ ธรรมธาตุ เป็นอุปาทานะก็มี เป็น

นอุปาทานะก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นอุปาทานิยะ ธาตุ ๒ เป็นอุปาทานิยะก็มี เป็นอนุปาทานิยะก็มีธาตุ ๑๖ เป็นอุปาทานวิปปยุต ธาตุ ๒ เป็นอุปาทานสัมปยุตก็มีเป็นอุปาทานวิปปยุตตก็มี ธาตุ ๑๖กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานอุปาทานิยะ เป็นอุปาทานิยโนอุปาทานะ มโนวิญญาณธาตุ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานอุปาทานิยะเป็นอุปาทานิยโนอุปาทานะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานิยโนอุปาทานะก็มีธรรมธาตุ เป็นอุปาทานอุปาทานิยะก็มี เป็นอุปาทานิยโนอุปาทานะก็มีกล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอุปาทานอุปาทานิยะ แม้เป็นอุปาทานิยโนอุปาทานะก็มี ธาตุ ๑๖กล่าวไม่ได้ว่าแม้เป็นอุปาทานอุปาทานสัมปยุต แม้เป็นอุปาทานสัมปยุตตโนอุปาทานะก็มี มโนวิญญาณธาตุ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานอุปาทานสัมปยุต เป็นอุปาทานสัมปยุตตโนอุปาทานะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นอุปาทานสัมปยุตตโนอุปาทานะก็มี ธรรมธาตุ เป็นอุปาทานอุปาทานสัมปยุตก็มี เป็นอุปาทานสัมปยุตตโนอุปาทานะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอุปาทานอุปาทานสัมปยุต แม้เป็นอุปาทานสัมปยุตตโนอุปาทานะก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นอุปาทานวิปปยุตตอุปาทานิยะธาตุ ๒ เป็นอุปาทานวิปปยุตตอุปาทานิยะก็มีเป็นอุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานิยะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นอุปาทานวิปปยุตตอุปาทานิยะแม้เป็นอุปาทานวิปปยุตตอนุปาทานิยะก็มี

๑๒. กิเลสโคจฉกวิสัชชนา

บาลี (สยามรัฐ)

สตฺตรส ธาตุโย โน กิเลสา ธมฺมธาตุ สิยา กิเลโส สิยา โน กิเลโส ฯ โสฬส ธาตุโย สงฺกิเลสิกา เทฺว ธาตุโย สิยา สงฺกิเลสิกา สิยา อสงฺกิเลสิกา ฯ โสฬส ธาตุโย อสงฺกิลิฏฺฐา เทฺว ธาตุโย สิยา สงฺกิลิฏฺฐา สิยา อสงฺกิลิฏฺฐา ฯ โสฬส ธาตุโย กิเลสวิปฺปยุตฺตา เทฺว ธาตุโย สิยา กิเลสสมฺปยุตฺตา สิยา กิเลสวิปฺปยุตฺตา ฯ โสฬส ธาตุโย น วตฺตพฺพา กิเลสา เจว สงฺกิเลสิกา จาติ สงฺกิเลสิกา เจว โน จ กิเลสา มโนวิญฺญาณธาตุ น วตฺตพฺพา กิเลสา เจว สงฺกิเลสิกา จาติ สิยา สงฺกิเลสิกา เจว โน จ กิเลโส สิยา น วตฺตพฺพา สงฺกิเลสิกา เจว โน จ กิเลโสติ ธมฺมธาตุ สิยา กิเลโส เจว สงฺกิเลสิกา จ สิยา สงฺกิเลสิกา เจว โน จ กิเลโส สิยา น วตฺตพฺพา กิเลโส เจว สงฺกิเลสิกา จาติปิ สงฺกิเลสิกา เจว โน จ กิเลโสติปิ ฯ

โสฬส ธาตุโย น วตฺตพฺพา กิเลสา เจว สงฺกิลิฏฺฐา จาติปิ สงฺกิลิฏฺฐา เจว โน จ กิเลสาติปิ มโนวิญฺญาณธาตุ น วตฺตพฺพา กิเลโส เจว สงฺกิลิฏฺฐา จาติ สิยา สงฺกิลิฏฺฐา เจว โน จ กิเลโส สิยา น วตฺตพฺพา สงฺกิลิฏฺฐา เจว โน จ กิเลโสติ ธมฺมธาตุ สิยา กิเลโส เจว สงฺกิลิฏฺฐา จ สิยา สงฺกิลิฏฺฐา เจว โน จ กิเลโส สิยา น วตฺตพฺพา กิเลโส เจว สงฺกิลิฏฺฐา จาติปิ สงฺกิลิฏฺฐา เจว โน จ กิเลโสติปิ ฯ โสฬส ธาตุโย น วตฺตพฺพา กิเลโส เจว กิเลสสมฺปยุตฺตา จาติปิ กิเลสสมฺปยุตฺตา เจว โน จ กิเลสาติปิ มโนวิญฺญาณธาตุ น วตฺตพฺพา กิเลโส เจว กิเลสสมฺปยุตฺตา จาติ สิยา กิเลสสมฺปยุตฺตา เจว โน จ กิเลโส สิยา น วตฺตพฺพา กิเลสสมฺปยุตฺตา เจว โน จ กิเลโสติ ธมฺมธาตุ สิยา กิเลโส เจว กิเลสสมฺปยุตฺตา จ สิยา กิเลสสมฺปยุตฺตา เจว โน จ กิเลโส สิยา น วตฺตพฺพา กิเลโส เจว กิเลสสมฺปยุตฺตา จาติปิ กิเลสสมฺปยุตฺตา เจว โน จ กิเลโสติปิ ฯ โสฬส ธาตุโย กิเลสวิปฺปยุตฺตสงฺกิเลสิกา เทฺว ธาตุโย สิยา กิเลสวิปฺปยุตฺตสงฺกิเลสิกา สิยา กิเลสวิปฺปยุตฺตอสงฺกิเลสิกา สิยา น วตฺตพฺพา กิเลสวิปฺปยุตฺตสงฺกิเลสิกาติปิ กิเลสวิปฺปยุตฺตอสงฺกิเลสิกาติปิ ฯ

ฉบับหลวง

ธาตุ ๑๗ เป็นโนกิเลสะ ธรรมธาตุ เป็นกิเลสะก็มี เป็นโนกิเลสะ

ก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นสังกิเลสิกะ ธาตุ ๒ เป็นสังกิเลสิกะก็มี เป็นอสังกิเลสิกะก็มีธาตุ ๑๖ เป็นอสังกิลิฏฐะ ธาตุ ๒ เป็นสังกิลิฏฐะก็มี เป็นอสังกิลิฏฐะก็มี ธาตุ ๑๖เป็นกิเลสวิปปยุต ธาตุ ๒ เป็นกิเลสสัมปยุตก็มี เป็นกิเลสวิปปยุตก็มี ธาตุ ๑๖ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสสังกิเลสิกะ เป็นสังกิเลสิโนกิเลสะ มโนวิญญาณธาตุ กล่าวไม่ได้ว่าเป็นกิเลสสังกิเลสิกะ เป็นสังกิเลสิกโนกิเลสะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังกิเลสิกโนกิเลสะก็มี ธรรมธาตุ เป็นกิเลสสังกิเลสิกะก็มี เป็นสังกิเลสิกโนกิเลสะก็มี กล่าวไม่ได้ว่าแม้เป็นกิเลสสังกิเลสิกะ แม้เป็นสังกิเลสิกโนกิเลสะก็มี ธาตุ ๑๖ กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นกิเลสสังกิลิฏฐะ แม้เป็นสังกิลิฏฐโนกิเลสะ มโนวิญญาณธาตุ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสสังกิลิฏฐะ เป็นสังกิลิฏฐโนกิเลสะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นสังกิลิฏฐโนกิเลสะก็มี ธรรมธาตุเป็นสังกิเลสสังกิลิฏฐะก็มี เป็นสังกิลิฏฐโนกิเลสะก็มีกล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นกิเลสสังกิลิฏฐะแม้เป็นสังกิลิฏฐโนกิเลสะก็มี ธาตุ ๑๖กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นกิเลสกิเลสสัมปยุต แม้เป็นกิเลสสัมปยุตตโนกิเลสะมโนวิญญาณธาตุ กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสกิเลสสัมปยุตเป็นกิเลสสัมปยุตตโนกิเลสะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า เป็นกิเลสสัมปยุตตโนกิเลสะก็มี ธรรมธาตุเป็นกิเลสกิเลสสัมปยุตก็มี เป็นกิเลสสัมปยุตตโนกิเลสะก็มี กล่าวไม่ได้ว่า แม้เป็นกิเลสกิเลสสัมปยุต แม้เป็นกิเลสสัมปยุตตโนกิเลสะก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกะธาตุ ๒ เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกะก็มี เป็นกิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกะก็มี กล่าวไม่ได้ว่าแม้เป็นกิเลสวิปปยุตตสังกิเลสิกะแม้เป็นกิเลสวิปปยุตตอสังกิเลสิกะก็มี

๑๓. ปีฏฐิทุกวิสัชชนา

บาลี (สยามรัฐ)

โสฬส ธาตุโย น ทสฺสเนน ปหาตพฺพา เทฺว ธาตุโย สิยา ทสฺสเนน ปหาตพฺพา สิยา น ทสฺสเนน ปหาตพฺพา ฯ โสฬส ธาตุโย น ภาวนาย ปหาตพฺพา เทฺว ธาตุโย สิยา ภาวนาย ปหาตพฺพา สิยา น ภาวนาย ปหาตพฺพา ฯ โสฬส ธาตุโย น ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา เทฺว ธาตุโย สิยา ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา สิยา น ทสฺสเนน ปหาตพฺพเหตุกา ฯ โสฬส ธาตุโย น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา เทฺว ธาตุโย สิยา ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา สิยา น ภาวนาย ปหาตพฺพเหตุกา ฯ ปณฺณรส ธาตุโย อวิตกฺกา มโนวิญฺญาณธาตุ สวิตกฺกา เทฺว ธาตุโย สิยา สวิตกฺกา สิยา อวิตกฺกา ฯ ปณฺณรส ธาตุโย อวิจารา มโนธาตุ สวิจารา เทฺว ธาตุโย สิยา สวิจารา สิยา อวิจารา ฯ โสฬส ธาตุโย อปฺปีติกา เทฺว ธาตุโย สิยา สปฺปีติกา สิยา อปฺปีติกา ฯ

โสฬส ธาตุโย น ปีติสหคตา เทฺว ธาตุโย สิยา ปีติสหคตา สิยา น ปีติสหคตา ฯ ปณฺณรส ธาตุโย น สุขสหคตา ติสฺโส ธาตุโย สิยา สุขสหคตา สิยา น สุขสหคตา ฯ เอกาทส ธาตุโย น อุเปกฺขาสหคตา ปญฺจ ธาตุโย อุเปกฺขาสหคตา เทฺว ธาตุโย สิยา อุเปกฺขาสหคตา สิยา น อุเปกฺขาสหคตา ฯ โสฬส ธาตุโย กามาวจรา เทฺว ธาตุโย สิยา กามาวจรา สิยา น กามาวจรา ฯ โสฬส ธาตุโย น รูปาวจรา เทฺว ธาตุโย สิยา รูปาวจรา สิยา น รูปาวจรา ฯ โสฬส ธาตุโย น อรูปาวจรา เทฺว ธาตุโย สิยา อรูปาวจรา สิยา น อรูปาวจรา ฯ โสฬส ธาตุโย ปริยาปนฺนา เทฺว ธาตุโย สิยา ปริยาปนฺนา สิยา อปริยาปนฺนา ฯ โสฬส ธาตุโย อนิยฺยานิกา เทฺว ธาตุโย สิยา นิยฺยานิกา สิยา อนิยฺยานิกา ฯ โสฬส ธาตุโย อนิยตา เทฺว ธาตุโย สิยา นิยตา สิยา อนิยตา ฯ โสฬส ธาตุโย สอุตฺตรา เทฺว ธาตุโย สิยา สอุตฺตรา สิยา อนุตฺตรา ฯ โสฬส ธาตุโย อรณา เทฺว ธาตุโย สิยา สรณา สิยา อรณาติ ฯ

ปญฺหาปุจฺฉกํ ฯ

ธาตุวิภงฺโค สมตฺโต ฯ

ฉบับหลวง

ธาตุ ๑๖ เป็นนทัสสนปหาตัพพะ ธาตุ ๒ เป็นทัสสนปหาตัพพะก็มี เป็น

นทัสสนปหาตัพพะก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นนภาวนาปหาตัพพะ ธาตุ ๒เป็นภาวนาปหาตัพพะก็มี เป็นนภาวนาปหาตัพพะก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นนทัสสนปหาตัพพะเหตุกะ ธาตุ ๒ เป็นทัสสนปหาตัพพเหตุกะก็มี เป็นนทัสสนปหาตัพพเหตุกะก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นนภาวนาปหาตัพพเหตุกะ ธาตุ ๒ เป็นภาวนาปหาตัพพเหตุกะก็มี เป็นนภาวนาปหาตัพพเหตุกะก็มีธาตุ ๑๕ เป็นอวิตักกะ มโนวิญญาณธาตุเป็นสวิตักกะ ธาตุ ๒ เป็นสวิตักกะก็มี เป็นอวิตักกะก็มี ธาตุ ๑๕ เป็นอวิจาระมโนธาตุ เป็นสวิจาระ ธาตุ ๒ เป็นสวิจาระก็มีเป็นอวิจาระก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นอัปปีติกะ ธาตุ ๒ เป็นสัปปีติกะก็มี เป็นอัปปีติกะก็มีธาตุ ๑๖ เป็นนปีติสหคตะธาตุ ๒ เป็นปีติสหคตะก็มี เป็นนปีติสหคตะก็มี ธาตุ ๑๕เป็นนสุขสหคตะธาตุ ๓ เป็นสุขสหคตะก็มี เป็นนสุขสหคตะก็มี ธาตุ ๑๑ เป็นนอุเปกขาสหคตะธาตุ ๕ เป็นอุเปกขาสหคตะ ธาตุ ๒ เป็นอุเปกขาสหคตะก็มี เป็นนอุเปกขาสหคตะก็มีธาตุ ๑๖ เป็นกามาวจร ธาตุ ๒ เป็นกามาวจรก็มี เป็นนกามาวจรก็มีธาตุ ๑๖ เป็นนรูปาวจรธาตุ ๒ เป็นรูปาวจรก็มี เป็นนรูปาวจรก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นนอรูปาวจร ธาตุ ๒ เป็นอรูปาวจรก็มีเป็นนอรูปาวจรก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นปริยาปันนะ ธาตุ ๒ เป็นปริยาปันนะก็มี เป็นอปริยาปันนะก็มีธาตุ ๑๖ เป็นอนิยยานิกะ ธาตุ ๒ เป็นนิยยานิกะก็มี เป็นอนิยยานิกะก็มี ธาตุ ๑๖เป็นอนิยตะธาตุ ๒ เป็นนิยตะก็มี เป็นอนิยตะก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นสอุตตระธาตุ ๒ เป็นสอุตตระก็มี เป็นอนุตตระก็มี ธาตุ ๑๖ เป็นอรณะ ธาตุ ๒ เป็นสรณะก็มี เป็นอรณะก็มี ฉะนี้แล

ปัญหาปุจฉกะ จบ

ธาตุวิภังค์ จบบริบูรณ์

จบ ธาตุวิภังค์