arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · ปัจจนียานุโลมทุกัตติกปัฏฐาน

โนสัญโญชนโคจฉกทุกนสนิทัสสนัตติกะ เล่ม ๔๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๗๖–๕๑๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในปัจจนียานุโลมทุกัตติกปัฏฐานมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๖ ปัจจนียานุโลมทุกัตติกปัฏฐาน โนสัญโญชนโคจฉกทุกนสนิทัสสนัตติกะ (ฉบับหลวง เล่ม ๔๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๙๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๕)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๔๕ หน้า ๕๐๙–๕๑๓

หน้า ๕๐๙

(แม้ในอาสววิปปยุตตสาสวอนิทัสสนสัปปฏิฆมูล ก็มี ๓ วาร โดยนัยก่อนเหมือนกัน)

{๔๗๔} สภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะที่เป็นอารมณ์ของอาสวะซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ อาศัยสภาวธรรมที่วิปปยุตจากอาสวะที่มีใช่ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะซึ่งไม่ใช่เห็นไม่ได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย{๔๗๕} ในเหตุปัจจัย มี ๑ วาร

๒๐-๕๔. สัญโญชนโคจฉกทุกะ ๒๒. สนิทัสสนติกะ

{๔๗๖} [๙๙] สภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญโญชน์ซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นสัญโญชน์ซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย (มี ๓ วาร){๔๗๗} [๑๐๐] สภาวธรรมที่ไม่เป็นคันถะซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นคันถะซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย{๔๗๘} ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

{๔๗๙} [๑๐๑] สภาวธรรมที่ไม่เป็นโอฆะซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นโอฆะซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย{๔๘๐} ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

{๔๘๑} [๑๐๒] สภาวธรรมที่ไม่เป็นโยคะซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นโยคะซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย{๔๘๒} ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

{๔๘๓} [๑๐๓] สภาวธรรมที่ไม่เป็นนิวรณ์ซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นนิวรณ์ซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย

หน้า ๕๑๐

{๔๘๔} ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

{๔๘๕} [๑๐๔] สภาวธรรมที่ไม่เป็นปรามาสะซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นปรามาสะซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย{๔๘๖} ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

๕๕ - ๖๘. มหันตรทุกะ ๒๒. สนิทัสสนติกะ

{๔๘๗} [๑๐๕] สภาวธรรมที่ไม่มีอารมณ์ซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่ใช่มีอารมณ์ซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัยมี ๑ วารสภาวธรรมที่ไม่มีอารมณ์ซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่มิใช่ไม่มีอารมณ์ซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๑ วาร โดยคณิตกนัย มี ๓ วาร(ในอนิทัสสนสัปปฏิฆะก็มี ๓ วารเหมือนกัน)

{๔๘๘} สภาวธรรมที่ไม่มีอารมณ์ซึ่งเห็นไม่ได้และกระทบไม่ได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่ใช่มีอารมณ์ซึ่งไม่ใช่เห็นไม่ได้แต่กระทบไม่ได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย{๔๘๙} ในเหตุปัจจัย มี ๑ วาร

{๔๙๐} [๑๐๖] สภาวธรรมที่ไม่เป็นจิตซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นจิตซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๑ วารสภาวธรรมที่ไม่เป็นจิตซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่มิใช่ไม่เป็นจิตซึ่งไม่เป็นเห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๑ วาร โดยคณิตกนัย มี ๓ วาร

หน้า ๕๑๑

{๔๙๑} [๑๐๗] สภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิกซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นเจตสิกซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย{๔๙๒} ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

{๔๙๓} [๑๐๘] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิตซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่สัมปยุตด้วยจิตซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย{๔๙๔} ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

{๔๙๕} [๑๐๙] สภาวธรรมที่เจือกับจิตซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เจือกับจิตซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย{๔๙๖} ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

{๔๙๖} [๑๑๐] สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย(โดยจิตตสมุฏฐานรูปนั่นแล มี ๓ วาร ย่อ)

{๔๙๘} [๑๑๑] สภาวธรรมที่ไม่เกิดร่วมกับจิตซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เกิดร่วมกับจิตซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย{๔๙๙} ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

{๕๐๐} [๑๑๒] สภาวธรรมที่ไม่เกิดคล้อยตามจิตซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เกิดคล้อยตามจิตซึ่งไม่เป็นเห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย{๕๐๑} ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

{๕๐๒} [๑๑๓] สภาวธรรมที่ไม่เจือกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานซึ่งเห็นได้

หน้า ๕๑๒

และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เจือกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย

{๕๐๓} ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

{๕๐๔} [๑๑๔] สภาวธรรมที่ไม่เจือกับจิตที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่เกิดร่วมกับจิตซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เจือกับจิตที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่เกิดร่วมกับจิตซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย{๕๐๕} ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

{๕๐๖} [๑๑๕] สภาวธรรมที่ไม่เจือกับจิตที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่เกิดคล้อยตามจิตซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เจือกับจิตที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่เกิดคล้อยตามจิต ซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย{๕๐๗} ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

{๕๐๘} [๑๑๖] สภาวธรรมที่เป็นภายนอกซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นภายในซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๑ วาร

สภาวธรรมที่เป็นภายนอกซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นภายนอกซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๑ วาร โดยคณิตกนัย มี ๓ วาร{๕๐๙} [๑๑๗] สภาวธรรมที่เป็นอุปาทายรูปซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทายรูปซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย

{๕๑๐} ในเหตุปัจจัย มี ๑ วาร

{๕๑๑} [๑๑๘] สภาวธรรมอันตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่ใช่อันตัณหาทิฏฐิยึดครองซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้

หน้า ๕๑๓

เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย

{๕๑๒} ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

๖๙- ๗๔. อุปาทานทุกะ ๒๒. สนิทัสสนติกะ

{๕๑๓} [๑๑๙] สภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทานซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นอุปาทานซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย{๕๑๔} ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

๗๕. กิเลสทุกะ ๒๒. สนิทัสสนติกะ

{๕๑๕} [๑๒๐] สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย{๕๑๖} ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

๘๓-๑๐๐. ปิฏฐิทุกะ ๒๒. สนิทัสสนติกะ

{๕๑๗} [๑๒๑] สภาวธรรมที่ไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่ใช่อันโสดาปัตติมรรคพึงประหาณซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย{๕๑๘} ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

{๕๑๙} [๑๒๒] สภาวธรรมที่ไม่ใช่อันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณซึ่งเห็นได้และกระทบได้ อาศัยสภาวธรรมที่ไม่ใช่อันมรรคเบื้องสูง ๓ พึงประหาณซึ่งไม่ใช่เห็นได้แต่กระทบได้ เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย{๕๒๐} ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

จบ โนสัญโญชนโคจฉกทุกนสนิทัสสนัตติกะ