พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · สารัมมณทุกะ
ปฏิจจวาร เล่ม ๔๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑–๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๔ ในสารัมมณทุกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
อภิธมฺมปิฏก ธมฺมานุโลม
ทุกปฏฺฐานปาลิ
_____
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส.
๑๐. มหนฺตรทุก
๕๕. สามรมฺมณทุก ๑. ปฏิจฺจวาร
๑. ปฏิจฺจนุโลม ๑. วิภงฺควาร
เหตุ
พระอภิธรรมปิฎก
ธัมมานุโลม ทุกปัฏฐาน
ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น
๑๐. มหันตรทุกะ
๕๕. สารัมมณทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ สารัมมณทุกะ ปฏิจจวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๓)
บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๔๓ หน้า ๑–๕ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๔๓ หน้า ๑–๗
สารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. สารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๑)
สารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. สารมฺมเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๒)
สารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สารมฺมโณ จ อนารมฺมโณ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา. สารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๓)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่รับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัย ขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้นเพราะ เหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่รับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้ อารมณ์ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่รับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๓)
อนารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. เอกํ มหาภูตํ ฯเปฯ มหาภูเต ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ กฏตฺตารูปํ อุปาทารูปํ. (๑)
อนารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ สารมฺมณา ขนฺธา. (๒) อนารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สารมฺมโณ จ อนารมฺมโณ จ ธมฺโม อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ สารมฺมณา ขนฺธา มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ. (๓)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ จิตตสมุฏฐานรูปและกฏัตตารูป ที่เป็นอุปาทายรูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๑)สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ เหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้ อารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่รับรู้อารมณ์ได้ อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)
สารมฺมณญฺจ อนารมฺมณญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ สารมฺมณํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ (๑)
สารมฺมณญฺจ อนารมฺมณญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ เหตุปจฺจยา. สารมฺมเณ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ ( ๒)
สารมฺมณญฺจ อนารมฺมณญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สารมฺมโณ จ อนารมฺมโณ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ เหตุปจฺจยา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ สารมฺมณํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ สารมฺมเณ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ. (๓)
- ๑ก. ปฏิสนฺธิ
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้ อารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่รับรู้อารมณ์ได้และอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้อารมณ์ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่รับรู้อารมณ์ได้และ อาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๒)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ ได้และที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่รับรู้อารมณ์ได้และอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่รับรู้อารมณ์ได้และอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)
อารมฺมณ สารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. สารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ ปฏิสนฺธิกฺขเณ (๑) ฯเปฯ
อนารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ สารมฺมณา ขนฺธา.
สารมฺมณญฺจ อนารมฺมณญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ อารมฺมณปจฺจยา. ปฏิสนฺธิกฺขเณ สารมฺมณํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ (สงฺขิตฺตํ.) ๑. ปจฺจยานุโลม ๒. สงฺขฺยาวาร
- ๑ก. ปฏิสนฺธิ
อารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น เพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่รับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ อารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้อารมณ์ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่รับรู้อารมณ์ได้และอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (ย่อ)
สุทฺธ เหตุยา นว, อารมฺมเณ ตีณิ, อธิปติยา ปญฺจ, อนนฺตเร ตีณิ, สมนนฺตเร ตีณิ, สหชาเต นว, อญฺญมญฺเญ ฉ, นิสฺสเย นว, อุปนิสฺสเย ตีณิ, ปุเรชาเต เอกํ, อาเสวเน เอกํ, กมฺเม นว, วิปาเก นว, อาหาเร นว, อินฺทฺริเย นว, ฌาเน นว, มคฺเค นว, สมฺปยุตฺเต ตีณิ, วิปฺปยุตฺเต นว, อตฺถิยา นว, นตฺถิยา ตีณิ, วิคเต ตีณิ, อวิคเต นว. _____ ๒. ปจฺจยปจฺจนีย ๑. วิภงฺควาร
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๕ วาระ
อนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
สมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย มี ๖ วาระ
นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ
ปุเรชาตปัจจัย มี ๑ วาระ
อาเสวนปัจจัย มี ๑ วาระ
กัมมปัจจัย มี ๙ วาระ
วิปากปัจจัย มี ๙ วาระ
อาหารปัจจัย มี ๙ วาระ
อินทรียปัจจัย มี ๙ วาระ
ฌานปัจจัย มี ๙ วาระ
มัคคปัจจัย มี ๙ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
วิปปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ
อัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ
นัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ
วิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
นเหตุ สารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกํ สารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉาสหคเต อุทฺธจฺจสหคเต ขนฺเธ ปฏิจฺจ วิจิกิจฺฉาสหคโต อุทฺธจฺจสหคโต โมโห. (๑)
สารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุเก สารมฺมเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ (๑) ฯเปฯ (๑)
สารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สารมฺมโณ จ อนารมฺมโณ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกํ สารมฺมณํ เอกํ ขนฺธํ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา จิตฺตสมุฏฺฐานญฺจ รูปํ ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ ฯเปฯ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ๑ ฯเปฯ (๓)
- ๑ก. อเหตุกปฏิสนฺธิ
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
นเหตุปัจจัย
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น เพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่มีเหตุซึ่งรับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ โมหะที่สหรคตด้วย วิจิกิจฉาและที่สหรคตด้วยอุทธัจจะอาศัยขันธ์ที่สหรคตด้วยวิจิกิจฉาและที่สหรคต ด้วยอุทธัจจะเกิดขึ้น (๑)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้นเพราะ นเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งรับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๒)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ ได้เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่ไม่ มีเหตุซึ่งรับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ ในปฏิสนธิขณะที่เป็น อเหตุกะ ฯลฯ (๓)
อนารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. เอกํ มหาภูตํ ฯเปฯ อสญฺญสตฺตานํ เอกํ มหาภูตํ ฯเปฯ (๑)
อนารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ สารมฺมณา ขนฺธา. (๑)
อนารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สารมฺมโณ จ อนารมฺมโณ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ วตฺถุํ ปฏิจฺจ สารมฺมณา ขนฺธา มหาภูเต ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ. (๓)
- ๑ก. อเหตุกปฏิสนฺธิ
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้น เพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ สําหรับเหล่าอสัญญสัตตพรหม ... อาศัยมหาภูตรูป ๑ ฯลฯ (๑)สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ นเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัย หทัยวัตถุเกิดขึ้น (๒)สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ที่รับรู้ อารมณ์ได้อาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น กฏัตตารูปอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น (๓)
สารมฺมณญฺจ อนารมฺมณญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ สารมฺมณํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ (๑) สารมฺมณญฺจ อนารมฺมณญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุเก สารมฺมเณ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๒)
สารมฺมณญฺจ อนารมฺมณญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ สารมฺมโณ จ อนารมฺมโณ จ ธมฺมา อุปฺปชฺชนฺติ นเหตุปจฺจยา. อเหตุกปฏิสนฺธิกฺขเณ สารมฺมณํ เอกํ ขนฺธญฺจ วตฺถุญฺจ ปฏิจฺจ ตโย ขนฺธา ฯเปฯ เทฺว ขนฺเธ จ ฯเปฯ สารมฺมเณ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ กฏตฺตารูปํ. (๓)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้ อารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่รับรู้อารมณ์ได้และอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้อารมณ์ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ไม่มีเหตุซึ่งรับรู้ อารมณ์ได้และอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะที่เป็นอเหตุกะ ฯลฯ (๒)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ ได้และที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะที่เป็น อเหตุกะ ขันธ์ ๓ อาศัยขันธ์ ๑ ที่รับรู้อารมณ์ได้และอาศัยหทัยวัตถุเกิดขึ้น ฯลฯ อาศัยขันธ์ ๒ ฯลฯ กฏัตตารูปอาศัยขันธ์ที่รับรู้อารมณ์ได้และอาศัยมหาภูตรูป เกิดขึ้น (๓)
นอารมฺมณ สารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา. สารมฺมเณ ขนฺเธ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๑)
อนารมฺมณํ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา. (ยาว อสญฺญสตฺตา.) (๑)
สารมฺมณญฺจ อนารมฺมณญฺจ ธมฺมํ ปฏิจฺจ อนารมฺมโณ ธมฺโม อุปฺปชฺชติ นอารมฺมณปจฺจยา. สารมฺมเณ ขนฺเธ จ มหาภูเต จ ปฏิจฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานํ รูปํ ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (สงฺขิตฺตํ.) (๑) ๒. ปจฺจยปจฺจนีย ๒. สงฺขฺยาวาร
นอารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น เพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่รับรู้อารมณ์ได้เกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะ นอารัมมณปัจจัย (พึงเพิ่มข้อความจนถึงอสัญญสัตตพรหม) (๑)
สภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ไม่ได้อาศัยสภาวธรรมที่รับรู้อารมณ์ได้และที่รับรู้อารมณ์ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะนอารัมมณปัจจัย ได้แก่ จิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่รับรู้อารมณ์ ได้และอาศัยมหาภูตรูปเกิดขึ้น ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (ย่อ) (๑)
สุทฺธ นเหตุยา นว, นอารมฺมเณ ตีณิ, นอธิปติยา นว, นอนนฺตเร ตีณิ, นสมนนฺตเร ตีณิ, นอญฺญมญฺเญ ตีณิ, นอุปนิสฺสเย ตีณิ, นปุเรชาเต นว, นปจฺฉาชาเต นว, นอาเสวเน นว, นกมฺเม เทฺว, นวิปาเก ปญฺจ, นอาหาเร เอกํ, นอินฺทฺริเย เอกํ, นฌาเน เทฺว, นมคฺเค นว, นสมฺปยุตฺเต ตีณิ, นวิปฺปยุตฺเต เทฺว, โนนตฺถิยา ตีณิ, โนวิคเต ตีณิ.
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
นเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
นอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ
นอนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
นสมนันตรปัจจัย มี ๓ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย มี ๓ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ
นปุเรชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
นปัจฉาชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
นอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ
นกัมมปัจจัย มี ๒ วาระ
นวิปากปัจจัย มี ๕ วาระ
นอาหารปัจจัย มี ๑ วาระ
นอินทรียปัจจัย มี ๑ วาระ
นฌานปัจจัย มี ๒ วาระ
นมัคคปัจจัย มี ๙ วาระ
นสัมปยุตตปัจจัย มี ๓ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ วาระ
โนนัตถิปัจจัย มี ๓ วาระ
โนวิคตปัจจัย มี ๓ วาระ
_____ ๓. ปฏิจฺจนุโลมปจฺจนีย เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ ตีณิ, นอธิปติยา นว ฯเปฯ นกมฺเม เอกํ ฯเปฯ นวิปฺปยุตฺเต เอกํ. (สงฺขิตฺตํ.)
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ
นอธิปติปัจจัย ” มี ๙ วาระ ฯลฯ
นกัมมปัจจัย ” มี ๑ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๑ วาระ (ย่อ)
๔. ปจฺจยปจฺจนียานุโลม นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ ตีณิ ฯเปฯ สหชาเต นว ฯเปฯ มคฺเค เอกํ ฯเปฯ อวิคเต นว. (สหชาตวาโรปิ ปฏิจฺจวารสทิโส.) _____ ๕๕. สามรมฺมณทุก ๑. ปจฺจยวาร ๑. ปจฺจยานุโลม ๑. วิภงฺควาร
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๓ วาระ ฯลฯ
สหชาตปัจจัย ” มี ๙ วาระ ฯลฯ
มัคคปัจจัย ” มี ๑ วาระ ฯลฯ
อวิคตปัจจัย ” มี ๙ วาระ
(สหชาตวารเหมือนกับปฏิจจวาร)
จบ ปฏิจจวาร