พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · สัปปีติกทุกะ
ปัญหาวาร เล่ม ๔๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๖๘๓–๖๙๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๔ ในสัปปีติกทุกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
ปญฺหาวาโร
ปัญหาวาร
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ สัปปีติกทุกะ ปัญหาวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๓)
สปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: สปฺปีติกา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ สปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: สปฺปีติกา เหตู ปีติยา จ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ มูลํ สปฺปีติกา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ อปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย: อปฺปีติกา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ
สัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัยในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
สัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปีติกธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่ปีติ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
พึงกระทำมูล
เหตุทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และปีติ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปีติกธรรม โดยเหตุปัจจัย
คือ เหตุทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
สปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สปฺปีติเก ขนฺเธ อารพฺภ สปฺปีติกา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ สปฺปีติเก ขนฺเธ อารพฺภ อปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ สปฺปีติเก ขนฺเธ อารพฺภ สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ อปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: อปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ ทตฺวา สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ กตฺวา อปฺปีติเกน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ อปฺปีติโก ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ วิจิกิจฺฉา อุปฺปชฺชติ อุทฺธจฺจํ อุปฺปชฺชติ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ อปฺปีติกา ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ...
มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา ... ผลา วุฏฺฐหิตฺวา อปฺปีติเกน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อริยา อปฺปีติเกน จิตฺเตน นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ อปฺปีติกสฺส โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อาวชฺชนาย ปีติยา จ อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อริยา สปฺปีติเกน จิตฺเตน อปฺปีติเก ปหีเน กิเลเส ... วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ... ปุพฺเพ ฯเปฯ จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ อปฺปีติเกน จิตฺเตน อนิจฺจโต ... วิปสฺสนฺติ อสฺสาเทนฺติ อภินนฺทนฺติ ตํ อารพฺภ อปฺปีติโก ราโค อุปฺปชฺชติ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา ฯเปฯ
โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อปฺปีติกา ขนฺธา อิทฺธิวิธญาณสฺส เจโตปริยญาณสฺส ปุพฺเพนิวาสานุสฺสติญาณสฺส ยถากมฺมุปคญาณสฺส อนาคตํสญาณสฺส อาวชฺชนาย ปีติยา จ อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ อารพฺภ อปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: อปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ ทตฺวา สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... สปฺปีติเกน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ สปฺปีติโก ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ อปฺปีติกา ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ... มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา ... ผลา วุฏฺฐหิตฺวา สปฺปีติเกน
จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อริยา สปฺปีติเกน จิตฺเตน นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ สปฺปีติกสฺส โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อริยา สปฺปีติเกน จิตฺเตน อปฺปีติเก ปหีเน กิเลเส ... วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ... ปุพฺเพ ฯเปฯ จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ สปฺปีติเกน จิตฺเตน อนิจฺจโต ... วิปสฺสนฺติ อสฺสาเทนฺติ อภินนฺทนฺติ ตํ อารพฺภ สปฺปีติโก ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ อารพฺภ สปฺปีติกา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส จ อปฺปีติกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: อปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ ทตฺวา สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... สปฺปีติเกน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ อปฺปีติกา ฌานา ... มคฺคา ... ผลา วุฏฺฐหิตฺวา สปฺปีติเกน จิตฺเตน ปจฺจเวกฺขติ อริยา สปฺปีติเกน จิตฺเตน นิพฺพานํ ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ สปฺปีติกสฺส โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส ปีติยา จ อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย อริยา สปฺปีติเกน จิตฺเตน อปฺปีติเก ปหีเน กิเลเส ปจฺจเวกฺขนฺติ วิกฺขมฺภิเต กิเลเส ... ปุพฺเพ ฯเปฯ
จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ สปฺปีติเกน จิตฺเตน อนิจฺจโต ... วิปสฺสนฺติ อสฺสาเทนฺติ อภินนฺทนฺติ ตํ อารพฺภ สปฺปีติโก ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ อารพฺภ สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สปฺปีติโก จ อปฺปีติโก จ ธมฺมา สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ อารพฺภ สปฺปีติกา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ สปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ อารพฺภ อปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ สปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ อารพฺภ สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
สัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสัปปีติกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรมเกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติเกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติ เกิดขึ้น.
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปีติกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทาน ด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม ศีล ฯลฯ กระทำอุปโบสถกรรมแล้วพิจารณาด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรมแล้ว ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลกรรมนั้นราคะที่เป็นอัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น วิจิกิจฉา เกิดขึ้น อุทธัจจะ เกิดขึ้น โทมนัสเกิดขึ้น
บุคคลออกจากฌานที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล ฯลฯ แล้วพิจารณาด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน ด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม
นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภูที่เป็นอัปปีติกธรรม แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล แก่อาวัชชนะ และแก่ปีติ โดยอารัมมณปัจจัย
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นอัปปีติกธรรม กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ
กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่งเพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะที่เป็นอัปปีติกธรรม เกิดขึ้น โทมนัส เกิดขึ้น
ด้วยทิพพจักขุ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ โดยอารัมมณปัจจัยขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ แก่เจโตปริยญาณ แก่บุพเพนิวาสานุสสติญาณ แก่ยถากัมมุปคญาณ แก่อนาคตังสญาณ แก่อาวัชชนะ และแก่ปีติโดยอารัมมณปัจจัย
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรมและปีติ เกิดขึ้น.
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทานด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ แล้วพิจารณาด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลธรรมนั้นราคะที่เป็นสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิเกิดขึ้น
บุคคลออกจากฌานที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล ฯลฯ แล้วพิจารณาด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพาน ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม
นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภูที่เป็นสัปปีติกธรรม แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผลโดยอารัมมณปัจจัย
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นอัปปีติกธรรม กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ
กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะที่เป็นสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรมเกิดขึ้น.
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ บุคคลให้ทานด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ แล้วพิจารณาด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภกุศลธรรมนั้น ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติ เกิดขึ้น
บุคคลออกจากฌานที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผลแล้ว พิจารณาด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณานิพพานด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม
นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภูที่เป็นสัปปีติกธรรม แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผล และแก่ปีติ โดยอารัมมณปัจจัย
พระอริยะทั้งหลาย พิจารณากิเลสที่ละแล้ว ที่เป็นอัปปีติกธรรม กิเลสที่ข่มแล้ว ฯลฯ
กิเลสทั้งหลายที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน ฯลฯ ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม โดยความเป็นของไม่เที่ยง ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะที่เป็นสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรมและปีติ เกิดขึ้น.
สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย
คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรมและปีติ เกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล
เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรมและปีติ เกิดขึ้น.
สปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: สปฺปีติเก ขนฺเธ ครุํ กตฺวา สปฺปีติกา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สหชาตาธิปติ: สปฺปีติกา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ: สปฺปีติเก ขนฺเธ ครุํ กตฺวา: อปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สหชาตาธิปติ สปฺปีติกา อธิปติ ปีติยา จ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส จ อปฺปีติกสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ
อารมฺมณาธิปติ: สปฺปีติเก ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สหชาตาธิปติ: สปฺปีติกา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ สหชาตาธิปติ ฯ อารมฺมณาธิปติ อปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... อปฺปีติเกน จิตฺเตน ตํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา อปฺปีติโก ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ อปฺปีติกา ฌานา ... มคฺคา ... ผลา วุฏฺฐหิตฺวา ผลํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ อริยา อปฺปีติเกน จิตฺเตน
นิพฺพานํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขนฺติ นิพฺพานํ อปฺปีติกสฺส โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา ปีติยา จ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ อปฺปีติเกน จิตฺเตน ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา อปฺปีติโก ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ ... อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ ครุํ กตฺวา อปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สหชาตาธิปติ: อปฺปีติกา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณาธิปติ: อปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ ... สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ ... ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ
อธิปติ ... นิพฺพานํ สปฺปีติกสฺส โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ สปฺปีติเกน จิตฺเตน ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา สปฺปีติโก ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ ... อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ ครุํ กตฺวา สปฺปีติกา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส จ อปฺปีติกสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ... ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ อธิปติ ... นิพฺพานํ สปฺปีติกสฺส โคตฺรภุสฺส โวทานสฺส มคฺคสฺส ผลสฺส ปีติยา จ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย จกฺขุํ ... วตฺถุํ ... อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ สปฺปีติเกน จิตฺเตน ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ ครุํ กตฺวา สปฺปีติโก ราโค ... ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ อปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ ครุํ กตฺวา สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ สปฺปีติโก จ อปฺปีติโก จ ธมฺมา สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย: สปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ ครุํ กตฺวา สปฺปีติกา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ สปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ ครุํ กตฺวา อปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ มูลํ สปฺปีติเก ขนฺเธ จ ปีติญฺจ ครุํ กตฺวา สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อุปฺปชฺชนฺติ ฯ
สัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.
ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น.
ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.
สัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปีติกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.
ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติ เกิดขึ้น.
ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่ปีติ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.
สัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.
ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรมให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติ เกิดขึ้น.
ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นสัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และปีติ และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย.
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปีติกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติ สหชาตาธิปติ.
ที่เป็นอารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทานด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ ศีล ฯลฯ
อุโบสถกรรม ฯลฯ กระทำกุศลกรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรมแล้ว พิจารณา ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำกุศลกรรมนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะที่เป็นอัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ เกิดขึ้น
บุคคลออกจากฌานที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ ออกจากมรรค ฯลฯ ออกจากผล กระทำผลให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว พิจารณา
พระอริยะทั้งหลาย กระทำนิพพานให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรมแล้ว พิจารณา
นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภูที่เป็นอัปปีติกธรรม แก่โวทาน แก่มรรค แก่ผลสมาบัติและแก่ปีติ โดยอธิปติปัจจัย
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำจักขุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะที่เป็นอัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ
เพราะกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติ เกิดขึ้น.
ที่เป็นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิปติธรรมที่เป็นอัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลาย โดยอธิปติปัจจัย
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทานด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ
ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ฯลฯ.
อธิปติ ฯลฯ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภูที่เป็นสัปปีติกธรรม แก่มรรค แก่ผล โดยอธิปติปัจจัย
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำจักขุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะที่เป็นสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ
เพราะกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น.
สัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ ทาน ฯลฯ.
อธิปติ ฯลฯ นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภูที่เป็นสัปปีติกธรรม แก่โวทาน แก่มรรคแก่ผล และแก่ปีติ โดยอธิปติปัจจัย
จักขุ ฯลฯ หทัยวัตถุ ฯลฯ บุคคลกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะกระทำจักขุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะที่เป็นสัปปีติกธรรม ฯลฯ ทิฏฐิ เกิดขึ้น
เพราะกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติ เกิดขึ้น.
สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยอธิปติปัจจัย
คือ เพราะกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล
เพราะกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติ เกิดขึ้น.
พึงกระทำมูล
เพราะกระทำขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติ เกิดขึ้น.
สปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา สปฺปีติกา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ ปุริมา ปุริมา สปฺปีติกา ขนฺธา ปจฺฉิมสฺส ปจฺฉิมสฺส อปฺปีติกสฺส ปีติยา จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สปฺปีติกํ จุติจิตฺตํ อปฺปีติกสฺส อุปปตฺติจิตฺตสฺส สปฺปีติกํ ภวงฺคํ อาวชฺชนาย สปฺปีติกา ขนฺธา อปฺปีติกสฺส วุฏฺฐานสฺส ปีติสหคตา วิปากมโนวิญฺญาณธาตุ กิริยมโนวิญฺญาณธาตุยา สปฺปีติกํ ภวงฺคํ อปฺปีติกสฺส ภวงฺคสฺส สปฺปีติกํ กุสลากุสลํ อปฺปีติกสฺส วุฏฺฐานสฺส กิริยํ วุฏฺฐานสฺส ผลํ วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ ปุริมา ปุริมา สปฺปีติกา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: อปฺปีติกา ปุริมา ปุริมา ปีติ ปจฺฉิมาย ปจฺฉิมาย ปีติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ปุริมา ปุริมา อปฺปีติกา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ อปฺปีติกานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อนุโลมํ โคตฺรภุสฺส อปฺปีติกาย ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ ปุริมา ปุริมา ปีติ ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย อปฺปีติกํ จุติจิตฺตํ สปฺปีติกสฺส อุปปตฺติจิตฺตสฺส อาวชฺชนา สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ อปฺปีติกา ขนฺธา สปฺปีติกสฺส วุฏฺฐานสฺส วิปากมโนธาตุ สปฺปีติกาย มโนวิญฺญาณธาตุยา อปฺปีติกํ ภวงฺคํ สปฺปีติกสฺส
ภวงฺคสฺส อปฺปีติกํ กุสลากุสลํ สปฺปีติกสฺส วุฏฺฐานสฺส กิริยํ วุฏฺฐานสฺส ผลํ วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิโรธา วุฏฺฐหนฺตสฺส เนวสญฺญานาสญฺญายตนํ สปฺปีติกาย ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส จ อปฺปีติกสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา ปีติ ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สปฺปีติโก จ อปฺปีติโก จ ธมฺมา สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
สปฺปีติโก จ อปฺปีติโก จ ธมฺมา อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ ปจฺฉิมาย ปจฺฉิมาย ปีติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สปฺปีติกํ จุติจิตฺตญฺจ ปีติ จ อปฺปีติกสฺส อุปปตฺติจิตฺตสฺส สปฺปีติกํ ภวงฺคญฺจ ปีติ จ อาวชฺชนาย สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อปฺปีติกสฺส วุฏฺฐานสฺส สปฺปีติกา วิปากมโนวิญฺญาณธาตุ จ ปีติ จ กิริยมโนวิญฺญาณธาตุยา สปฺปีติกํ ภวงฺคญฺจ ปีติ จ อปฺปีติกสฺส ภวงฺคสฺส สปฺปีติกํ กุสลากุสลญฺจ ปีติ จ อปฺปีติกสฺส วุฏฺฐานสฺส กิริยํ วุฏฺฐานสฺส ผลํ วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สปฺปีติโก จ อปฺปีติโก จ ธมฺมา สปฺปีติกสฺส จ อปฺปีติกสฺส จ ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุริมา ปุริมา สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ... สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย: นว สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: นว อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย: นว นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฯ
สัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย.
พึงกระทำมูล
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่อัปปีติกธรรม ที่เกิดหลังๆและปีติ โดยอนันตรปัจจัย จุติจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่เป็นอัปปีติกธรรมภวังค์ที่เป็นสัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นอัปปีติกธรรม วิบากมโนวิญญาณธาตุที่เป็นปีติกสหรคตธรรม เป็นปัจจัยแก่กิริยามโนวิญญาณธาตุ ภวังค์ที่เป็นสัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่เป็นอัปปีติกธรรม กุศล อกุศลที่เป็นสัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นอัปปีติกธรรม กิริยา เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ผลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ โดยอนันตรปัจจัย.
พึงกระทำมูล
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ที่เกิดหลังๆ และปีติ โดยอนันตรปัจจัย.
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปีติกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ปีติที่เกิดก่อนๆ ที่เป็นอัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่ปีติ ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม ที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย
อนุโลม เป็นปัจจัยแก่โคตรภู แก่ผลสมาบัติที่เป็นอัปปีติกธรรม โดยอนันตรปัจจัย.
พึงกระทำมูล
ปีติที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ที่เกิดหลังๆโดยอนันตรปัจจัย
จุติจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อุปปัตติจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม อาวัชชนะ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นสัปปีติกธรรม วิบากมโนธาตุ เป็นปัจจัยแก่มโนวิญญาณธาตุที่เป็นสัปปีติกธรรม ภวังค์ที่เป็นอัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่เป็นสัปปีติกธรรม กุศล-อกุศลที่เป็นอัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นสัปปีติกธรรม กิริยา เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ผลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ โดยอนันตรปัจจัย
เนวสัญญานาสัญญายตนะของบุคคลออกจากนิโรธ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติที่เป็นสัปปีติกธรรม โดยอนันตรปัจจัย.
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ปีติที่เกิดก่อนๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลาย ที่เป็นสัปปีติกธรรม ที่เกิดหลังๆ และปีติโดยอนันตรปัจจัย.
สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ที่เกิดก่อนๆ และปีติเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ที่เกิดหลังๆ โดยอนันตรปัจจัย.
สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปีติกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ที่เกิดก่อนๆ และปีติ เป็นปัจจัยแก่ปีติที่เกิดหลังๆโดยอนันตรปัจจัย
จุติจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติ เป็นปัจจัยแก่อุปัตติจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม ภวังค์ที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติ เป็นปัจจัยแก่อาวัชชนะ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นอัปปีติกธรรม วิบากมโนวิญญาณธาตุที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติเป็นปัจจัยแก่กิริยามโนวิญญาณธาตุ ภวังค์ที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติ เป็นปัจจัยแก่ภวังค์ที่เป็นอัปปีติกธรรม กุศลอกุศลที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติ เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะที่เป็นอัปปีติกธรรมกิริยาเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ ผลเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะ โดยอนันตรปัจจัย.
สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรมเป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม โดยอนันตรปัจจัย
คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ที่เกิดก่อนๆ และปีติเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม ที่เกิดหลังๆ และปีติ โดยอนันตรปัจจัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสมนันตรปัจจัย มี ๙ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสหชาตปัจจัย มี ๙ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๙ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนิสสยปัจจัย มี ๙ นัย.
สปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สปฺปีติกา ขนฺธา สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ สปฺปีติกา ขนฺธา อปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ สปฺปีติกา ขนฺธา สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณูปนิสฺสโย อนนฺตรูปนิสฺสโย ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: อปฺปีติกํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย อปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ ทตฺวา สีลํ ... อุโปสถกมฺมํ อปฺปีติกํ ฌานํ วิปสฺสนํ มคฺคํ อภิญฺญํ ... สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ อปฺปีติกํ สีลํ ฯเปฯ
ปญฺญํ ... อภิญฺญํ ราคํ โทสํ โมหํ มานํ ทิฏฺฐึ ปตฺถนํ กายิกํ สุขํ กายิกํ ทุกฺขํ อุตุํ โภชนํ ... เสนาสนํ ปีตึ อุปนิสฺสาย อปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ ปาณํ หนติ ฯเปฯ สงฺฆํ ภินฺทติ อปฺปีติกา สทฺธา ฯเปฯ เสนาสนํ ปีติ จ อปฺปีติกาย สทฺธาย ฯเปฯ ปตฺถนาย กายิกสฺส สุขสฺส กายิกสฺส ทุกฺขสฺส มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา ปีติยา จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ อุปนิสฺสยา อปฺปีติกํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย สปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ เทติ ฯเปฯ อปฺปีติกา ฌานา ฯเปฯ มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ อปฺปีติกํ สีลํ ฯเปฯ เสนาสนํ ปีตึ อุปนิสฺสาย สปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ เทติ ฯเปฯ
สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ สปฺปีติเกน จิตฺเตน อทินฺนํ ... มุสา ... ปิสุณํ ... สมฺผํ ... สนฺธึ ... นิลฺโลปํ ... เอกาคาริกํ ... ปริปนฺเถ ... ปรทารํ ... คามฆาตํ ... นิคมฆาตํ ... อปฺปีติกา สทฺธา ฯเปฯ เสนาสนํ ปีติ จ สปฺปีติกาย สทฺธาย ฯเปฯ ปญฺญาย ราคสฺส โมหสฺส มานสฺส ทิฏฺฐิยา ปตฺถนาย มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส จ อปฺปีติกสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ อุปนิสฺสยา อปฺปีติกํ สทฺธํ อุปนิสฺสาย สปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ เทติ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ มานํ ชปฺเปติ ทิฏฺฐึ คณฺหาติ ฯเปฯ อปฺปีติกํ สีลํ ฯเปฯ เสนาสนํ ปีตึ อุปนิสฺสาย สปฺปีติเกน จิตฺเตน ทานํ เทติ ฯเปฯ สมาปตฺตึ อุปฺปาเทติ สปฺปีติเกน จิตฺเตน อทินฺนํ อาทิยติ ฯ
ทุติยวารสทิสํ ฯ นิคมฆาตํ กโรติ อปฺปีติกา สทฺธา ฯเปฯ เสนาสนํ ปีติ จ สปฺปีติกาย สทฺธาย ฯเปฯ ปญฺญาย ราคสฺส โมหสฺส มานสฺส ทิฏฺฐิยา ปตฺถนาย มคฺคสฺส ผลสมาปตฺติยา ปีติยา จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ สปฺปีติโก จ อปฺปีติโก จ ธมฺมา สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิปิ อุปนิสฺสยา สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ อปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มูลํ สปฺปีติกา ขนฺธา จ ปีติ จ สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
สัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย.
พึงกระทำมูล
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และปีติโดยอุปนิสสยปัจจัย.
พึงกระทำมูล
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติโดยอุปนิสสยปัจจัย.
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปีติกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ ปกตูปนิสสยะ
ฯลฯ ที่เป็นปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นอัปปีติกธรรมแล้วให้ทาน ด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม ศีล ฯลฯ อุโบสถกรรม ยังฌานที่เป็นอัปปีติกธรรม วิปัสสนามรรค อภิญญา ฯลฯ สมาบัติให้เกิด ก่อมานะ ถือทิฏฐิ
บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ อภิญญา ราคะ โทสะ โมหะมานะ ทิฏฐิ ความปรารถนา สุขทางกาย ทุกข์ทางกาย ฤดู โภชนะ ฯลฯ เสนาสนะ ปีติแล้วให้ทาน ด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิด ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์
ศรัทธาที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ เสนาสนะ และปีติ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ แก่ความปรารถนา แก่สุขทางกาย แก่ทุกข์ทางกาย แก่มรรค แก่ผลสมาบัติและแก่ปีติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ นัย เป็นอุปนิสสยปัจจัย คือ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นอัปปีติกธรรมแล้วให้ทานด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม ฯลฯ จากฌานที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ ก่อมานะ ถือทิฏฐิ
บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ เสนาสนะ ปีติ แล้วให้ทานด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิด
บุคคลกระทำอทินนาทาน ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม ฯลฯ มุสา ฯลฯ ปิสุณา ฯลฯ
สัมผะ ฯลฯ ตัดช่องย่องเบา ฯลฯ ลอบขึ้นไปลักทรัพย์ ฯลฯ ปล้นบ้านหลังหนึ่ง ฯลฯ ปล้นตามทางฯลฯ ภริยาผู้อื่น ฯลฯ ฆ่าคนในหมู่บ้าน ฯลฯ ฆ่าคนในนิคม ฯลฯ
ศรัทธาที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ เสนาสนะ และปีติ เป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นสัปปีติกธรรม ฯลฯ แก่ปัญญา แก่ราคะ แก่โมหะ แก่มานะ แก่ทิฏฐิ แก่ความปรารถนา แก่มรรคแก่ผลสมาบัติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ นัย เป็นอุปนิสสยปัจจัย คือ บุคคลเข้าไปอาศัยศรัทธาที่เป็นอัปปีติกธรรม แล้วให้ทานด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิด ก่อมานะ ถือทิฏฐิ ฯลฯ
บุคคลเข้าไปอาศัยศีลที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ เสนาสนะ ปีติ แล้วให้ทานด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม ฯลฯ ยังสมาบัติให้เกิด ถือเอาของที่เขาไม่ได้ให้ ด้วยจิตที่เป็นสัปปีติกธรรม.
เหมือนวาระที่สอง
บุคคลกระทำการฆ่าคนในนิคม ศรัทธาที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ เสนาสนะ และปีติเป็นปัจจัยแก่ศรัทธาที่เป็นสัปปีติกธรรม ฯลฯ แก่ปัญญา แก่ราคะ แก่โมหะ แก่มานะ แก่ทิฏฐิแก่ความปรารถนา แก่มรรค แก่ผลสมาบัติ และแก่ปีติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.
สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย
มี ๓ นัย เป็นอุปนิสสยปัจจัย คือ ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม โดยอุปนิสสยปัจจัย.
พึงกระทำมูล
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรมและปีติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.
พึงกระทำมูล
ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรม และปีติ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรมและปีติ โดยอุปนิสสยปัจจัย.
อปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อปฺปีติเกน จิตฺเตน อนิจฺจโต ... วิปสฺสติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ อปฺปีติโก ราโค ฯเปฯ โทมนสฺสํ ปีติ อุปฺปชฺชติ ทิพฺเพน จกฺขุนา ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ กายวิญฺญาณสฺส ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส กายายตนํ กายวิญฺญาณสฺส วตฺถุ อปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อปฺปีติเกน จิตฺเตน อนิจฺจโต ... วิปสฺสติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ สปฺปีติโก ราโค อุปฺปชฺชติ ทิฏฺฐิ ... ฯ
วตฺถุปุเรชาตํ: วตฺถุ สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส จ อปฺปีติกสฺส จ ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อารมฺมณปุเรชาตํ วตฺถุปุเรชาตํ ฯ อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ... วตฺถุํ อปฺปีติเกน จิตฺเตน อนิจฺจโต ... วิปสฺสติ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ ตํ อารพฺภ ปีติ จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ ฯ วตฺถุปุเรชาตํ: วตฺถุ สปฺปีติกานํ ขนฺธานํ ปีติยา จ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปีติกธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นซึ่งหทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ โทมนัส ปีติ เกิดขึ้น
ด้วยทิพพจักขุ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ.
ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ กายายตนะ เป็นปัจจัยแก่กายวิญญาณ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นอัปปีติกธรรม และแก่ปีติโดยปุเรชาตปัจจัย.
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นซึ่งหทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ราคะที่เป็นสัปปีติกธรรม เกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ
ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรมโดยปุเรชาตปัจจัย.
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม โดยปุเรชาตปัจจัย
มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาต วัตถุปุเรชาต.
ที่เป็นอารัมมณปุเรชาต ได้แก่ จักขุ ฯลฯ บุคคลพิจารณาเห็นซึ่งหทัยวัตถุ โดยความเป็นของไม่เที่ยง ด้วยจิตที่เป็นอัปปีติกธรรม ฯลฯ ย่อมยินดี ย่อมเพลิดเพลินยิ่ง เพราะปรารภจักขุเป็นต้นนั้น ปีติและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย เกิดขึ้น.
ที่เป็นวัตถุปุเรชาต ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่เป็นสัปปีติกธรรมและปีติ โดยปุเรชาตปัจจัย.
สปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ตีณิ ฯ ... อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย: นว กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: ฉ สหชาตาปิ นานาขณิกาปิ กาตพฺพา เทฺว นานาขณิกา ฯ ... วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย: นว อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: จตฺตาริ อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: จตฺตาริ ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย: นว มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย: จตฺตาริ สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฉ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปญฺจ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฯ สงฺขิตฺตํ ฯ สวิตกฺกทุกสทิสํ กาตพฺพํ ฯ ... นตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย: วิคตปจฺจเยน ปจฺจโย: อวิคตปจฺจเยน ปจฺจโย: นว ฯ
สัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปีติกธรรม โดยปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ นัย.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอาเสวนปัจจัย มี ๙ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยกัมมปัจจัย มี ๖ นัย
สหชาตก็ดี นานาขณิกก็ดี พึงกระทำ นานาขณิก มี ๒ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิปากปัจจัย มี ๙ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอาหารปัจจัย มี ๔ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอินทริยปัจจัย มี ๔ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยฌานปัจจัย มี ๙ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยมัคคปัจจัย มี ๔ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๖ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๕ นัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอัตถิปัจจัย มี ๙ นัย ฯลฯ.
พึงกระทำเหมือนกับสวิตักกทุกะ.
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยนัตถิปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยวิคตปัจจัย
ฯลฯ เป็นปัจจัย โดยอวิคตปัจจัย มี ๙ นัย
เหตุยา จตฺตาริ อารมฺมเณ นว อธิปติยา นว อนนฺตเร นว สมนนฺตเร นว สหชาเต นว อญฺญมญฺเญ นว นิสฺสเย นว อุปนิสฺสเย นว ปุเรชาเต ตีณิ ปจฺฉาชาเต ตีณิ อาเสวเน นว กมฺเม ฉ วิปาเก นว อาหาเร จตฺตาริ อินฺทฺริเย จตฺตาริ ฌาเน นว มคฺเค จตฺตาริ สมฺปยุตฺเต ฉ วิปฺปยุตฺเต ปญฺจ อตฺถิยา นว นตฺถิยา นว วิคเต นว อวิคเต นว ฯ
ในเหตุปัจจัย มีวาระ ๔
ในอารัมมณปัจจัย มี " ๙
ในอธิปติปัจจัย มีวาระ ๙
ในอนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสมนันตรปัจจัย มี " ๙
ในสหชาตปัจจัย มี " ๙
ในอัญญมัญญปัจจัย มี " ๙
ในนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในอุปนิสสยปัจจัย มี " ๙
ในปุเรชาตปัจจัย มี " ๓
ในปัจฉาชาตปัจจัย มี " ๓
ในอาเสวนปัจจัย มี " ๙
ในกัมมปัจจัย มี " ๖
ในวิปากปัจจัย มี " ๙
ในอาหารปัจจัย มี " ๔
ในอินทริยปัจจัย มี " ๔
ในฌานปัจจัย มี " ๙
ในมัคคปัจจัย มี " ๔
ในสัมปยุตตปัจจัย มี " ๖
ในวิปปยุตตปัจจัย มี " ๕
ในอัตถิปัจจัย มี " ๙
ในนัตถิปัจจัย มี " ๙
ในวิคตปัจจัย มี " ๙
ในอวิคตปัจจัย มี " ๙.
สปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส จ อปฺปีติกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อปฺปีติโก ธมฺโม อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย: อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย: อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ อปฺปีติโก ธมฺโม สปฺปีติกสฺส จ อปฺปีติกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สปฺปีติโก จ อปฺปีติโก จ ธมฺมา สปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สปฺปีติโก จ อปฺปีติโก จ ธมฺมา อปฺปีติกสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ สปฺปีติโก จ อปฺปีติโก จ ธมฺมา สปฺปีติกสฺส จ อปฺปีติกสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย: สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย: ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย: ฯ
ปจฺจนียวิภงฺคคณนาปิ สวิตกฺกทุกสทิสา
ยทิปิ น สเมติ อิมํ อนุโลมํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา คเณตพฺพํ
อิตเร เทฺว คณนา คเณตพฺพา ฯ
สปฺปีติกทุกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
สัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย.
สัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปีติกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย.
สัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม โดยอารัมมณปัจจัยเป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย.
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปีติกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัยเป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัย โดยอินทริยปัจจัย.
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย
อัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย
สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรม โดยอารัมมณปัจจัยเป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย.
สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่อัปปีติกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย.
สัปปีติกธรรม และอัปปีติกธรรม เป็นปัจจัยแก่สัปปีติกธรรมและอัปปีติกธรรม โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย.
แม้ปัจจนียวิภังค์ และการนับก็เหมือนกับสวิตักกทุกะ ถ้าหากมีไม่เสมอกัน พึงพิจารณาทุกะนี้ ตามสมควรแล้วพึงนับ การนับทั้งสองนอกนี้ก็พึงนับ.
สัปปีติกทุกะ จบ
จบ ปัญหาวาร