พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · จิตตสัมปยุตตทุกะ
ปัญหาวาร เล่ม ๔๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓๔–๑๕๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๔ ในจิตตสัมปยุตตทุกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ จิตตสัมปยุตตทุกะ ปัญหาวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๓)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๔๓ หน้า ๑๐๒–๑๑๔
ในนฌานปัจจัย มี ๑ วาร
ในนมัคคปัจจัย " ๑ "
ในนวิปปยุตตปัจจัย " ๑ "
(การนับ ๒ วารนอกนี้ก็ดี สัมปยุตตวารก็ดี พึงทำอย่างนี้)
๕๘. จิตตสัมปฺยุตตทุกะ ๗. ปัญหาวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๑๓๔} [๑๖๓] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุต ด้วยจิตโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งสัมปยุตด้วยจิตเป็น ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิต โดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งสัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่ จิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (๒)สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต และที่วิปปยุตจากจิตโดยเหตุปัจจัย คือ สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งสัมปยุต ด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุ ปัจจัยในปฏิสนธิขณะ .... (๓)
อารัมมณปัจจัย
{๑๓๕} [๑๖๔] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุต ด้วยจิตโดยอารัมมณปัจจัย คือ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ แล้วพิจารณากุศลนั้น ยินดีเพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลิน
นั้นราคะจึงเกิดขึ้น ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้แล้ว ในกาลก่อน ... ออกจากฌานแล้วพิจารณาฌาน ... พระอริยะทั้งหลาย ออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค พิจารณาผล ... กิเลสที่ละได้แล้ว กิเลส ที่ข่มได้แล้ว รู้กิเลสที่เคยเกิดขึ้นแล้วในกาลก่อน เห็นแจ้งขันธ์ที่สัมปยุต ด้วยจิตโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น รู้จิตของบุคคล ผู้มีความพรั่งพร้อมด้วยสภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต ด้วยเจโตปริยญาณ อากาสานัญจายตนะเป็นปัจจัยแก่วิญญานัญจายตนะ ... อากิญจัญญายตนะ เป็นปัจจัยแก่เนวสัญญานาสัญญายตนะ ... ขันธ์ทั้งหลาย ที่สัมปยุตด้วยจิต เป็นปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ
เจโตปริยญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ ยถากัมมูปคญาณ อนาคตังสญาณ อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย (๑)[๑๖๕] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุต ด้วยจิตโดยอารัมมณปัจจัย คือ พระอริยะทั้งหลายพิจารณานิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผล อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ทั้งหลายที่วิปปยุตจากจิตโดย ความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฟังเสียง ด้วยทิพยโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ทั้งหลายที่สหรคตด้วยจักขุ วิญญาณ ... โผฏฐัพพายตนะ ... ขันธ์ทั้งหลายที่วิปปยุตตจากจิตเป็น ปัจจัยแก่อิทธิวิธญาณ ปุพเพนิวาสานุสสติญาณ อนาคตังสญาณ (และ) อาวัชชนะโดยอารัมมณปัจจัย (๑)
อธิปติปัจจัย
{๑๓๖} [๑๖๖] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุต ด้วยจิตโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย (และ) สหชาตาธิปติปัจจัย ที่เป็นอารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน
สมาทานศีลรักษาอุโบสถแล้วพิจารณาทานเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่น ยินดีเพลิดเพลิน เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินนั้นให้เป็น อารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น พิจารณากุศลที่ สั่งสมไว้แล้วในกาลก่อน ... ออกจากฌาณ ... พระอริยะทั้งหลายออก จากมรรคแล้วพิจารณามรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น พิจารณาผลให้ เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น บุคคลทำขันธ์ทั้งหลายที่สัมปยุตด้วยจิตให้เป็น อารมณ์อย่างหนักแน่นแล้วยินดีเพลิดเพลิน เพราะทำความยินดีเพลิดเพลิน นั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น ที่เป็น สหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต ขันธ์ทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิต โดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่ สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปทั้งหลายโดยอธิปติปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต และที่วิปปยุตจากจิตโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ สหชาตาธิปติปัจจัย ได้แก่ อธิปติธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและ จิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๓)
[๑๖๗] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุต ด้วยจิตโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย ได้แก่ พระอริยะทั้งหลายพิจารณานิพพานทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น นิพพาน เป็นปัจจัยแก่โคตรภู โวทาน มรรค ผลโดยอธิปติปัจจัย เห็นแจ้งจักษุ ... หทัยวัตถุ ... ขันธ์ที่วิปปยุตจากจิตทำให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่นแล้ว ยินดีเพลิดเพลิน เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินนั้นให้เป็นอารมณ์ อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น (๑)
อนันตราทิปัจจัย
{๑๓๗} [๑๖๘] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุต ด้วยจิตโดยอนันตรปัจจัย คือ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิตที่เกิดก่อน ๆ ... เป็น ปัจจัย แก่ผลสมาบัติโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย เป็น ปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย มี ๗ วาร (เหมือนกับปฏิจจวาร ไม่มีปัญหาฆฏนา) เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัยมี ๖ วาร (เหมือนกับปฏิจจวาร) เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัยมี ๗ วาร (เหมือนกับปัจจยวาร ไม่มีปัญหาฆฏนา)
อุปนิสสยปัจจัย
{๑๓๘} [๑๖๙] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุต ด้วยจิตโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูปนิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ... ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาแล้วให้ทาน ... ก่อมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยศีล ... ความปรารถนา ... สุขทางกาย ... ทุกข์ทางกายแล้วให้ทาน ... ฆ่าสัตว์ ... ทำลายสงฆ์ ศรัทธา ... ทุกข์ทางกายเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ... มรรค ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยปัจจัย อนันตรูป นิสสยปัจจัย ปกตูปนิสสยปัจจัย ... ที่เป็นปกตูปนิสสยปัจจัย ได้แก่ บุคคล อาศัยอุตุ ... โภชนะ ... เสนาสนะแล้วให้ทาน ... ทำลายสงฆ์ อุตุ … โภชนะ ... เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ... ผลสมาบัติโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)
ปุเรชาตปัจจัย
{๑๓๙} [๑๗๐] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุต ด้วยจิตโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุ ปุเรชาตปัจจัย ที่เป็นอารัมมณปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ... หทัยวัตถุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... โทมนัสจึงเกิดขึ้น เห็นรูปด้วยทิพยจักษุ ฟังเสียงด้วยทิพยโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคต ด้วยจักขุวิญญาณ ... โผฏฐัพพายตนะ ... ที่เป็นวัตถุปุเรชาตปัจจัย ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ ... กายายตนะ ... หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิตโดยปุเรชาตปัจจัย (๑)
ปัจฉาชาตปัจจัยและอาเสวนปัจจัย
{๑๔๐} [๑๗๑] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุต จากจิตโดยปัจฉาชาตปัจจัย (ย่อ) มี ๑ วาร เป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจัย มี ๑ วาร
กัมมปัจจัย
{๑๔๑} [๑๗๒] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุต ด้วยจิตโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิก กัมมปัจจัย ที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วยจิตเป็น ปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... ที่เป็น นานาขณิกกัมมปัจจัย คือ เจตนาที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์ ทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิต โดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัย
ที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่ จิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... ที่เป็นนานาขณิกกัมม ปัจจัยได้แก่เจตนาที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลาย โดยกัมมปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต และที่วิปปยุตจากจิตโดยกัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตกัมมปัจจัย นานาขณิกกัมมปัจจัย ที่เป็นสหชาตกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วย จิตเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... ที่เป็นนานาขณิกกัมมปัจจจัย ได้แก่ เจตนาที่สัมปยุตด้วย จิตเป็นปัจจัยแก่วิบากขันธ์และกฏัตตารูปทั้งหลายโดยกัมมปัจจัย (๓)
วิปากปัจจัยและอาหารปัจจัย
{๑๔๒} [๑๗๓] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุต ด้วยจิตโดยวิปากปัจจัย มี ๓ วาร
{๑๔๓} สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต โดยอาหารปัจจัย มี ๓ วาร
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุต จากจิตโดยอาหารปัจจัย คือ กพฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้โดย อาหารปัจจัย (๑)
อินทริยาทิปัจจัย
{๑๔๔} [๑๗๔] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุต ด้วยจิตโดยอินทริยปัจจัย มี ๓ วาร
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิต โดยอินทริยปัจจัยคือรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดย อินทริยปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต โดยอินทริยปัจจัยคือจักขุนทรีย์เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วย จักขุวิญญาณโดยอินทริยปัจจัย … กายินทรีย์ ... (๒)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตและที่วิปปยุตจากจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่สัมปยุตด้วยจิตโดยอินทริยปัจจัยคือจักขุนทรีย์และอุเปกขินทรีย์เป็น ปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณโดยอินทริยปัจจัย ... กายินทรีย์และสุขินทรีย์ ... กายินทรีย์และทุกขินทรีย์เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วย กายวิญญาณโดยอินทริยปัจจัย (๑)
เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย มี ๓ วารเป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัยมี ๓ วาร เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๑ วาร
วิปปยุตตปัจจัย
{๑๔๕} [๑๗๕] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุต จากจิตโดยวิปปยุตตปัจจัยมี ๒ อย่างคือสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย (ย่อ) (๑)
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาต วิปปยุตตปัจจัย ที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิตโดยวิปปยุตตปัจจัยที่เป็น ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วย จักขุวิญญาณโดยวิปปยุตตปัจจัย ... กายายตนะ ... หทัยวัตถุเป็นปัจจัย แก่ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิตโดยวิปปยุตตปัจจัย (๑)
อัตถิปัจจัย
{๑๔๖} [๑๗๖] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุต ด้วยจิตโดยอัตถิปัจจัย มี ๑ วาร (เหมือนกับปฏิจจวาร) (๑)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิต โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย (ย่อ) (๒)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต และที่วิปปยุตจากจิตโดยอัตถิปัจจัย (เหมือนกับปฏิจจวาร) (๓)
[๑๗๗] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจาก จิตโดยอัตถิปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัย (ย่อ) (๑)
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ที่เป็น สหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ สัมปยุตด้วยจิตโดยอัตถิปัจจัย ที่เป็นปุเรชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ บุคคลเห็น แจ้งจักษุ … หทัยวัตถุโดยความเป็นสภาวะไม่เที่ยง ... (เหมือนกับปุเรชาต วิปปยุตตปัจจัย) (๒)[๑๗๘] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตและที่วิปปยุตจากจิตเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิ ปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและจักขายตนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณและกายายตนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... ขันธ์ ๑ ที่สัมปยุตด้วยจิตและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... ขันธ์ ๒ ... ใน ปฏิสนธิขณะ ... (๑)
สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตและที่วิปปยุตจากจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่วิปปยุตจากจิตโดยอัตถิปัจจัยมี ๔ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัย ที่เป็นสหชาต อัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิตและมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัย แก่จิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิตและกพฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ โดยอัตถิปัจจัย ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สัมปยุตด้วยจิต และรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย (๒)
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
{๑๔๗} [๑๗๙] ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร
ในอารัมมณปัจจัย " ๒ "
ในอธิปติปัจจัย " ๔ "
ในอนันตรปัจจัย " ๑ "
ในสมนันตรปัจจัย " ๑ "
ในสหชาตปัจจัย " ๗ "
ในอัญญมัญญปัจจัย " ๖ "
ในนิสสยปัจจัย " ๗ "
ในอุปนิสสยปัจจัย " ๒ "
ในปุเรชาตปัจจัย " ๑ "
ในปัจฉาชาตปัจจัย " ๑ "
ในอาเสวนปัจจัย " ๑ "
ในกัมมปัจจัย " ๓ "
ในวิปากปัจจัย " ๓ "
ในอาหารปัจจัย มี ๔ วาร
ในอินทริยปัจจัย " ๖ "
ในฌานปัจจัย " ๓ "
ในมัคคปัจจัย " ๓ "
ในสัมปยุตตปัจจัย " ๑ "
ในวิปปยุตตปัจจัย " ๒ "
ในอัตถิปัจจัย " ๗ "
ในนัตถิปัจจัย " ๑ "
ในวิคตปัจจัย " ๑ "
ในอวิคตปัจจัย " ๗ "
จบ อนุโลม
๒. ปัจจนียุทธาร
{๑๔๘} [๑๘๐] สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุต ด้วยจิตโดยอารัมมณปัจจัยเป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัยเป็นปัจจัย โดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุตจาก จิตโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต และที่วิปปยุตจากจิตโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย (๓)[๑๘๑] สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่วิปปยุต จากจิตโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิต โดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสย ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตและที่วิปปยุตจากจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่สัมปยุตด้วยจิตโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่สัมปยุตด้วยจิตและที่วิปปยุตจากจิตเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรม ที่วิปปยุตจากจิตโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย (๒)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
{๑๔๙} [๑๘๒] ในนเหตุปัจจัย มี ๗ วาร
ในนอารัมมณปัจจัย " ๗ "
ในนอธิปติปัจจัย " ๗ "
ในนอนันตรปัจจัย " ๗ "
ในนสมนันตรปัจจัย " ๗ "
ในนสหชาตปัจจัย " ๖ "
ในนอัญญมัญญปัจจัย " ๖ "
ในนนิสสยปัจจัย " ๖ "
ในนอุปนิสสยปัจจัย " ๗ "
ในนปุเรชาตปัจจัย " ๗ "
(ในทุก ๆ ปัจจัยมีปัจจัยละ ๗ วาร)
ในนสัมปยุตตปัจจัย มี ๖ วาร
ในนวิปปยุตตปัจจัย " ๕ "
ในโนอัตถิปัจจัย มี ๔ วาร
ในโนนัตถิปัจจัย " ๗ "
ในโนวิคตปัจจัย " ๗ "
ในโนอวิคตปัจจัย " ๔ "
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
{๑๕๐} [๑๘๓] ในนอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาร
ในนอธิปติปัจจัย " " ๓ "
ในนอนันตรปัจจัย " " ๓ "
ในนสมนันตรปัจจัย " " ๓ "
ในนอัญญมัญญปัจจัย " " ๑ "
ในนอุปนิสสยปัจจัย " " ๓ "
(ในทุก ๆ ปัจจัยมีปัจจัยละ ๓ วาร)
ในนสัมปยุตตปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๑ วาร
ในนวิปปยุตตปัจจัย " " ๑ "
ในโนนัตถิปัจจัย " " ๓ "
ในโนวิคตปัจจัย " " ๓ "
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
{๑๕๑} [๑๘๔] ในอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๒ วาร
ในอธิปติปัจจัย " " ๔"
(พึงทำแม่บทไปตามลำดับ) ...
ในอวิคตปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๗ "
จบ จิตตสัมปยุตตทุกะ
๕๙. จิตตสังสัฏฐทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจจัย
{๑๕๒} [๑๘๕] สภาวธรรมที่ระคนกับจิตอาศัยสภาวธรรมที่ระคนกับจิตเกิดขึ้น เพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตอาศัยสภาวธรรมที่ระคนกับจิตเกิดขึ้นเพราะ เหตุปัจจัยคือจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ที่ระคนกับจิตเกิดขึ้น ... ใน ปฏิสนธิขณะ (๒)
(จิตตสัมปยุตตทุกะฉันใด ก็พึงทำจิตตสังสัฏฐทุกะฉันนั้น ไม่มีข้อที่แตกต่างกัน)
จบ จิตตสังสัฏฐทุกะ
๖๐. จิตตสมุฏฐานทุกะ ๑. ปฏิจจวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๑๕๓} [๑๘๖] สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานอาศัยสภาวธรรมที่มีจิตเป็น สมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ และจิตตสมุฏฐานรูปอาศัยขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... มหาภูตรูป ๑ ... จิตตสมุฏฐานรูปที่เป็นอุปาทายรูปอาศัย มหาภูตรูปทั้งหลายเกิดขึ้น ... (๑)
จบ ปัญหาวาร