arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ

ปัญหาวาร เล่ม ๔๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๔๐–๒๕๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๔ ในจิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ปัญหาวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๓)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๔๓ หน้า ๑๘๘–๑๙๙

หน้า ๑๘๘

๖๓.จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ ๗.ปัญหาวาร

๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร

เหตุปัจจัย

{๒๔๐} [๓๐๐] สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและทีมจิตเป็นสมุฏฐานโดยเหตุปัจจัย คือ สภาว ธรรมที่เป็นเหตุที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตต ขันธ์ทั้งหลายโดยเหตุปัจจัย คือ ในปฏิสนธิขณะ ... (พึงทำตามมูลบท) สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่จิต และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (พึงทำตามมูลบท) สภาวธรรมที่เป็นเหตุซึ่งระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย จิตและจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ... (๓)

อารัมมณปัจจัย

{๒๔๑} [๓๐๑] สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอารัมมณปัจจัย คือ เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานขันธ์ทั้งหลาย ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น (พึงทำตามมูลบท) ปรารภ ขันธ์ทั้งหลายที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานจิตเกิดขึ้น (พึงทำตาม มูลบท) เพราะปรารภขันธ์ทั้งหลายที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายเกิดขึ้น (๓)สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอารัมมณปัจจัย คือ

หน้า ๑๘๙

พระอริยะทั้งหลายออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรค … พิจารณานิพพาน นิพพานเป็นปัจจัยแก่โคตรภู ... (ย่อ พึงทำเหมือนอารัมมณปัจจัยในจิตต สหภูทุกะไม่มีข้อแตกต่างกัน แม้วารก็มี ๙ วาร)

อธิปติปัจจัย

{๒๔๒} [๓๐๒] สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มืจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย มี ๓ วาร (แม้อธิปติปัจจัย ก็พึงทำให้เป็น ๒ วาร) (๓)สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย สหชาตาธิปติปัจจัย มี ๓ วาร (แม้อธิป ติปัจจัยก็พึงทำให้เป็น ๒ วาร) (๓)สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ไม่ระคนกับจิต และที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิต เป็นสมุฏฐานโดยอธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติปัจจัย (พึง ทำเฉพาะอธิปติปัจจัยเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แม้วารก็มี ๙ วาร พึงทำให้ เหมือนจิตตสหภูทุกะ ไม่มีข้อแตกต่างกัน)

อนันตราทิปัจจัย

{๒๔๓} [๓๐๓] สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอนันตรปัจจัย (แม้วาร ก็มี ๙ วาร เหมือนกับจิตตสหภูทุกะ)

หน้า ๑๙๐

เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย มี ๙วาร เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย มี ๙ วาร (เหมือนกับปฏิจจวาร) เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาร (เหมือนกับปฏิจจวาร) เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย มี ๙ วาร (เหมือน กับปัจจยวาร) เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย (แม้วารก็มี ๙ วาร เหมือน กับจิตตสหภูทุกะ ไม่มีข้อแตกต่างกัน)

ปุเรชาตาทิปัจจัย

{๒๔๔} [๓๐๔] สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดย ปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตปัจจัย วัตถุปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาร (เหมือนกับจิตตสหภูทุกะ ไม่มีข้อแตกต่างกัน){๒๔๕} สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยปัจฉาชาตปัจจัย (เหมือนกับจิตตสหภูทุกะ ไม่มีข้อแตกต่างกัน แม้ปัจฉาชาตปัจจัยก็มี ๓ วาร มี ๒ วาร ฆฏนาข้อที่ ๑ มีเพียงมูลเดียว) เป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาร

กัมมาทิปัจจัย

{๒๔๖} [๓๐๕] สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยกัมมปัจจัย มี ๓ วาร

(เหมือนกับจิตตสหภูทุกะ ไม่มีข้อแตกต่างกัน แม้สหชาตกัมมปัจจัย และนานาขณิกกัมมปัจจัย ก็มี ๓ วาร)

หน้า ๑๙๑

เป็นปัจจัยโดยวิปากปัจจัย มี ๙ วาร

เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย มี ๙ วาร (เหมือนกับบาลีที่กล่าวไว้แล้ว ในจิตตสหภูทุกะ กพฬิงการาหารมีอย่างเดียวเท่านั้น)

เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย มี ๙ วาร

เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย " ๓ "

เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย " ๓ "

เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย " ๕ "

วิปปยุตตปัจจัย

{๒๔๗} [๓๐๖] สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย (ย่อ) (๑)

สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาต วิปปยุตตปัจจัย (ย่อ) (๑)

สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตตปัจจัย ปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็นสหชาต วิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ระคน กับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยวิปปยุตตปัจจัยที่เป็นปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ จักขายตนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณโดยวิปปยุตต ปัจจัย ... กายายตนะ ... หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ระคนกับจิตและที่ มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยวิปปยุตตปัจจัย (๒)

หน้า ๑๙๒

สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ไม่ระคนกับจิตและที่ ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตวิปปยุตต ปัจจัยปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็นสหชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ ใน ปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลาย โดยวิปปยุตตปัจจัย ที่เป็นปุเรชาตวิปปยุตตปัจจัย ได้แก่ จักขายตนะ เป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยวิปปยุตตปัจจัย ... กายายตนะ ... หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดย วิปปยุตตปัจจัย (๓)สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ไม่ระคนกับจิต และที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาต วิปปยุตตปัจจัย ปัจฉาชาตวิปปยุตตปัจจัย (ย่อ)

อัตถิปัจจัย

{๒๔๘} [๓๐๗] สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย (เหมือนกับปฏิจจวาร)

สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่างคือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย (ย่อ)

สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ไม่ระคนกับจิตและ ที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย (เหมือนกับปฏิจจวาร) (๓)

หน้า ๑๙๓

สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิปัจจัย (เหมือนกับปุเรชาตปัจจัย พึงขยาย ปุเรชาตอัตถิปัจจัยทั้งหมดย่อไว้แล้ว ให้พิสดาร) (๑)

สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ จิตเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ จิต เป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัยที่ป็น ปุเรชาตอัตถิปัจจัย (เหมือนกับปุเรชาตปัจจัย ไม่มีข้อแตกต่างกัน) (๒)สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน

ทั้งที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ จิตเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ จิตเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และกฏัตตารูปทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย ที่เป็น ปุเรชาตอัตถิปัจจัย (เหมือนกับปุเรชาตปัจจัย) (๓)[๓๐๘]สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วย จักขุวิญญาณและจักขายตนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... ขันธ์ ๒ ... ขันธ์ ๑ ที่

หน้า ๑๙๔

สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและจักขายตนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ ... ขันธ์ ๒ ... ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ... ขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็น สมุฏฐานและจิตเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ... ขันธ์ ๑ ที่ ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ โดย อัตถิปัจจัย ... ขันธ์ ๒ ... (แม้ในปฏิสนธิขณะก็พึงทำให้เป็น ๒ วาร) (๑)

สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ไม่ระคนกับจิต และที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย อาหารอัตถิปัจจัย อินทริยอัตถิ ปัจจัย ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและจักขายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณโดยอัตถิปัจจัย ... ขันธ์ที่สหรคตด้วย กายวิญญาณ ... ขันธ์ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและจิตเป็น ปัจจัยแก่รูปที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและมหาภูตรูปทั้งหลายเป็นปัจจัยแก่รูป

ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่จิตโดยอัตถิปัจจัย (ในปฏิสนธิขณะพึงทำให้เป็น ๓ วาร) ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและจิตเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่ไม่ระคน กับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานที่เกิดก่อนโดยอัตถิปัจจัย ที่เป็น ปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน จิต และกพฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็น สมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย ที่เป็นปัจฉาชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ระคนกับ จิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานจิตและรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่กฏัตตารูป ทั้งหลายโดยอัตถิปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ไม่ระคนกับจิต

หน้า ๑๙๕

และที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิต เป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตอัตถิปัจจัย ปุเรชาตอัตถิปัจจัย ที่เป็น สหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและจักขาย ตนะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์๒ และจักขุวิญญาณโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒... ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ... ที่เป็นสหชาตอัตถิปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและจิตเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตต สมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ...ขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็น สมุฏฐานและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๒ และจิตโดยอัตถิปัจจัย ขันธ์ ๒ ... (แม้ในปฏิสนธิขณะก็พึงทำให้เป็น ๒ วาร) (๓)

๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร

สุทธนัย

{๒๔๙} [๓๐๙] ในเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

ในอารัมมณปัจจัย " ๙ "

ในอธิปติปัจจัย " ๙ "

ในอนันตรปัจจัย " ๙ "

ในสมนันตรปัจจัย " ๙ "

ในสหชาตปัจจัย " ๙ "

ในอัญญมัญญปัจจัย " ๙ "

ในนิสสยปัจจัย " ๙ "

ในอุปนิสสยปัจจัย " ๙ "

ในปุเรชาตปัจจัย " ๓ "

ในปัจฉาชาตปัจจัย " ๓ "

หน้า ๑๙๖

ในอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาร

ในกัมมปัจจัย " ๓ "

ในวิปากปัจจัย " ๙ "

ในอาหารปัจจัย " ๙ "

ในอินทริยปัจจัย " ๙ "

ในฌานปัจจัย " ๓ "

ในมัคคปัจจัย " ๓ "

ในสัมปยุตตปัจจัย " ๕ "

ในวิปปยุตตปัจจัย " ๕ "

ในอัตถิปัจจัย " ๙ "

ในนัตถิปัจจัย " ๙ "

ในวิคตปัจจัย " ๙ "

ในอวิคตปัจจัย " ๙ "

จบ อนุโลม

๒. ปัจจนียุทธาร

{๒๕๐} [๓๑๐] สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เป็นปัจจัย แก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัยเป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย กัมมปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย (๒)

หน้า ๑๙๗

สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยกัมมปัจจัย (๓)[๓๑๑] สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็น ปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดย อารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอินทริยปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดย ปุเรชาตปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่ สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย (๓)[๓๑๒] สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ไม่ระคน กับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย (๑)

สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ไม่ระคนกับจิต และที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่ระคนกับจิตและที่ ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอารัมมณปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็น

หน้า ๑๙๘

ปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย (๒)

สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ไม่ระคนกับจิต และที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเป็นปัจจัยกับสภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิต เป็นสมุฏฐาน ทั้งที่ไม่ระคนกับจิตและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานโดยอารัมมณ ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)

๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร

{๒๕๑} [๓๑๓] ในนเหตุปัจจัย มี ๙ วาร

ในนอารัมมณปัจจัย " ๙ "

(ในทุก ๆ ปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาร)

ในโนอวิคตปัจจัย มี ๙ วาร

๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ

{๒๕๒} [๓๑๔] ในนอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๓ วาร

ในนอธิปติปัจจัย " " ๙ "

ในนอนันตรปัจจัย " " ๓ "

ในนสมนันตรปัจจัย " " ๓ "

ในนอัญญมัญญปัจจัย " " ๑ "

ในนอุปนิสสยปัจจัย " " ๓ "

(ในทุก ๆปัจจัยมีปัจจัยละ ๓ วาร)

ในนสัมปยุตตปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๑ วาร

ในนวิปปยุตตปัจจัย " " ๓ "

ในโนนัตถิปัจจัย " " ๓ "

ในโนวิคตปัจจัย " " ๓ "

หน้า ๑๙๙

๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม

{๒๕๓} [๓๑๕] ในอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๙ วาร

ในอธิปติปัจจัย " " ๙ "

(ในทุก ๆ ปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาร พึงทำแม่บทตามลำดับ)

จบ จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะ

๖๔. จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูทุกะ ๑. ปฏิจจวาร

เหตุปัจจัย

{๒๕๔} [๓๑๖] สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่เกิดร่วม กับจิตอาศัยสภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่เกิดร่วม กับจิตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ระคนกับจิตและที่ มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่เกิดร่วมกับจิตเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ อาศัยขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ...ในปฏิสนธิขณะ ... (จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานทุกะฉันใด แม้ทุกะนี้ก็ฉันนั้น ไม่มีข้อแตกต่างกัน)

จบ จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานสหภูทุกะ

๖๕.จิตตสังสัฏฐสมุฏฐานานุปริวัตติทุกะ ๑.ปฏิจจวาร

เหตุปัจจัย

{๒๕๔} [๓๑๗] สภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่เกิดคล้อย ตามจิตอาศัยสภาวธรรมที่ระคนกับจิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่เกิด คล้อยตามจิตเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ อาศัยขันธ์ ๑ ที่ระคนกับ จิตและที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่เกิดคล้อยตามจิตเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ อาศัย ขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ...

จบ ปัญหาวาร