พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · จิตตสมุฏฐานทุกะ
ปัจจยวาร เล่ม ๔๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๑–๑๖๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๔ ในจิตตสมุฏฐานทุกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ จิตตสมุฏฐานทุกะ ปัจจยวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๓)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๔๓ หน้า ๑๒๔–๑๒๙
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
{๑๖๐} [๒๐๐] ในอารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๙ วาร
ในอนันตรปัจจัย " " ๙ "
ในสมนันตรปัจจัย " " ๙ "
ในปุเรชาตปัจจัย " " ๕ "
ในอาเสวนปัจจัย " " ๕ "
ในฌานปัจจัย " " ๓ "
ในมัคคปัจจัย " " ๓ "
ในอวิคตปัจจัย " " ๙ "
(สหชาตวารเหมือนกับปฏิจจวาร)
๖๐. จิตตสมฏฐานทุกะ ๓. ปัจจยวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
{๑๖๑} [๒๐๑] สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย มี ๓ วาร (เหมือนกับปฏิจจวาร) สภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ จิตทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (เหมือนกับปฏิจจวาร) (๑)สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายและจิตต สมุฏฐานรูปทำจิตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานทำหทัยวัตถุ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... (แม้ในปฏิสนธิขณะก็พึงทำให้เป็น ๒ วาร) (๒)
สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรม ที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ จิตและ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... ขันธ์ ๑ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... (เหมือนกับปฏิจจวาร) (๓)
[๒๐๒] สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ทำสภาวธรรมที่มีจิตเป็น สมุฏฐานและทีไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและจิตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... (ในปฏิสนธิขณะ แม้ ๒ วาร ก็เหมือนกับปฏิจจวาร) (๑)สภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน และที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ จิตทำ ขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... (ในปฏิสนธิ ขณะก็พึงทำให้เป็น ๓ วาร เหมือนกับปฏิจจวาร) (๒)
สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรม ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะเหตุ ปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ และจิตทำขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและหทัยวัตถุ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... (ใน ปฏิสนธิขณะก็พึงทำให้เป็น ๒ วารเหมือนกับ ปฏิจจวาร) (๓)
อารัมมณปัจจัย
{๑๖๒} [๒๐๓] สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัยมี ๓ วาร (เหมือนกับ ปฏิจจวาร)
สภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือ จักขุวิญญาณทำจักขายตนะ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... กายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... จิตทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... (๑)
สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณ ทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ขันธ์ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณทำกายายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายทำจิตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... (ในปฏิสนธิขณะก็พึงทำให้เป็น ๒ วาร) (๒)สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรม ที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือ จักขุ วิญญาณ และสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายทำจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
... กายายตนะ ... จิตและสัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายทำหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๓)[๒๐๔] สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน และที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและจิตให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ ทำขันธ์ ๒ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๒ ทำขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและหทัยวัตถุ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... (แม้ใน ปฏิสนธิขณะก็พึงทำให้เป็น ๒ วาร) (๑)สภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน และที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะอารัมมณปัจจัย คือ จักขุ วิญญาณทำขันธ์ที่สหรคตด้วยจักขุวิญญาณและจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น
… ขันธ์ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ... จิตทำขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและ หทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๒)
สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรม ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะ อารัมมณปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ และจักขุวิญญาณทำขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วย จักขุวิญญาณและจักขายตนะให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ ที่สหรคตด้วยกายวิญญาณ ... ขันธ์ ๒ และจิต ทำขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและหทัยวัตถุให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ ทำขันธ์ ๒ ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๓) (ย่อ)
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
{๑๖๓} [๒๐๕] ในเหตุปัจจัย มี ๙ วาร
ในอารัมมณปัจจัย " ๙ "
ในอธิปติปัจจัย " ๙ "
(ในทุก ๆ ปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาร)
ในอวิคตปัจจัย มี ๙ วาร
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๑. วิภังควาร
นเหตุปัจจัย
{๑๖๔} [๒๐๖] สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานทำสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน ให้เป็นปัจจัยเกิดขึ้นเพราะนเหตุปัจจัย (แม้ทั้ง ๙ วารก็พึงทำให้ครบเหมือน กับปฏิจจวารถึงปัญจวิญญาณก็พึงทำโมหะมีเพียง ๓ วาร เท่านั้น)
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
{๑๖๕} [๒๐๗] ในนเหตุปัจจัย มี ๙ วาร
ในนอารัมมณปัจจัย " ๖ "
ในนอธิปติปัจจัย " ๙ "
ในนอนันตรปัจจัย " ๖ "
ในนสมนันตรปัจจัย " ๖ "
ในนอัญญมัญญปัจจัย " ๖ "
ในนอุปนิสสยปัจจัย " ๖ "
ในนปุเรชาตปัจจัย " ๙ "
ในนปัจฉาชาตปัจจัย " ๙ "
ในนอาเสวนปัจจัย " ๙ "
ในนกัมมปัจจัย " ๔ "
ในนวิปากปัจจัย " ๙ "
ในนอาหารปัจจัย " ๑ "
ในนอินทริยปัจจัย " ๑ "
ในนฌานปัจจัย " ๙ "
ในนมัคคปัจจัย " ๙ "
ในนสัมปยุตตปัจจัย " ๖ "
ในนวิปปยุตตปัจจัย " ๖ "
ในโนนัตถิปัจจัย " ๖ "
ในโนวิคตปัจจัย " ๖ "
(การนับ ๒ วารนอกนี้ก็ดี นิสสยวารก็ดีก็พึงทำอย่างนี้)
๖๐. จิตตสมุฏฐานทุกะ ๕. สังสัฏฐวาร
๑. ปัจจยานุโลมาทิปัจจัย
{๑๖๖} [๒๐๘] สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานระคนกับสภาวธรรมที่มีจิตเป็น สมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ ระคนกับขันธ์ ๑ ที่มีจิต เป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ ระคนกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ … (๑)สภาวธรรมที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานระคนกับสภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐาน เกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ จิตระคนกับขันธ์ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๒)
สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานระคนกับ สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ และ จิตระคนกับขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้น ขันธ์ ๑ ระคนกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๓)[๒๐๙] สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานระคนกับสภาวธรรมที่ไม่มีจิต เป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ สัมปยุตตขันธ์ทั้งหลายระคนกับ จิตเกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (๑)
สภาวธรรมที่มีจิตเป็นสมุฏฐานระคนกันสภาวธรรมที่มีจิตเป็น สมุฏฐานและที่ไม่มีจิตเป็นสมุฏฐานเกิดขึ้นเพราะเหตุปัจจัย คือ ขันธ์ ๒ ระคนกับขันธ์ ๑ ที่มีจิตเป็นสมุฏฐานและจิตเกิดขึ้น ... ขันธ์ ๑ ระคนกับขันธ์ ๒ เกิดขึ้น ... ในปฏิสนธิขณะ ... (ย่อ) (๑)
{๑๖๗} ในเหตุปัจจัย มี ๕ วาร
ในอารัมมณปัจจัย " ๕ "
(ในทุก ๆ ปัจจัยมีปัจจัยละ ๕ วาร)
จบ ปัจจยวาร