พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน · กิเลสทุกะ
ปัญหาวาร เล่ม ๔๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๙๔–๕๐๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๔ ในกิเลสทุกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
เหตุ
๗๕. กิเลสทุกะ ๗. ปัญหาวาร
๑. ปัจจยานุโลม ๑. วิภังควาร
เหตุปัจจัย
พระอภิธรรมปิฎก ปัฏฐาน ปัฏฐานปกรณ์ ภาค ๔ กิเลสทุกะ ปัญหาวาร (ฉบับหลวง เล่ม ๔๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๔๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๙ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๔๓)
บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๔๓ หน้า ๒๓๘–๒๔๗ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๔๓ หน้า ๓๖๐–๓๗๒
กิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. กิเลสา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ กิเลสานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. (มูลํ ปุจฺฉิตพฺพํ.) กิเลสา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานา-นญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. (มูลํ ปุจฺฉิตพฺพํ.) กิเลสา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กิเลสานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)
โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. โนกิเลสา เหตู สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ เหตุปจฺจเยน ปจฺจโย. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ (๑)
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตกิเลสโดยเหตุปัจจัย (พึงอ้างบทที่เป็นมูล) เหตุที่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย (พึงอ้าง บทที่เป็นมูล) เหตุที่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ กิเลส และจิตตสมุฏฐานรูป โดยเหตุปัจจัย (๓)สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสโดยเหตุปัจจัย ได้แก่ เหตุที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และจิตตสมุฏฐานรูปโดยเหตุปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ (๑)
อารมฺมณ กิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. กิเลเส อารพฺภ กิเลสา อุปฺปชฺชนฺติ. (มูลํ ปุจฺฉิตพฺพํ.) กิเลเส อารพฺภ โนกิเลสา ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ. (มูลํ ปุจฺฉิตพฺพํ.) กิเลเส อารพฺภ กิเลสา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ. (๓)
อารัมมณปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสโดย อารัมมณปัจจัย ได้แก่ เพราะปรารภกิเลส กิเลสจึงเกิดขึ้น (พึงอ้างบทที่เป็นมูล) เพราะปรารภกิเลส สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสจึงเกิดขึ้น (พึงอ้างบทที่เป็นมูล) เพราะปรารภกิเลส กิเลสและสัมปยุตตขันธ์จึงเกิดขึ้น (๓)
โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. ทานํ ฯเปฯ สีลํ ฯเปฯ อุโปสถกมฺมํ ฯเปฯ ปุพฺเพ สุจิณฺณานิ ฯเปฯ ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฌานํ ปจฺจเวกฺขติ, อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ อารพฺภ ราโค ฯเปฯ ทิฏฺฐิ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉา ฯเปฯ อุทฺธจฺจํ ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา ฯเปฯ ผลสฺส, อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. จกฺขุํ ฯเปฯ วตฺถุํ โนกิเลเส ขนฺเธ อนิจฺจโต ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ. ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ ฯเปฯ อนาคตํสญาณสฺส, อาวชฺชนาย อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)
โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. ทานํ ฯเปฯ ฌานา วุฏฺฐ- หิตฺวา ฌานํ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ อารพฺภ ราโค ฯเปฯ ทิฏฺฐิ ฯเปฯ วิจิกิจฺฉา ฯเปฯ อุทฺธจฺจํ อุปฺปชฺชติ. ฌาเน ปริหีเน วิปฺปฏิสาริสฺส โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. จกฺขุํ ฯเปฯ วตฺถุํ โนกิเลเส ขนฺเธ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ อารพฺภ ราโค ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. (๒)
โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. ทานํ ฯเปฯ ฌานา วุฏฺฐหิตฺวา ฯเปฯ จกฺขุํ ฯเปฯ วตฺถุํ โนกิเลเส ขนฺเธ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ อารพฺภ กิเลสา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ. (๓)
กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. ตีณิ.
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสโดย อารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถ ฯลฯ พิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ฯลฯ ออกจากฌานแล้ว พิจารณาฌาน ยินดี เพลิดเพลิน เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินฌานนั้น ราคะ ฯลฯ ทิฏฐิ ฯลฯ วิจิกิจฉา ฯลฯ อุทธัจจะ ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น พระอริยะออกจากมรรค ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่ผลและอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ และขันธ์ที่ไม่เป็นกิเลสโดยเป็นสภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็น รูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วยทิพพโสตธาตุ ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่อนาคตังสญาณ และอาวัชชนจิตโดยอารัมมณปัจจัย
(๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน ฯลฯ ออกจากฌานแล้ว ยินดีเพลิดเพลินฌาน เพราะ ปรารภความยินดีเพลิดเพลินฌานนั้น ราคะ ฯลฯ ทิฏฐิ ฯลฯ วิจิกิจฉา ฯลฯ อุทธัจจะจึงเกิดขึ้น เมื่อฌานเสื่อมแล้ว โทมนัสจึงเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้มีความเดือดร้อน บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ และขันธ์ที่ไม่เป็นกิเลส เพราะปรารภ ความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น (๒)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่ไม่เป็น กิเลสโดยอารัมมณปัจจัย ได้แก่ บุคคลให้ทาน ฯลฯ ออกจากฌาน ฯลฯ ยินดี เพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ และขันธ์ที่ไม่เป็นกิเลส เพราะปรารภความยินดี เพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น กิเลสและสัมปยุตตขันธ์จึงเกิดขึ้น (๓)
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลส โดยอารัมมณปัจจัย มี ๓ วาระ
อธิปติ กิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณาธิปติ: กิเลเส ครุํ กตฺวา กิเลสา อุปฺปชฺชนฺติ. ตีณิ. (อารมฺมณาธิปติเยว.) (๓)
โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณาธิปติ, สหชาตาธิปติ. อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ฯเปฯ สีลํ ฯเปฯ อุโปสถกมฺมํ กตฺวา ตํ ครุํ กตฺวา ปจฺจเวกฺขติ, อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ. ทิฏฺฐิ อุปฺปชฺชติ. ปุพฺเพ ฯเปฯ ฌานา ฯเปฯ อริยา มคฺคา วุฏฺฐหิตฺวา มคฺคํ ครุํ กตฺวา ฯเปฯ ผลสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. จกฺขุํ ฯเปฯ วตฺถุํ โนกิเลเส ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ. ทิฏฺฐิ ฯเปฯ สหชาตาธิปติ: โนกิเลสา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)
โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณาธิปติ, สหชาตาธิปติ. อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ฯเปฯ ฌานํ ฯเปฯ จกฺขุํ ฯเปฯ วตฺถุํ โนกิเลเส ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ ครุํ กตฺวา ราโค อุปฺปชฺชติ. ทิฏฺฐิ ฯเปฯ สหชาตาธิปติ: โนกิเลสา อธิปติ สมฺปยุตฺต-กานํ กิเลสานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)
โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณาธิปติ, สหชาตาธิปติ. อารมฺมณาธิปติ: ทานํ ฯเปฯ ฌานํ ฯเปฯ จกฺขุํ ฯเปฯ วตฺถุํ โนกิเลเส ขนฺเธ ครุํ กตฺวา อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ ครุํ กตฺวา กิเลส า จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ. สหชาตาธิปติ: โนกิเลสา อธิปติ สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กิเลสานญฺจ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)
กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อธิปติปจฺจเยน ปจฺจโย. ตีณิ. (อารมฺมณาธิปติเยว.) (๓)
อธิปติปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสโดย อธิปติปัจจัย มีอย่างเดียว คือ อารัมมณาธิปติ ได้แก่ เพราะทำกิเลสให้เป็น อารมณ์อย่างหนักแน่น กิเลสจึงเกิดขึ้น มี ๓ วาระ (มีเฉพาะอารัมมณาธิปติปัจจัย เท่านั้น) (๓)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ
อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน สมาทานศีล รักษาอุโบสถแล้ว พิจารณากุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ยินดีเพลิดเพลิน เพราะทำความ ยินดีเพลิดเพลินกุศลนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิจึงเกิดขึ้น บุคคลพิจารณากุศลที่เคยสั่งสมไว้ดีแล้ว ฯลฯ ออกจากฌาน ฯลฯ พระอริยะ ออกจากมรรคแล้วพิจารณามรรคให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่ผลโดยอธิปติปัจจัย บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ และขันธ์ที่ไม่เป็น กิเลสให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะจึงเกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ
สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสโดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ
อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน ฯลฯ พิจารณาฌาน ฯลฯ ยินดี เพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ และขันธ์ที่ไม่เป็นกิเลสให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น ราคะ จึงเกิดขึ้น ทิฏฐิ ฯลฯ
สหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตกิเลส โดยอธิปติปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลส โดยอธิปติปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณาธิปติและสหชาตาธิปติ
อารัมมณาธิปติ ได้แก่ บุคคลให้ทาน ฯลฯ พิจารณาฌาน ฯลฯ ยินดี เพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ และขันธ์ที่ไม่เป็นกิเลสให้เป็นอารมณ์อย่าง หนักแน่น เพราะทำความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้นให้เป็นอารมณ์อย่างหนักแน่น กิเลสและสัมปยุตตขันธ์จึงเกิดขึ้นสหชาตาธิปติ ได้แก่ อธิบดีธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ กิเลสและจิตตสมุฏฐานรูปโดยอธิปติปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลส โดยอธิปติปัจจัย มี ๓ วาระ (มีเฉพาะอารัมมณาธิปติปัจจัยเท่านั้น) (๓)
อนนฺตราทิ กิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุริมา ปุริมา กิเลสา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ กิเลสานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. (มูลํ กาตพฺพํ.) ปุริมา ปุริมา กิเลสา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ โนกิเลสานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. กิเลสา วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. (มูลํ กาตพฺพํ.) ปุริมา ปุริมา กิเลสา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ กิเลสานํ สมฺปยุตฺตกา-นญฺจ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)
อนันตรปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสโดย อนันตรปัจจัย ได้แก่ กิเลสที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่กิเลสที่เกิดหลัง ๆ โดย อนันตรปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) กิเลสที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่เป็น กิเลสซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย กิเลสเป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะโดยอนันตรปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) กิเลสที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่กิเลสและสัมปยุตตขันธ์ที่เกิด หลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๓)
โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุริมา ปุริมา โนกิเลสา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ โนกิเลสานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย ฯเปฯ ผลสมาปตฺติยา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. (มูลํ กาตพฺพํ.) ปุริมา ปุริมา โนกิเลสา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ กิเลสานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. อาวชฺชนา กิเลสานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. (มูลํ กาตพฺพํ.) ปุริมา ปุริมา โนกิเลสา ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ กิเลสานํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. อาวชฺชนา กิเลสานํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสโดย อนันตรปัจจัย ได้แก่ ขันธ์ที่ไม่เป็นกิเลสซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่เป็น กิเลสซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย ฯลฯ เป็นปัจจัยแก่ผลสมาบัติโดย อนันตรปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) ขันธ์ที่ไม่เป็นกิเลส ซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัย แก่กิเลสที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย อาวัชชนจิตเป็นปัจจัยแก่กิเลสโดย อนันตรปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) ขันธ์ที่ไม่เป็นกิเลสซึ่งเกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัย แก่กิเลสและสัมปยุตตขันธ์ที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย อาวัชชนจิตเป็นปัจจัย แก่กิเลสและสัมปยุตตขันธ์โดยอนันตรปัจจัย (๓)
กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุริมา ปุริมา กิเลสา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ กิเลสานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. (มูลํ กาตพฺพํ.) ปุริมา ปุริมา กิเลสา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ โนกิเลสานํ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. กิเลสา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา วุฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. (มูลํ กาตพฺพํ.) ปุริมา ปุริมา กิเลสา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา ปจฺฉิมานํ ปจฺฉิมานํ กิเลสานํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)
สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อญฺญมญฺญปจฺจเยน ปจฺจโย. นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย.
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็น กิเลสโดยอนันตรปัจจัย ได้แก่ กิเลสและสัมปยุตตขันธ์ที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ กิเลสที่เกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) กิเลสและสัมปยุตตขันธ์ ที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่เป็นกิเลสซึ่งเกิดหลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย กิเลสและสัมปยุตตขันธ์เป็นปัจจัยแก่วุฏฐานะโดยอนันตรปัจจัย (พึงเพิ่มบทที่เป็นมูล) กิเลสและสัมปยุตตขันธ์ที่เกิดก่อน ๆ เป็นปัจจัยแก่กิเลสและสัมปยุตตขันธ์ที่เกิด หลัง ๆ โดยอนันตรปัจจัย (๓)... เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย
... เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย
... เป็นปัจจัยโดยอัญญมัญญปัจจัย
... เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย
อุปนิสฺสย กิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณูปนิสฺสโย, อนนฺตรูปนิสฺสโย, ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: กิเลสา กิเลสานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. ตีณิ.
อุปนิสสยปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสโดย อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ
ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ กิเลสเป็นปัจจัยแก่กิเลสโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ
โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณูปนิสฺสโย, อนนฺตรูปนิสฺสโย, ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สทฺธํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ มานํ ชปฺเปติ. ทิฏฺฐึ คณฺหาติ. สีลํ ฯเปฯ ปญฺญํ ฯเปฯ ราคํ. โทสํ. โมหํ. มานํ. ทิฏฺฐึ. ปตฺถนํ. กายิกํ สุขํ ฯเปฯ เสนาสนํ อุปนิสฺสาย ทานํ เทติ ฯเปฯ สํฆํ ภินฺทติ. สทฺธา ฯเปฯ เสนาสนํ สทฺธาย ฯเปฯ ผลสมาปตฺติยา อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑) โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณูปนิสฺสโย, อนนฺตรูปนิสฺสโย, ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สทฺธํ อุปนิสฺสาย มานํ ชปฺเปติ. ทิฏฺฐึ คณฺหาติ. สีลํ ฯเปฯ เสนาสนํ อุปนิสฺสาย ปาณํ หนติ ฯเปฯ สํฆํ ภินฺทติ. สทฺธา ฯเปฯ เสนาสนํ กิเลสานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)
โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณูปนิสฺสโย, อนนฺตรูปนิสฺสโย, ปกตูปนิสฺสโย ฯเปฯ ปกตูปนิสฺสโย: สทฺธํ อุปนิสฺสาย มานํ ชปฺเปติ. ทิฏฺฐึ คณฺหาติ. สีลํ ฯเปฯ เสนาสนํ อุปนิสฺสาย ปาณํ หนติ ฯเปฯ สํฆํ ภินฺทติ. สทฺธา ฯเปฯ เสนาสนํ กิเลสานํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)
กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. ตีณิ.
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสโดย อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ
ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาแล้วให้ทาน ฯลฯ มีมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยศีล ฯลฯ ปัญญา ฯลฯ ราคะ ... โทสะ ... โมหะ ... มานะ ... ทิฏฐิ ... ความปรารถนา ... สุขทางกาย ฯลฯ เสนาสนะแล้ว ให้ทาน ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ศรัทธา ฯลฯ เสนาสนะเป็นปัจจัยแก่ศรัทธา ฯลฯ ผลสมาบัติโดย อุปนิสสยปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลส เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสโดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และปกตูปนิสสยะ ฯลฯ
ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาแล้ว มีมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยศีล ฯลฯ เสนาสนะแล้ว ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ศรัทธา ฯลฯ เสนาสนะเป็น ปัจจัยแก่กิเลสโดยอุปนิสสยปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลส โดยอุปนิสสยปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ อารัมมณูปนิสสยะ อนันตรูปนิสสยะ และ ปกตูปนิสสยะ ฯลฯ
ปกตูปนิสสยะ ได้แก่ บุคคลอาศัยศรัทธาแล้ว มีมานะ ถือทิฏฐิ อาศัยศีล ฯลฯ เสนาสนะแล้ว ฆ่าสัตว์ ฯลฯ ทำลายสงฆ์ ศรัทธา ฯลฯ เสนาสนะเป็น ปัจจัยแก่กิเลสและสัมปยุตตขันธ์โดยอุปนิสสยปัจจัย (๓)
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสโดย อุปนิสสยปัจจัย มี ๓ วาระ
ปุเรชาต โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณปุเรชาตํ, วตฺถุปุเรชาตํ. อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ฯเปฯ วตฺถุํ อนิจฺจโต ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. ทิพฺเพน จกฺขุนา รูปํ ปสฺสติ. ทิพฺพาย โสตธาตุยา สทฺทํ สุณาติ. รูปายตนํ จกฺขุวิญฺญาณสฺส ฯเปฯ โผฏฺฐพฺพายตนํ ฯเปฯ วตฺถุปุเรชาตํ: จกฺขายตนํ ฯเปฯ วตฺถุ โนกิเลสานํ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)
โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณปุเรชาตํ, วตฺถุปุเรชาตํ. อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ฯเปฯ วตฺถุํ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ อารพฺภ ราโค ฯเปฯ โทมนสฺสํ อุปฺปชฺชติ. วตฺถุปุเรชาตํ: วตฺถุ กิเลสานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)
โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อารมฺมณปุเรชาตํ, วตฺถุปุเรชาตํ. อารมฺมณปุเรชาตํ: จกฺขุํ ฯเปฯ วตฺถุํ อสฺสาเทติ อภินนฺทติ, ตํ อารพฺภ กิเลสา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา อุปฺปชฺชนฺติ. วตฺถุปุเรชาตํ: วตฺถุ กิเลสานํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)
ปุเรชาตปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสโดย ปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ
อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลเห็นแจ้งจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุโดยเป็น สภาวะไม่เที่ยง ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น บุคคลเห็นรูปด้วยทิพพจักขุ ฟังเสียงด้วย ทิพพโสตธาตุ รูปายตนะเป็นปัจจัยแก่จักขุวิญญาณ ฯลฯ โผฏฐัพพายตนะ ฯลฯ
วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ จักขายตนะ ฯลฯ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่เป็น กิเลสโดยปุเรชาตปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสโดยปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ
อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น ราคะ ฯลฯ โทมนัสจึงเกิดขึ้น
วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่กิเลสโดยปุเรชาตปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลส เป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลสโดย ปุเรชาตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณปุเรชาตะและวัตถุปุเรชาตะ
อารัมมณปุเรชาตะ ได้แก่ บุคคลยินดีเพลิดเพลินจักษุ ฯลฯ หทัยวัตถุ เพราะปรารภความยินดีเพลิดเพลินจักษุเป็นต้นนั้น กิเลสและสัมปยุตตขันธ์จึงเกิดขึ้น
วัตถุปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่กิเลสและสัมปยุตตขันธ์โดย ปุเรชาตปัจจัย (๓)
ปจฺฉาชาตาเสวน กิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (สงฺขิตฺตํ.) (๑)
โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (สงฺขิตฺตํ.) (๑)
กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (สงฺขิตฺตํ.) อาเสวนปจฺจเยน ปจฺจโย. นว.
ปัจฉาชาตปัจจัยและอาเสวนปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสโดย ปัจฉาชาตปัจจัย (ย่อ) (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสโดยปัจฉาชาตปัจจัย (ย่อ) (๑)สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลส โดยปัจฉาชาตปัจจัย (ย่อ)... เป็นปัจจัยโดยอาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ
กมฺม โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตา) นานากฺขณิกา. สหชาตา: โนกิเลสา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. ปฏิสนฺธิกฺขเณ ฯเปฯ นานากฺขณิกา: โนกิเลสา เจตนา วิปากานํ ขนฺธานํ กฏตฺตา จ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)
โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. โนกิเลสา เจตนา กิเลสานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)
โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. โนกิเลสา เจตนา สมฺปยุตฺตกานํ ขนฺธานํ กิเลสานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)
กัมมปัจจัย
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสโดย กัมมปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและนานาขณิกะ
สหชาตะ ได้แก่ เจตนาที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์และ จิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย ในปฏิสนธิขณะ ฯลฯ
นานาขณิกะ ได้แก่ เจตนาที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่เป็นวิบากและ กฏัตตารูปโดยกัมมปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสโดยกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่กิเลสโดยกัมมปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลส โดยกัมมปัจจัย ได้แก่ เจตนาที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สัมปยุตตขันธ์ กิเลส และ จิตตสมุฏฐานรูปโดยกัมมปัจจัย (๓)
วิปากาทิ โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส วิปากปจฺจเยน ปจฺจโย. เอกํ. อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย. ตีณิ. อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย. ตีณิ. ฌานปจฺจเยน ปจฺจโย. ตีณิ. มคฺคปจฺจเยน ปจฺจโย. นว. สมฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. นว.
วิปากปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสโดย วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ
เป็นปัจจัยโดยอาหารปัจจัย มี ๓ วาระ
เป็นปัจจัยโดยอินทรียปัจจัย มี ๓ วาระ
เป็นปัจจัยโดยฌานปัจจัย มี ๓ วาระ
เป็นปัจจัยโดยมัคคปัจจัย มี ๙ วาระ
เป็นปัจจัยโดยสัมปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ
วิปฺปยุตฺต กิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปจฺฉาชาตํ. (สงฺขิตฺตํ.) (๑) โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปุเรชาตํ, ปจฺฉาชาตํ. (สงฺขิตฺตํ.) (๑)
โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุเรชาตํ: วตฺถุ กิเลสานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)
โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุเรชาตํ: วตฺถุ กิเลสานํ สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)
กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส วิปฺปยุตฺตปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปจฺฉาชาตํ. (สงฺขิตฺตํ. วิตฺถาเรตพฺพํ.)
วิปปยุตตปัจจัย
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสโดย วิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ (ย่อ) (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสโดย วิปปยุตตปัจจัย มี ๓ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ และปัจฉาชาตะ (ย่อ) (๑)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสโดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่กิเลสโดย วิปปยุตตปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลส โดยวิปปยุตตปัจจัย มีอย่างเดียว คือ ปุเรชาตะ ได้แก่ หทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่ กิเลสและสัมปยุตตขันธ์โดยวิปปยุตตปัจจัย (๓)สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลส โดยวิปปยุตตปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ (ย่อ พึงขยายให้ พิสดาร)
อตฺถิอาทิ กิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. เอกํ. (ปฏิจฺจสทิสํ.) (๑)
กิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปจฺฉาชาตํ. (สงฺขิตฺตํ.) (๒)
กิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. (ปฏิจฺจสทิสํ.) (๓)
โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปุเรชาตํ, ปจฺฉาชาตํ, อาหารํ, อินฺทฺริยํ. (สงฺขิตฺตํ.) (๑)
โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปุเรชาตํ. (สงฺขิตฺตํ. สหชาตํ สหชาตสทิสํ. ปุเรชาตํ ปุเรชาตสทิสํ.) โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปุเรชาตํ. (สหชาตํ สหชาตสทิสํ. ปุเรชาตํ ปุเรชาตสทิสํ.) (๓)
อัตถิปัจจัยเป็นต้น
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสโดย อัตถิปัจจัย มี ๑ วาระ (เหมือนกับปฏิจจวาร) (๑)
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปัจฉาชาตะ (ย่อ) (๒)
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลส โดยอัตถิปัจจัย (เหมือนกับปฏิจจวาร) (๓)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสโดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระ และอินทรียะ (ย่อ) (๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ (ย่อ สหชาตัตถิเหมือนกับสหชาตะ ปุเรชาตัตถิเหมือนกับปุเรชาตะ)สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลส โดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะ (สหชาตัตถิเหมือนกับ สหชาตะ ปุเรชาตัตถิเหมือนกับปุเรชาตะ) (๓)
กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปุเรชาตํ. สหชาโต: โลโภ จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา โมหสฺส, ทิฏฺฐิยา, ถีนสฺส, อุทฺธจฺจสฺส, อหิริกสฺส, อโนตฺตปฺปสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. (จกฺกํ.) สหชาโต: โลโภ จ วตฺถุ จ โมหสฺส, ทิฏฺฐิยา, ถีนสฺส, อุทฺธจฺจสฺส, อหิริกสฺส, อโนตฺตปฺปสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. (จกฺกํ.) (๑) กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปุเรชาตํ, ปจฺฉาชาตํ, อาหารํ, อินฺทฺริยํ. สหชาโต: โนกิเลโส เอโก ขนฺโธ จ กิเลโส จ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานานญฺจ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา จ ฯเปฯ
สหชาตา: กิเลสา จ มหาภูตา จ จิตฺตสมุฏฺฐานานํ รูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตา: กิเลสา จ วตฺถุ จ โนกิเลสานํ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. ปจฺฉาชาตา: กิเลสา จ สมฺปยุตฺตกา ขนฺธา จ ปุเรชาตสฺส อิมสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. ปจฺฉาชาตา: กิเลสา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา กพฬีกาโร อาหาโร จ อิมสฺส กายสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. ปจฺฉาชาตา: กิเลสา จ สมฺปยุตฺตกา จ ขนฺธา รูปชีวิตินฺทฺริยญฺจ กฏตฺตารูปานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)
กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตํ, ปุเรชาตํ. สหชาโต: โนกิเลโส เอโก ขนฺโธ จ โลโภ จ ติณฺณนฺนํ ขนฺธานํ จิตฺตสมุฏฺฐานา-นญฺจ รูปานํ โมหสฺส จ, ทิฏฺฐิยา, ถีนสฺส, อุทฺธจฺจสฺส, อหิริกสฺส, อโนตฺตปฺปสฺส อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย ฯเปฯ เทฺว ขนฺธา จ ฯเปฯ สหชาโต: โลโภ จ วตฺถุ จ โมหสฺส, ทิฏฺฐิยา, ถีนสฺส, อุทฺธจฺจสฺส, อหิริกสฺส, อโนตฺตปฺปสฺส สมฺปยุตฺตกานญฺจ ขนฺธานํ อตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. (จกฺกํ.) (๓)
นตฺถิปจฺจเยน ปจฺจโย. วิคตปจฺจเยน ปจฺจโย. อวิคตปจฺจเยน ปจฺจโย. ๑. ปจฺจยานุโลม ๒. สงฺขฺยาวาร
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็น กิเลสโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะสหชาตะ ได้แก่ โลภะและสัมปยุตตขันธ์เป็นปัจจัยแก่โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ และอโนตตัปปะโดยอัตถิปัจจัย (พึงผูกเป็นจักกนัย)สหชาตะ ได้แก่ โลภะและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ และอโนตตัปปะโดยอัตถิปัจจัย (พึงผูกเป็นจักกนัย) (๑)สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลส โดยอัตถิปัจจัย มี ๕ อย่าง คือ สหชาตะ ปุเรชาตะ ปัจฉาชาตะ อาหาระ และอินทรียะสหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นกิเลส และกิเลสเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ และจิตตสมุฏฐานรูปโดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
สหชาตะ ได้แก่ กิเลสและมหาภูตรูปเป็นปัจจัยแก่จิตตสมุฏฐานรูปโดย อัตถิปัจจัย
สหชาตะ ได้แก่ กิเลสและหทัยวัตถุ เป็นปัจจัยแก่ขันธ์ที่ไม่เป็นกิเลสโดย อัตถิปัจจัย
ปัจฉาชาตะ ได้แก่ กิเลสและสัมปยุตตขันธ์เป็นปัจจัยแก่กายนี้ที่เกิดก่อนโดย อัตถิปัจจัย
ปัจฉาชาตะ ได้แก่ กิเลส สัมปยุตตขันธ์ และกวฬิงการาหารเป็นปัจจัยแก่ กายนี้โดยอัตถิปัจจัยปัจฉาชาตะ ได้แก่ กิเลส สัมปยุตตขันธ์ และรูปชีวิตินทรีย์เป็นปัจจัยแก่ กฏัตตารูปโดยอัตถิปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลส และไม่เป็นกิเลสโดยอัตถิปัจจัย มี ๒ อย่าง คือ สหชาตะและปุเรชาตะสหชาตะ ได้แก่ ขันธ์ ๑ ที่ไม่เป็นกิเลส และโลภะเป็นปัจจัยแก่ขันธ์ ๓ จิตตสมุฏฐานรูป โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะและอโนตตัปปะโดยอัตถิปัจจัย ฯลฯ ขันธ์ ๒ ฯลฯ
สหชาตะ ได้แก่ โลภะและหทัยวัตถุเป็นปัจจัยแก่โมหะ ทิฏฐิ ถีนะ อุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะและสัมปยุตตขันธ์โดยอัตถิปัจจัย (พึงผูกเป็นจักกนัย) (๓)... เป็นปัจจัยโดยนัตถิปัจจัย
... เป็นปัจจัยโดยวิคตปัจจัย
... เป็นปัจจัยโดยอวิคตปัจจัย
สุทฺธ เหตุยา จตฺตาริ, อารมฺมเณ นว, อธิปติยา นว, อนนฺตเร นว, สมนนฺตเร นว, สหชาเต นว, อญฺญมญฺเญ นว, นิสฺสเย นว, อุปนิสฺสเย นว, ปุเรชาเต ตีณิ, ปจฺฉาชาเต ตีณิ, อาเสวเน นว, กมฺเม ตีณิ, วิปาเก เอกํ, อาหาเร ตีณิ, อินฺทฺริเย ตีณิ, ฌาเน ตีณิ, มคฺเค นว, สมฺปยุตฺเต นว, วิปฺปยุตฺเต ปญฺจ, อตฺถิยา นว, นตฺถิยา นว, วิคเต นว, อวิคเต นว.
๑. ปัจจยานุโลม ๒. สังขยาวาร
สุทธนัย
เหตุปัจจัย มี ๔ วาระ
อารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ
อธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ
อนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ
สมนันตรปัจจัย มี ๙ วาระ
สหชาตปัจจัย มี ๙ วาระ
อัญญมัญญปัจจัย มี ๙ วาระ
นิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ
อุปนิสสยปัจจัย มี ๙ วาระ
ปุเรชาตปัจจัย มี ๓ วาระ
ปัจฉาชาตปัจจัย มี ๓ วาระ
อาเสวนปัจจัย มี ๙ วาระ
กัมมปัจจัย มี ๓ วาระ
วิปากปัจจัย มี ๑ วาระ
อาหารปัจจัย มี ๓ วาระ
อินทรียปัจจัย มี ๓ วาระ
ฌานปัจจัย มี ๓ วาระ
มัคคปัจจัย มี ๙ วาระ
สัมปยุตตปัจจัย มี ๙ วาระ
วิปปยุตตปัจจัย มี ๕ วาระ
อัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ
นัตถิปัจจัย มี ๙ วาระ
วิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
อวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
๒. ปจฺจนียุทฺธาร กิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)
กิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)
กิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)
๒. ปัจจนียุทธาร
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสโดย อารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปัจฉาชาตปัจจัย (๒)สภาวธรรมที่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลส โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย (๓)
โนกิเลโส ธมฺโม โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. กมฺมปจฺจเยน ปจฺจโย. อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย. อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)
โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๒)
โนกิเลโส ธมฺโม กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสโดย อารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปุเรชาตปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย กัมมปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย (๑)สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย (๒)
สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลส โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย และปุเรชาตปัจจัย (๓)
กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา กิเลสสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาต-ปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑)
กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา โนกิเลสสฺส ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. (๑) อาหารปจฺจเยน ปจฺจโย. อินฺทฺริยปจฺจเยน ปจฺจโย. ๑ (๒)
กิเลโส จ โนกิเลโส จ ธมฺมา กิเลสสฺส จ โนกิเลสสฺส จ ธมฺมสฺส อารมฺมณปจฺจเยน ปจฺจโย. สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย. อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย. (๓) ๒. ปจฺจยปจฺจนีย ๒. สงฺขฺยาวาร
- ๑- ๑ ฉ.ม. อยํ ปาโฐ น ทิสฺสติ.
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็น กิเลสโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย (๑)
สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่ไม่เป็นกิเลส โดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย อุปนิสสยปัจจัย ปัจฉาชาตปัจจัย อาหารปัจจัย และอินทรียปัจจัย(๒)สภาวธรรมที่เป็นกิเลสและที่ไม่เป็นกิเลสเป็นปัจจัยแก่สภาวธรรมที่เป็นกิเลส และไม่เป็นกิเลสโดยอารัมมณปัจจัย สหชาตปัจจัย และอุปนิสสยปัจจัย (๓)
นเหตุยา นว, นอารมฺมเณ นว, นอธิปติยา นว, (สพฺพตฺถ นว.) โนอวิคเต นว.
๒. ปัจจยปัจจนียะ ๒. สังขยาวาร
นเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
นอารัมมณปัจจัย มี ๙ วาระ
นอธิปติปัจจัย มี ๙ วาระ
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๙ วาระ)
โนอวิคตปัจจัย มี ๙ วาระ
๓. ปจฺจยานุโลมปจฺจนีย เหตุปจฺจยา นอารมฺมเณ จตฺตาริ, นอธิปติยา จตฺตาริ, นอนนฺตเร จตฺตาริ, นสมนนฺตเร จตฺตาริ, นอญฺญมญฺเญ เทฺว, นอุปนิสฺสเย จตฺตาริ, (สพฺพตฺถ จตฺตาริ.) นสมฺปยุตฺเต เทฺว, นวิปฺปยุตฺเต จตฺตาริ, โนนตฺถิยา จตฺตาริ, โนวิคเต จตฺตาริ.
๓. ปัจจยานุโลมปัจจนียะ
นอารัมมณปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ
นอธิปติปัจจัย ” มี ๔ วาระ
นอนันตรปัจจัย ” มี ๔ วาระ
นสมนันตรปัจจัย กับเหตุปัจจัย มี ๔ วาระ
นอัญญมัญญปัจจัย ” มี ๒ วาระ
นอุปนิสสยปัจจัย ” มี ๔ วาระ
(ทุกปัจจัยมีปัจจัยละ ๔ วาระ)
นสัมปยุตตปัจจัย ” มี ๒ วาระ
นวิปปยุตตปัจจัย ” มี ๔ วาระ
โนนัตถิปัจจัย ” มี ๔ วาระ
โนวิคตปัจจัย ” มี ๔ วาระ
๔. ปจฺจยปจฺจนียานุโลม นเหตุปจฺจยา อารมฺมเณ นว, อธิปติยา นว, (อนุโลมมาติกา กาตพฺพา.) ฯเปฯ อวิคเต นว. กิเลสทุกํ นิฏฺฐิตํ. _____ ๗๖. สงฺกิเลสิกทุก ๑. ปฏิจฺจวาร
๔. ปัจจยปัจจนียานุโลม
อารัมมณปัจจัย กับนเหตุปัจจัย มี ๙ วาระ
อธิปติปัจจัย ” มี ๙ วาระ
(พึงเพิ่มบทอนุโลมมาติกา) ฯลฯ
อวิคตปัจจัย ” มี ๙ วาระ
กิเลสทุกะ จบ
จบ ปัญหาวาร