พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๙
อนาคตารัมมณกถา เล่ม ๓๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๓๔๕–๑๓๕๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๗/๑๒ ในวรรคที่ ๙มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๙ อนาคตารัมมณกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๗ หน้า ๖๖๓–๖๖๖
(๘๙) ๖. อตีตานาคตารัมมณกถา
ว่าด้วยเรื่องจิตที่มีอดีตและอนาคตเป็นอารมณ์รับรู้อารมณ์ไม่ได้
{๑๓๔๓} [๕๕๙] สกวาทีถามว่า จิตที่มีอดีตเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ส. จิตมีอดีตเป็นอารมณ์ มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าจิตมีอดีตเป็นอารมณ์ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “จิตที่มีอดีตเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้” การยอมรับว่า “จิตที่มีอดีตเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้” ดังนี้จึงผิด ก็หรือ หากว่าจิตเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “จิตมีอดีตเป็นอารมณ์” การยอมรับว่า “จิตที่เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้มีอดีตเป็นอารมณ์” ดังนี้จึงผิด{๑๓๔๔} ส. จิตที่มีอดีตเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความนึก ... ความตั้งใจปรารภอดีตมีอยู่มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าความนึก ... ความตั้งใจปรารภอดีตมีอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “จิตที่มีอดีตเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้”
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอุตตราปถกะ ซึ่งมีความเห็นว่า จิตที่มีสภาวะที่เป็นอดีตและอนาคตไม่สามารถรับรู้อารมณ์ได้ โดยให้เหตุผลว่า เพราะเหตุที่อดีตและอนาคตไม่มี ฉะนั้นจิตที่มีอดีตและอนาคตเป็นอารมณ์ก็ต้องรับรู้อารมณ์ไม่ได้เพราะไม่มีอารมณ์ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๔๕)
{๑๓๔๕} [๕๖๐] ส. จิตที่มีอนาคตเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. จิตมีอนาคตเป็นอารมณ์มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าจิตมีอนาคตเป็นอารมณ์ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “จิตที่มีอนาคตเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้” การยอมรับว่า “จิตที่มีอนาคตเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้” ดังนี้จึงผิด ก็หรือ หากว่าจิตเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “จิตมีอนาคตเป็นอารมณ์” การยอมรับว่า “จิตเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้มีอนาคตเป็นอารมณ์” ดังนี้จึงผิด{๑๓๔๖} ส. จิตที่มีอนาคตเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความนึก ... ความตั้งใจปรารภอนาคตมีอยู่มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าความนึก ... ความตั้งใจปรารภอนาคตมีอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “จิตที่มีอนาคตเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้”{๑๓๔๗} ส. ความนึก ... ความตั้งใจปรารภปัจจุบันมีอยู่ และจิตที่มีปัจจุบันเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความนึก ... ความตั้งใจปรารภอดีตมีอยู่ และจิตที่มีอดีตเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๓๔๘} ส. ความนึก ... ความตั้งใจปรารภปัจจุบันมีอยู่ และจิตที่มีปัจจุบันเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความนึก ... ความตั้งใจปรารภอนาคตมีอยู่ และจิตที่มีอนาคตเป็นอารมณ์ เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๓๔๙} ส. ความนึก ... ความตั้งใจปรารภอดีตมีอยู่ แต่จิตที่มีอดีตเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความนึก ... ความตั้งใจปรารภปัจจุบันมีอยู่ แต่จิตที่มีปัจจุบันเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๓๕๐} ส. ความนึก ... ความตั้งใจปรารภอนาคตมีอยู่ แต่จิตที่มีอนาคตเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความนึก ... ความตั้งใจปรารภปัจจุบันมีอยู่ แต่จิตที่มีปัจจุบันเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๓๕๑} [๕๖๑] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “จิตที่มีอดีตและอนาคตเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้” หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. อดีตและอนาคตไม่มีอยู่ มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่าอดีตและอนาคตไม่มีอยู่ ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรยอมรับว่า “จิตที่มีอดีตและอนาคตเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้” ...
จบ อตีตานาคตารัมมณกถา
(๙๐) ๗. วิตักกานุปติตกถา
ว่าด้วยเรื่องจิตทุกดวงเนื่องด้วยวิตก
{๑๓๕๒} [๕๖๒] สกวาทีถามว่า จิตทุกดวงเนื่องด้วยวิตกหรือ ?
ส. จิตทุกดวงเนื่องด้วยวิจาร เนื่องด้วยปีติ เนื่องด้วยสุข เนื่องด้วยทุกข์ เนื่องด้วยโสมนัส เนื่องด้วยโทมนัส เนื่องด้วยอุเบกขา เนื่องด้วยศรัทธา เนื่องด้วยวิริยะ เนื่องด้วยสติ เนื่องด้วยสมาธิ เนื่องด้วยปัญญา เนื่องด้วยราคะ เนื่องด้วยโทสะ ... เนื่องด้วยอโนตตัปปะหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๓๕๓} ส. จิตทุกดวงเนื่องด้วยวิตกหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สมาธิที่ไม่มีวิตกมีเพียงวิจารมีอยู่ มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอุตตราปถกะ ซึ่งมีความเห็นว่า จิตทุกดวงเกี่ยวเนื่องหรือ สัมปยุตด้วยวิตกทั้งนั้น ซึ่งต่างจากความเห็นของฝ่ายสกวาทีที่เห็นว่า จิตนี้เกี่ยวเนื่องด้วยวิตกมี ๒ ลักษณะ คือ โดยเป็นอารมณ์กับโดยการสัมปยุต ใน ๒ ลักษณะนั้น เพราะไม่มีข้อกำหนดแน่นอนว่า จิตดวงโน้นไม่มีวิตกเป็นอารมณ์ ดังนั้น จิตทุกดวงนี้เนื่องด้วยวิตกก็มีได้ แต่จิตทุกดวงก็ไม่เนื่องด้วยวิตกเพราะจิตที่วิปปยุตจากวิตกก็มี (อภิ.ปญฺจ.อุ. ๒๔๕-๒๔๖) หรือกล่าวง่าย ๆ ปรวาทีเห็นว่า มีแต่จิตที่สัมปยุตด้วยวิตก ไม่มีจิตที่วิปปยุตจากวิตก แต่สกวาทีเห็นว่าจิตมีทั้งที่สัมปยุตด้วยวิตกและที่วิปปยุตจากวิตก
จบ อนาคตารัมมณกถา