พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๘
อรูปธาตุกถา เล่ม ๓๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๒๑๙–๑๒๒๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๑ ในวรรคที่ ๘มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๘ อรูปธาตุกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)
ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่
ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๘๑ หน้า ๑๓๐–๑๓๔
อรูปธาตุกถา
[๑๒๑๙] สกวาที อรูปธรรม เป็นอูปธาตุ หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. เวทนา เป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสารเป็นกำเนิด เป็นวิญญาณฐิติ เป็นการได้อัตภาพ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงเวทนามีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงเวทนามีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุบัติอยู่
ในเวทนา หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในเวทนา หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เวทนาเป็นจตุโวการภพ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๒๐] ส. อรูปธาตุ เป็นภพ เป็นคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพหรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เวทนา เป็นภพ เป็นคติ ฯลฯ เป็นการได้อัตภาพ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงอรูปธาตุมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. กรรมอันยังสัตว์ให้เข้าถึงเวทนามีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงอรูปธาตุมีอยู่ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัตว์ผู้เข้าถึงเวทนามีอยู่ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุบัติอยู่ในอรูปธาตุ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. สัตว์ทั้งหลาย เกิดอยู่ แก่อยู่ ตายอยู่ จุติอยู่ อุบัติอยู่
ในเวทนา หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในอรูปธาตุหรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในเวทนา หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อรูปธาตุเป็นจตุโวการภพ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. เวทนาเป็นจตุโวการภพ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. อรูปธรรม เป็นอรูปธาตุ เวทนา สัญญา สังขาร
วิญญาณ มีอยู่ในกามธาตุ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. กามธาตุอันนั้น อรูปธาตุก็อันนั้นแหละ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กามธาตุอันนั้น อรูปธาตุก็อันนั้นแหละ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลผู้ประกอบด้วยกามภพ เป็นผู้ประกอบด้วยภพ
๒ คือกามภพ และอรูปภพ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. รูปธรรม เป็นรูปธาตุ อรูปธรรม เป็นอรูปธาตุ
รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ มีอยู่ในกามธาตุ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. กามธาตุอันนั้น รูปธาตุก็อันนั้นแหละ อรูปธาตุก็
อันนั้นแหละ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. กามธาตุอันนั้น รูปธาตุก็อันนั้นแหละ อรูปธาตุก็
อันนั้นแหละ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. บุคคลผู้ประกอบด้วยกามภพ เป็นผู้ประกอบด้วยภพ
๓ คือ กามภพ รูปภพ และอรูปภพ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
อรูปธาตุกถา จบ
อรรถกถารูปธาตุกถา
ว่าด้วย อรูปธาตุ
แม้ในเรื่องอรูปธาตุ ในบัดนี้ บัณฑิตก็พึงทราบเนื้อความโดยอุบายนี้นั่นแหละ คือตามที่กล่าวแล้ว. แต่ในอรูปธรรมทั้งหลาย คือนามขันธ์๔ ท่านทำการแสดงไว้ในที่นี้โดยนัยว่า เวทนาเป็นภพ เป็นต้น เพราะถือเอาเวทนาขันธ์นั่นแหละ. ในปัญหานั้น บัณฑิตพึงทราบเนื้อความอย่างนี้ว่า สกวาทีถามว่า เวทนา อันถึงซึ่งการนับว่าเป็น อรูปธรรมทั้งหลายเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งมีภพเป็นต้น ตามลัทธิของท่านหรือ. คำที่เหลือพึงทราบโดยนัยที่กล่าวแล้วในหนหลังนั่นแล.
อรรถกถาอรูปธาตุกถา จบ
รูปธาตุยา อายตนกถา
[๑๒๒๑] สกวาที อัตภาพมีอายตนะ ๖ อยู่ในรูปธาตุ หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. ในอรูปธาตุนั้น มีฆานายตนะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ในรูปธาตุนั้น มีคันธายตะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ในรูปธาตุนั้น มีชิวหายตนะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ในรูปธาตุนั้น มีรสายตนะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ในรูปธาตุนั้น มีกายายตนะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ในรูปธาตุนั้น มีโผฏฐัพพายตนะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๒๒๒] ส. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีคันธายตนะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีฆานายตนะ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ส. ในรูปธาตุนั้น ไม่มีรสายตนะ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว.
ส. ในรูปธาตุ นั้นไม่มีชิวหายตนะ หรือ ?
จบ อรูปธาตุกถา