พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๔
สัพพสัญโญชนปหานกถา เล่ม ๓๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๑๘–๑๐๒๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๐ ในวรรคที่ ๔มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
_______
๔. จตุตฺถวคฺค
(๔๒) ๑๐. สพฺพสํโยชนปฺปหานกถา
๑๐. สัพพสัญโญชนัปปหานกถา (๔๒)
ว่าด้วยการละสังโยชน์ทั้งปวง
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๔ สัพพสัญโญชนปหานกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)
บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓๗ หน้า ๒๕๓–๒๕๕ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๗ หน้า ๔๔๕–๔๔๘
*สพฺพสญฺโญชนานํ ปหานํ อรหตฺตนฺติ? อามนฺตา. อรหตฺตมคฺเคน สพฺเพ สญฺโญ-ชนา ปหียนฺตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
*อรหตฺตมคฺเคน สพฺเพ สญฺโญชนา ปหียนฺตีติ? อามนฺตา. อรหตฺตมคฺเคน สกฺกายทิฏฺฐึ วิจิกิจฺฉํ สีลพฺพตปรามาสํ ปชหตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
*อรหตฺตมคฺเคน สกฺกายทิฏฺฐึ วิจิกิจฺฉํ สีลพฺพตปรามาสํ ปชหตีติ? อามนฺตา. นนุ ติณฺณํ สญฺโญชนานํ ปหานํ โสตาปตฺติผลํ วุตฺตํ ภควตาติ? อามนฺตา. หญฺจิ ติณฺณํ สญฺโญชนานํ ปหานํ โสตาปตฺติผลํ วุตฺตํ ภควตา, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “อรหตฺตมคฺเคน สพฺเพ สญฺโญชนา ปหียนฺตี”ติ.
สก. การละสังโยชน์ทั้งปวง เป็นอรหัตตผลใช่ไหม
สก. ละสังโยชน์ทั้งปวงได้ด้วยอรหัตตมรรคใช่ไหม
สก. ละสังโยชน์ทั้งปวงได้ด้วยอรหัตตมรรคใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. ละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ด้วยอรหัตตมรรคใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. ละสักกายทิฏฐิ วิจิกิจฉา สีลัพพตปรามาสได้ด้วยอรหัตตมรรคใช่ไหมปร. ใช่
สก. การละสังโยชน์ ๓ อย่างได้พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นโสดาปัตติผล ใช่ไหมปร. ใช่
สก. หากการละสังโยชน์ ๓ อย่างได้ พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นโสดาปัตติผล ท่านไม่ยอมรับว่า “ละสังโยชน์ทั้งปวงได้ด้วยอรหัตตมรรค”
- ๑ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๑๓/๒๐๗-๒๐๘)
- ๒เพราะมีความเห็นว่า การละสังโยชน์ได้ทั้ง ๑๐ เป็นอรหัตตผล (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๑๓/๒๐๗-๒๐๘)
- ๓เพราะมีความเห็นว่า ละได้ด้วยมรรค ๓ เบื้องต่ำ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๑๓/๒๐๘)
*อรหตฺตมคฺเคน สพฺเพ สํโยชนา ปหียนฺตีติ? อามนฺตา. อรหตฺตมคฺเคน โอฬาริกํ กามราคํ โอฬาริกํ พฺยาปาทํ ปชหตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สก. ละสังโยชน์ทั้งปวงได้ด้วยอรหัตตมรรคใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. ละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบได้ด้วยอรหัตตมรรคใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
*อรหตฺตมคฺเคน โอฬาริกํ กามราคํ โอฬาริกํ พฺยาปาทํ ปชหตีติ? อามนฺตา. นนุ กามราคพฺยาปาทานํ ตนุภาวํ สกทาคามิผลํ วุตฺตํ ภควตาติ? อามนฺตา. หญฺจิ กามราคพฺยาปาทานํ ตนุภาวํ สกทาคามิผลํ วุตฺตํ ภควตา, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “อรหตฺตมคฺเคน สพฺเพ สํโยชนา ปหียนฺตี”ติ.
*อรหตฺตมคฺเคน สพฺเพ สญฺโญชนา ปหียนฺตีติ? อามนฺตา. อรหตฺตมคฺเคน อณุสหคตํ กามราคํ อณุสหคตํ พฺยาปาทํ ปชหตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สก. ละกามราคะอย่างหยาบ พยาบาทอย่างหยาบได้ด้วยอรหัตต- มรรคใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. ความเบาบางแห่งกามราคะและพยาบาท พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็น สกทาคามิผลใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. หากความเบาบางแห่งกามราคะและพยาบาท พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นสกทาคามิผล ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ละสังโยชน์ทั้งปวงได้ด้วยอรหัตตมรรค”สก. ละสังโยชน์ทั้งปวงได้ด้วยอรหัตตมรรคใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. ละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียดได้ด้วยอรหัตตมรรค ใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
*อรหตฺตมคฺเคน อณุสหคตํ กามราคํ อณุสหคตํ พฺยาปาทํ ปชหตีติ? อามนฺตา. นนุ กามราคพฺยาปาทานํ อนวเสสปฺปหานํ อนาคามิผลํ วุตฺตํ ภควตาติ? อามนฺตา. หญฺจิ กามราคพฺยา- ปาทานํ อนวเสสปฺปหานํ อนาคามิผลํ วุตฺตํ ภควตา, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “อรหตฺตมคฺเคน สพฺเพ สญฺโญชนา ปหียนฺตี”ติ.
*อรหตฺตมคฺเคน สพฺเพ สญฺโญชนา ปหียนฺตีติ? อามนฺตา. นนุ รูปราคอรูปราคมานอุทฺธจฺจ-อวิชฺชาย อนวเสสปฺปหานํ อรหตฺตํ วุตฺตํ ภควตาติ? อามนฺตา. หญฺจิ รูปราคอรูปราคมานอุทฺธจฺจ- อวิชฺชาย อนวเสสปฺปหานํ อรหตฺตํ วุตฺตํ ภควตา, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “อรหตฺตมคฺเคน สพฺเพ สญฺโญชนา ปหียนฺตี”ติ.
สก. ละกามราคะอย่างละเอียด พยาบาทอย่างละเอียดได้ด้วย อรหัตตมรรคใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. การละกามราคะและพยาบาทได้เด็ดขาด พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็น อนาคามิผลมิใช่หรือ
ปร. ใช่
สก. หากการละกามราคะและพยาบาทได้เด็ดขาด พระผู้มีพระภาคตรัสว่า เป็นอนาคามิผล ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ละสังโยชน์ทั้งปวงได้ด้วยอรหัตตมรรค”สก. ละสังโยชน์ทั้งปวงได้ด้วยอรหัตตมรรคใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. การละรูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ และอวิชชาได้เด็ดขาด พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นอรหัตตผลมิใช่หรือ
ปร. ใช่
สก. หากการละรูปราคะ อรูปราคะ มานะ อุทธัจจะ และอวิชชาได้เด็ดขาด พระผู้มีพระภาคตรัสว่าเป็นอรหัตตผล ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ละสังโยชน์ทั้งปวง ได้ด้วยอรหัตตมรรค”
*น วตฺตพฺพํ “สพฺพสญฺโญชนานํ ปหานํ อรหตฺตนฺ”ติ? อามนฺตา. นนุ อรหโต สพฺเพ สญฺโญชนา ปหีนาติ? อามนฺตา. หญฺจิ อรหโต สพฺเพ สญฺโญชนา ปหีนา, เตน วต เร วตฺตพฺเพ “สพฺพสญฺโญชนานํ ปหานํ อรหตฺตนฺ”ติ.
สพฺพสญฺโญชนปฺปหานกถา นิฏฺฐิตา.
จตุตฺโถ วคฺโค. ตสฺสุทฺทานํ
คิหิสฺส อรหา สห อุปปตฺติยา อรหา
อรหโต สพฺเพ ธมฺมา อนาสวา อรหา
จตูหิ ผเลหิ สมนฺนาคโต เอวเมว
ฉหิ อุเปกฺขาหิ โพธิยา พุทฺโธ สห
ลกฺขณสมนฺนาคโต โพธิสตฺโต
โอกฺกนฺตนิยาโม จริตพฺรหฺมจริโย
ปฏิปนฺนโก ผเลน สมนฺนาคโต
สพฺพสญฺโญชนานํ ปหานํ อรหตฺตนฺติ.
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “ การละสังโยชน์ทั้งปวง เป็นอรหัตตผล” ใช่ไหมสก. ใช่
ปร. สังโยชน์ทั้งปวง พระอรหันต์ละได้แล้วมิใช่หรือ
สก. ใช่
ปร. หากสังโยชน์ทั้งปวงพระอรหันต์ละได้แล้ว ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “การละสังโยชน์ทั้งปวง เป็นอรหัตตผล”
สัพพสัญโญชนัปปหานกถา จบ
จตุตถวรรค จบ
รวมกถาที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. คิหิสสอรหาติกถา ๒. อุปปัตติกถา
๓. อนาสวกถา ๔. สมันนาคตกถา
๕. อุเปกขาสมันนาคตกถา ๖. โพธิยาพุทโธติกถา
๗. ลักขณกถา ๘. นิยาโมกกันติกถา
๙. อปราปิสมันนาคตกถา ๑๐. สัพพสัญโญชนัปปหานกถา
จบ สัพพสัญโญชนปหานกถา