arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๙

ตถตากถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๗๘๕–๑๗๘๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๘ ในวรรคที่ ๑๙มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๙ ตถตากถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๘๑ หน้า ๖๑๔–๖๑๘

หน้า ๖๑๔

ตถตากถา

[๑๗๘๕] สกวาที ความเป็นอย่างนั้นแห่งธรรมทั้งปวง เป็นอสังขตะหรือ ?

ปรวาที ถูกแล้ว.

ส. เป็นนิพพาน ฯลฯ เป็นอมตะ หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. ความเป็นอย่างนั้นแห่งธรรมทั้งปวง เป็นอสังขตะ

นิพพานก็เป็นอสังขตะ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. อสังขตะเป็น ๒ อย่าง หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อสังขตะเป็น ๒ อย่าง หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ที่ต้านทานเป็น ๒ อย่าง ฯลฯ นิพพานก็เป็น ๒ อย่างหรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๗๘๖] ส. รูปมีความเป็นรูป ความเป็นไปก็เป็นอสังขตะ มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. เป็นนิพพาน ฯลฯ เป็น อมตะ หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. รูปมีความเป็นไป ความเป็นไปก็เป็นอสังขตะ นิพพาน

หน้า ๖๑๕

ก็เป็นอสังขตะ มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. อสังขตะเป็น ๒ อย่าง หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อสังขตะเป็น ๒ อย่าง หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ที่ต้านทานเป็น ๒ อย่าง ฯลฯ นิพพานก็เป็น ๒ อย่างหรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. เวทนามีความเป็นเวทนา ความเป็นเวทนา ฯลฯ สัญญามีความเป็นสัญญา ความเป็นสัญญา ฯลฯ สังขารมีความเป็นสังขาร ความเป็นสังขาร ฯลฯ วิญญาณมีความเป็นวิญญาณ ความเป็นวิญญาณเป็นอสังขตะ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. เป็นนิพพาน ฯลฯ เป็นอมตะ หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. รูปมีความเป็นไป ความเป็นไปเป็นอสังขตะ ฯลฯ

วิญญาณมีความเป็นวิญญาณ ความเป็นวิญญาณ เป็นอสังขตะ ฯลฯ.

นิพพานก็เป็นอสังขตะ มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. อสังขตะเป็น ๖ อย่าง หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

หน้า ๖๑๖

ส. อสังขตะเป็น ๖ อย่าง หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. ที่ต้านทานเป็น ๖ อย่าง ฯลฯ นิพพานก็เป็น ๖ อย่างหรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๗๘๗] ป. ไม่พึงกล่าวว่า ความเป็นอย่างนั้นแห่งธรรมทั้งปวงเป็นอสังขตะ หรือ ?

ส. ถูกแล้ว.

ป. ความเป็นอย่างนั้นแห่งธรรมทั้งปวง เป็นรูป เป็น

เวทนา เป็นสัญญา เป็นสังขาร เป็นวิญญาณ หรือ ?

ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ป. ถ้าอย่างนั้น ความเป็นอย่างนั้นแห่งธรรมทั้งปวง ก็

เป็นอสังขตะ น่ะสิ.

ตถตากถา จบ

หน้า ๖๑๗

อรรถกถาตถตากถา

ว่าด้วย ตถตา คือความเป็นอย่างนั้นแห่งธรรม

บัดนี้ ชื่อว่าเรื่อง ตถตา คือความเป็นอย่างนั้นแห่งธรรม หรือความเป็นจริงแห่งธรรม อีกอย่างหนึ่งเรียกว่าสัจจธรรม. ในเรื่องนั้นชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธินิกายอุตตราปถกะบางพวกว่า ชื่อว่าตถตาคือความเป็นอย่างนั้นอันบัณฑิตนับพร้อมแล้วว่าความเป็นสภาวะแห่งรูปเป็นต้นแห่งธรรมทั้งปวงมีรูปเป็นต้น อันใด มีอยู่อันตถตานั้นเป็นอสังขตะเพราะความเป็นธรรมไม่นับเนื่องในรูปเป็นต้นที่เป็นอสังขตะ ดังนี้คำถามของสกวาทีหมายถึงชนเหล่านั้น คำตอบรับรองเป็นของปรวาที.

คำที่เหลือแม้ในที่นี้ชัดเจนแล้วนั่นแหละ เพราะมีลักษณะตามที่ข้าพเจ้ากล่าวไว้แล้วในหนหลังนั่นแล.

อรรถกถาตถตากถา จบ

หน้า ๖๑๘

กุสลกถา

[๑๗๘๘] สกวาที นิพพานธาตุ เป็นกุศล หรือ ?

ปรวาที ถูกแล้ว.

ส. นิพพานธาตุ เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ

ความตั้งใจแห่งนิพพานธาตุนั้น มีอยู่ หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. นิพพานธาตุ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ

ความตั้งใจแห่งนิพพานนั้น ไม่มี มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. หากว่า นิพพานธาตุ เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึกฯลฯ ความตั้งใจแห่งนิพพานธาตุนั้น ไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า นิพพานธาตุเป็นกุศล.

[๑๗๘๙] ส. อโลภะ เป็นกุศล เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ

ความตั้งใจแห่งอโลภะนั้น มีอยู่ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. นิพพานธาตุ เป็นกุศล เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึกฯลฯ ความตั้งใจแห่งนิพพานธาตุนั้น มีอยู่ หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อโทสะ เป็นกุศล ฯลฯ อโมหะ เป็นกุศล ฯลฯ ศรัทธาวิริยะ สติ สมาธิ ฯลฯ ปัญญา เป็นกุศล เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึกฯลฯ ความตั้งใจแห่งปัญญานั้น มีอยู่ หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

จบ ตถตากถา