พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๙
กุสลกถา เล่ม ๓๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๗๘๘–๑๗๙๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๘ ในวรรคที่ ๑๙มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
_______
๑๙. เอกูนวีสติมวคฺค
(๑๙๑) ๖. กุสลกถา
๖. กุสลกถา (๑๙๑)
ว่าด้วยกุศล
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๙ กุสลกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)
บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓๗ หน้า ๔๘๕–๔๘๖ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๗ หน้า ๘๘๐–๘๘๒
*นิพฺพานธาตุ กุสลาติ? อามนฺตา. สารมฺมณา, อตฺถิ ตาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ อนารมฺมณา, นตฺถิ ตาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? อามนฺตา. หญฺจิ อนารมฺมณา, นตฺถิ ตาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “นิพฺพานธาตุ กุสลา”ติ.
สก. นิพพานธาตุเป็นกุศลใช่ไหม
สก. นิพพานธาตุรับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มีความตั้งใจใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. นิพพานธาตุรับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความตั้งใจ ใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. หากนิพพานธาตุรับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มีความ ตั้งใจ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “นิพพานธาตุเป็นกุศล”
- ๑ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอันธกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๔๔/๓๐๗)
- ๒เพราะมีความเห็นว่า นิพพานไม่มีโทษจึงจัดเป็นกุศล ซึ่งต่างกับความเห็นของสกวาทีที่เห็นว่า นิพพาน เป็นอัพยากฤต ถึงแม้จะไม่มีโทษ แต่ก็ไม่มีการเผล็ดผล (อภิ.ปญฺจ.อ. ๘๔๔/๓๐๗)
*อโลโภ กุสโล สารมฺมโณ, อตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ, อามนฺตา. นิพฺพานธาตุ กุสลา สารมฺมณา, อตฺถิ ตาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อโทโส กุสโล ฯเปฯ อโมโห กุสโล ฯเปฯ สทฺธา ฯเปฯ วิริยํ ฯเปฯ สติ ฯเปฯ สมาธิ ฯเปฯ ปญฺญา กุสลา สารมฺมณา, อตฺถิ ตาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? อามนฺตา. นิพฺพานธาตุ กุสลา สารมฺมณา, อตฺถิ ตาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
*นิพฺพานธาตุ กุสลา อนารมฺมณา, นตฺถิ ตาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? อามนฺตา. อโลโภ กุสโล อนารมฺมโณ, นตฺถิ ตสฺส อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นิพฺพานธาตุ กุสลา อนารมฺมณา, นตฺถิ ตาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? อามนฺตา. อโทโส กุสโล ฯเปฯ อโมโห กุสโล ฯเปฯ สทฺธา ฯเปฯ วิริยํ ฯเปฯ สติ ฯเปฯ สมาธิ ฯเปฯ ปญฺญา กุสลา อนารมฺมณา, นตฺถิ ตาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สก. อโลภะเป็นกุศล รับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มีความ ตั้งใจใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. นิพพานธาตุเป็นกุศล รับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มีความตั้งใจ ใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. อโทสะเป็นกุศล ฯลฯ อโมหะ ฯลฯ สัทธา ฯลฯ วิริยะ ฯลฯ สติ ฯลฯ สมาธิ ฯลฯ ปัญญา เป็นกุศล รับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มีความตั้งใจใช่ไหมปร. ใช่
สก. นิพพานธาตุเป็นกุศล รับรู้อารมณ์ได้ มีความนึกถึง ฯลฯ มีความตั้ง ใจใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. นิพพานธาตุเป็นกุศล แต่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่ มีความตั้งใจใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. อโลภะเป็นกุศล แต่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มี ความตั้งใจใช่ไหม
ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. นิพพานธาตุเป็นกุศล แต่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มี ความตั้งใจใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. อโทสะเป็นกุศล ฯลฯ อโมหะ ฯลฯ สัทธา ฯลฯ วิริยะ ฯลฯ สติ ฯลฯ สมาธิ ฯลฯ ปัญญา เป็นกุศล แต่รับรู้อารมณ์ไม่ได้ ไม่มีความนึกถึง ฯลฯ ไม่มี ความตั้งใจใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
*น วตฺตพฺพํ “นิพฺพานธาตุ กุสลา”ติ? อามนฺตา. นนุ นิพฺพานธาตุ อนวชฺชาติ? อามนฺตา. หญฺจิ นิพฺพานธาตุ อนวชฺชา, เตน วต เร วตฺตพฺเพ “นิพฺพานธาตุ กุสลา”ติ. กุสลกถา นิฏฺฐิตา.
ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “นิพพานธาตุเป็นกุศล” ใช่ไหม
สก. ใช่
ปร. นิพพานธาตุไม่มีโทษมิใช่หรือ
สก. ใช่
ปร. หากนิพพานธาตุไม่มีโทษ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “นิพพานธาตุ เป็นกุศล”
กุสลกถา จบ
จบ กุสลกถา