arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๘

มนุสสโลกกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๗๓๓–๑๗๓๖ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๙ ในวรรคที่ ๑๘มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๘ มนุสสโลกกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๗ หน้า ๙๐๙–๙๑๑

หน้า ๙๐๙

๑๘. อัฏฐารสมวรรค

(๑๗๗) ๑. มนุสสโลกกถา

ว่าด้วยเรื่องไม่ยอมรับว่าพระพุทธเจ้าทรงดำรงอยู่ในมนุษยโลก

{๑๗๓๓} [๘๐๒] สกวาทีถามว่า ท่านไม่ยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงดำรงอยู่แล้วในมนุษยโลก” หรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. อาราม วิหาร คาม นิคม นคร รัฐ ชนบทที่พระพุทธเจ้าเคยประทับอยู่อันเป็นเจดีย์มีอยู่มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่าอาราม วิหาร คาม นิคม นคร รัฐ ชนบทที่พระพุทธเจ้าเคยประทับอยู่อันเป็นเจดีย์มีอยู่ ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงดำรงอยู่แล้วในมนุษยโลก”{๑๗๓๔} ส. ท่านไม่ยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงดำรงอยู่แล้วในมนุษยโลก” หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าประสูติที่ป่าลุมพินี ตรัสรู้ที่ควงไม้โพธิ์ ประกาศธรรมจักรที่พระนครพาราณสี ทรงปลงอายุสังขารที่ปาวาลเจดีย์ ปรินิพพานที่เมืองกุสินารามิใช่หรือ ?

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายเวตุลลกะ ซึ่งมีความเห็นว่า พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประสูติในภพดุสิตแล้วประทับอยู่ ณ ภพดุสิตนั้น ไม่เสด็จมาสู่มนุษยโลก แต่ทรงแสดงพระรูปที่ทรงเนรมิตไว้ในมนุษยโลกนี้ เพราะศึกษาฬระสูตรที่ว่า ‘ตถาคตก็ฉันนั้นเหมือนกัน เกิดแล้วในโลก เจริญแล้วในโลก ครอบงำโลกอยู่ แต่โลกก็ฉาบทาไม่ติด’ (สํ.ข. (แปล) ๑๗/๙๔/๑๘๔) ดังนี้ โดยไม่แยบคาย (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๙๗)
หน้า ๙๑๐

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าประสูติที่ป่าลุมพินี ... ปรินิพพานที่เมืองกุสินารา ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงดำรงอยู่แล้วในมนุษยโลก”

{๑๗๓๕} ส. ท่านไม่ยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงดำรงอยู่แล้วในมนุษยโลก” หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมัยหนึ่ง เราพักอยู่ ณ ควงไม้สาละใหญ่ ในสุภควัน ใกล้เมืองอุกกัฏฐะ” ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมัยหนึ่ง เราแรกตรัสรู้ได้พักอยู่ที่ต้นไม้อชปาลนิโครธ ตำบลอุรุเวลา” ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมัยหนึ่ง เราพักอยู่ ณ วิหารเวฬุวัน อันเป็นสถานที่พระราชทานเหยื่อแก่กระแต ใกล้พระนครราชคฤห์” ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมัยหนึ่ง เราพักอยู่ ณ วิหารเชตวัน อารามของอนาถบิณฑิกคฤหบดี ใกล้พระนครสาวัตถี” ว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สมัยหนึ่ง เราพักอยู่ ณ กูฏาคารศาลา ป่ามหาวัน ใกล้พระนครเวสาลี” ดังนี้ มีพระสูตรอยู่จริง มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าก็ทรงดำรงอยู่แล้วในมนุษยโลก

{๑๗๓๖} [๘๐๓] ป. พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงดำรงอยู่แล้วในมนุษยโลกหรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าประสูติแล้วในโลก ทรงเจริญแล้วในโลก ทรงครอบงำโลกอยู่ แต่โลกก็ฉาบทาไม่ติด มิใช่หรือ ?

หน้า ๙๑๑

ส. ถูกแล้ว

ป. หากว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าประสูติแล้วในโลก ทรงเจริญแล้วในโลก ทรงครอบงำโลกอยู่ แต่โลกก็ฉาบทาไม่ติด ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงดำรงอยู่แล้วในมนุษยโลก”

จบ มนุสสโลกกถา

(๑๗๘) ๒. ธัมมเทสนากถา

ว่าด้วยเรื่องไม่ยอมรับว่าพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม

{๑๗๓๗} [๘๐๔] สกวาทีถามว่า ท่านไม่ยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม” หรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. ใครแสดงธรรมไว้

ป. พระพุทธเนรมิตแสดงไว้

ส. พระพุทธนิมิตเป็นพระชินเจ้า เป็นพระศาสดา เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระสัพพัญญู เป็นพระสัพพทัสสาวี เป็นพระธัมมัสสามี เป็นพระธัมมปฏิสรณะหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. ท่านไม่ยอมรับว่า “พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม” หรือ ?

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายเวตุลลกะ ซึ่งมีความเห็นว่า พระผู้มีพระภาคเจ้าองค์จริงประทับอยู่ ณ ภพดุสิตแล้วทรงส่งพระพุทธเนรมิตมาแสดงธรรม(ในมนุษยโลก) และท่านพระอานนท์รับพระธรรมเทศนาของพระพุทธเนรมิตนั้นมาแสดงอีกทีหนึ่ง ดังนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าองค์จริงจึงมิได้ทรงแสดงธรรม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๙๘)

จบ มนุสสโลกกถา