arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๖

รูปังสเหตุกันติกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๖๓–๑๖๖๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๐ ในวรรคที่ ๑๖มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๖ รูปังสเหตุกันติกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่

ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๘๑ หน้า ๔๙๖–๔๙๙

หน้า ๔๙๖

รูปังสเหตุกันติกถา

[๑๖๖๓ ] สกวาที รูปเป็นธรรมที่มีเหตุหรือ ?

ปรวาที ถูกแล้ว.

ส. รูปเป็นธรรมมีเหตุ โดยเหตุคืออโลภะหรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. รูปเป็นธรรมมีเหตุ โดยเหตุคืออโทสะ ฯลฯ โดยเหตุ

คืออโมหะ ฯลฯ โดยเหตุคือโลภะ ฯลฯ โดยเหตุคือโทสะ ฯลฯ โดยเหตุคือโมหะ หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๖๖๔] ส. รูปเป็นธรรมมีเหตุหรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. รูปเป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งรูปนั้น มีอยู่หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. รูปเป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งรูปนั้นไม่มี มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. หากว่า รูปเป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ

ความตั้งใจแห่งรูปนั้นไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า รูปเป็นธรรมมีเหตุ.

[๑๖๖๕] ส. อโลภะเป็นธรรมมีเหตุ เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึกฯลฯ ความตั้งใจแห่งอโลภะนั้น มีอยู่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

หน้า ๔๙๗

ส. รูปเป็นธรรมมีเหตุ เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก

ฯลฯ ความตั้งใจแห่งรูปนั้น มีอยู่หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อโทสะเป็นธรรมมีเหตุ ฯลฯ อโมหะ ศรัทธา วิริยะสติ สมาธิ ปัญญา โลภะ โทสะ โมหะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ถีนะอุทธัจจะ อหิริกะ อโนตตัปปะ เป็นธรรมมีเหตุ เป็นธรรมมีอารมณ์ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งอโนตตัปปะนั้น มีอยู่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. รูปเป็นธรรมมีเหตุ เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก

ฯลฯ ความตั้งใจแห่งรูปนั้น มีอยู่หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๖๖๖] ส. รูปเป็นธรรมมีเหตุ แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งรูปนั้น ไม่มีหรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. อโลภะเป็นธรรมมีเหตุ แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์

ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งอโลภะนั้น ไม่มีหรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. รูปเป็นธรรมมีเหตุ แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความ

นึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งรูปนั้น ไม่มีหรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. อโทสะเป็นธรรมมีเหตุ ฯลฯ อโนตตัปปะเป็นธรรม

มีเหตุ แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งอโนตตัปปะ

หน้า ๔๙๘

นั้น ไม่มีหรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๖๖๗] ป. ไม่พึงกล่าวว่า รูปเป็นธรรมมีเหตุหรือ ?

ส. ถูกแล้ว.

ป. รูปเป็นธรรมมีปัจจัย มิใช่หรือ ?

ส. ถูกแล้ว.

ป. หากว่า รูปเป็นธรรมมีปัจจัย ด้วยเหตุนั้นนะท่านจึง

ต้องกล่าวว่า รูปเป็นธรรมมีเหตุ.

รูปังสเหตุกันติกถา จบ

อรรถกถารูปังสเหตุกันติกถา

ในการพรรณนากถาว่า รูปเป็นธรรมมีเหตุ บัณฑิตพึงทราบเนื้อความโดยนัยนี้นั่นแหละ ดังนี้แล.

อรรถกถารูปังสเหตุกันติกถา จบ

หน้า ๔๙๙

รูปังกุสลากุสลันติกถา

[๑๖๖๘] สกวาที รูปเป็นกุศล หรือ ?

ปรวาที ถูกแล้ว.

ส. รูปเป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจ

แห่งรูปนั้น มีอยู่หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. รูปเป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งรูปนั้น ไม่มี มิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. หากว่า รูปเป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ

ความตั้งใจแห่งรูปนั้น ไม่มี ก็ต้องไม่กล่าวว่า รูปเป็นกุศล.

[๑๖๖๙] ส. อโลภะเป็นกุศล เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ

ความตั้งใจแห่งอโลภะนั้น มีอยู่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว.

ส. รูปเป็นกุศล เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ ความตั้งใจแห่งรูปนั้น มีอยู่หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ส. อโทสะเป็นกุศล ฯลฯ อโมหะเป็นกุศล ฯลฯ ศรัทธา

วิริยะ สติ สมาธิ ฯลฯ ปัญญา เป็นกุศล เป็นธรรมมีอารมณ์ ความนึก ฯลฯ

ความตั้งใจแห่งปัญญานั้นมีอยู่หรือ ?

ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

[๑๖๗๐] ส. รูปเป็นกุศล แต่เป็นธรรมไม่มีอารมณ์ ความนึก

จบ รูปังสเหตุกันติกถา