arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๕

ชรามรณกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๒๐–๑๖๒๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๑ ในวรรคที่ ๑๕มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๕ ชรามรณกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๗ หน้า ๘๓๖–๘๓๘

หน้า ๘๓๖

ส. ถูกแล้ว

ป. อาสวะเหล่านั้นเป็นอารมณ์ของอาสวะโดยอาสวะเหล่าใด อาสวะเหล่านั้นไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะมีอยู่พวกหนึ่งหรือ ?

ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ป. ถ้าอย่างนั้น อาสวะ ๔ ก็ต้องไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ

จบ อาสวกถา

(๑๕๐) ๖. ชรามรณกถา

ว่าด้วยเรื่องชรามรณะแห่งกุตตรธรรมเป็นโลกุตระ

{๑๖๒๐} [๗๒๖] สกวาทีถามว่า ชรามรณะแห่งโลกุตตรธรรมก็เป็นโลกุตตระหรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. เป็นมรรค เป็นผล เป็นนิพพาน เป็นโสดาปัตติมรรค เป็นโสดาปัตติผล ... เป็นโพชฌงค์หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. ชรามรณะแห่งโสดาปัตติมรรคก็เป็นโสดาปัตติมรรคหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. ชรามรณะแห่งโสดาปัตติมรรคก็เป็นโสดาปัตติมรรคหรือ ?

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายมหาสังฆิกะ ซึ่งมีความเห็นว่า ชรามรณะแห่งสภาวธรรมที่เป็นโลกุตตระจัดเป็นโลกุตตระด้วยเช่นกัน ซึ่งต่างจากความเห็นของฝ่ายสกวาทีที่เห็นว่า ชื่อว่าชรามรณะไม่ควรกล่าว(กล่าวไม่ได้)ว่าเป็นโลกิยะหรือเป็นโลกุตตระเพราะเป็นสภาวะที่ยังไม่สำเร็จแน่นอน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๘๐)
หน้า ๘๓๗

ป. ถูกแล้ว

ส. ชรามรณะแห่งโสดาปัตติผลก็เป็นโสดาปัตติผลหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. ชรามรณะแห่งสกทาคามิมรรค ... แห่งสกทาคามิผล ... แห่งอนาคามิมรรค ... แห่งอนาคามิผล ... แห่งอรหัตตมรรคก็เป็นอรหัตตมรรคหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. ชรามรณะแห่งอรหัตตมรรคก็เป็นอรหัตตมรรคหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ชรามรณะแห่งอรหัตตผลก็เป็นอรหัตตผลหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. ชรามรณะแห่งสติปัฏฐาน ... แห่งสัมมัปปธาน ... แห่ง อิทธิบาท ... แห่งอินทรีย์ ... แห่งพละ ... ชรามรณะแห่งโพชฌงค์ก็เป็นโพชฌงค์หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๖๒๑} [๗๒๗] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “ชรามรณะแห่งโลกุตตรธรรมก็เป็นโลกุตตระ” หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ชรามรณะแห่งโลกุตตรธรรมเป็นโลกิยะหรือ ?

ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ป. ถ้าอย่างนั้น ก็ต้องเป็นโลกุตตระ

จบ ชรามรณกถา

หน้า ๘๓๘

(๑๕๑) ๗. สัญญาเวทยิตกถา

ว่าด้วยเรื่องสัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติเป็นโลกุตตระ

{๑๖๒๒} [๗๒๘] สกวาทีถามว่า สัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติเป็นโลกุตตระหรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. สัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติเป็นมรรค เป็นผล เป็นนิพพาน เป็นโสดาปัตติมรรค เป็นโสดาปัตติผล ... เป็นโพชฌงค์หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

[๗๒๙] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “สัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติเป็นโลกุตตระ” หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. สัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติเป็นโลกิยะหรือ ?

ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ป. ถ้าอย่างนั้น สัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติก็ต้องเป็นโลกุตตระ

จบ สัญญาเวทยิตกถา

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑สัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ สมาบัติคือภาวะที่ดับสัญญาและเวทนา จัดเป็นสมาบัติที่สูงเยี่ยมเพราะนามขันธ์ ๔ บริสุทธิ์คือพรากพ้นออกจากธรรมที่เป็นปฏิปักษ์อย่างเต็มที่ (ม.อุ.อ. ๑๘๕, ที.ม.อ.๑๑๓, ม.มู.อ. ๒/๒๕๙)
  2. ๒ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายเหตุวาท ซึ่งมีความเห็นว่า สัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติ เป็นโลกุตตระ โดยให้เหตุผลว่าก็เพราะไม่เป็นโลกิยะ ฉะนั้นจึงจัดเป็นโลกุตตระ ซึ่งต่างจากความเห็นของฝ่ายสกวาทีที่เห็นว่า สัญญาเวทยิตนิโรธสมาบัติไม่ใช่สภาวธรรมบางอย่าง แต่เป็นเพียงภาวะที่ดับแห่งนามขันธ์ ๔ ดังนั้น จึงไม่จัดเป็นทั้งโลกิยะและโลกุตตระ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๘๐-๒๘๑)

จบ ชรามรณกถา