พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๕
ขณลยมุหุตตกถา เล่ม ๓๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๖๑๗–๑๖๑๘ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๑๑ ในวรรคที่ ๑๕มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๕ ขณลยมุหุตตกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)
ฉบับมหามกุฏฯ พิมพ์อรรถกถาไว้ในเล่มเดียวกับพระไตรปิฎก ข้อความในหน้านี้จึงมีอรรถกถาปนอยู่
ไทย (มหามกุฏฯ) เล่ม ๘๑ หน้า ๔๔๙–๔๕๑
ขณลยมุหุตตกถา
[๑๖๑๗] สกวาที ขณะเป็นปรินิปผันนะ ลยะ๑ เป็นปรินิปผันนะมุหุตตะ เป็นปรินิปผันนะ หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. เป็นไป หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ?
ส. เป็นเวทนา ฯลฯ เป็นสัญญา ฯลฯ เป็นสังขาร ฯลฯ
เป็นวิญญาณ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
[๑๖๑๘] ป. ไม่พึงกล่าวว่า มุหุตตะเป็นปรินิปผันนะ หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลายกถาวัตถุนี้มี ๓ อย่าง ๓ อย่างเป็นไฉน ? บุคคลพึงกล่าวกถาปรารภระยะกาลส่วนอดีตว่า ระยะที่ล่วงแล้วได้เป็นแล้วอย่างนี้ ดังนี้บ้างพึงกล่าวกถาปรารภระยะกาลส่วนอนาคตว่า ระยะกาลส่วนอนาคตจักเป็นอย่างนี้ ดังนี้บ้าง พึงกล่าวกถาปรารภระยะกาลปัจจุบัน ณ บัดนี้ว่าปัจจุบันมีอยู่ ณ บัดนี้ อย่างนี้ ดังนี้บ้าง ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กถาวัตถุ ๓อย่าง ฉะนี้แล ดังนี้ เป็นสูตรมีอยู่จริง มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. ถ้าอย่างนั้น มุหุตตะ ก็เป็นปรินิปผันนะ น่ะสิ.
ขณลยมุหุตตกถา จบ
๑. ระยะเวลา ๑๐ นิ้วเป็นขณะหนึ่ง, ๑๐ ขณะเป็นลยะหนึ่ง, ๑๐ ลยะเป็นขณลยะหนึ่ง, ๑๐ ขณลยะเป็นมุหุตตะหนึ่ง, ๑๐ มุหุตตะเป็นขณมุหุตตะหนึ่ง. อภิธานัปปทีปิกา.
อรรถกถาขณลยมุหุตตกถา
ว่าด้วย ขณะ ลยะ มุหุตตะ
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องขณะ คือครั้งหนึ่ง หรือคราวหนึ่ง ลยะ คือประเดี๋ยวหนึ่ง มุหุตตะ คือ ครู่หนึ่ง. แม้ในเรื่อง ขณะลยะและมุหุตตะก็นัยนี้นั่นแหละ คือนัยเดียวกับอัทธา เพราะขณะลยะมุหุตตะเหล่านี้แม้ทั้งหมดเป็นไวพจน์ของเวลานั่นแหละ.
อรรถกถาขณลยมุหุตตกถา จบ
อาสวกถา
[๑๖๑๙] สกวาที อาสวะ ๔ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ หรือ ?
ปรวาที ถูกแล้ว.
ส. เป็นมรรค เป็นผล เป็นนิพพาน เป็นโสดาปัตติมรรค
เป็นโสดาปัตติผล ฯลฯ เป็นโพชฌงค์ หรือ ?
ป. ไม่พึงกล่าวว่า อาสวะ ๔ ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ
หรือ ?
ส. ถูกแล้ว.
ป. อาสวะเหล่านั้น เป็นอารมณ์ของอาสวะโดยอาสวะ
เหล่าใด อาสวะเหล่านั้น มีอยู่พวกหนึ่ง หรือ ?
ส. ไม่พึงกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ป. ถ้าอย่างนั้น อาสวะ ๔ ก็ไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ
น่ะสิ.
อาสวกถา จบ
อรรถกถาอาสวกถา
ว่าด้วย อาสวะ
บัดนี้ ชื่อว่าเรื่องอาสวะ ๔. ในเรื่องนั้น ชนเหล่าใดมีความเห็นผิดดุจลัทธิของนิกายเหตุวาทว่า ชื่อว่า อาสวะอื่นยิ่งกว่าอาสวะ ๔ ไม่มีอาสวะ ๔ จะพึงเป็นอารมณ์ของอาสวะได้ด้วยอาสวะใดเล่า เพราะ
จบ ขณลยมุหุตตกถา