พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๔
อัญโญ อนุสโยติกถา เล่ม ๓๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๗๐–๑๕๗๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๙ ในวรรคที่ ๑๔มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๔ อัญโญ อนุสโยติกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๗ หน้า ๘๐๙–๘๑๒
(๑๔๐) ๕. อัญโญอนุสโยติกถา
ว่าด้วยเรื่องอนุสัยกับปริยุฏฐานไม่เป็นอย่างเดียวกัน
{๑๕๗๐} [๗๐๐] สกวาทีถามว่า กามราคานุสัยอย่างหนึ่ง กามราคปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่ง (เป็นสภาวะละอย่างกัน) หรือ ?
ส. กามราคะอย่างหนึ่ง กามราคปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่งหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. กามราคะกับกามราคปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กามราคานุสัยกับกามราคปริยุฎฐานเป็นอย่างเดียวกันหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๕๗๑} ส. ปฏิฆานุสัยอย่างหนึ่ง ปฏิฆปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่งหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ปฏิฆะอย่างหนึ่ง ปฏิฆปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่งหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ปฏิฆะกับปฏิฆปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะ ซึ่งมีความเห็นว่า อนุสัย (กิเลสที่นอนเนื่องในสันดาน) กับ ปริยุฏฐาน (กิเลสที่กลุ้มรุมจิต) ไม่เป็นอย่างเดียวกัน โดยให้เหตุผลว่าปุถุชนเมื่อจิตที่เป็นกุศลหรืออัพยากฤตเป็นไปอยู่ ชื่อว่าเป็นผู้มีอนุสัยกิเลส แต่ไม่จัดว่าเป็นผู้มีปริยุฏฐานกิเลส ฉะนั้น อนุสัยกับปริยุฏฐานจึงเป็นกิเลสคนละตัวคนละสภาวะกัน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๗๕)
ส. ปฏิฆานุสัยกับปฏิฆปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๕๗๒} ส. มานานุสัยอย่างหนึ่ง มานปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่งหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มานะอย่างหนึ่ง มานปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่งหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. มานะกับมานปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. มานานุสัยกับมานปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๕๗๓} ส. ทิฏฐานุสัยอย่างหนึ่ง ทิฏฐิปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่งหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ทิฏฐิอย่างหนึ่ง ทิฏฐิปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่งหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ทิฏฐิกับทิฏฐิปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ทิฏฐานุสัยกับทิฏฐิปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๕๗๔} ส. วิจิกิจฉานุสัยอย่างหนึ่ง วิจิกิจฉาปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่งหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิจิกิจฉาอย่างหนึ่ง วิจิกิจฉาปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่งหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. วิจิกิจฉากับวิจิกิจฉาปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิจิกิจฉานุสัยกับวิจิกิจฉาปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๕๗๕} ส. ภวราคานุสัยอย่างหนี่ง ภวราคปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่งหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ภวราคะอย่างหนึ่ง ภวราคปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่งหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ภวราคะกับภวราคปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ภวราคานุกัยกับภวราคปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๕๗๖} ส. อวิชชานุสัยอย่างหนึ่ง อวิชชาปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่งหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อวิชชาอย่างหนึ่ง อวิชชาปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่งหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. อวิชชานุสัยกับอวิชชาปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อวิชชานุสัยกับอวิชชาปริยุฏฐานเป็นอย่างเดียวกันหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๕๗๗} [๗๐๑] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “อนุสัยอย่างหนึ่ง ปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่ง” หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ปุถุชนเมื่อจิตที่เป็นกุศลหรืออัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า “เป็นผู้มีอนุสัย” หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ท่านยอมรับว่า “เป็นผู้ถูกปริยุฏฐานกิเลสกลุ้มรุม” หรือ ?
ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ป. ถ้าอย่างนั้น อนุสัยก็อย่างหนึ่ง ปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่ง
ป. ปุถุชนเมื่อจิตที่เป็นกุศลหรืออัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า “เป็นผู้มีราคะ” หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ท่านยอมรับว่า “เป็นผู้ถูกปริยุฏฐานกิเลสกลุ้มรุม” หรือ ?
ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ป. ถ้าอย่างนั้น ราคะก็อย่างหนึ่ง ปริยุฏฐานก็อย่างหนึ่ง
จบ อัญโญอนุสโยติกถา
(๑๔๑) ๖. ปริยุฏฐานจิตตวิปปยุตตันติกถา
ว่าด้วยเรื่องปริยุฏฐานกิเลสวิปปยุตจากจิต
{๑๕๗๘} [๗๐๒] สกวาทีถามว่า ปริยุฏฐานกิเลสวิปปยุตจากจิตหรือ ?
จบ อัญโญ อนุสโยติกถา