arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๔

อริยรูปกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๖๘–๑๕๖๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๙ ในวรรคที่ ๑๔มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

_______

๑๔. จุทฺทสมวคฺค

(๑๓๙) ๔. อริยรูปกถา

๔. อริยรูปกถา (๑๓๙)

ว่าด้วยอริยรูป

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๔ อริยรูปกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓๗ หน้า ๔๑๔–๔๑๔ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๗ หน้า ๗๔๕–๗๔๖

บาลี (มหาจุฬาฯ)

*อริยรูปํ มหาภูตานํ อุปาทายาติ? อามนฺตา. อริยรูปํ กุสลนฺติ? อามนฺตา. มหาภูตา กุสลาติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มหาภูตา อพฺยากตาติ? อามนฺตา. อริยรูปํ อพฺยากตนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ อริยรูปํ มหาภูตานํ อุปาทายาติ? อามนฺตา. อริยรูปํ อนาสวํ อสญฺโญชนิยํ อคนฺถนิยํ อโนฆนิยํ อโยคนิยํ อนีวรณิยํ อปรามฏฺฐํ อนุปาทานิยํ อสงฺกิเลสิยนฺติ? อามนฺตา. มหาภูตา อนาสวา สญฺโญชนิยา ฯเปฯ อสงฺกิเลสิยาติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มหาภูตา สาสวา สญฺโญชนิยา ฯเปฯ สงฺกิเลสิยาติ? อามนฺตา. อริยรูปํ สาสวํ สญฺโญชนิยํ สงฺกิเลสิยนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. อริยรูป อาศัยมหาภูตรูปใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. อริยรูปเป็นกุศลใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. มหาภูตรูปเป็นกุศลใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. มหาภูตรูปเป็นอัพยากฤตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. อริยรูปเป็นอัพยากฤตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. อริยรูปอาศัยมหาภูตรูปใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. อริยรูปไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ไม่เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ ไม่เป็น อารมณ์ของคันถะ ไม่เป็นอารมณ์ของโอฆะ ไม่เป็นอารมณ์ของโยคะ ไม่เป็นอารมณ์ ของนิวรณ์ ไม่เป็นอารมณ์ของปรามาส ไม่เป็นอารมณ์ของอุปาทาน ไม่เป็น อารมณ์ของสังกิเลสใช่ไหมปร. ใช่

สก. มหาภูตรูปไม่เป็นอารมณ์ของอาสวะ ฯลฯ ไม่เป็นอารมณ์ของสังกิเลส ใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. มหาภูตรูปเป็นอารมณ์ของอาสวะ เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ ฯลฯ เป็นอารมณ์ของสังกิเลสใช่ไหมปร. ใช่

สก. อริยรูปเป็นอารมณ์ของอาสวะ เป็นอารมณ์ของสังโยชน์ เป็นอารมณ์ของ สังกิเลสใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑อริยรูป แปลว่ารูปของพระอริยะหรือรูปที่เป็นอริยะ ในที่นี้หมายถึงสัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ ที่นับ เนื่องในอริยมรรค (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๙๘-๖๙๙/๒๗๕)
  2. ๒ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอุตตราปถกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๙๘-๖๙๙/๒๗๕)
  3. ๓เพราะมีความเห็นว่า อริยรูปจัดเป็นอุปาทายรูป เพราะอาศัยมหาภูตรูป ๔ ซึ่งต่างกับความเห็นของ สกวาทีที่เห็นว่า อริยรูป คือสัมมาวาจาและสัมมากัมมันตะไม่จัดเป็นรูป (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๙๘-๖๙๙/๒๗๕)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

*น วตฺตพฺพํ “อริยรูปํ มหาภูตานํ อุปาทายา”ติ? อามนฺตา. นนุ วุตฺตํ ภควตา “ยํ กิญฺจิ ภิกฺขเว รูปํ จตฺตาริ มหาภูตานิ จตุนฺนญฺจ มหาภูตานํ อุปาทายรูปนฺ”ติ (๑) อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ? อามนฺตา. เตน หิ อริยรูปํ มหาภูตานํ อุปาทายาติ. อริยรูปกถา นิฏฺฐิตา.

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑ม.มู. ๑๒/๓๔๗/๓๐๗
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “อริยรูปอาศัยมหาภูตรูป” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย รูปอย่างใดอย่าง หนึ่ง คือ มหาภูตรูป ๔ และรูปที่อาศัยมหาภูตรูป ๔” มีอยู่จริงมิใช่หรือสก. ใช่

ปร. ดังนั้น อริยรูปจึงอาศัยมหาภูตรูป

อริยรูปกถา จบ

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ดูเทียบ ม.มู. (แปล) ๑๒/๓๔๗/๓๗๗-๓๘๐

จบ อริยรูปกถา