arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๔

อนันตรปัจจยกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๖๑–๑๕๖๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๙ ในวรรคที่ ๑๔มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

_______

๑๔. จุทฺทสมวคฺค

(๑๓๘) ๓. อนนฺตรปจฺจยกถา

๓. อนันตรปัจจยกถา (๑๓๘)

ว่าด้วยอนันตรปัจจัย

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๔ อนันตรปัจจยกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓๗ หน้า ๔๑๑–๔๑๔ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๗ หน้า ๗๔๐–๗๔๕

บาลี (มหาจุฬาฯ)

*จกฺขุวิญฺญาณสฺส อนนฺตรา โสตวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชตีติ? อามนฺตา. ยา จกฺขุวิญฺญา-ณสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ, สาว โสตวิญฺญาณสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*จกฺขุวิญฺญาณสฺส อนนฺตรา โสตวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, น วตฺตพฺพํ “ยา จกฺขุวิญฺญาณสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ, สาว โสตวิญฺญาณสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธี”ติ? อามนฺตา. โสตวิญฺญาณํ อนาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ อปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ โสตวิญฺญาณํ อาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชตีติ? อามนฺตา. หญฺจิ โสตวิญฺญาณํ อาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “จกฺขุวิญฺญาณสฺส อนนฺตรา โสตวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชตี”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. โสตวิญญาณเกิดขึ้นในลำดับแห่งจักขุวิญญาณใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ความนึกถึง ฯลฯ ความตั้งใจ เพื่อความเกิดขึ้นแห่งจักขุวิญญาณนั้น ก็เพื่อความเกิดขึ้นแห่งโสตวิญญาณใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. โสตวิญญาณเกิดขึ้นในลำดับแห่งจักขุวิญญาณ แต่ท่านไม่ยอมรับว่า “ความนึกถึง ฯลฯ ความตั้งใจ เพื่อความเกิดขึ้นแห่งจักขุวิญญาณนั้นก็เพื่อความ เกิดขึ้นแห่งโสตวิญญาณ” ใช่ไหมปร. ใช่

สก. โสตวิญญาณเกิดขึ้นแก่ผู้ไม่นึกถึงอยู่ ฯลฯ ไม่ตั้งใจอยู่ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. โสตวิญญาณเกิดขึ้นแก่ผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ตั้งใจอยู่มิใช่หรือ

ปร. ใช่

สก. หากโสตวิญญาณเกิดขึ้นแก่ผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ตั้งใจอยู่ ท่านก็ไม่ควร ยอมรับว่า “โสตวิญญาณเกิดขึ้นในลำดับแห่งจักขุวิญญาณ”

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายอุตตราปถกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๙๓-๖๙๗/๒๗๔)
  2. ๒เพราะมีความเห็นว่า วิญญาณ ๕ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีจิตอื่นมาคั่นในระหว่าง ซึ่งต่างกับความ เห็นของสกวาทีที่เห็นว่า วิญญาณ ๕ เกิดขึ้นไม่ต่อเนื่องกันโดยต้องมีอารมณ์มาคั่นในระหว่าง เช่น เมื่อจักขุวิญญาณเกิดขึ้นจะต้องมีรูปารมณ์มาคั่น จึงจะเกิดโสตวิญญาณต่อไปได้ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๙๓-๖๙๗/๒๗๔)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

*จกฺขุวิญฺญาณสฺส อนนฺตรา โสตวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชตีติ? อามนฺตา. จกฺขุวิญฺญาณํ รูปนิมิตฺตํ มนสิกโรโต อุปฺปชฺชตีติ? อามนฺตา. โสตวิญฺญาณํ รูปนิมิตฺตํ มนสิกโรโต อุปฺปชฺชตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*จกฺขุวิญฺญาณํ รูปารมฺมณญฺเญว น อญฺญารมฺมณนฺติ? อามนฺตา. โสตวิญฺญาณํ รูปารมฺมณญฺเญว น อญฺญารมฺมณนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณนฺติ? อามนฺตา. จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ โสตวิญฺญาณนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ โสตวิญฺญาณนฺติ? อามนฺตา. “จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ โสตวิญฺญาณนฺ”ติ (๑) อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ? นตฺถิ. “จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณนฺ”ติ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ? อามนฺตา. หญฺจิ “จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ จกฺขุวิญฺญาณนฺ”ติ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโต, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “จกฺขุญฺจ ปฏิจฺจ รูเป จ อุปฺปชฺชติ โสตวิญฺญาณนฺ”ติ.

*จกฺขุวิญฺญาณสฺส อนนฺตรา โสตวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชตีติ? อามนฺตา. ตญฺเญว จกฺขุวิญฺญาณํ ตํ โสตวิญฺญาณนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑- ๑ สํ.สฬ. ๑๘/๙๓/๖๓
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. โสตวิญญาณเกิดขึ้นในลำดับแห่งจักขุวิญญาณใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. จักขุวิญญาณเกิดขึ้นแก่ผู้มนสิการรูปนิมิตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. โสตวิญญาณเกิดขึ้นแก่ผู้มนสิการรูปนิมิตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. จักขุวิญญาณมีรูปเป็นอารมณ์เท่านั้น ไม่มีอย่างอื่นเป็นอารมณ์ใช่ไหมปร. ใช่

สก. โสตวิญญาณมีรูปเป็นอารมณ์เท่านั้น ไม่มีอย่างอื่นเป็นอารมณ์ใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. เพราะอาศัยจักษุและรูป จักขุวิญญาณจึงเกิดขึ้นใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. เพราะอาศัยจักษุและรูป โสตวิญญาณจึงเกิดขึ้นใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. เพราะอาศัยจักษุและรูป โสตวิญญาณจึงเกิดขึ้นใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. พระสูตรที่ว่า “เพราะอาศัยจักษุและรูป โสตวิญญาณจึงเกิดขึ้น” มี อยู่จริงใช่ไหมปร. ไม่มี

สก. พระสูตรที่ว่า “เพราะอาศัยจักษุและรูป จักขุวิญญาณจึงเกิดขึ้น” มีอยู่ จริงใช่ไหมปร. ใช่

สก. หากพระสูตรที่ว่า “เพราะอาศัยจักษุกับรูป จักขุวิญญาณจึงเกิดขึ้น” มีอยู่จริง ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “เพราะอาศัยจักษุและรูป โสตวิญญาณจึงเกิดขึ้น”สก. โสตวิญญาณเกิดขึ้นในลำดับแห่งจักขุวิญญาณใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. จักขุวิญญาณกับโสตวิญญาณเป็นอย่างเดียวกันใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ดูเทียบ สํ.สฬา. (แปล) ๑๘/๙๓/๙๔-๙๗
บาลี (มหาจุฬาฯ)

*โสตวิญฺญาณสฺส อนนฺตรา ฆานวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ฆานวิญฺญาณสฺส อนนฺตรา ชิวฺหาวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ

*ชิวฺหาวิญฺญาณสฺส อนนฺตรา กายวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชตีติ? อามนฺตา. ยา ชิวฺหาวิญฺญาณสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ, สาว กายวิญฺญาณสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ชิวฺหาวิญฺญาณสฺส อนนฺตรา กายวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชติ, น วตฺตพฺพํ “ยา ชิวฺหาวิญฺญาณสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธิ, สาว กายวิญฺญาณสฺส อุปฺปาทาย อาวชฺชนา ฯเปฯ ปณิธี”ติ? อามนฺตา. กายวิญฺญาณํ อนาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ อปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ กายวิญฺญาณํ อาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชตีติ? อามนฺตา. หญฺจิ กายวิญฺญาณํ อาวชฺชนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ ฯเปฯ ปณิทหนฺตสฺส อุปฺปชฺชติ, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “ชิวฺหาวิญฺญาณสฺส อนนฺตรา กายวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชตี”ติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. ฆานวิญญาณเกิดขึ้นในลำดับแห่งโสตวิญญาณ ฯลฯ ชิวหาวิญญาณเกิดขึ้นในลำดับแห่งฆานวิญญาณ ฯลฯ กายวิญญาณเกิดขึ้นในลำดับแห่ง ชิวหาวิญญาณใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ความนึกถึง ฯลฯ ความตั้งใจ เพื่อความเกิดขึ้นแห่งชิวหาวิญญาณนั้น ก็เพื่อความเกิดขึ้นแห่งกายวิญญาณใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. กายวิญญาณเกิดขึ้นในลำดับแห่งชิวหาวิญญาณ แต่ท่านไม่ยอมรับว่า “ความนึกถึง ฯลฯ ความตั้งใจ เพื่อความเกิดขึ้นแห่งชิวหาวิญญาณนั้นก็เพื่อ ความเกิดขึ้นแห่งกายวิญญาณ” ใช่ไหมปร. ใช่

สก. กายวิญญาณเกิดขึ้นแก่ผู้ไม่นึกถึงอยู่ ฯลฯ ไม่ตั้งใจอยู่ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. กายวิญญาณเกิดขึ้นแก่ผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ตั้งใจอยู่มิใช่หรือ

ปร. ใช่

สก. หากกายวิญญาณเกิดขึ้นแก่ผู้นึกถึงอยู่ ฯลฯ ผู้ตั้งใจอยู่ ท่านก็ไม่ควร ยอมรับว่า “กายวิญญาณเกิดขึ้นในลำดับแห่งชิวหาวิญญาณ”

บาลี (มหาจุฬาฯ)

*ชิวฺหาวิญฺญาณสฺส อนนฺตรา กายวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชตีติ? อามนฺตา. ชิวฺหาวิญฺญาณํ รสนิมิตฺตํ มนสิกโรโต อุปฺปชฺชตีติ? อามนฺตา. กายวิญฺญาณํ รสนิมิตฺตํ มนสิกโรโต อุปฺปชฺชตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*ชิวฺหาวิญฺญาณํ รสารมฺมณญฺเญว น อญฺญารมฺมณนฺติ? อามนฺตา. กายวิญฺญาณํ รสารมฺมณญฺเญว น อญฺญารมฺมณนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

*ชิวฺหญฺจ ปฏิจฺจ รเส จ อุปฺปชฺชติ ชิวฺหาวิญฺญาณนฺติ? อามนฺตา. ชิวฺหญฺจ ปฏิจฺจ รเส จ อุปฺปชฺชติ กายวิญฺญาณนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ชิวฺหญฺจ ปฏิจฺจ รเส จ อุปฺปชฺชติ กายวิญฺญา-ณนฺติ? อามนฺตา. “ชิวฺหญฺจ ปฏิจฺจ รเส จ อุปฺปชฺชติ กายวิญฺญาณนฺ”ติ (๑) อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ? นตฺถิ. “ชิวฺหญฺจ ปฏิจฺจ รเส จ อุปฺปชฺชติ ชิวฺหาวิญฺญาณนฺ”ติ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ? อามนฺตา. หญฺจิ “ชิวฺหญฺจ ปฏิจฺจ รเส จ อุปฺปชฺชติ ชิวฺหาวิญฺญาณนฺ”ติ๑ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ, โน จ วต เร วตฺตพฺเพ “ชิวฺหญฺจ ปฏิจฺจ รเส จ อุปฺปชฺชติ กายวิญฺญาณนฺ”ติ.

*ชิวฺหาวิญฺญาณสฺส อนนฺตรา กายวิญฺญาณํ อุปฺปชฺชตีติ? อามนฺตา. ตญฺเญว ชิวฺหาวิญฺญาณํ ตํ กายวิญฺญาณนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

เชิงอรรถ (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. ๑- ๑ สํ.สฬ. ๑๘/๙๓/๖๔
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. กายวิญญาณเกิดขึ้นในลำดับแห่งชิวหาวิญญาณใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ชิวหาวิญญาณเกิดขึ้นแก่ผู้มนสิการรสนิมิตใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. กายวิญญาณเกิดขึ้นแก่ผู้มนสิการรสนิมิตใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ชิวหาวิญญาณมีรสเป็นอารมณ์เท่านั้น ไม่มีอย่างอื่นเป็นอารมณ์ใช่ไหมปร. ใช่

สก. กายวิญญาณมีรสเป็นอารมณ์เท่านั้น ไม่มีอย่างอื่นเป็นอารมณ์ใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. เพราะอาศัยชิวหาและรส ชิวหาวิญญาณจึงเกิดขึ้นใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. เพราะอาศัยชิวหาและรส กายวิญญาณจึงเกิดขึ้นใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. เพราะอาศัยชิวหาและรส กายวิญญาณจึงเกิดขึ้นใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. พระสูตรที่ว่า “เพราะอาศัยชิวหาและรส กายวิญญาณจึงเกิดขึ้น” มีอยู่ ใช่ไหมปร. ไม่มี

สก. พระสูตรที่ว่า “เพราะอาศัยชิวหาและรส ชิวหาวิญญาณจึงเกิดขึ้น” มีอยู่ใช่ไหมปร. ใช่

สก. หากพระสูตรที่ว่า “เพราะอาศัยชิวหาและรส ชิวหาวิญญาณจึง เกิดขึ้น” มีอยู่จริง ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “เพราะอาศัยชิวหาและรส กายวิญญาณจึงเกิดขึ้น”สก. กายวิญญาณเกิดขึ้นในลำดับแห่งชิวหาวิญญาณใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. ชิวหาวิญญาณกับกายวิญญาณเป็นอย่างเดียวกันใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ดูเทียบ สํ.สฬา. (แปล) ๑๘/๙๓/๙๔-๙๗
บาลี (มหาจุฬาฯ)

*น วตฺตพฺพํ “ปญฺจ วิญฺญาณา อญฺญมญฺญสฺส สมนนฺตรา อุปฺปชฺชนฺตี”ติ? อามนฺตา. นนุ อตฺถิ โกจิ นจฺจติ, คายติ, วาเทติ, รูปญฺจ ปสฺสติ, สทฺทญฺจ สุณาติ, คนฺธญฺจ ฆายติ, รสญฺจ สายติ, โผฏฺฐพฺพญฺจ ผุสตีติ? อามนฺตา. หญฺจิ อตฺถิ โกจิ นจฺจติ, คายติ, วาเทติ, รูปญฺจ ปสฺสติ, สทฺทญฺจ สุณาติ, คนฺธญฺจ ฆายติ, รสญฺจ สายติ, โผฏฺฐพฺพญฺจ ผุสติ, เตน วต เร วตฺตพฺเพ “ปญฺจ วิญฺญาณา อญฺญมญฺญสฺส สมนนฺตรา อุปฺปชฺชนฺตี”ติ. อนนฺตรปจฺจยกถา นิฏฺฐิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “วิญญาณ ๕ เกิดขึ้นต่อเนื่องกันและกัน” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. บางคนที่ฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรี เห็นรูป ฟังเสียง ดมกลิ่น ลิ้มรสและถูกต้องโผฏฐัพพะมีอยู่มิใช่หรือ

สก. ใช่

ปร. หากบางคนที่ฟ้อนรำ ขับร้อง ประโคมดนตรี เห็นรูป ฟังเสียง ดมกลิ่น ลิ้มรสและถูกต้องโผฏฐัพพะได้มีอยู่ ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “วิญญาณ ๕ เกิดขึ้นต่อเนื่องกันและกัน”

อนันตรปัจจยกถา จบ

จบ อนันตรปัจจยกถา