พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๔
สฬายตนุปปัตติกถา เล่ม ๓๗
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๕๕๗–๑๕๖๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๙ ในวรรคที่ ๑๔มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
๑๔. จุทฺทสมวคฺค
(๑๓๗) ๒. สฬายตนุปฺปตฺติกถา
๒. สฬายตนุปปัตติกถา (๑๓๗)
ว่าด้วยความเกิดขึ้นแห่งอายตนะ ๖
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๔ สฬายตนุปปัตติกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)
บาลี (มหาจุฬาฯ) เล่ม ๓๗ หน้า ๔๑๐–๔๑๑ · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๗ หน้า ๗๓๗–๗๓๙
*สฬายตนํ อปุพฺพํ อจริมํ มาตุกุจฺฉิสฺมึ สณฺฐาตีติ? อามนฺตา. สพฺพงฺคปจฺจงฺคี อหีนินฺทฺริโย มาตุกุจฺฉิสฺมึ โอกฺกมตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
*อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน จกฺขายตนํ สณฺฐาตีติ? อามนฺตา. อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน หตฺถา สณฺฐนฺติ, ปาทา สณฺฐนฺติ, สีสํ สณฺฐาติ, กณฺโณ สณฺฐาติ, นาสิกา สณฺฐาติ, มุขํ สณฺฐาติ, ทนฺตา สณฺฐนฺตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
*อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน โสตายตนํ ฯเปฯ ฆานายตนํ ฯเปฯ ชิวฺหายตนํ สณฺฐาตีติ? อามนฺตา. อุปปตฺเตสิเยน จิตฺเตน หตฺถา สณฺฐนฺติ, ปาทา สณฺฐนฺติ, สีสํ สณฺฐาติ, กณฺโณ สณฺฐาติ, นาสิกา สณฺฐาติ, มุขํ สณฺฐาติ, ทนฺตา สณฺฐนฺตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
สก. อายตนะ ๖ เกิดในครรภ์มารดา ไม่ก่อน ไม่หลังกันใช่ไหม
สก. บุคคลมีอวัยวะน้อยใหญ่ครบถ้วน มีอินทรีย์ไม่บกพร่อง หยั่งลงใน ครรภ์มารดาใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. จักขายตนะเกิดพร้อมกับปฏิสนธิจิตใช่ไหม
ปร. ใช่
สก. มือ เท้า ศีรษะ หู จมูก ปาก ฟัน เกิดพร้อมกับปฏิสนธิจิตใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. โสตายตนะ ฯลฯ ฆานายตนะ ฯลฯ ชิวหายตนะ เกิดพร้อมกับ ปฏิสนธิจิตใช่ไหมปร. ใช่
สก. มือ เท้า ศีรษะ หู จมูก ปาก ฟัน เกิดพร้อมกับปฏิสนธิจิตใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
- ๑ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายปุพพเสลิยะและนิกายปรเสลิยะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๙๑/๒๗๓-๒๗๔)
- ๒เพราะมีความเห็นว่า อายตนะภายใน ๖ มีตาเป็นต้นเกิดขึ้นพร้อมกันในขณะปฏิสนธิ ซึ่งต่างกับความ เห็นของสกวาทีที่เห็นว่า อายตนะภายใน ๖ ของสัตว์ผู้เกิดในครรภ์ไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทีเดียว แต่จะ เกิดขึ้นไปตามลำดับ คือมนายตนะกับกายายตนะ เกิดขึ้นในขณะปฏิสนธิ จักขายตนะ โสตายนะ ฆนายตนะ และชิวหายตนะ เกิดขึ้นในเวลาต่อมา (สัปดาห์ที่ ๑๑) (อภิ.ปญฺจ.อ. ๖๙๑/๒๗๓-๒๗๔)
*มาตุกุจฺฉิคตสฺส ปจฺฉา จกฺขายตนํ อุปฺปชฺชตีติ? อามนฺตา. มาตุกุจฺฉิสฺมึ จกฺขุปฏิลาภาย กมฺมํ กโรตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ มาตุกุจฺฉิคตสฺส ปจฺฉา โสตายตนํ ฯเปฯ ฆานายตนํ ฯเปฯ ชิวฺหายตนํ อุปฺปชฺชตีติ? อามนฺตา. มาตุกุจฺฉิสฺมึ ชิวฺหาปฏิลาภาย กมฺมํ กโรตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
*มาตุกุจฺฉิคตสฺส ปจฺฉา เกสา, โลมา, นขา, ทนฺตา, อฏฺฐิ อุปฺปชฺชนฺตีติ? อามนฺตา. มาตุกุจฺฉิสฺมึ อฏฺฐิปฏิลาภาย กมฺมํ กโรตีติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ
*น วตฺตพฺพํ “มาตุกุจฺฉิคตสฺส ปจฺฉา เกสา, โลมา, นขา, ทนฺตา, อฏฺฐิ อุปฺปชฺชนฺตี”ติ? อามนฺตา. นนุ วุตฺตํ ภควตา:- ปฐมํ กลลํ โหติ กลลา โหติ อมฺพุทํ (๑)
อมฺพุทา ชายเต เปสึ (๒) เปสึ นิพฺพตฺตติ (๓) ฆโน
ฆนา ปสาขา ชายนฺติ เกสา โลมา นขาปิ จ
ยญฺจสฺส ภุญฺชติ มาตา อนฺนํ ปานญฺจ โภชนํ
เตน โส ตตฺถ ยาเปติ มาตุกุจฺฉิคโต นโรติ (๔)
อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ? อามนฺตา. เตน หิ มาตุกุจฺฉิคตสฺส ปจฺฉา เกสา, โลมา, นขา, ทนฺตา, อฏฺฐิ อุปฺปชฺชนฺตีติ. สฬายตนุปฺปตฺติกถา นิฏฺฐิตา.
- ๑ฉ.ม. อพฺพุทํ
- ๒ฉ.ม. เปสิ
- ๓ฉ.ม. นิพฺพตฺตเต
- ๔สํ.ส. ๑๕/๒๓๕/๒๔๘
ปร. จักขายตนะเกิดขึ้นแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาในภายหลังใช่ไหม
สก. ใช่
ปร. สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาทำกรรมเพื่อได้จักษุอยู่ในครรภ์มารดาใช่ไหมสก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
ปร. โสตายตนะ ฯลฯ ฆานายตนะ ฯลฯ ชิวหายตนะ เกิดขึ้นแก่สัตว์ผู้อยู่ ในครรภ์มารดาในภายหลังใช่ไหมสก. ใช่
ปร. สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาทำกรรมเพื่อได้ชิวหาอยู่ในครรภ์มารดาใช่ไหมสก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. ผม ขน เล็บ ฟัน กระดูก เกิดขึ้นแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาใน ภายหลังใช่ไหมปร. ใช่
สก. สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดาทำกรรมเพื่อได้อัฐิอยู่ในครรภ์มารดาใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ
สก. ท่านไม่ยอมรับว่า “ผม ขน เล็บ ฟัน กระดูก เกิดขึ้นแก่สัตว์ผู้อยู่ ในครรภ์มารดาในภายหลัง” ใช่ไหมปร. ใช่
สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า
จากอัพพุทะเกิดเป็นเปสิ
จากเปสิเกิดเป็นฆนะ
ต่อจากนั้น ผม ขน เล็บจึงเกิดขึ้น
มารดาของสัตว์ผู้อยู่ในครรภ์นั้น
บริโภคข้าว น้ำ โภชนาหารอย่างใด
สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์มารดานั้น
ก็ยังอัตภาพให้เป็นไปในครรภ์
ด้วยข้าว น้ำ โภชนาหารอย่างนั้น”
มีอยู่จริงมิใช่หรือ
ปร. ใช่
สก. ดังนั้น ผม ขน เล็บ ฟัน กระดูก จึงเกิดขึ้นแก่สัตว์ผู้อยู่ในครรภ์ มารดาในภายหลัง
สฬายตนุปปัตติกถา จบ
- ๑กลละ หมายถึงรูปที่มีลักษณะใสขนาดเท่าหยดน้ำมันที่ติดอยู่บนขนแกะ ซึ่งเหลือจากการสบัด ๓ ครั้ง (สํ.ส.อ. ๑/๒๓๕/๒๘๔, สํ.ส.ฏีกา ๑/๒๓๕/๓๒๖)
- ๒อัพพุทะ หมายถึงรูปที่เกิดถัดจากกลละนั้นไป ๗ วัน มีสีเหมือนน้ำล้างเนื้อ มีลักษณะเหมือนสีดีบุกเหลว (สํ.ส.อ. ๑/๒๓๕/๒๘๕, สํ.ส.ฏีกา ๑/๒๓๕/๓๒๖)
- ๓ปุ่ม ๕ ปุ่ม หมายถึงในสัปดาห์ที่ ๕ เกิดเป็นปุ่ม ๕ ปุ่ม คือ แขน ๒ เท้า ๒ ศีรษะ ๑ (สํ.ส.อ. ๑/๒๓๕/๒๘๕)
- ๔ดูเทียบ สํ.ส. (แปล) ๑๕/๒๓๕/๓๓๗-๓๓๘
จบ สฬายตนุปปัตติกถา