arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๑๑

อิทังทุกขันติกถา เล่ม ๓๗

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๕๔–๑๔๕๙ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๔/๘ ในวรรคที่ ๑๑มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๑๑ อิทังทุกขันติกถา (ฉบับหลวง เล่ม ๓๗ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๗ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๘๑ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๗)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๗ หน้า ๗๓๒–๗๓๖

หน้า ๗๓๒

ป. พระอรหันต์ผู้พร้อมเพรียงด้วยจักขุวิญญาณ ท่านยอมรับว่า “ผู้มีปัญญา” หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ปัญญาสัมปยุตด้วยจิตนั้นหรือ ?

ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ป. ถ้าอย่างนั้น ปัญญาก็ต้องวิปปยุตจากจิต

จบ ญาณังจิตตวิปปยุตตันติกถา

(๑๑๑) ๖. อิทังทุกขันติกถา

ว่าด้วยเรื่องการเปล่งวาจาว่านี้ทุกข์

{๑๔๕๔} [๖๑๘] สกวาทีถามว่า เมื่อกล่าววาจาว่านี้ทุกข์ ญาณที่รู้ว่านี้ทุกข์เป็นไปหรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. เมื่อกล่าววาจาว่านี้สมุทัย ญาณที่รู้ว่านี้สมุทัยก็เป็นไปหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. เมื่อกล่าววาจาว่านี้ทุกข์ ญาณที่รู้ว่านี้ทุกข์ก็เป็นไปหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เมื่อกล่าววาจาว่านี้นิโรธ ญาณที่รู้ว่านี้นิโรธก็เป็นไปหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะ ซึ่งมีความเห็นว่า ในขณะที่จะบรรลุโลกุตตรมรรค พระโยคาวจรย่อมเปล่งวาจาอิงอริยสัจว่านี้ทุกข์ และเมื่อเปล่งวาจาเช่นนั้น ญาณที่รู้ว่านี้ทุกข์ย่อมเป็นไปคือเกิดขึ้นแก่พระโยคาวจรนั้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๕๗)
หน้า ๗๓๓

ส. เมื่อกล่าววาจาว่านี้ทุกข์ ญาณที่รู้ว่านี้ทุกข์ก็เป็นไปหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เมื่อกล่าววาจาว่านี้มรรค ญาณที่รู้ว่านี้มรรคก็เป็นไปหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๔๕๕} ส. เมื่อกล่าววาจาว่านี้สมุทัย แต่ญาณที่รู้ว่านี้สมุทัยไม่เป็นไปหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เมื่อกล่าววาจาว่านี้ทุกข์ แต่ญาณที่รู้ว่านี้ทุกข์ไม่เป็นไปหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. เมื่อกล่าววาจาว่านี้นิโรธ ... นี้มรรค แต่ญาณที่รู้ว่านี้มรรคไม่เป็นไปหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เมื่อกล่าววาจาว่านี้ทุกข์ แต่ญาณที่รู้ว่านี้ทุกข์ไม่เป็นไปหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๔๕๖} [๖๑๙] ส. เมื่อกล่าววาจาว่านี้ทุกข์ ญาณที่รู้ว่านี้ทุกข์ก็เป็นไปหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เมื่อกล่าววาจาว่ารูปไม่เที่ยง ญาณที่รู้ว่ารูปไม่เที่ยงก็เป็นไปหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. เมื่อกล่าววาจาว่านี้ทุกข์ ญาณที่รู้ว่านี้ทุกข์ก็เป็นไปหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

หน้า ๗๓๔

ส. เมื่อกล่าววาจาว่าเวทนา ... สัญญา ... สังขาร ... วิญญาณไม่เที่ยง ญาณที่รู้ว่าวิญญาณไม่เที่ยงก็เป็นไปหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๔๕๗} ส. เมื่อกล่าววาจาว่านี้ทุกข์ ญาณที่รู้ว่านี้ทุกข์ก็เป็นไปหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เมื่อกล่าววาจาว่ารูปเป็นอนัตตา ญาณที่รู้ว่ารูปเป็นอนัตตาก็เป็นไปหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. เมื่อกล่าววาจาว่านี้ทุกข์ ญาณที่รู้ว่านี้ทุกข์ก็เป็นไปหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เมื่อกล่าววาจาว่าเวทนา ... สัญญา ... สังขาร ... วิญญาณเป็นอนัตตา ญาณที่รู้ว่าวิญญาณเป็นอนัตตาก็เป็นไปหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๔๕๘} ส. เมื่อกล่าววาจาว่ารูปไม่เที่ยง แต่ญาณที่รู้ว่ารูปไม่เที่ยงไม่เป็นไปหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เมื่อกล่าววาจาว่านี้ทุกข์ แต่ญาณที่รู้ว่านี้ทุกข์ไม่เป็นไปหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. เมื่อกล่าววาจาว่าเวทนา ... สัญญา ... สังขาร ... วิญญาณไม่เที่ยง แต่ญาณที่รู้ว่าวิญญาณไม่เที่ยงไม่เป็นไปหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

หน้า ๗๓๕

ส. เมื่อกล่าววาจาว่านี้ทุกข์ แต่ญาณที่รู้ว่านี้ทุกข์ไม่เป็นไปหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. เมื่อกล่าววาจาว่ารูปเป็นอนัตตา แต่ญาณที่รู้ว่ารูปเป็นอนัตตาไม่เป็นไปหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เมื่อกล่าววาจาว่านี้ทุกข์ แต่ญาณที่รู้ว่านี้ทุกข์ไม่เป็นไปหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. เมื่อกล่าววาจาว่าเวทนา ... สัญญา ... สังขาร ... วิญญาณเป็นอนัตตา แต่ญาณที่รู้ว่าวิญญาณเป็นอนัตตาไม่เป็นไปหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เมื่อกล่าววาจาว่านี้ทุกข์ แต่ญาณที่รู้ว่านี้ทุกข์ไม่เป็นไปหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๔๕๙} [๖๒๐] ส. เมื่อกล่าววาจาว่า อิทํ ทุกฺขํ ญาณที่รู้ว่า อิทํ ทุกฺขํ ก็เป็นไปหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ญาณที่รู้ว่า อิ ญาณที่รู้ว่า ทํ ญาณที่รู้ว่า ทุ และญาณที่รู้ว่า ขํ ก็เป็นไปหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

จบ อิทังทุกขันติกถา

หน้า ๗๓๖

(๑๑๒) ๗. อิทธิพลกถา

ว่าด้วยเรื่องผู้ประกอบด้วยกำลังแห่งฤทธิ์

{๑๔๖๐} [๖๒๑] สกวาทีถามว่า ผู้ประกอบด้วยกำลังแห่งฤทธิ์พึงดำรงอยู่ได้ตลอดกัปหรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. อายุนั้นสำเร็จด้วยฤทธิ์ คตินั้นสำเร็จด้วยฤทธิ์ การได้อัตภาพนั้นสำเร็จด้วยฤทธิ์หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. ผู้ประกอบด้วยกำลังแห่งฤทธิ์พึงดำรงอยู่ได้ตลอดกัปหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ผู้ประกอบด้วยกำลังแห่งฤทธิ์พึงดำรงอยู่ตลอดกัปที่เป็นอดีต พึงดำรงอยู่ตลอดกัปที่เป็นอนาคตหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. ผู้ประกอบด้วยกำลังแห่งฤทธิ์พึงดำรงอยู่ตลอดกัปหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายมหาสังฆิกะ ซึ่งมีความเห็นว่า บุคคลผู้ประกอบด้วยกำลังแห่งฤทธิ์สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตลอดกัป ซึ่งคำว่า กัป ในความหมายของฝ่ายปรวาที้นี้ หมายถึง มหากัป คือ ช่วงระยะเวลาที่ยาวนานมากจนไม่สามารถนับระยะเวลานั้นได้ แบ่งเป็น ๔ ช่วงระยะ หรือเรียกว่า อสงไขยแห่งกัป ๔ (ดู กัปปสูตร ใน องฺ.จตุกก. (แปล) ๒๑/๑๕๖/๒๓๖๒๓๗) เพราะศึกษาเนื้อความแห่งอานิสงส์การเจริญอิทธิบาท ๔ โดยไม่แยบคาย ซึ่งต่างจากความเห็นของฝ่ายสกวาทีที่เห็นว่า กัปมี ๓ อย่าง คือ (๑) มหากัป กัปใหญ่ดังกล่าวนั้น (๒) กัปเปกเทสะ ส่วนหนึ่งแห่งมหากัป ซึ่งใช้กำหนดนับอายุของเทวดาชั้นพรหม (๓) อายุกัป ช่วงระยะเวลาแห่งอายุของพวกสัตว์นรก เทวดา และมนุษย์ โดยกำหนดด้วยอำนาจวิบากแห่งกรรมหรือการนับจำนวนปี ซึ่งในอานิสงส์แห่งการเจริญอิทธิบาทหมายถึงอายุกัปนี้ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๕๘)

จบ อิทังทุกขันติกถา