พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ · ปัจโจโรหณิวรรค
ปุพพังคสูตร เล่ม ๒๔
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๒๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในปัจโจโรหณิวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปัจโจโรหณิวรรค ปุพพังคสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๔)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๒๔ หน้า ๒๓๐–๒๓๐
‘วิบาก แห่งมิจฉาสังกัปปะ... แห่งมิจฉาวาจา... แห่งมิจฉากัมมันตะ... แห่งมิจฉาอาชีวะ... แห่งมิจฉาวายามะ... แห่งมิจฉาสติ... แห่งมิจฉาสมาธิ... แห่งมิจฉาญาณะ... แห่งมิจฉาวิมุตติแลเป็นสิ่งที่ชั่วช้าทั้งในปัจจุบัน ทั้งใน สัมปรายภพ’ อริยสาวกนั้นครั้นพิจารณาเห็นดังนี้แล้วย่อมละมิจฉาวิมุตติ ลอยบาปจากมิจฉาวิมุตติเสีย ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ข้อนี้เรากล่าวว่าเป็นพิธี ลอยบาปอันเป็นอริยะ”
๙. ปุพพังคมสูตร
ว่าด้วยสัมมาทิฏฐิเป็นเบื้องต้นแห่งกุศลธรรม
{๑๒๑} [๑๒๑] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เมื่อดวงอาทิตย์จะขึ้น สิ่งที่มาเบื้องต้น สิ่งที่เป็นนิมิตมาก่อน ก็คือแสงอรุณรุ่ง อย่างนั้นเหมือนกัน สิ่งที่มาเบื้องต้น สิ่งที่เป็นนิมิตมาก่อนแห่งกุศลธรรมทั้งหลาย ก็คือสัมมาทิฏฐิ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ผู้มีสัมมาทิฏฐิย่อมมีสัมมาสังกัปปะ ผู้มีสัมมาสังกัปปะย่อมมีสัมมาวาจา ผู้มีสัมมาวาจาย่อมมีสัมมากัมมันตะ ผู้มีสัมมากัมมันตะย่อมมีสัมมาอาชีวะ ผู้มีสัมมาอาชีวะย่อมมีสัมมาวายามะ ผู้มีสัมมาวายามะย่อมมีสัมมาสติ ผู้มีสัมมาสติย่อมมีสัมมาสมาธิ ผู้มีสัมมาสมาธิย่อมมีสัมมาญาณะ ผู้มีสัมมาญาณะย่อมมีสัมมาวิมุตติ”
๑๐. อาสวักขยสูตร
ว่าด้วยธรรมที่สิ้นอาสวะ ๑๐ ประการ
{๑๒๒} [๑๒๒] “ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๑๐ ประการนี้อันบุคคลเจริญแล้ว ทำให้มากแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย ธรรม ๑๐ ประการคืออะไรบ้าง คือ
จบ ปุพพังคสูตร