arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ · ปัจโจโรหณิวรรค

สคารวสูตร เล่ม ๒๔

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๕/๑๐ ในปัจโจโรหณิวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

สคารวสูตร

พระสุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย ทสกนิบาต ตติยปัณณาสก์ ปัจโจโรหณิวรรค สคารวสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๔ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๓๘ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๔)

บาลี (สยามรัฐ)

อถโข สคารโว ๑ พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ สมฺโมทนียํ กถํ สาราณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข สคารโว พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ กึ นุ โข โภ โคตม โอริมํ ตีรํ กึ ปาริมํ ตีรนฺติ ฯ มิจฺฉาทิฏฺฐิ โข พฺราหฺมณ โอริมํ ตีรํ สมฺมาทิฏฺฐิ ปาริมํ ตีรํ มิจฺฉาสงฺกปฺโป โอริมํ ตีรํ สมฺมาสงฺกปฺโป ปาริมํ ตีรํ มิจฺฉาวาจา โอริมํ ตีรํ สมฺมาวาจา ปาริมํ ตีรํ มิจฺฉากมฺมนฺโต โอริมํ ตีรํ สมฺมากมฺมนฺโต ปาริมํ ตีรํ มิจฺฉาอาชีโว โอริมํ ตีรํ สมฺมาอาชีโว ปาริมํ ตีรํ มิจฺฉาวายาโม โอริมํ ตีรํ สมฺมาวายาโม ปาริมํ ตีรํ มิจฺฉาสติ โอริมํ ตีรํ สมฺมาสติ ปาริมํ ตีรํ มิจฺฉาสมาธิ โอริมํ ตีรํ สมฺมาสมาธิ ปาริมํ ตีรํ มิจฺฉาญาณํ โอริมํ ตีรํ สมฺมาญาณํ ปาริมํ ตีรํ มิจฺฉาวิมุตฺติ โอริมํ ตีรํ สมฺมาวิมุตฺติ ปาริมํ ตีรํ ๒ อิทํ โข พฺราหฺมณ โอริมํ ตีรํ อิทํ ปาริมํ ตีรนฺติ ฯ

อปฺปกา เต มนุสฺเสสุ เย ชนา ปารคามิโน

อถายํ อิตรา ปชา ตีรเมวานุธาวติ ฯ

เย จ โข สมฺมทกฺขาเต ธมฺเม ธมฺมานุวตฺติโน

เต ชนา ปารเมสฺสนฺติ มจฺจุเธยฺยํ สุทุตฺตรํ ฯ

กณฺหํ ธมฺมํ วิปฺปหาย สุกฺกํ ภาเวถ ปณฺฑิโต

โอกา อโนกฺกมาคมฺม วิเวเก ยตฺถ ทูรมํ ฯ

ตตฺราภิรติมิจฺเฉยฺย หิตฺวา กาเม อกิญฺจโน

ปริโยทเปยฺย อตฺตานํ จิตฺตเกฺลเสหิ ปณฺฑิโต ฯ

เยสํ สมฺโพธิยงฺเคสุ สมฺมา จิตฺตํ สุภาวิตํ

อาทานปฏินิสฺสคฺเค อนุปาทาย เย รตา

ขีณาสวา ชุติมนฺโต เต โลเก ปรินิพฺพุตาติ ฯ

๑ ม. ยุ. สงฺคารโว ฯ ๒ ม. ตีรนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ครั้งนั้นแล พราหมณ์ชื่อว่าสคารวะ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ได้ปราศรัยกับพระผู้มีพระภาค ครั้นผ่านการปราศรัยพอให้ระลึกถึงกันไปแล้ว นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้ทูลถามพระผู้มีพระภาคว่าข้าแต่พระโคดมผู้เจริญ อะไรหนอแลเป็นฝั่งนี้อะไรเป็นฝั่งโน้น พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า ดูกรพราหมณ์ มิจฉาทิฐิเป็นฝั่งนี้ สัมมาทิฐิเป็นฝั่งโน้น มิจฉาสังกัปปะเป็นฝั่งนี้ สัมมาสังกัปปะเป็นฝั่งโน้น มิจฉาวาจาเป็นฝั่งนี้ สัมมาวาจาเป็นฝั่งโน้น มิจฉากัมมันตะเป็นฝั่งนี้ สัมมากัมมันตะเป็นฝั่งโน้น มิจฉาอาชีวะเป็นฝั่งนี้ สัมมาอาชีวะเป็นฝั่งโน้น มิจฉาวายามะเป็นฝั่งนี้ สัมมาวายามะเป็นฝั่งโน้น มิจฉาสติเป็นฝั่งนี้สัมมาสติเป็นฝั่งโน้น มิจฉาสมาธิเป็นฝั่งนี้ สัมมาสมาธิเป็นฝั่งโน้น มิจฉาญาณะเป็นฝั่งนี้สัมมาญาณะเป็นฝั่งโน้น มิจฉาวิมุติเป็นฝั่งนี้ สัมมาวิมุติเป็นฝั่งโน้น ดูกรพราหมณ์ นี้แลเป็นฝั่งนี้ นี้เป็นฝั่งโน้น ฯ

ในหมู่มนุษย์ เหล่าชนผู้ไปถึงฝั่งโน้นมีประมาณน้อย ส่วน

หมู่สัตว์นอกนี้เลาะไปตามฝั่งทั้งนั้น ส่วนชนเหล่าใดประ

พฤติตามธรรมในธรรม อันพระตถาคตตรัสแล้วโดยชอบ

ชนเหล่านั้นจักข้ามพ้นวัฏฏะ อันเป็นบ่วงมารที่ข้ามพ้นได้

แสนยาก แล้วจักถึงฝั่งโน้น คือ นิพพาน บัณฑิตละธรรมดำ

เสียแล้ว พึงยังธรรมขาวให้เจริญ บัณฑิตละกามทั้งหลาย

แล้ว เป็นผู้ไม่มีกังวล ออกจากความอาลัย อาศัยธรรม

ที่ไม่มีความอาลัย พึงปรารถนาความยินดียิ่งในวิเวก ที่ยินดี

ได้แสนยาก บัณฑิตพึงชำระตนให้ผ่องแผ้ว จากเครื่อง

เศร้าหมองจิตทั้งหลาย บัณฑิตเหล่าใด อบรมโดยชอบใน

องค์ธรรมเป็นเครื่องตรัสรู้ทั้งหลาย ไม่ถือมั่นแล้ว ยินดีใน

นิพพาน เป็นที่สละความถือมั่น บัณฑิตเหล่านั้นสิ้นอาสวะ

มีความรุ่งเรือง ดับสนิทแล้วในโลก ฯ

จบสูตรที่ ๕

จบ สคารวสูตร