arnon.world

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย เทวตาสังยุต · อาทิตตวรรค

๙. มัจฉริสูตร เล่ม ๑๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๔๘–๑๕๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๙/๑๐ ในอาทิตตวรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

นวมํ มจฺฉริสุตฺตํ

มัจฉริสูตรที่ ๙

พระสุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย สคาถวรรค เทวตาสังยุต อาทิตตวรรค มัจฉริสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๑๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๑๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๒๔ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๑๕)

บาลี (สยามรัฐ)

เยธ มจฺฉริโน โลเก กทริยา ปริภาสกา

อญฺเญสํ ททมานานํ อนฺตรายกรา นรา

กีทิโส ๑ เตสํ วิปาโก สมฺปราโย จ กีทิโส ๒

ภควนฺตํ ปุฏฺฐุมาคมฺม กถํ ชาเนมุ ตํ มยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

เทวดาทูลถามว่า

คนเหล่าใดในโลกนี้ เป็นคนตระหนี่ เหนียวแน่น ดีแต่ว่าเขาทำการกีดขวางคนเหล่าอื่นผู้ให้อยู่ ฯ

วิบากของคนพวกนั้นจะเป็นเช่นไร และสัมปรายภพของเขาจะเป็นเช่นไร ฯ

ข้าพระองค์มาเพื่อทูลถามพระผู้มีพระภาค ไฉนข้าพระองค์จึง จะรู้ความข้อนั้น ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

เยธ มจฺฉริโน โลเก กทริยา ปริภาสกา

อญฺเญสํ ททมานานํ อนฺตรายกรา นรา

นิรยํ ติรจฺฉานโยนึ ยมโลกูปปชฺชเร ๓

สเจ เอนฺติ มนุสฺสตฺตํ ทฬิทฺเท ชายเร กุเล

โจฬํ ปิณฺโฑ รตี ขิฑฺฑา ยตฺถ กิจฺเฉน ลพฺภติ

ปรโต อาสึสเร พาลา ตํปิ เตสํ น ลพฺภติ

ทิฏฺเฐ ธมฺเม ส วิปาโก สมฺปราโย ๔ จ ทุคฺคตีติ ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

คนเหล่าใดในโลกนี้ เป็นคนตระหนี่ เหนียวแน่น ดีแต่ว่าเขาทำการกีดขวางคนเหล่าอื่นผู้ให้อยู่ ฯ

คนเหล่านั้นย่อมเข้าถึงนรก กำเนิดสัตว์ดิรัจฉาน หรือยมโลก ถ้าหากถึงความเป็นมนุษย์ ก็เกิดในสกุลคนยากจน ซึ่งจะหาท่อนผ้า อาหาร

ความร่าเริงและความสนุกสนานได้โดยยาก ฯ

คนพาลเหล่านั้นต้องประสงค์สิ่งใดแต่ผู้อื่น เขาย่อมไม่ได้แม้สิ่งนั้นสมความปรารถนา นั่นเป็นผลในภพนี้ และภพหน้าก็ยังเป็นทุคติอีกด้วย ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

อิติ เหตํ วิชานาม อญฺญํ ปุจฺฉาม โคตมํ ๕

เยธ ลทฺธา มนุสฺสตฺตํ วทญฺญู วีตมจฺฉรา ๖

พุทฺเธ ปสนฺนา ธมฺเม จ สงฺเฆ จ ติพฺพคารวา

กีทิโส เตสํ วิปาโก สมฺปราโย จ กีทิโส

ภควนฺตํ ปุฏฺฐุมาคมฺม กถํ ชาเนมุ ตํ มยนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

เทวดาทูลถามว่า

ก็ข้อนี้ข้าพระองค์เข้าใจชัดอย่างนี้ (แต่) จะทูลถามข้ออื่นกะพระโคดมชนเหล่าใดในโลกนี้ได้ความเป็นมนุษย์แล้วรู้ถ้อยคำ ปราศจากความตระหนี่ เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าพระธรรมและพระสงฆ์ เป็นผู้มีความเคารพแรงกล้า วิบากของชนเหล่านั้นจะเป็นเช่นไร และสัมปรายภพของเขาจะเป็นเช่นไร ข้าพระองค์มาเพื่อทูลถามพระผู้มีพระภาค ไฉนข้าพระองค์จึงจะรู้ความข้อนั้น ฯ

บาลี (สยามรัฐ)

เยธ ลทฺธา มนุสฺสตฺตํ วทญฺญู วีตมจฺฉรา

พุทฺเธ ปสนฺนา ธมฺเม จ สงฺเฆ จ ติพฺพคารวา

เอเต สคฺเค ๗ ปกาเสนฺติ ยตฺถ เต อุปปชฺชเร

สเจ เอนฺติ มนุสฺสตฺตํ อฑฺเฒ อาชายเร กุเล

โจฬํ ปิณฺโฑ รตี ขิฑฺฑา ยตฺถากิจฺเฉน ลพฺภติ

ปรสมฺภเตสุ โภเคสุ วสวตฺตีว โมทเร

ทิฏฺเฐ ธมฺเม ส วิปาโก สมฺปราโย จ สุคตีติ ฯ

๑-๒ ยุ. กึทิโส ๓ ยุ. ยมโลกมุปฺปชฺชเร ฯ ๔ โป. ยุ. สมฺปราเย ฯ

๕ ม. ยุ. โคตม ฯ ๖ โป. จตฺตมจฺฉรา ฯ ๗ โป. มคฺคา ฯ ม. สคฺคา. ฯ

ฉบับหลวง

พระผู้มีพระภาคตรัสตอบว่า

ชนเหล่าใดในโลกนี้ได้ความเป็นมนุษย์แล้ว รู้ถ้อยคำ ปราศจากความตระหนี่ เลื่อมใสในพระพุทธเจ้า พระธรรมและพระสงฆ์ เป็นผู้มีความเคารพแรงกล้า ชนเหล่านี้ย่อมปรากฏในสวรรค์อันเป็นที่อุบัติหากถึงความเป็นมนุษย์ ย่อมเกิดในสกุลที่มั่งคั่ง ได้ผ้าอาหารความร่าเริงและความสนุกสนานโดยไม่ยาก พึงมีอำนาจแผ่ไปในโภคทรัพย์ที่ผู้อื่นหาสะสมไว้ บันเทิงใจอยู่ นั่นเป็นวิบากในภพนี้ ทั้งภพหน้าก็เป็นสุคติ ฯ

จบ ๙. มัจฉริสูตร