arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต · อุรควรรค

๑. อุรคสูตร เล่ม ๒๕

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๙๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๑๒ ในอุรควรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระสุตตันตปิฎก

ขุททกนิกาย สุตตนิบาต

ขอนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

๑. อุรควรรค

หมวดว่าด้วยการกำจัดกิเลสดุจงูลอกคราบ

๑. อุรคสูตร

ว่าด้วยการกำจัดกิเลสดุจงูลอกคราบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต อุรควรรค อุรคสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๕)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๒๕ หน้า ๔๙๙–๕๐๒

เรื่องนี้ไม่มีบาลีฉบับมหาจุฬาฯ ในข้อมูล e-tipitaka

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุผู้กำจัดความโกรธที่เกิดขึ้นได้

เหมือนหมองูกำจัดพิษงูที่แผ่ซ่านไปด้วยยากำจัดพิษ

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ฝั่งใน หมายถึงสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ ประการ คือ (๑) สักกายทิฏฐิ (ความเห็นว่าเป็นอัตตาของตน) (๒) วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย) (๓) สีลัพพตปรามาส (ความถือมั่นศีลและวัตร) (๔) กามราคะ (ความ กำหนัดในกาม) (๕) ปฏิฆะ (ความกระทบกระทั่งในใจ) (ขุ.สุ.อ. ๑/๑/๑๒)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุผู้ตัดราคะ พร้อมทั้งอนุสัยกิเลสได้ทั้งหมด

เหมือนคนลงไปตัดดอกปทุมที่งอกขึ้นในสระจนหมดสิ้น

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ราคะ ในที่นี้หมายถึงกามคุณ ๕ (ขุ.สุ.อ.๑/๑/๑๖)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุตัดตัณหาที่ท่วมทับสัตว์โลก เป็นไปรวดเร็ว

ให้เหือดแห้งไปทีละน้อย ๆ จนหมดสิ้น

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุผู้กำจัดมานะได้หมดสิ้น

เหมือนห้วงน้ำใหญ่พัดสะพานไม้อ้อที่อ่อนกำลังให้ทะลายไปหมดสิ้น

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุผู้ใช้ปัญญาค้นคว้าอยู่

ไม่พบแก่นสารในภพทั้งหลาย

เหมือนพราหมณ์ค้นหาดอกมะเดื่อบนต้นไม่พบ ฉะนั้น

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ไม่พบแก่นสารในภพทั้งหลาย หมายถึงไม่พบนิจจภาวะ(ภาวะเที่ยง) หรืออัตตภาวะ(ภาวะที่เป็นอัตตา) ในกามภพ รูปภพ อรูปภพ สัญญีภพ อสัญญีภพ เนวสัญญีนาสัญญีภพ เอกโวการภพ จตุโวการภพ และ ปัญจโวการภพ (ขุ.สุ.อ. ๑/๕/๑๘)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุผู้ไม่มีกิเลสกำเริบภายในจิต

และล่วงพ้นความเจริญและความเสื่อมมีประการต่าง ๆ ได้

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุผู้ระงับวิตกทั้งหลายได้

กำหนดวิตกทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในตนได้ด้วยดี

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุผู้ไม่ทำความเพียรตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป

ล่วงพ้นปปัญจธรรม ได้ทั้งหมด

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ปปัญจธรรม หมายถึงกิเลสเครื่องเนิ่นช้า มี ๓ อย่าง คือ ตัณหา มานะ และทิฏฐิ (ขุ.สุ.อ.๑/๘/๒๐)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุผู้ไม่ทำความเพียรตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป

รู้สิ่งทั้งหมด ในโลกว่า มีภาวะผันแปร

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑สิ่งทั้งหมด ในที่นี้หมายถึงขันธ์ ธาตุ และอายตนะ (ขุ.สุ.อ. ๑/๙/๒๐)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุผู้ไม่ทำความเพียรตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป

รู้สิ่งทั้งหมดในโลกว่า มีภาวะผันแปร เป็นผู้ปราศจากโลภะ

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุผู้ไม่ทำความเพียรตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป

รู้สิ่งทั้งหมดในโลกว่า มีภาวะผันแปร เป็นผู้ปราศจากราคะ

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุผู้ไม่ทำความเพียรตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป

รู้สิ่งทั้งหมดในโลกว่า มีภาวะผันแปร เป็นผู้ปราศจากโทสะ

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุผู้ไม่ทำความเพียรตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป

รู้สิ่งทั้งหมดในโลกว่า มีภาวะผันแปร เป็นผู้ปราศจากโมหะ

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุผู้ไม่มีอนุสัยกิเลส ใด ๆ

และถอนรากอกุศลธรรม ได้หมดสิ้น

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑อนุสัยกิเลส หมายถึงกิเลสที่นอนเนื่องอยู่ในสันดาน มี ๗ ประการ คือ (๑) กามราคะ (ความกำหนัด ในกาม) (๒) ปฏิฆะ (ความกระทบกระทั่งในใจ) (๓) ทิฏฐิ (ความเห็นผิด) (๔) วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย) (๕) มานะ (ความถือตัว) (๖) ภวราคะ (ความกำหนัดในภพ) (๗) อวิชชา (ความไม่รู้) (ขุ.สุ.อ.๑/๑๔/๒๑)
  2. ๒รากอกุศลธรรม หมายถึงราคะ โทสะ และโมหะ (ขุ.สุ.อ.๑/๑๔/๒๒)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุผู้ไม่มีกิเลสที่เกิดจากความกระวนกระวายใด ๆ

อันเป็นปัจจัยเพื่อมาสู่ฝั่งใน

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุผู้ไม่มีกิเลสที่เกิดจากตัณหานุสัยดุจป่าใด ๆ

ซึ่งเป็นเหตุกำหนดความผูกพันไว้ในภพ

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ภิกษุผู้ละนิวรณ์ ๕ ได้

ข้ามพ้นความสงสัยได้แล้ว ปราศจากกิเลสเพียงดังลูกศร

ชื่อว่าละฝั่งในได้ ดุจงูลอกคราบทิ้งไป ฉะนั้น

อุรคสูตรที่ ๑ จบ

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑นิวรณ์ หมายถึงธรรมเป็นเครื่องกั้นความดี มี ๕ ประการ คือ (๑) กามฉันทะ (ความพอใจในกาม) (๒) พยาบาท (ความคิดร้าย) (๓) ถีนมิทธะ (ความหดหู่และเซื่องซึม) (๔) อุทธัจจกุกกุจจะ (ความฟุ้งซ่าน และร้อนใจ) (๕) วิจิกิจฉา (ความลังเลสงสัย) (ขุ.สุ.อ.๑/๑๗/๒๓)

จบ ๑. อุรคสูตร