พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต · อุรควรรค
๒. ธนิยสูตร เล่ม ๒๕
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๙๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๒ ในอุรควรรคมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
สุตฺตนิปาเต อุรควคฺคสฺส ทุติยํ ธนิยสุตฺตํ
ธนิยสูตรที่ ๒
นายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่า
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย สุตตนิบาต อุรควรรค ธนิยสูตร (ฉบับหลวง เล่ม ๒๕ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๒๕ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๔๖ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๒๕)
๒ ปกฺโกทโน ทุกฺขขีโรหมสฺมิ (อิติ ธนิโย โคโป)
อนุตีเร มหิยา สมานวาโส
ฉนฺนา กุฏิ อาหิโต คินิ
อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ
อกฺโกธโน วิคตขิโลหมสฺมิ (อิติ ภควา)
อนุตีเร มหิเยกรตฺติวาโส
วิวฏา กุฏิ นิพฺพุโต คินิ
อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ
อนฺธกมกสา น วิชฺชเร (อิติ ธนิโย โคโป)
กจฺเฉ รูฬฺหติเณ จรนฺติ คาโว
วุฏฺฐิมฺปิ สเหยฺยุมาคตํ
อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ
ภทฺธา หิ ๑ ภิสี สุสงฺขตา (อิติ ภควา)
ติณฺโณ ปารคโต วิเนยฺย โอฆํ
อตฺโถ ภิสิยา น วิชฺชติ
อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ
โคปี มม อสฺสวา อโลลา (อิติ ธนิโย โคโป)
ทีฆรตฺตํ สํวาสิยา มนาปา
ตสฺสา น สุณามิ กิญฺจิ ปาปํ
อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ
จิตฺตํ มม อสฺสวํ วิมุตฺตํ (อิติ ภควา)
ทีฆรตฺตํ ปริภาวิตํ สุทนฺตํ
ปาปํ ปน เม น วิชฺชติ
อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ
อตฺตเวตฺตนภโตหมสฺมิ (อิติ ธนิโย โคโป)
ปุตฺตา จ เม สมานิยา อโรคา
เตสํ น สุณามิ กิญฺจิ ปาปํ
อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ
นาหํ ภตโกสฺมิ กสฺสจิ (อิติ ภควา)
นิพฺพิฏฺเฐน จรามิ สพฺพโลเก
อตฺโถ ภติยา น วิชฺชติ
อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ
อตฺถิ วสา อตฺถิ เธนุปา (อิติ ธนิโย โคโป)
โคธรณิโย ปเวนิโยปิ อตฺถิ
อุสโภปิ ควมฺปตี ๑ จ อตฺถิ
อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ
นตฺถิ วสา นตฺถิ เธนุปา (อิติ ภควา)
โคธรณิโย ปเวนิโยปิ นตฺถิ
อุสโภปิ ควมฺปตี จ นตฺถิ
อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ
ขีลา นิขาตา อสมฺปเวที (อิติ ธนิโย โคโป)
ทามา มุญฺชมยา นวา สุสณฺฐานา
น หิ สกฺขินฺติ เธนุปาปิ เฉตฺตุํ
อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ
อุสโภริว เฉตฺวา ๑ พนฺธนานิ (อิติ ภควา)
นาโค ปูติลตํว ทาลยิตฺวา
นาหํ ปุน ๒ อุเปสฺสํ คพฺภเสยฺยํ
อถ เจ ปตฺถยสี ปวสฺส เทว ฯ
นินฺนญฺจ ถลญฺจ ปูรยนฺโต
มหาเมโฆ ปาวสฺสิ ตาวเทว
สุตฺวา เทวสฺส วสฺสโต
อิมมตฺถํ ธนิโย อภาสถ
ลาภา วต โน อนปฺปกา
เย มยํ ภควนฺตํ อทฺทสาม
สรณํ ตํ อุเปม จกฺขุม
สตฺถา โน โหหิ ๓ มหามุนิ ฯ
โคปี จ อหญฺจ อสฺสวา
พฺรหฺมจริยํ สุคเต จรามเส
ชาติมรณสฺส ปารคา ๑
ทุกฺขสฺสนฺตกรา ภวามเส ฯ
นนฺทติ ปุตฺเตหิ ปุตฺติมา (อิติ มาโร ปาปิมา)
โคปิโก ๒ โคหิ ตเถว นนฺทติ
อุปธีหิ นรสฺส นนฺทนา
น หิ โส นนฺทติ โย นิรูปธิ ฯ
โสจติ ปุตฺเตหิ ปุตฺติมา (อิติ ภควา)
โคปิโก โคหิ ตเถว โสจติ
อุปธีหิ นรสฺส โสจนา
น หิ โส โสจติ โย นิรูปธีติ ฯ
ธนิยสุตฺตํ ทุติยํ ฯ
______________
สุตฺตนิปาเต อุรควคฺคสฺส ตติยํ ขคฺควิสาณสุตฺตํ
๑ ม. ภทฺธาสิ ฯ
๑ ม. ยุ. สพฺพตฺถ ควมฺปตีธาติ ทิสฺสติ ฯ
๑ ม. ยุ. เฉตฺว ฯ ๒ ม. ปุนุเปสฺสํ ฯ โป. อุเปยฺยํ ฯ ๓ โป. ม. ยุ. ตุวํ ฯ
เรามีข้าวสำเร็จแล้ว มีน้ำนมรีด (จากแม่โค) รองไว้แล้วมีการอยู่กับชนผู้เป็นบริวารผู้มีความประพฤติอนุกูลเสมอกันที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำมหีเรามุงบังกระท่อมแล้ว ก่อไฟไว้แล้วแน่ะฝน หากว่าท่านย่อมปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯ
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาตอบว่า
เราเป็นผู้ไม่โกรธ มีกิเลสดุจหลักตอปราศไปแล้ว เรามีการอยู่สิ้นราตรีหนึ่งที่ใกล้ฝั่งแม่น้ำมหี กระท่อมมีหลังคาอันเปิดแล้ว ไฟดับแล้วแน่ะฝน หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯ
นายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่า
เหลือบและยุงย่อมไม่มี โคทั้งหลายย่อมเที่ยวไปในประเทศใกล้แม่น้ำซึ่งมีหญ้างอกขึ้นแล้ว พึงอดทนแม้ซึ่งฝนที่ตกลงมาได้ แน่ะฝน หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯ
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาตอบว่า
ก็เราผูกแพไว้แล้ว ตกแต่งดีแล้ว กำจัดโอฆะ ข้ามถึงฝั่งแล้วความต้องการด้วยแพย่อมไม่มี แน่ะฝน หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯ
นายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่า
ภริยาเชื่อฟังเรา ไม่โลเล เป็นที่พอใจ อยู่ร่วมกันสิ้นกาลนาน เราไม่ได้ยินความชั่วอะไรๆ ของภริยานั้นแน่ะฝน หากท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯ
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาตอบว่า
จิตเชื่อฟังเรา หลุดพ้นแล้ว เราอบรมแล้ว ฝึกหัดดีแล้วสิ้นกาลนานและความชั่วของเราย่อมไม่มี แน่ะฝน หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯ
นายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่า
เราเป็นผู้เลี้ยงตนด้วยอาหารและเครื่องนุ่งห่มและบุตรทั้งหลายของเราดำรงอยู่ดี ไม่มีโรค เราไม่ได้ยินความชั่วอะไรๆ ของบุตรเหล่านั้นแน่ะฝน หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯ
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาตอบว่า
เราไม่เป็นลูกจ้างของใครๆ เราเที่ยวไปด้วยความเป็นพระสัพพัญญูผู้ไม่มีความต้องการในโลกทั้งปวง เราไม่มีความต้องการค่าจ้าง แน่ะฝนหากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯ
นายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่า
โคแก่ ลูกโคอ่อนที่ยังไม่ได้ฝึก แม่โคที่มีครรภ์ ลูกโคหนุ่มแม่โคผู้ปรารถนาประเวณีมีอยู่ อนึ่ง แม้โคที่เป็นเจ้าฝูงแห่งโคก็มีอยู่ แน่ะฝนหากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯ
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาตอบว่า
โคแก่ ลูกโคอ่อนที่ยังไม่ได้ฝึก แม่โคที่มีครรภ์ ลูกโคหนุ่มแม่โคที่ปรารถนาประเวณีก็ไม่มี อนึ่ง แม้โคที่เป็นเจ้าฝูงแห่งโคก็ไม่มี แน่ะฝนหากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯ
นายธนิยะคนเลี้ยงโคได้กล่าวคาถาว่า
เสาเป็นที่ผูกโคเราฝังไว้แล้ว ไม่หวั่นไหว เชือกสำหรับผูกพิเศษประกอบด้วยปมและบ่วงเราทำไว้แล้ว สำเร็จด้วยหญ้ามุงกระต่ายเป็นของใหม่
มีสัณฐานดีสำหรับผูกโคทั้งหลาย แม้โคหนุ่มๆ ก็ไม่อาจจะให้ขาดได้เลย
แน่ะฝน หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯ
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาตอบว่า
เราจักไม่เข้าถึงการนอนในครรภ์อีก เหมือนโคตัดเชือกสำหรับผูกขาดแล้ว เหมือนช้างทำลายเถากระพังโหมได้แล้วฉะนั้น แน่ะฝน หากว่าท่านปรารถนาก็เชิญตกลงมาเถิด ฯฝนได้ตกเต็มทั้งที่ลุ่ม ทั้งที่ดอนในขณะนั้นเอง นายธนิยะคนเลี้ยงโคได้ยินเสียงฝนตกอยู่ ได้กราบทูลเนื้อความนี้ว่าเป็นลาภของข้าพระองค์ไม่น้อยหนอ ที่ข้าพระองค์ได้เห็นพระผู้มีพระภาค ข้าแต่พระองค์ผู้มีจักษุ ข้าพระองค์ขอถึงพระองค์ว่าเป็นสรณะ ข้าแต่พระองค์ผู้เป็นมหามุนี ขอพระองค์ทรงเป็นพระศาสดาของข้าพระองค์ ทั้งภริยาทั้งข้าพระองค์เป็นผู้เชื่อฟัง ประพฤติพรหมจรรย์ในพระสุคตข้าพระองค์เป็นผู้ถึงฝั่งแห่งชาติและมรณะจะเป็นผู้กระทำซึ่งที่สุดแห่งทุกข์ได้ ฯ
มารผู้มีบาปได้กล่าวคาถาว่า
คนย่อมเพลิดเพลินเพราะอุปธิทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุคคลผู้มีบุตรย่อมเพลิดเพลินเพราะบุตร บุคคลมีโคย่อมเพลิดเพลินเพราะโค ฉะนั้นคนผู้ไม่มีอุปธิ ย่อมไม่เพลิดเพลินเลย ฯ
พระผู้มีพระภาคได้ตรัสพระคาถาตอบว่า
คนย่อมเศร้าโศกเพราะอุปธิทั้งหลาย เปรียบเหมือนบุคคลผู้มีบุตร ย่อมเศร้าโศกเพราะบุตร บุคคลผู้มีโค ย่อมเศร้าโศกเพราะโค ฉะนั้น คนผู้ไม่มีอุปธิ ย่อมไม่เศร้าโศกเลย ฯ
จบธนิยสูตรที่ ๒
จบ ๒. ธนิยสูตร