พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์
๒๐. สิขีพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒๑/๒๘ ในพุทธวงศ์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ สิขีพุทธวงศ์ (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๓ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๓ หน้า ๕๖๔–๕๖๗
[๓๓] ในกาลนั้น พระพุทธเจ้ามีพระชนมายุ ๘๐,๐๐๐ ปี พระองค์เมื่อทรงดำรงอยู่เท่านั้น ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นวัฏฏสงสารได้เป็นอันมาก[๓๔] ทรงเปลื้องเทวดาและมนุษย์เป็นอันมากให้พ้นจากเครื่องผูก ตรัสบอกทางและมิใช่ทางแก่ปุถุชนที่เหลือ
[๓๕] ทรงแสดงแสงสว่าง ทรงแสดงอมตบท ทรงรุ่งเรืองดังกองไฟ แล้วเสด็จปรินิพพานพร้อมด้วยพระสาวก
[๓๖] พระฤทธิ์และบุญอันประเสริฐ พระลักษณะและลายจักรอันสวยงามทุกอย่างอันตรธานไปสิ้น สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ[๓๗] พระวิปัสสีวีรเจ้าผู้ประเสริฐกว่านรชนเสด็จปรินิพพาน ณ สุมิตตาราม พระสถูปอันประเสริฐของพระองค์สูง ๗ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ ณ สุมิตตารามนั้นฉะนี้แล
จบ วิปัสสีพุทธวงศ์ที่ ๑๙
๒๒. สิขีพุทธวงศ์
ว่าด้วยพระประวัติพระสิขีพุทธเจ้า
{๒๑} [๑] สมัยต่อจากพระวิปัสสีสัมพุทธเจ้า มีพระสัมพุทธเจ้าผู้สูงสุดกว่าสัตว์ ผู้ไม่มีบุคคลเปรียบเสมอ พระนามว่าสิขี
[๒] ทรงย่ำยีมารและเสนามารแล้วทรงบรรลุพระสัมโพธิญาณอันสูงสุด ทรงประกาศพระธรรมจักรเพื่ออนุเคราะห์แก่สัตว์ทั้งหลาย
[๓] เมื่อพระสิขีชินเจ้าผู้ประเสริฐ ทรงประกาศพระธรรมจักรธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๑ ได้มีแก่สัตว์ ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ
[๔] เมื่อพระองค์ผู้ประเสริฐกว่าหมู่คณะ สูงสุดกว่านรชน ทรงแสดงธรรมอีก ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ ได้มีแก่สัตว์ ๙๐,๐๐๐ โกฏิ
[๕] เมื่อพระองค์ทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ในโลกพร้อมด้วยเทวโลกธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๓ ได้มีแก่สัตว์ ๘๐,๐๐๐ โกฏิ
[๖] แม้พระสิขีบรมศาสดาก็ทรงมีการประชุมพระภิกษุขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง
[๗] คือ ครั้งที่ ๑ มีพระภิกษุขีณาสพมาประชุมกันจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ รูป ครั้งที่ ๒ จำนวน ๘๐,๐๐๐ รูป
[๘] ครั้งที่ ๓ จำนวน ๗๐,๐๐๐ รูป ซึ่งโลกธรรมแปดเปื้อนไม่ได้เหมือนดอกปทุมที่เจริญเติบโตในนํ้าแต่ไม่เปียกนํ้าฉะนั้น
[๙] สมัยนั้น เราเป็นกษัตริย์พระนามว่าอรินทมะ ได้ถวายข้าวและนํ้าให้พระสงฆ์มีพระพุทธเจ้าเป็นประธานฉันจนเพียงพอ
[๑๐] ได้ถวายผ้าอย่างดีมากมายหลายโกฏิผืน ได้ถวายยานข้างอันประดับแล้วแต่พระสัมพุทธเจ้า
[๑๑] เราได้สร้างยานช้างให้เป็นของควรแก่สมณะแล้วนำเข้าไปถวายเรายังฉันทะของเราซึ่งตั้งไว้มั่นเป็นนิจให้เต็ม
[๑๒-๑๓] แม้พระสิขีพุทธเจ้าพระอัครนายกของโลกพระองค์นั้นก็ทรงพยากรณ์เราว่า ในกัปที่ ๓๑ แต่ภัทรกัปนี้ ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ... ข้ามแม่น้ำใหญ่ฉะนั้น,,
- ๑... ข้อความที่ว่างไว้เหมือนกับข้อ ๖๒-๗๔ แห่งสุเมธปัตถนากถา (หน้า ๔๙๑-๔๙๓ ในเล่มนี้)
[๑๔] เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้วก็ทำจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง ได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ทัศให้ยิ่งขึ้นไป[๑๕] มีพระนครชื่อว่าอรุณวดี พระบรมกษัตริย์พระนามว่าอรุณะ เป็นพระชนกของพระสิขีบรมศาสดา พระชนนีพระนามว่าปภาวดี[๑๖] พระองค์ทรงครอบครองเหย้าเรือนอยู่ ๗,๐๐๐ ปี ทรงมีปราสาทที่สูงส่ง ๓ องค์ ชื่อสุวัฑฒกะ ๑สิริ๑ นารีวาหนะ ๑[๑๗] มีนางสนมกำนัลใน ๒๔,๐๐๐ นาง ล้วนประดับประดาสวยงามพระมเหสีพระนามว่าสัพพกามาพระราชโอรสพระนามว่าอตุละ[๑๘]
พระองค์ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยคชสารยานพระที่นั่งต้น ทรงบำเพ็ญพียรอยู่ ๘ เดือนเต็ม[๑๙] พระสิขีมหาวีรเจ้าพระอัครนายกของโลก ผู้สูงสุดกว่านรชนอันพรหมทูลอาราธนาแล้วทรงประกาศพระธรรมจักร ณ มฤคทายวัน[๒๐] ทรงมีพระอภิภูเถระและพระสัมภวเถระเป็นพระอัครสาวก ทรงมีพระเถระชื่อว่าเขมังกระเป็นพุทธอุปัฏฐาก[๒๑] พระมขิลาเถรีและพระปทุมาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา ต้นโพธิที่ตรัสรู้ของพระองค์เรียกกันว่าต้นบุณฑริก[๒๒] สิริวัฑฒอุบาสกและนันทอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก จิตตาอุบาสิกาและสุจิตตาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา[๒๓] พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นสูง ๗๐ ศอก มีพระรัศมีเปล่งปลั่งดังทองคำอันลํ้าค่า มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ
[๒๔] พระรัศมีของพระองค์ซ่านออกไปจากพระวรกายด้านละวาเนืองนิจ พระรัศมีนั้นเปล่งออกไปยังทิศน้อยทิศใหญ่ ๓ โยชน์
[๒๕] พระองค์มีพระชนมายุ ๗๐,๐๐๐ ปี ทรงดำรงอยู่เท่านั้น ทรงช่วยให้ประชุมชนข้ามพ้นวัฏฏสงสารได้เป็นอันมาก
[๒๖] พระองค์ทรงยังฝนคือธรรมให้ตก ยังมนุษย์พร้อมทั้งเทวดาให้ชุ่มชื่น ให้บรรลุความเกษมแล้วเสด็จปรินิพพานพร้อมด้วยพระสาวก
[๒๗] พระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการอันสมบูรณ์ด้วยพระอนุพยัญชนะอันตรธานไปหมดสิ้นแล้ว สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ
[๒๘] พระพุทธสิขีมุนีผู้ประเสริฐเสด็จปรินิพพาน ณ อัสสารามพระสถูปอันประเสริฐของพระองค์สูง ๓ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ ณ อัสสารามนั้น ฉะนี้แล
จบ สิขีพุทธวงศ์ที่ ๒๐
๒๓. เวสสภูพุทธวงศ์
ว่าด้วยพระประวัติพระเวสสภูพุทธเจ้า
{๒๒} [๑] ในมัณฑกัปนั้นแล พระชินเจ้าผู้ไม่มีบุคคลเปรียบเสมอ มีพระนามว่าเวสสภู เสด็จอุบัติขึ้นในโลก
[๒] พระเวสสภูผู้ทรงเป็นนายกของโลกทรงทราบว่า ไฟคือราคะนี้เป็นของร้อน เป็นแว่นแคว้นของตัณหา จึงทรงตัดกิเลสได้ดังช้างตัดเชือก ทรงบรรลุพระสัมโพธิญาณอันสูงสุดแล้ว
จบ ๒๐. สิขีพุทธวงศ์