พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์
๑๙. วิปัสสีพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒๐/๒๘ ในพุทธวงศ์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ วิปัสสีพุทธวงศ์ (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๓ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๓๓ หน้า ๕๖๑–๕๖๔
[๒๓] ในขณะนั้น สัตว์ทั้งหลายมีอายุ ๙๐,๐๐๐ ปี พระองค์ทรงดำรงพระชนมายุอยู่เท่านั้น ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นวัฏฏสงสารได้เป็นอันมาก[๒๔] พระศาสดาผู้มีพระยศไม่มีใครเทียมพระองค์นั้นตรัสสอนสัตว์เป็นอันมาก ทรงช่วยให้ประชาชนเป็นอันมากข้ามไปแล้วก็เสด็จปรินิพพานพร้อมด้วยพระสาวก[๒๕] พระปุสสชินศาสดาผู้ประเสริฐเสด็จปรินิพพาน ณ เสนารามพระธาตุของพระองค์แผ่กว้างไปในประเทศนั้น ๆ ฉะนี้แล
จบ ปุสสพุทธวงศ์ที่ ๑๘
๒๑. วิปัสสีพุทธวงศ์
ว่าด้วยพระประวัติพระวิปัสสีพุทธเจ้า
{๒๐} [๑] สมัยต่อจากพระปุสสพุทธเจ้า มีพระสัมพุทธเจ้าผู้สูงสุดกว่าสัตว์ ผู้มีพระจักษุ พระนามว่าวิปัสสี เสด็จอุบัติขึ้นในโลก[๒] พระองค์ทรงทำลายกะเปาะฟองไข่คืออริชชาแล้ว ทรงบรรลุพระสัมโพธิญาณอันอุดม เสด็จไปยังพระนครพันธุมดีเพื่อทรงประกาศพระธรรมจักร
[๓] ทรงประกาศพระธรรมจักรให้เทวดา และมนุษย์ได้ตรัสรู้ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๑ จะพึงกล่าวด้วยการนับมิได้
[๔] ทรงประกาศจตุราริยสัจในพระนครนั้น ธรรมาภิสมัยครั้งที่ ๒ ได้มีแก่สัตว์ ๘๔,๐๐๐
[๕] มนุษย์ ๘๔,๐๐๐ คนออกบวชตามพระสัมพุทธเจ้า พระองค์ผู้มีพระจักษุทรงแสดงธรรมแก่พวกเขาผู้มาถึงอาราม
[๖] เมื่อพระชินเจ้าตรัสอยู่ด้วยอาการทั้งปวง มนุษย์เหล่านั้นผู้เข้าไปสดับก็ได้บรรลุธรรมอันประเสริฐแล้ว เป็นธรรมาภิสมัยครั้ง ที่ ๓
[๗] พระวิปัสสีบรมศาสดาทรงมีการประชุมพระสาวกขีณาสพผู้ปราศจากมลทิน ผู้มีจิตสงบ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง
[๘] คือครั้งที่ ๑ พระสาวกขีณาสพมาประชุมกันจำนวน ๖,๘๐๐,๐๐๐ รูป ครั้งที่ ๒ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ รูป
[๙] ครั้งที่ ๓ จำนวน ๘๐,๐๐๐ รูป พระสัมพุทธเจ้าทรงรุ่งเรืองอย่างยิ่งในท่ามกลางหมู่พระสาวกขีณาสพนั้น
[๑๐] สมัยนั้น เราเป็นพญานาคราชผู้มีฤทธิ์มาก มีบุญ ทรงความรุ่งเรือง มีนามว่าอตุละ
[๑๑] ในกาลนั้น เราแวดล้อมด้วยนาคหลายโกฏิเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ผู้เป็นพระโลกเชษฐ์ ประโคมดนตรีทิพย์ถวาย
[๑๒] ครั้นเข้าเฝ้าพระองค์ผู้ทรงเป็นนายกของโลกแล้ว เรานิมนต์พระองค์แล้วได้ถวายตั่งทองอันวิจิตรด้วยแก้วมณีและแก้วมุกดา ประดับด้วยอาภรณ์ทั้งปวงแด่พระองค์ผู้เป็นพระธรรมราชา[๑๓-๒๒] แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นก็ประทับนั่งท่ามกลางสงฆ์แล้ว ก็ทรงพยากรณ์เราว่า “ในกัปที่ ๙๑ แต่กัปนี้ ผู้นี้จักได้เป็นพระพุทธเจ้าในโลก ... ข้ามแม่น้ำใหญ่ฉะนั้น”
- ๑...ข้อความที่ว่างไว้เหมือนกับข้อ ๖๒-๗๔ แห่งสุเมธปัตถนากถา (หน้า ๔๙๑-๔๙๓ ในเล่มนี้)
[๒๓] เราได้ฟังพระพุทธพยากรณ์แม้นั้นแล้วก็ทำจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง ได้อธิษฐานวัตรในการบำเพ็ญบารมี ๑๐ ทัศให้ยิ่งขึ้นไป[๒๔] มีพระนครชื่อว่าพันธุมดี พระมหากษัตริย์พระนามว่าพันธุมะ เป็นพระชนกของพระวิปัสสีผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ พระชนนีพระนามว่าพันธุมดี[๒๕] พระองค์ทรงครอบครองเหย้าเรือนอยู่ ๘,๐๐๐ ปี ทรงมีปราสาทที่สูงส่ง ๓ องค์ ชื่อนันทะ ๑ สุนันทะ ๑ สิริมา ๑[๒๖] มีนางสนมกำนัลใน ๔๓,๐๐๐ นาง ล้วนประดับประดาสวยงามพระมเหสีมีพระนามว่าสุทัสสนา พระราชโอรสมีพระนามว่าสมวัตตขันธะ[๒๗]
พระองค์ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ จึงเสด็จออกผนวชด้วยรถราชยาน ทรงทำเพ็ญเพียรอยู่ ๘ เดือนเต็ม[๒๘] พระวิปัสสีมหาวีรเจ้าพระนายกของโลก ผู้สูงสดกว่านรชนอันพรหมทูลอาราธนาแล้วทรงประกาศพระธรรมจักร ณ มฤคทายวัน[๒๙] ทรงมีพระขันธเถระและพระติสสนามเถระเป็นพระอัครสาวก ทรงมีพระเถระชื่อว่าโสกะเป็นพุทธอุปัฏฐาก[๓๐] พระจันทาเถรีและพระจันทมิตตาเถรีเป็นพระอัครสาวิกาต้นโพธิ ที่ตรัสรู้ของพระองค์เรียกกันว่าต้นแคฝอย[๓๑] ปุนัพพสุมิตตอุบาสกและนาคอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก สิริมาอุบาสิกาและอุตตราอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา[๓๒] พระวิปัสสีสัมพุทธเจ้าพระนายกของโลกพระองค์นั้นสูง ๘๐ ศอก พระองค์มีพระรัศมีเปล่งปลั่งแผ่ไป ๗ โยชน์โดยรอบ
[๓๓] ในกาลนั้น พระพุทธเจ้ามีพระชนมายุ ๘๐,๐๐๐ ปี พระองค์เมื่อทรงดำรงอยู่เท่านั้น ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นวัฏฏสงสารได้เป็นอันมาก[๓๔] ทรงเปลื้องเทวดาและมนุษย์เป็นอันมากให้พ้นจากเครื่องผูก ตรัสบอกทางและมิใช่ทางแก่ปุถุชนที่เหลือ
[๓๕] ทรงแสดงแสงสว่าง ทรงแสดงอมตบท ทรงรุ่งเรืองดังกองไฟ แล้วเสด็จปรินิพพานพร้อมด้วยพระสาวก
[๓๖] พระฤทธิ์และบุญอันประเสริฐ พระลักษณะและลายจักรอันสวยงามทุกอย่างอันตรธานไปสิ้น สังขารทั้งปวงว่างเปล่าหนอ[๓๗] พระวิปัสสีวีรเจ้าผู้ประเสริฐกว่านรชนเสด็จปรินิพพาน ณ สุมิตตาราม พระสถูปอันประเสริฐของพระองค์สูง ๗ โยชน์ ประดิษฐานอยู่ ณ สุมิตตารามนั้นฉะนี้แล
จบ วิปัสสีพุทธวงศ์ที่ ๑๙
๒๒. สิขีพุทธวงศ์
ว่าด้วยพระประวัติพระสิขีพุทธเจ้า
{๒๑} [๑] สมัยต่อจากพระวิปัสสีสัมพุทธเจ้า มีพระสัมพุทธเจ้าผู้สูงสุดกว่าสัตว์ ผู้ไม่มีบุคคลเปรียบเสมอ พระนามว่าสิขี
[๒] ทรงย่ำยีมารและเสนามารแล้วทรงบรรลุพระสัมโพธิญาณอันสูงสุด ทรงประกาศพระธรรมจักรเพื่ออนุเคราะห์แก่สัตว์ทั้งหลาย
จบ ๑๙. วิปัสสีพุทธวงศ์