arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์

๒๐. สิขีพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๑ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒๑/๒๘ ในพุทธวงศ์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๒๐. สิขีพุทธวงศ์

ว่าด้วยพระประวัติของพระสิขีพุทธเจ้า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ สิขีพุทธวงศ์ (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๓ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๓ หน้า ๖๙๐–๖๙๕

เรื่องนี้ไม่มีบาลีฉบับมหาจุฬาฯ ในข้อมูล e-tipitaka

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยต่อจากพระวิปัสสีสัมมาสัมพุทธเจ้า

ได้มีพระชินสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี

ผู้สูงสุดแห่งเทวดาและมนุษย์

ผู้ไม่มีบุคคลเสมอ ไม่มีบุคคลเปรียบเทียบ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ทรงย่ำยีมารและเสนามารแล้ว

ทรงบรรลุสัมโพธิญาณอันสูงสุด

ทรงประกาศพระธรรมจักร เพื่ออนุเคราะห์สัตว์ทั้งหลาย

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อพระชินเจ้าผู้ประเสริฐพระนามว่าสิขี

ทรงประกาศพระธรรมจักร

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ โกฏิ ได้บรรลุธรรมครั้งที่ ๑

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อพระองค์ผู้ประเสริฐที่สุดในหมู่คณะ

เป็นผู้สูงสุดแห่งนระ ทรงแสดงธรรมแม้อื่นอีก

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๙๐,๐๐๐ โกฏิ

ได้บรรลุธรรมครั้งที่ ๒

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อพระองค์ทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ในมนุษย์โลกพร้อมเทวโลก

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๘๐,๐๐๐ โกฏิ

ได้บรรรลุธรรมครั้งที่ ๓

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิขีผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ก็ได้มีการประชุมแห่งพระขีณาสพ

ผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ ๓ ครั้ง

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระขีณาสพจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ รูป

มาประชุมกัน เป็นครั้งที่ ๑

มีพระขีณาสพจำนวน ๘๐,๐๐๐ รูป มาประชุมกัน เป็นครั้งที่ ๒

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มีพระขีณาสพจำนวน ๗๐,๐๐๐ รูป

มาประชุมกัน เป็นครั้งที่ ๓

ภิกษุที่มาประชุมกันแม้นั้น ไม่แปดเปื้อนด้วยโลกธรรม

เหมือนดอกบัวที่เจริญในน้ำก็ไม่แปดเปื้อนด้วยน้ำ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยนั้น เราเป็นกษัตริย์มีนามว่าอรินทมะ

ได้อังคาสพระสงฆ์มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประธาน

ให้อิ่มหนำด้วยข้าวและน้ำ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ได้ถวายผ้าอย่างดีมากมายหลายโกฏิผืน

ได้ถวายพาหนะคือช้างซึ่งประดับแล้วอย่างดี

แด่พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราได้ทำราชพาหนะคือช้างให้เป็นของสมควรแก่สมณะ

แล้วนำไปถวาย ทำจิตของเราให้ตั้งมั่นเป็นนิตย์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขีพระองค์นั้น

ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก

ก็ทรงพยากรณ์เราว่า

‘ในกัปที่ ๓๑ นับจากกัปนี้ไป ผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้า’

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระตถาคตได้เสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์ที่น่ารื่นรมย์แล้ว

ทรงเริ่มตั้งความเพียร บำเพ็ญทุกรกิริยา

พระตถาคตจักประทับนั่งที่โคนต้นอชปาลนิโครธ

ทรงรับข้าวปายาสในที่นั้นแล้ว เสด็จไปยังแม่น้ำเนรัญชรา

พระชินเจ้าพระองค์นั้นจักเสวยข้าวปายาส

ที่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา แล้วเสด็จไปที่โคนต้นโพธิ์

ตามหนทางอันประเสริฐที่ตกแต่งไว้แล้ว

จากนั้น พระองค์ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่

จักทำประทักษิณโพธิมัณฑ์อันยอดเยี่ยมแล้ว

ตรัสรู้ที่โคนต้นอัสสัตถพฤกษ์

พระมารดาผู้ให้กำเนิดพระชินเจ้าพระองค์นี้

จักมีพระนามว่ามายา

พระบิดาจักมีพระนามว่าสุทโธทนะ

พระชินเจ้าพระองค์นี้จักมีพระนามว่าโคดม

พระโกลิตเถระและพระอุปติสสเถระ

ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบ

ตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวก

พระเถระนามว่าอานนท์ จักเป็นพระอุปัฏฐาก

บำรุงพระชินเจ้าพระองค์นี้

พระเขมาเถรีและพระอุบลวรรณาเถรี

ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบ

ตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวิกา

ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ชาวโลกเรียกว่า ต้นอัสสัตถพฤกษ์

จิตตคหบดีอุบาสกและหัตถกคหบดีอุบาสก

ชาวเมืองอาฬวี จักเป็นอัครอุปัฏฐาก

นันทมารดาอุบาสิกาและอุตตราอุบาสิกา

จักเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

พระโคดมผู้มียศพระองค์นั้น

จักมีพระชนมายุประมาณ ๑๐๐ ปี

เทวดาและมนุษย์ได้ฟังพระดำรัสนี้

ของพระพุทธเจ้าผู้ไม่มีใครเสมอเหมือน

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่แล้ว

ต่างก็มีความชื่นชมกล่าวว่า

‘ท่านผู้นี้เป็นหน่อพุทธางกูร’

สัตว์ทั้งหลายในหมื่นจักรวาลพร้อมทั้งเทวดา

ต่างก็เปล่งเสียงโห่ร้องปรบมือ ร่าเริง

ประนมมือนมัสการว่า

‘ถ้าเราทั้งหลายจักพลาดศาสนาของพระโลกนาถพระองค์นี้

เราทั้งหลายก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตกาล

มนุษย์ทั้งหลายเมื่อจะข้ามแม่น้ำ พลาดท่าเฉพาะหน้าแล้ว

ก็ยึดเอาท่าถัดไปจึงข้ามแม่น้ำใหญ่ไป ฉันใด

เราทั้งหมดก็ฉันนั้นเหมือนกัน

ถ้าพลาดพระชินเจ้าพระองค์นี้

ก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตกาล’

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราได้ฟังพระดำรัสของพระพุทธเจ้าแม้พระองค์นั้นแล้ว

ก็ทำจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง

ได้อธิษฐานวัตรเพื่อบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการให้ยิ่งขึ้นไป

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กรุงชื่อว่าอรุณวดี กษัตริย์พระนามว่าอรุณเป็นพระชนก

พระเทวีพระนามว่าประภาวดีเป็นพระชนนี

ของพระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์ทรงครองฆราวาสอยู่ ๗,๐๐๐ ปี

มีปราสาทที่อุดมอยู่ ๓ หลัง

คือสุวัฑฒกปราสาท คิริปราสาท และวาหนปราสาท

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มีนางสนมกำนัล ๒๔,๐๐๐ นาง

ล้วนประดับประดาสวยงาม

พระมเหสีพระนามว่าสัพพกามา

พระราชโอรสพระนามว่าอตุละ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์เป็นผู้สูงสุดแห่งบุรุษ ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ

จึงทรงราชพาหนะคือช้างออกผนวชแล้ว

ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๘ เดือนเต็ม(จึงได้บรรลุพระโพธิญาณ)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระมหาวีระ ทรงเป็นผู้นำชั้นเลิศของโลก

ผู้สูงสุดแห่งนรชนพระนามว่าสิขี

ผู้อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว

ทูลทรงประกาศพระธรรมจักรที่มฤคทายวัน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระอภิภูเถระและพระสัมภวเถระเป็นพระอัครสาวก

พระเถระนามว่าเขมังกรเป็นพระอุปัฏฐาก

ของพระสิขีสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระสขิลาเถรีและพระปทุมาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา

ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ชาวโลกเรียกว่า ต้นกุ่มบก

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สิริวัฑฒอุบาสกและนันทอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก

จิตตาอุบาสิกาและสุจิตตาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงมีพระวรกายสูง ๗๐ ศอก

ทรงงดงามดังทองคำที่ล้ำค่า

มีพระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ดูเชิงอรรถหน้า ๑๐ ในเล่มนี้
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม้พระองค์ก็มีพระรัศมีประมาณวาหนึ่ง

ซ่านออกไปจากพระวรกายต่อเนื่องกันไป

พระรัศมีนั้นแผ่ไปยังทิศน้อยทิศใหญ่ถึง ๓ โยชน์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่นั้น

มีพระชนมายุประมาณ ๗๐,๐๐๐ ปี

พระองค์ทรงดำรงพระชนมายุประมาณเท่านั้น

ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์พร้อมทั้งสาวก

ทรงบันดาลฝนคือธรรมให้ตกลง

ช่วยเทวดาและมนุษย์ให้แช่มชื่น

ให้บรรรลุถึงความเกษมแล้ว

เสด็จดับขันธปรินิพพาน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระลักษณะอันประเสริฐ ๓๒ ประการ

ซึ่งสมบูรณ์ด้วยอนุพยัญชนะ

ทุกอย่างล้วนอันตรธานไปหมดแล้ว

สังขารทั้งปวงเป็นสภาพว่างเปล่าหนอ

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ดูเชิงอรรถหน้า ๑๐ ในเล่มนี้
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระพุทธเจ้าพระนามว่าสิขี ทรงเป็นมุนีผู้ประเสริฐ

เสด็จดับขันธปรินิพพานที่อัสสาราม

พระสถูปอันประเสริฐของพระองค์

ที่อัสสารามนั้น สูงถึง ๓ โยชน์ ฉะนี้แล

สิขีพุทธวงศ์ที่ ๒๐ จบ

จบ ๒๐. สิขีพุทธวงศ์