arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย · พุทธวงศ์

๒๔. กัสสปพุทธวงศ์ เล่ม ๓๓

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๕ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒๕/๒๘ ในพุทธวงศ์มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

๒๔. กัสสปพุทธวงศ์

ว่าด้วยพระประวัติของพระกัสสปพุทธเจ้า

พระสุตตันตปิฎก ขุททกนิกาย พุทธวงศ์ กัสสปพุทธวงศ์ (ฉบับหลวง เล่ม ๓๓ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๓๓ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๗๓ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๓๓)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒) เล่ม ๓๓ หน้า ๗๑๑–๗๑๘

เรื่องนี้ไม่มีบาลีฉบับมหาจุฬาฯ ในข้อมูล e-tipitaka

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สมัยต่อจากพระพุทธเจ้าพระนามว่าโกนาคมนะ

ได้มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ ตามพระโคตร

ผู้สูงสุดแห่งเทวดาและมนุษย์

ทรงเป็นธรรมราชา มีพระรัศมี

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ทรัพย์อันเป็นมรดกของตระกูล ที่สัตว์เป็นอันมากบูชากัน

พระองค์ทรงสละให้ทานแก่พวกยาจก

ทำจิตให้เต็ม ทำลายกิเลสดังคอก

เหมือนโคอุสภะทำลายคอก ฉะนั้นแล้ว

ทรงบรรลุสัมโพธิญาณอันประเสริฐ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เมื่อพระกัสสปสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเป็นพระผู้นำสัตว์โลก

ประกาศพระธรรมจักร

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๒๐,๐๐๐ โกฏิ ได้บรรลุธรรมครั้งที่ ๑

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในคราวที่พระพุทธเจ้าเสด็จจาริกไปในโลกตลอด ๔ เดือน

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๑๐,๐๐๐ โกฏิ ได้บรรลุธรรมครั้งที่ ๒

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในคราวเมื่อพระองค์ทรงทำยมกปาฏิหาริย์แสดงฤทธิ์ต่าง ๆ

ประกาศพระญาณธาตุ

เทวดาและมนุษย์ประมาณ ๕,๐๐๐ โกฏิ ได้บรรลุธรรมครั้งที่ ๓

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑พระญาณธาตุ ได้แก่ สัพพัญญุตญาณ (ขุ.พุทฺธ.อ. ๕/๓๘๑)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระชินเจ้าทรงแสดงธรรมที่สุธรรมเทพนคร ที่รื่นรมย์นั้น

ทรงทำให้เทวดาประมาณ ๓,๐๐๐ โกฏิ ได้บรรลุธรรม

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ในคราวที่ทรงแสดงธรรมแก่ยักษ์นรเทพ

อีกครั้งหนึ่ง

เทวดาเหล่านั้นได้บรรลุธรรมคำนวณนับไม่ได้

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม้พระพุทธเจ้าผู้เป็นเทพยิ่งกว่าเทพพระองค์นั้น

ก็ได้มีการประชุมแห่งพระขีณาสพ

ผู้ปราศจากมลทิน มีจิตสงบระงับ ผู้คงที่ครั้งเดียว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น ภิกษุประมาณ ๒๐,๐๐๐ รูป

ผู้ล่วงภพ ผู้คงที่ด้วยหิริและศีล มาประชุมกัน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ครั้งนั้น เราเป็นมาณพมีชื่อปรากฏว่าโชติปาละ

คงแก่เรียน ทรงมนตร์ จบไตรเพท

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ถึงความสำเร็จในคัมภีร์ทำนายลักษณะและคัมภีร์อิติหาสะ

เป็นผู้ฉลาดในวิชาดูพื้นที่และอากาศ เป็นผู้ใช้วิชา ไม่มีทุกข์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ฆฏิการอุบาสก ผู้เป็นอุปัฏฐาก

ของพระผู้มีพระภาคพระนามว่ากัสสปะ

เป็นผู้มีความเคารพยำเกรง เป็นพระอนาคามี

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ฆฏิการอุบาสกได้พาเราเข้าเฝ้าพระชินเจ้าพระนามว่ากัสสปะ

เราได้ฟังธรรมของพระองค์แล้วจึงบวชในสำนักของพระองค์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราเป็นผู้ปรารภความเพียร ฉลาดในวัตรน้อยวัตรใหญ่

ไม่เสื่อมในที่ไหน ๆ ปฏิบัติตามคำสั่งสอน

ของพระชินเจ้าอย่างสมบูรณ์

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ไม่เสื่อมในที่ไหน ๆ หมายถึงไม่เสื่อมในศีล สมาธิ และสมาบัติเป็นต้น (ขุ.พุทธ.อ. ๓๘๔)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เล่าเรียนนวังคสัตถุศาสน์ เท่าที่พระพุทธเจ้าตรัสแล้วทุกอย่าง

ช่วยประกาศพระศาสนาของพระชินเจ้าให้งดงาม

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แม้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงเห็นความอัศจรรย์ของเราแล้ว

จึงทรงพยากรณ์เราว่า

‘ในภัทรกัปนี้ ผู้นี้จักเป็นพระพุทธเจ้า’

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระตถาคตได้เสด็จออกจากกรุงกบิลพัสดุ์ที่น่ารื่นรมย์

ทรงเริ่มตั้งความเพียร บำเพ็ญทุกรกิริยา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระตถาคตจักประทับนั่งที่โคนต้นอชปาลนิโครธ

ทรงรับข้าวปายาสในที่นั้น แล้วเสด็จไปยังแม่น้ำเนรัญชรา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระชินเจ้าพระองค์นั้นจักเสวยข้าวปายาส

ที่ริมฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา แล้วเสด็จไปที่โคนต้นโพธิ์

ตามหนทางอันประเสริฐที่ตกแต่งไว้แล้ว

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

จากนั้นพระองค์ผู้มีพระยศยิ่งใหญ่

จักทำประทักษิณโพธิมัณฑ์อันยอดเยี่ยมแล้ว

ตรัสรู้ที่โคนต้นอัสสัตถพฤกษ์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระมารดาผู้ให้กำเนิดพระชินเจ้าพระองค์นี้

จักมีพระนามว่ามายา

พระบิดาจักมีพระนามว่าสุทโธทนะ

พระชินเจ้าพระองค์นี้จักมีพระนามว่าโคดม

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระโกลิตเถระและพระอุปติสสเถระ

ผู้ไม่มีอาสวะ สิ้นราคะ มีจิตสงบ

ตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวก

พระเถระนามว่าอานนท์จักเป็นพระอุปัฏฐาก

บำรุงพระชินเจ้าพระองค์นี้

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระเขมาเถรีและพระอุบลวรรณาเถรีผู้ไม่มีอาสวะ

สิ้นราคะ มีจิตตั้งมั่นดี จักเป็นพระอัครสาวิกา

ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ชาวโลกเรียกว่า ต้นอัสสัตถพฤกษ์

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

จิตตคหบดีอุบาสกและหัตถกคหบดีอุบาสก

ชาวเมืองอาฬวีจักเป็นอัครอุปัฏฐาก

นันทมารดาอุบาสิกาและอุตตราอุบาสิกาจักเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

พระโคดมผู้มียศพระองค์นั้น

จักมีพระชนมายุประมาณ ๑๐๐ ปี

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เทวดาและมนุษย์ได้ฟังพระดำรัสนี้

ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้ไม่มีใครเสมอเหมือน

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่ ต่างก็มีความชื่นชมกล่าวว่า

‘ท่านผู้นี้เป็นหน่อพุทธางกูร’

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สัตว์ทั้งหลายในหมื่นจักรวาลพร้อมทั้งเทวดา

ต่างก็เปล่งเสียงโห่ร้องปรบมือ ร่าเริง

ประนมมือนมัสการว่า

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

‘ถ้าเราทั้งหลายจักพลาดศาสนาของพระโลกนาถพระองค์นี้

เราทั้งหลายก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคต

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มนุษย์ทั้งหลายเมื่อจะข้ามแม่น้ำ พลาดท่าเฉพาะหน้าแล้ว

ก็ยึดเอาท่าถัดไปจึงข้ามแม่น้ำใหญ่ไป ฉันใด

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราทั้งหมดก็ฉันนั้นเหมือนกัน

ถ้าพลาดพระชินเจ้าพระองค์นี้

ก็จักพร้อมหน้าหน่อพุทธางกูรนี้ในอนาคตกาล’

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราได้ฟังพระดำรัสของพระพุทธเจ้าแม้พระองค์นั้นแล้ว

ก็ทำจิตให้เลื่อมใสอย่างยิ่ง

ได้อธิษฐานวัตรเพื่อบำเพ็ญบารมี ๑๐ ประการให้ยิ่งขึ้นไป

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

เราระลึกถึงพุทธพยากรณ์อย่างนี้แล้ว

งดเว้นความประพฤติเสียหาย

ข้าพเจ้าทำกรรมที่ทำได้ยาก

เพราะเหตุแห่งพระโพธิญาณเท่านั้น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

กรุงชื่อว่าพาราณสี กษัตริย์พระนามว่ากิกี

ตระกูลใหญ่ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็อยู่ในนครนั้น

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พรหมทัตตพราหมณ์นั้นเป็นพุทธบิดา

นางพราหมณีชื่อว่าธนวดีเป็นมารดา

ของพระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์ทรงครองฆราวาสอยู่ ๒,๐๐๐ ปี

มีปราสาทที่อุดมอยู่ ๓ หลัง

คือหังสปราสาท ยสปราสาท และสิริจันทปราสาท

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

มีนางสนมกำนัล ๔๘,๐๐๐ นาง

ล้วนประดับประดาสวยงาม

พระมเหสีพระนามว่าสุนันทา

พระราชโอรสพระนามว่าวิชิตเสนะ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์เป็นผู้สูงสุดแห่งบุรุษ

ทรงเห็นนิมิต ๔ ประการ

จึงออกจากปราสาทไปผนวช

ทรงบำเพ็ญเพียรอยู่ ๗ วัน (จึงได้บรรลุพระโพธิญาณ)

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระมหาวีระพระนามว่ากัสสปะ

ทรงเป็นผู้นำสัตว์โลก ผู้สูงสุดแห่งนรชน

ผู้อันพรหมทูลอาราธนาแล้ว

ทรงประกาศพระธรรมจักรที่มฤคทายวัน

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระติสสเถระและพระภารทวาชเถระเป็นพระอัครสาวก

พระเถระนามว่าสรรพมิตตะเป็นพระอุปัฏฐาก

ของพระพระพุทธเจ้าพระนามว่ากัสสปะ

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระอนุลาเถรีและพระอุรุเวลาเถรีเป็นพระอัครสาวิกา

ต้นไม้เป็นที่ตรัสรู้ของพระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น

ชาวโลกเรียกว่า ต้นไทร

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สุมังคลอุบาสกและฆฏิการอุบาสกเป็นอัครอุปัฏฐาก

วิชิตเสนาอุบาสิกาและภัททาอุบาสิกาเป็นอัครอุปัฏฐายิกา

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น ทรงมีพระวรกายสูง ๒๐ ศอก

มีพระรัศมีเปล่งปลั่งดังสายฟ้าในอากาศ

ดุจดวงจันทร์ทรงกลด

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระองค์ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

ทรงมีพระชนมายุประมาณ ๒๐,๐๐๐ ปี

พระองค์ทรงดำรงพระชนมายุประมาณเท่านั้น

ทรงช่วยหมู่ชนให้ข้ามพ้นได้เป็นจำนวนมาก

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ทรงสร้างสระน้ำคือธรรมไว้ ทรงประทานเครื่องลูบไล้คือศีล

ทรงจัดผ้าคือธรรมไว้ เป็นเครื่องนุ่งห่ม ทรงแจกพวงมาลัยคือธรรม

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ทรงจัดผ้าคือธรรมไว้ หมายถึงหิริและโอตตัปปะ (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๖/๓๘๗)
  2. ๒ทรงแจกพวงมาลัยคือธรรม หมายถึงโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๖/๓๘๗)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ทรงตั้งกระจกเงาที่ไร้มลทินคือธรรมไว้ ให้มหาชน

ด้วยทรงหวังว่า ชนบางพวกปรารถนานิพพาน

จงเห็นเครื่องประดับของเรา

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑กระจกเงาที่ไร้มลทินคือธรรมไว้ หมายถึงโสดาปัตติมรรค (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๖/๓๘๗)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ทรงประทานเสื้อคือศีล เกราะหนังคือฌาน

ทรงจัดหนังคือธรรมไว้ คลุมกาย และเครื่องผูกสอด อย่างดีเลิศ

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ทรงประทานเสื้อคือศีล หมายถึงศีล ๕ ศีล ๑๐ จตุปาริสุทธิศีล (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๖/๓๘๗)
  2. ๒หนังคือธรรมไว้ หมายถึงสติสัมปชัญญะ (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๖/๓๘๗)
  3. ๓เครื่องผูกสอด หมายถึงความเพียร (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๖/๓๘๗)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ทรงประทานโล่คือสติปัฏฐาน๔ หอกคือญาณอันคมกล้า

ดาบอย่างดี คือธรรม และศาสตราวุธเครื่องย่ำยีศัตรูคือศีลไว้ให้

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ดาบอย่างดี หมายถึงมรรคปัญญา (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๖/๓๘๗)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ประทานภูษาคือวิชชา ๓

พวงมาลัยสำหรับสวมศีรษะคือผล ๔

เครื่องอาภรณ์คืออภิญญา ๖

และดอกไม้เครื่องประดับคือพระธรรม

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ร่มขาว คือพระสัทธรรมอันเป็นเครื่องป้องกันบาป

ทรงเนรมิตดอกไม้ คือความไม่มีเวรภัยไว้ให้เสร็จแล้ว

พระองค์ก็เสด็จดับขันธปรินิพพาน

เชิงอรรถ (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. ๑ร่มขาว หมายถึงวิมุตติ (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๖/๓๘๘)
  2. ๒ดอกไม้ หมายถึงมรรคมีองค์ ๘ (ขุ.พุทฺธ.อ. ๒๖/๓๘๘)
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

แท้จริง พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงมีคุณหาประมาณมิได้

กระทบกระทั่งได้ยาก

พระธรรมรัตนะนี้ทรงตรัสไว้ดีแล้ว ควรเรียกให้มาดู

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระสังฆรัตนะผู้ปฏิบัติดีแล้ว ไม่มีผู้อื่นยิ่งไปกว่า

พระรัตนะทั้ง ๓ นี้ ทุกอย่างล้วนอันตรธานไปหมดแล้ว

สังขารทั้งปวงเป็นสภาพว่างเปล่าหนอ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

พระชินศาสดาพระนามว่ามหากัสสปะ

เสด็จดับขันธปรินิพพานที่เสตัพยาราม

พระสถูปของพระชินเจ้านั้น

ที่เสตัพยารามนั้น สูงถึง ๑ โยชน์ ฉะนี้แล

กัสสปพุทธวงศ์ที่ ๒๔ จบ

จบ ๒๔. กัสสปพุทธวงศ์