พระวินัยปิฎก ปริวาร · เอกุตตริกะ
หมวด ๑๐ เล่ม ๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๐๐–๑๐๐๓ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๑ ในเอกุตตริกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระวินัยปิฎก ปริวาร เอกุตตริกะ หมวด ๑๐ (ฉบับหลวง เล่ม ๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๑๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๘)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๘ หน้า ๔๔๕–๔๕๐
หัวข้อประจำหมวด
{๙๙๙} อาฆาตวัตถุ ๑ อุบายกำจัด ๑ วินีตวัตถุ ๑ อาบัติเป็นปฐมาปัตติกะ ๑ สงฆ์แตกกัน ๑ โภชนะประณีต ๑ มังสะ ๑ อุเทศ ๑ อย่างยิ่ง ๑ตัณหา ๑ มานะ ๑ อธิษฐาน ๑ วิกัป ๑ คืบ ๑ ให้ ๑ รับ ๑ บริโภค ๑ ให้รับและบริโภคที่เป็นธรรมอย่างละสาม ๑สัญญัติที่ไม่เป็นธรรม ๑ ที่เป็นธรรม ๑ หมวด ๙ อย่างละสองหมวด ๑ การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรม ๑ เป็นธรรม ๑
๑๐. ทสกวาร หมวด ๑๐
ว่าด้วยอาฆาตวัตถุเป็นต้น
{๑๐๐๐} [๓๓๐] อาฆาตวัตถุมี ๑๐ อุบายกำจัดอาฆาตวัตถุมี ๑๐ วินีตวัตถุมี ๑๐ มิจฉาทิฏฐิมีวัตถุ ๑๐ สัมมาทิฏฐิมีวัตถุ ๑๐ อันตคาหิกทิฏฐิมี ๑๐ มิจฉัตตะมี ๑๐ สัมมัตตะมี ๑๐ อกุศลกรรมบถมี ๑๐ กุศลกรรมบถมี ๑๐ จับสลากไม่เป็นธรรมมี ๑๐ จับสลากเป็นธรรมมี ๑๐ สามเณรมีสิกขาบท ๑๐ สามเณรผู้ประกอบด้วยองค์ ๑๐ พึงให้สึกเสีย
ว่าด้วยองค์ของพระวินัยธร
{๑๐๐๑} พระวินัยธรผู้ประกอบด้วยองค์ ๑๐ นับว่าเป็นผู้โง่เขลา คือ
๑. ไม่กำหนดที่สุดถ้อยคำของตน
๒. ไม่กำหนดที่สุดถ้อยคำของผู้อื่น
๓. ไม่กำหนดที่สุดถ้อยคำของตนและไม่กำหนดที่สุดถ้อยคำ ของผู้อื่นแล้วปรับอาบัติ
๔. ปรับอาบัติโดยไม่เป็นธรรม
๕. ปรับอาบัติไม่ตามปฏิญญา ๖. ไม่รู้อาบัติ
๗. ไม่รู้มูลของอาบัติ ๘. ไม่รู้เหตุเกิดของอาบัติ
๙. ไม่รู้การระงับอาบัติ
๑๐. ไม่รู้ข้อปฏิบัติให้ถึงการระงับอาบัติ
พระวินัยธรผู้ประกอบด้วยองค์ ๑๐ นับว่าเป็นผู้ฉลาด คือ
๑. กำหนดที่สุดถ้อยคำของตน
๒. กำหนดที่สุดถ้อยคำของผู้อื่น
๓. กำหนดที่สุดถ้อยคำของตนและกำหนดที่สุดถ้อยคำของผู้อื่นแล้วปรับอาบัติ
๔. ปรับอาบัติตามธรรม ๕. ปรับอาบัติตามปฏิญญา
๖. รู้อาบัติ ๗. รู้มูลของอาบัติ
๘. รู้เหตุเกิดของอาบัติ ๙. รู้การระงับอาบัติ
๑๐. รู้ข้อปฏิบัติให้ถึงการระงับอาบัติ
พระวินัยธรผู้ประกอบด้วยองค์แม้อื่นอีก ๑๐ นับว่าเป็นผู้โง่เขลา คือ
๑. ไม่รู้อธิกรณ์ ๒. ไม่รู้มูลของอธิกรณ์
๓. ไม่รู้เหตุเกิดของอธิกรณ์ ๔. ไม่รู้การระงับอธิกรณ์
๕. ไม่รู้ข้อปฏิบัติให้ถึงการระงับอธิกรณ์
๖. ไม่รู้วัตถุ ๗. ไม่รู้เหตุเป็นเค้ามูล
๘. ไม่รู้บัญญัติ ๙. ไม่รู้อนุบัญญัติ
๑๐. ไม่รู้ทางแห่งถ้อยคำอันเข้าอนุสนธิกันได้
พระวินัยธรประกอบด้วยองค์ ๑๐ นับว่าเป็นผู้ฉลาด คือ
๑. รู้อธิกรณ์ ๒. รู้มูลของอธิกรณ์
๓. รู้เหตุเกิดของอธิกรณ์ ๔. รู้การระงับอธิกรณ์
๕. รู้ข้อปฏิบัติให้ถึงการระงับอธิกรณ์
๖. รู้วัตถุ ๗. รู้เหตุเป็นเค้ามูล
๘. รู้บัญญัติ ๙. รู้อนุบัญญัติ
๑๐. รู้ทางแห่งถ้อยคำอันเข้าอนุสนธิกันได้
พระวินัยธรประกอบด้วยองค์แม้อื่นอีก ๑๐ นับว่าเป็นผู้โง่เขลา คือ
๑. ไม่รู้ญัตติ ๒. ไม่รู้การตั้งญัตติ
๓. ไม่ฉลาดในเบื้องต้น ๔. ไม่ฉลาดในเบื้องปลาย
๕. ไม่รู้กาล ๖. ไม่รู้อาบัติและมิใช่อาบัติ
๗. ไม่รู้อาบัติเบาและอาบัติหนัก
๘. ไม่รู้อาบัติส่วนเหลือและอาบัติไม่มีส่วนเหลือ
๙. ไม่รู้อาบัติชั่วหยาบและอาบัติไม่ชั่วหยาบ
๑๐. ไม่กำหนด ไม่ใส่ใจ ไม่ใคร่ครวญถ้อยคำที่สืบต่อจากอาจารย์
พระวินัยธรผู้ประกอบด้วยองค์ ๑๐ นับว่าเป็นผู้ฉลาด คือ
๑. รู้ญัตติ ๒. รู้การตั้งญัตติ
๓. ฉลาดในเบื้องต้น ๔. ฉลาดในเบื้องปลาย
๕. รู้กาล ๖. รู้อาบัติและมิใช่อาบัติ
๗. รู้อาบัติเบาและอาบัติหนัก
๘. รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติไม่มีส่วนเหลือ
๙. รู้อาบัติชั่วหยาบและอาบัติไม่ชั่วหยาบ
๑๐. เป็นผู้กำหนด ใส่ใจ ใคร่ครวญถ้อยคำที่สืบต่อจากอาจารย์
พระวินัยธรผู้ประกอบด้วยองค์แม้อื่นอีก ๑๐ นับว่าเป็นผู้โง่เขลา คือ
๑. ไม่รู้อาบัติและมิใช่อาบัติ
๒. ไม่รู้อาบัติเบาและอาบัติหนัก
๓. ไม่รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติไม่มีส่วนเหลือ
๔. ไม่รู้อาบัติชั่วหยาบและอาบัติไม่ชั่วหยาบ
๕. จำปาติโมกข์ทั้งสองไม่ได้โดยพิสดาร จำแนกไม่ถูกต้อง สวดไม่คล่องแคล่ว วินิจฉัยไม่ถูกต้องโดยสูตร โดยอนุพยัญชนะ
๖. ไม่รู้อาบัติและมิใช่อาบัติ
๗. ไม่รู้อาบัติเบาและอาบัติหนัก
๘. ไม่รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติไม่มีส่วนเหลือ
๙. ไม่รู้อาบัติชั่วหยาบและอาบัติไม่ชั่วหยาบ
๑๐. ไม่ฉลาดในการสอบสวนอธิกรณ์
พระวินัยธรผู้ประกอบด้วยองค์ ๑๐ นับว่าเป็นผู้ฉลาด คือ
๑. รู้อาบัติและมิใช่อาบัติ
๒. รู้อาบัติเบาและอาบัติหนัก
๓. รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติไม่มีส่วนเหลือ
๔. รู้อาบัติชั่วหยาบและอาบัติไม่ชั่วหยาบ
๕. จำปาติโมกข์ทั้งสองได้ดีโดยพิสดาร จำแนกได้ดี สวดได้คล่องแคล่วดี วินิจฉัยได้ถูกต้องโดยสูตร โดยอนุพยัญชนะ
๖. รู้อาบัติและมิใช่อาบัติ
๗. รู้อาบัติเบาและอาบัติหนัก
๘. รู้อาบัติมีส่วนเหลือและอาบัติไม่มีส่วนเหลือ
๙. รู้อาบัติชั่วหยาบและอาบัติไม่ชั่วหยาบ
๑๐. ฉลาดในการสอบสวนอธิกรณ์
{๑๐๐๒} ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๑๐ สงฆ์พึงสมมติด้วยอุพพาหิกา พระตถาคตทรงบัญญัติสิกขาบทแก่พระสาวกทั้งหลายเพราะอาศัยอำนาจประโยชน์ ๑๐ การเข้าไปสู่ภายในพระราชฐานมีโทษ ๑๐ ทานวัตถุมี ๑๐ รัตนะมี ๑๐ ภิกษุสงฆ์มีวรรค ๑๐ คณะสงฆ์มีวรรค ๑๐ พึงให้อุปสมบท ผ้าบังสุกุลมี ๑๐ จีวรสำหรับใช้สอยมี ๑๐ ทรงอติเรกจีวร ๑๐ วันเป็นอย่างยิ่ง นํ้าสุกกะมี ๑๐ สตรีมี ๑๐ ภรรยามี ๑๐ ภิกษุในพระนครเวสาลีแสดงวัตถุ ๑๐ บุคคลไม่ควรไหว้มี ๑๐ เรื่องสำหรับด่ามี ๑๐ กล่าวคำส่อเสียดด้วยอาการ ๑๐ เสนาสนะมี ๑๐ ขอพร ๑๐ การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรมมี ๑๐ การงดปาติโมกข์เป็นธรรมมี ๑๐ ยาคูมีอานิสงส์ ๑๐ อกัปปิยมังสะมี ๑๐ สิกขาบทว่าด้วยอย่างยิ่งมี ๑๐ ภิกษุมีพรรษา ๑๐ ผู้ฉลาดสามารถควรให้บรรพชาอุปสมบท ควรให้นิสสัย ควรให้สามเณรอุปัฎฐาก ภิกษุณีมีพรรษา ๑๐ ผู้ฉลาดสามารถควรให้บรรพชาอุปสมบท ควรให้นิสสัย ควรให้สามเณรีอุปัฏฐาก ภิกษุณีมีพรรษา ๑๐ ผู้ฉลาดสามารถพึงยินดีการสมมติให้บวช ภิกษุณีมีพรรษา ๑๐ ควรให้สิกขาแก่สตรีคฤหัสถ์
จบ ทสกวาร หมวด ๑๐
หัวข้อประจำหมวด
{๑๐๐๓} อาฆาตวัตถุ ๑ อุบายกำจัด ๑ วินีตวัตถุ ๑ มิจฉาทิฏฐิ ๑ สัมมาทิฏฐิ ๑ อันตคาหิกทิฏฐิ ๑ มิจฉัตตะ ๑ สัมมัตตะ ๑ อกุศลกรรมบถ ๑ กุศลกรรมบถ ๑
- ๑อุพพาหิกวิธี วิธีที่เลือกแยกออกไปพิจารณา หมายถึงวิธีระงับวิวาทาธิกรณ์ที่ทรงอนุญาตไว้ในกรณีที่ประชุมสงฆ์มีความไม่สะดวกด้วยเหตุอย่างใดอย่างหนึ่ง ให้สงฆ์เลือกภิกษุผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ (องค์คุณ ๑๐ ประการ) จำนวนหนึ่งในที่ประชุมนั้นตั้งเป็นคณะ แล้วมอบเรื่องให้นำเอาไปวินิจฉัย เป็นทำนองตั้งคณะกรรมการพิเศษขึ้นพิจารณา (นัย วิ.อ. ๓/๒๙๙)
จับสลากเป็นธรรม ๑ จับสลากไม่เป็นธรรม ๑ สามเณร ๑ นาสนะ ๑ ถ้อยคำ ๑ อธิกรณ์ ๑ ญัตติ ๑ อาบัติเบา ๑
อาบัติเบาอีก ๑ อาบัติหนัก ๑ จงรู้ฝ่ายดำ ฝ่ายขาว เหล่านี้ไว้ อุพพาหิกา ๑ สิกขาบท ๑ ภายในพระราชฐาน ๑ ทานวัตถุ ๑
รัตนะ ๑ คณะสงฆ์ทสวรรค ๑ คณะสงฆ์ทสวรรคให้อุปสมบท ๑ ผ้าบังสกุล ๑ จีวรสำหรับใช้สอย ๑ สิบวัน ๑ น้ำสุกกะ ๑ สตรี ๑
ภรรยา ๑ วัตถุสิบ ๑ คนไม่ควรไหว้ ๑ เรื่องสำหรับด่า ๑ คำส่อเสียด ๑ เสนาสนะ ๑ พร ๑ การงดปาติโมกข์ไม่เป็นธรรม ๑
การงดปาติโมกข์เป็นธรรม ๑ ยาคู ๑ มังสะ ๑ อย่างยิ่ง ๑ ภิกษุ ๑ ภิกษุณีให้บวช ๑ สตรีคฤหัสถ์ ๑ หมวดสิบ พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประกาศไว้ดีแล้วแล
๑๑. เอกาทสกวาร หมวด ๑๑
ว่าด้วยบุคคลเป็นต้น
{๑๐๐๔} [๓๓๑] บุคคล ๑๑ ประเภทที่เป็นอนุปสัมบัน ไม่ควรให้อุปสมบท ที่อุปสมบทแล้วควรให้สึกเสีย รองเท้าที่ไม่สมควรมี ๑๑ บาตรที่ไม่สมควรมี ๑๑ ชนิด จีวรที่ไม่สมควรมี ๑๑ ชนิด สิกขาบทที่เป็นยาวตติยกะมี ๑๑ พึงถามอันตรายิกธรรม ๑๑ ของภิกษุณี จีวรที่ควรอธิษฐานมี ๑๑ จีวรที่ไม่ควรวิกัปมี ๑๑ จีวรที่เป็นนิสสัคคีย์เมื่อรุ่งอรุณมี ๑๑ ลูกดุมที่สมควรมี ๑๑ ลูกถวินที่สมควรมี ๑๑ แผ่นดินที่ไม่สมควรมี ๑๑ แผ่นดินที่สมควรมี ๑๑
จบ หมวด ๑๐