พระวินัยปิฎก ปริวาร · อุปาลิปัญจกะ
ธุดงควรรคที่ ๖ เล่ม ๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๙๑–๑๑๙๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๖/๑๔ ในอุปาลิปัญจกะมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระวินัยปิฎก ปริวาร อุปาลิปัญจกะ ธุดงควรรคที่ ๖ (ฉบับหลวง เล่ม ๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๑๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๘)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๘ หน้า ๖๐๒–๖๐๕
๑. ไม่รู้อธิกรณ์ ๒. ไม่รู้สมุฏฐานอธิกรณ์
๓. ไม่รู้ประโยคอธิกรณ์ ๔. ไม่รู้ความระงับอธิกรณ์
๕. ไม่ฉลาดในการวินิจฉัยอธิกรณ์
ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แลไม่พึงซัก
องค์ของภิกษุผู้ควรซักอีกนัยหนึ่ง
ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ พึงซัก องค์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ
๑. รู้อธิกรณ์ ๒. รู้สมุฏฐานอธิกรณ์
๓. รู้ประโยคอธิกรณ์ ๔. รู้ความระงับอธิกรณ์
๕. ฉลาดในการวินิจฉัยอธิกรณ์
ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ นี้แลพึงซัก”
จบ อัตตาทานวรรคที่ ๕
หัวข้อประจำวรรค
{๑๑๙๐} บริสุทธิ์ ๑ กาล ๑ ความการุญ ๑ โอกาส ๑ รับอธิกรณ์ ๑ อธิกรณ์ ๑ และอธิกรณ์อีกนัยหนึ่ง ๑ วัตถุ ๑ สุตตะ ๑ ธรรม ๑ วัตถุอีกนัยหนึ่ง ๑ อาบัติ ๑ อธิกรณ์ ๑
๖. ธุดงควรรค
หมวดว่าด้วยการถือธุดงค์
{๑๑๙๑} [๔๔๓] พระอุบาลีทูลถามว่า “ภิกษุผู้ถืออยู่ป่าเป็นวัตรมีเท่าไรหนอ พระพุทธเจ้าข้า”พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ถืออยู่ป่าเป็นวัตรนี้มี ๕ ประเภท ๕ ประเภทคืออะไรบ้าง คือ
๑. เพราะเป็นผู้โง่เขลา งมงาย จึงถืออยู่ป่าเป็นวัตร
๒. เป็นผู้มีความอยากอันเลวทราม ถูกความอยากครอบงำแล้วจึงถืออยู่ป่าเป็นวัตร
๓. เพราะวิกลจริต มีจิตฟุ้งซ่าน จึงถืออยู่ป่าเป็นวัตร
๔. เพราะเข้าใจว่าพระพุทธเจ้าสาวกของพระพุทธเจ้าสรรเสริญจึงถืออยู่ป่าเป็นวัตร๕. เพราะอาศัยความมักน้อย สันโดษ ความขัดเกลา ความเงียบสงัด และเพราะอาศัยการอยู่ป่ามีประโยชน์ด้วยความปฏิบัติงามนี้ จึงถืออยู่ป่าเป็นวัตรดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ถืออยู่ป่าเป็นวัตรมี ๕ ประเภทนี้แล”
พระอุบาลีทูลถามว่า “ภิกษุผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตรมีเท่าไรหนอ พระพุทธเจ้าข้า ...
ภิกษุผู้ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตรมีเท่าไรหนอ พระพุทธเจ้าข้า ...
ภิกษุผู้ถืออยู่โคนไม้เป็นวัตรมีเท่าไรหนอ พระพุทธเจ้าข้า ...
ภิกษุผู้ถืออยู่ป่าช้าเป็นวัตรมีเท่าไรหนอ พระพุทธเจ้าข้า ...
ภิกษุผู้ถืออยู่ในที่แจ้งเป็นวัตรมีเท่าไรหนอ พระพุทธเจ้าข้า ...
ภิกษุผู้ถือผ้า ๓ ผืนเป็นวัตรมีเท่าไรหนอ พระพุทธเจ้าข้า ...
ภิกษุผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตตามลำดับตรอกเป็นวัตรมีเท่าไรหนอ พระพุทธเจ้าข้า ...
ภิกษุผู้ถือการนั่งเป็นวัตรมีเท่าไรหนอ พระพุทธเจ้าข้า ...
ภิกษุผู้ถืออยู่ในเสนาสนะตามที่จัดไว้เป็นวัตรมีเท่าไรหนอ พระพุทธเจ้าข้า ...
ภิกษุผู้ถือนั่งฉัน ณ อาสนะแห่งเดียวเป็นวัตรมีเท่าไรหนอ พระพุทธเจ้าข้า ...
ภิกษุผู้ถือการห้ามภัตที่เขานำมาถวายเมื่อภายหลังเป็นวัตรมีเท่าไรหนอ พระพุทธเจ้าข้า ...
ภิกษุผู้ถือการฉันเฉพาะในบาตรเป็นวัตรมีเท่าไรหนอ พระพุทธเจ้าข้า”
พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ถือฉันเฉพาะในบาตรเป็นวัตรนี้มี ๕ ประเภท ๕ ประเภทคืออะไรบ้าง คือ
๑. เพราะเป็นผู้โง่เขลา งมงาย จึงถือฉันเฉพาะในบาตรเป็นวัตร
๒. เพราะเป็นผู้มีความอยากอันเลวทราม ถูกความอยากครอบงำแล้ว จึงถือฉันเฉพาะในบาตรเป็นวัตร
๓. เพราะวิกลจริต มีจิตฟุ้งซ่าน จึงถือฉันเฉพาะในบาตรเป็นวัตร
๔. เพราะเข้าใจว่าพระพุทธเจ้าสาวกของพระพุทธเจ้าสรรเสริญ จึงถือฉันเฉพาะในบาตรเป็นวัตร
๕. เพราะอาศัยความมักน้อย สันโดษ ความขัดเกลา ความเงียบสงัด และอาศัยฉันเฉพาะในบาตรมีประโยชน์ด้วยความปฏิบัติงามนี้ จึงถือฉันเฉพาะในบาตรเป็นวัตรดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ถือฉันเฉพาะในบาตรเป็นวัตรมี ๕ ประเภทนี้แล”
จบ ธุดงควรรคที่ ๖
หัวข้อประจำวรรค
{๑๑๙๒} ถืออยู่ป่า ๑ ถือเที่ยวบิณฑบาต ๑ ถือทรงผ้าบังสุกุล ๑ ถืออยู่โคนไม้ ๑ ถืออยู่ป่าช้าเป็นที่ครบห้า ๑ ถืออยู่ในที่กลางแจ้ง ๑ ถือทรงผ้า ๓ ผืน ๑ ถือเที่ยวตามลำดับตรอก ๑ ถือการนั่ง ๑ ถืออยู่ในเสนาสนะตามที่จัดไว้ ๑ ถือนั่งฉัน ณ อาสนะแห่งเดียว ๑ ถือห้ามภัตที่เขานำมาถวายเมื่อภายหลัง ๑ ถือฉันเฉพาะในบาตร ๑
๗. มุสาวาทวรรค
หมวดว่าด้วยมุสาวาท
{๑๑๙๓} [๔๔๔] พระอุบาลีทูลถามว่า “มุสาวาทมีเท่าไรหนอ พระพุทธเจ้าข้า” พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสว่า “ดูก่อนอุบาลี มุสาวาทนี้มี ๕ อย่าง ๕ อย่างคืออะไรบ้าง คือ
๑. มุสาวาทถึงต้องอาบัติปาราชิกก็มี
๒. มุสาวาทถึงต้องอาบัติสังฆาทิเสสก็มี
๓. มุสาวาทถึงต้องอาบัติถุลลัจจัยก็มี
๔. มุสาวาทถึงต้องอาบัติปาจิตตีย์ก็มี
๕. มุสาวาทถึงต้องอาบัติทุกกฏก็มี
ดูก่อนอุบาลี มุสาวาทมี ๕ อย่างนี้แล”
การงดอุโบสถหรือปวารณา
{๑๑๙๔} [๔๔๕] “พระพุทธเจ้าข้า ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์เท่าไรหนอ เมื่องดอุโบสถหรือปวารณาในท่ามกลางสงฆ์ สงฆ์พึงกำราบว่า ‘อย่าเลย ภิกษุเธออย่าได้ทำความบาดหมาง อย่าได้ทำการทะเลาะ อย่าได้ทำการแก่งแย่ง อย่าได้ทำการวิวาทกัน’ ดังนี้ แล้วทำอุโบสถหรือปวารณา”“ดูก่อนอุบาลี ภิกษุผู้ประกอบด้วยองค์ ๕ เมื่องดอุโบสถหรือปวารณา ในท่ามกลางสงฆ์ สงฆ์พึงกำราบว่า ‘อย่าเลย ภิกษุ เธออย่าได้ทำความบาดหมาง อย่าได้ทำการทะเลาะ อย่าได้ทำการแก่งแย่ง อย่าได้ทำการวิวาทกัน’ ดังนี้ แล้วทำอุโบสถหรือปวารณา องค์ ๕ คืออะไรบ้าง คือ
๑. เป็นอลัชชี ๒. เป็นพาล
๓. ไม่ใช่เป็นปกตัตตะ
๔. เป็นผู้พูดประสงค์จะให้เคลื่อนจากพรหมจรรย์
๕. ไม่ใช่เป็นผู้พูดประสงค์จะให้ออกจากอาบัติ
จบ ธุดงควรรคที่ ๖