พระวินัยปิฎก ปริวาร · วีสติวาร
กตาปัตติวารแห่งสมุฏฐานอาบัติ ๖ ที่ ๒ เล่ม ๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๘๖๗–๘๗๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๒/๑๗ ในวีสติวารมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
พระวินัยปิฎก ปริวาร วีสติวาร กตาปัตติวารแห่งสมุฏฐานอาบัติ ๖ ที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๑๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๘)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๘ หน้า ๓๒๓–๓๒๙
๒. กตาปัตติวาร
วาระว่าด้วยต้องอาบัติเท่าไรด้วยสมุฎฐานแห่งอาบัติ ๖
{๘๖๗} [๒๗๗] ถาม : ด้วยสมุฏฐานแห่งอาบัติที่ ๑ ภิกษุต้องอาบัติเท่าไร ตอบ : ด้วยสมุฏฐานแห่งอาบัติที่ ๑ ภิกษุต้องอาบัติ ๕ ตัว คือ
๑. ภิกษุสำคัญว่าควร สร้างกุฎีด้วยการขอมาเอง ไม่ให้สงฆ์แสดงพื้นที่ เกินขนาด มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่สร้าง
๒. เมื่อยังขาดอิฐอีกก้อนหนึ่งจะเสร็จ ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๓. เมื่ออิฐก้อนนั้นเสร็จแล้ว ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
๔. ภิกษุสำคัญว่าควร ฉันโภชนะในเวลาวิกาล ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๕. ภิกษุสำคัญว่าควร รับของเคี้ยวก็ดี ของฉันก็ดี จากมือของภิกษุณีผู้มิใช่ญาติผู้เข้าไปสู่ละแวกบ้านด้วยมือของตนมาฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ
ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๑ ภิกษุต้องอาบัติ ๕ ตัวเหล่านี้
ถาม : อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติอะไร บรรดาวิบัติ ๔ สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติกองไหน บรรดากองอาบัติ ๗ เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน เท่าไร บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ จัดเป็นอธิกรณ์อะไร บรรดาอธิกรณ์ ๔ ระงับด้วยสมถะเท่าไร บรรดาสมถะ ๗ตอบ : อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติ ๒ บรรดาวิบัติ ๔ คือ เป็นศีลวิบัติก็มี เป็นอาจารวิบัติก็มี สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๕ กอง บรรดากองอาบัติ ๗ คือ ด้วยกองอาบัติสังฆาทิเสสก็มี ด้วยกองอาบัติถุลลัจจัยก็มี ด้วยกองอาบัติปาจิตตีย์ก็มี ด้วยกองอาบัติปาฏิเทสนียะก็มี ด้วยกองอาบัติทุกกฏก็มี เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ คือ
เกิดทางกาย มิใช่ทางวาจา มิใช่ทางจิต จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาอธิกรณ์ ๔ ระงับด้วยสมถะ ๓ บรรดาสมถะ ๗ คือ ด้วยสัมมุขาวินัยกับปฏิญญาตกรณะก็มี ด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะก็มี{๘๖๘} [๒๗๘] ถาม : ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๒ ภิกษุต้องอาบัติเท่าไร
ตอบ : ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๒ ภิกษุต้องอาบัติ ๔ ตัว คือ
๑. ภิกษุสำคัญว่าควร สั่งว่า ‘จงสร้างกุฎีให้ฉัน’ เขาสร้างกุฎีให้เธอ มิได้ให้สงฆ์แสดงพื้นที่ เกินขนาด มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ เป็นทุกกฏในเพราะประโยค๒. เมื่อยังขาดอิฐอีกก้อนหนึ่งจะเสร็จ ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๓. เมื่ออิฐก้อนนั้นเสร็จแล้ว ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
๔. ภิกษุสำคัญว่าควร สอนธรรมแก่อนุปสัมบันโดยว่าพร้อมกัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์
ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๒ ภิกษุต้องอาบัติ ๔ ตัวเหล่านี้
ถาม : อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติอะไร บรรดาวิบัติ ๔ ... ระงับด้วยสมถะเท่าไร บรรดาสมถะ ๗
ตอบ : อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติ ๒ บรรดาวิบัติ ๔ คือ เป็นศีลวิบัติก็มี เป็นอาจารวิบัติก็มี สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๔ กอง บรรดากองอาบัติ ๗ คือ ด้วยกองอาบัติสังฆาทิเสสก็มี ด้วยกองอาบัติถุลลัจจัยก็มี ด้วยกองอาบัติปาจิตตีย์ก็มี ด้วยกองอาบัติทุกกฏก็มี เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ คือ เกิดทางวาจา มิใช่ทางกาย มิใช่ทางจิต จัดเป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาอธิกรณ์ ๔ ระงับด้วยสมถะ ๓ บรรดาสมถะ ๗ คือ ด้วยสัมมุขาวินัยกับปฏิญญาตกรณะก็มี ด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะก็มี{๘๖๙} [๒๗๙] ถาม : ด้วยสมุฏฐานแห่งอาบัติที่ ๓ ภิกษุต้องอาบัติเท่าไร
ตอบ : ด้วยสมุฏฐานแห่งอาบัติที่ ๓ ภิกษุต้องอาบัติ ๕ ตัว คือ
๑. ภิกษุสำคัญว่าควรจัดการสร้างกุฎี ไม่ให้สงฆ์แสดงพื้นที่ เกินขนาด มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ เป็นทุกกฏในเพราะประโยค๒. เมื่อยังขาดอิฐอีกก้อนหนึ่งจะเสร็จ ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๓. เมื่ออิฐก้อนนั้นเสร็จแล้ว ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
๔. ภิกษุสำคัญว่าควร ขอโภชนะอันประณีตเพื่อประโยชน์แก่ตนมาฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๕. ภิกษุสำคัญว่าควร ไม่ห้ามภิกษุณีผู้สั่งเสียอยู่แล้วฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ
ด้วยสมุฏฐานแห่งอาบัติที่ ๓ ภิกษุต้องอาบัติ ๕ ตัวเหล่านี้
ถาม : อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติอะไร บรรดาวิบัติ ๔ ... ระงับด้วยสมถะเท่าไร บรรดาสมถะ ๗
ตอบ : อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติ ๒ บรรดาวิบัติ ๔ คือ เป็นศีลวิบัติก็มี เป็นอาจารวิบัติก็มี สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๕ กอง บรรดากองอาบัติ ๗ คือ ด้วยกองอาบัติสังฆาทิเสสก็มี ด้วยกองอาบัติถุลลัจจัยก็มี ด้วยกองอาบัติปาจิตตีย์ก็มี ด้วยกองอาบัติปาฏิเทสนียะก็มี ด้วยกองอาบัติทุกกฏก็มี เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ คือ เกิดทางกายกับวาจา มิใช่ทางจิต เป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาอธิกรณ์ ๔ ระงับด้วยสมถะ ๓ บรรดาสมถะ ๗ คือ ด้วยสัมมุขาวินัยกับปฏิญญาตกรณะก็มี ด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะก็มี{๘๗๐} [๒๘๐] ถาม : ด้วยสมุฏฐานแห่งอาบัติที่ ๔ ภิกษุต้องอาบัติเท่าไร
ตอบ : ด้วยสมุฏฐานแห่งอาบัติที่ ๔ ภิกษุต้องอาบัติ ๖ ตัว คือ
๑. ภิกษุเสพเมถุนธรรม ต้องอาบัติปาราชิก
๒. ภิกษุสำคัญว่าไม่ควร สร้างกุฎีด้วยการขอเอาเอง มิได้ให้สงฆ์แสดงพื้นที่ เกินขนาด มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ เป็นทุกกฏในเพราะประโยค
๓. เมื่อยังขาดอิฐอีกก้อนหนึ่งจะเสร็จ ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๔. เมื่ออิฐก้อนนั้นเสร็จแล้ว ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
๕. ภิกษุสำคัญว่าไม่ควร ฉันโภชนะในเวลาวิกาล ต้องอาบัติ ปาจิตตีย์
๖. ภิกษุสำคัญว่าไม่ควร รับของเคี้ยวก็ดี ของฉันก็ดี จากมือภิกษุณีมิใช่ญาติผู้เข้าไปสู่ละแวกบ้านด้วยมือของตนมาฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ
ด้วยสมุฏฐานแห่งอาบัติที่ ๔ ต้องอาบัติ ๖ ตัวเหล่านี้
ถาม : อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติอะไร บรรดาวิบัติ ๔ ... ระงับด้วยสมถะเท่าไร บรรดาสมถะ ๗
ตอบ : อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติ ๒ บรรดาวิบัติ ๔ คือ เป็นศีลวิบัติก็มี เป็นอาจารวิบัติก็มี สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๖ กอง บรรดากองอาบัติ ๗ คือ ด้วยกองอาบัติปาราชิกก็มี ด้วยกองอาบัติสังฆาทิเสสก็มี ด้วยกองอาบัติถุลลัจจัยก็มี ด้วยกองอาบัติปาจิตตีย์ก็มี ด้วยกองอาบัติปาฏิเทสนียะก็มี ด้วยกองอาบัติทุกกฏก็มี เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๑ บรรดา สมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ คือ เกิดทางกายกับจิต มิใช่ทางวาจาเป็น อาปัตตาธิกรณ์ บรรดาอธิกรณ์ ๔ ระงับด้วยสมถะ ๓ บรรดาสมถะ ๗ คือ ด้วยสัมมุขาวินัยกับปฏิญญาตกรณะก็มี ด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะก็มี{๘๗๑} [๒๘๑] ถาม : ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๕ ภิกษุต้องอาบัติเท่าไร
ตอบ : ด้วยสมุฏฐานอาบัติที่ ๕ ภิกษุต้องอาบัติ ๖ ตัว คือ
๑. ภิกษุมีความอยากอันลามก ถูกความอยากอันลามกครอบงำแล้ว กล่าวอวดอุตตริมนุสสธรรมที่ไม่มีจริงไม่เป็นจริง ต้องอาบัติปาราชิก
๒. ภิกษุสำคัญว่าไม่ควร สั่งว่า ‘จงสร้างกุฎีให้ฉัน’ เขาสร้างกุฎีให้เธอมิได้ให้สงฆ์แสดงพื้นที่เกินขนาด มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ เป็นทุกกฏในเพราะประโยค๓. เมื่อยังขาดอิฐอีกก้อนหนึ่งจะเสร็จ ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๔. เมื่ออิฐก้อนนั้นเสร็จแล้ว ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
๕. ภิกษุสำคัญว่าไม่ควร สอนธรรมแก่อนุปสัมบันโดยว่าพร้อมกัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๖. ภิกษุไม่ประสงค์จะด่า ไม่ประสงค์จะดูหมิ่น ไม่ประสงค์จะทำให้เก้อเขิน กล่าวคำเลวทรามด้วยประสงค์จะล้อเล่น ต้องอาบัติทุพภาสิตด้วยสมุฏฐานแห่งอาบัติที่ ๕ ภิกษุต้องอาบัติ ๖ ตัวเหล่านี้
ถาม : อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติอะไร บรรดาวิบัติ ๔ ... ระงับด้วย สมถะเท่าไร บรรดาสมถะ ๗
ตอบ : อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติ ๒ บรรดาวิบัติ ๔ คือ เป็นศีลวิบัติก็มี เป็นอาจารวิบัติก็มี สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๖ กอง บรรดากองอาบัติ ๗ คือ ด้วยกองอาบัติปาราชิกก็มี ด้วยกองอาบัติสังฆาทิเสสก็มี ด้วยกองอาบัติถุลลัจจัยก็มี ด้วยกองอาบัติปาจิตตีย์ก็มี ด้วยกองอาบัติทุกกฏก็มี ด้วยกองอาบัติทุพภาสิตก็มี เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ คือ เกิดทางวาจากับจิต มิใช่ทางกาย เป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาอธิกรณ์ ๔ ระงับด้วยสมถะ ๓ บรรดาสมถะ ๗ คือ ด้วยสัมมุขาวินัย กับปฏิญญาตกรณะก็มี ด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะก็มี{๘๗๒} [๒๘๒] ถาม : ด้วยสมุฏฐานแห่งอาบัติที่ ๖ ภิกษุต้องอาบัติเท่าไร
ตอบ : ด้วยสมุฏฐานแห่งอาบัติที่ ๖ ภิกษุต้องอาบัติ ๖ ตัว คือ
๑. ภิกษุชักชวนกันไปลักทรัพย์ ต้องอาบัติปาราชิก
๒. ภิกษุสำคัญว่าไม่ควร จัดการสร้างกุฎี มิได้ให้สงฆ์แสดงพื้นที่ เกินขนาด มีผู้จองไว้ ไม่มีชานรอบ เป็นทุกกฏในเพราะประโยค
๓. เมื่อยังขาดอิฐอีกก้อนหนึ่ง จะเสร็จ ต้องอาบัติถุลลัจจัย
๔. เมื่ออิฐก้อนนั้นเสร็จแล้ว ต้องอาบัติสังฆาทิเสส
๕. ภิกษุสำคัญว่าไม่ควร ขอโภชนะกันประณีตเพื่อประโยชน์แก่ตนมาฉัน ต้องอาบัติปาจิตตีย์
๖. ภิกษุสำคัญว่าไม่ควร ไม่ห้ามภิกษุณีผู้สั่งเสียอยู่แล้วฉัน ต้องอาบัติปาฏิเทสนียะ
ด้วยสมุฏฐานแห่งอาบัติที่ ๖ ภิกษุต้องอาบัติ ๖ ตัวเหล่านี้
ถาม : อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติอะไร บรรดาวิบัติ ๔ สงเคราะห์ ด้วยกองอาบัติกองไหน บรรดากองอาบัติ ๗ เกิดด้วยสมุฏฐานเท่าไร บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ จัดเป็นอธิกรณ์อะไร บรรดาอธิกรณ์ ๔ ระงับด้วยสมถะเท่าไร บรรดาสมถะ ๗
ตอบ : อาบัติเหล่านั้นจัดเป็นวิบัติ ๒ บรรดาวิบัติ ๔ คือ เป็นศีลวิบัติก็มี เป็นอาจารวิบัติก็มี สงเคราะห์ด้วยกองอาบัติ ๖ กอง บรรดากองอาบัติ ๗ คือ ด้วยกองอาบัติปาราชิกก็มี ด้วยกองอาบัติสังฆาทิเสสก็มี ด้วยกองอาบัติถุลลัจจัยก็มี ด้วยกองอาบัติปาจิตตีย์ก็มี ด้วยกองอาบัติปาฏิเทสนียะก็มี ด้วยกองอาบัติทุกกฏก็มี เกิดขึ้นด้วยสมุฏฐาน ๑ บรรดาสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ คือ เกิดทางกายวาจาและจิต เป็นอาปัตตาธิกรณ์ บรรดาอธิกรณ์ ๔ ระงับด้วยสมถะ ๓ บรรดาสมถะ ๗ คือ ด้วยสัมมุขาวินัยกับปฏิญญาตกรณะก็มี ด้วยสัมมุขาวินัยกับติณวัตถารกะก็มี
จบ กตาปัตติวารแห่งสมุฏฐานแห่งอาบัติ ๖ ที่ ๒
๓.อาปัตติสมุฏฐานคาถา
ว่าด้วยคาถาถาม-ตอบสมุฏฐานแห่งอาบัติ
{๘๗๓} [๒๘๓] สมุฎฐานเกิดทางกายอันพระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็นพระนิพพาน ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ตรัสบอกแล้ว อาบัติเกิดขึ้นจากสมุฏฐานนั้นมีเท่าไร ข้าพเจ้าขอถาม ข้าแต่ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ขอท่านบอกข้อนั้นสมุฏฐานเกิดทางกายอันพระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็น พระนิพพาน ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ตรัสบอกแล้ว อาบัติเกิดขึ้นจากสมุฏฐานนั้นมี ๕ ข้าแต่ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ข้าพเจ้าขอบอกข้อนั้นแก่ท่านสมุฏฐานเกิดทางวาจาอันพระพุทธเจ้าผู้ทรงเห็น พระนิพพาน ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ตรัสบอกแล้วอาบัติเกิดขึ้นจากสมุฏฐานนั้นมีเท่าไร ข้าพเจ้าขอถาม ข้าแต่ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ขอท่านบอกข้อนั้นสมุฏฐานเกิดทางวาจาอันพระพุทธเข้าผู้ทรงเห็น พระนิพพาน ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ตรัสบอกแล้ว อาบัติเกิดขึ้นจากสมุฏฐานนั้นมี ๔ ข้าแต่ ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ข้าพเจ้าขอบอกข้อนั้นแก่ท่านสมุฏฐานเกิดทางกาย เกิดทางวาจาอันพระพุทธเจ้า ผู้ทรงเห็นพระนิพพาน ทรงเกื้อกูลแก่สัตว์โลก ทรงเห็นวิเวก ตรัสบอกแล้ว อาบัติเกิดขึ้นจากสมุฏฐาน นั้นมีเท่าไร ข้าพเจ้าขอถาม ข้าแต่ท่านผู้ฉลาดในวิภังค์ ขอท่านบอกข้อนั้น
จบ กตาปัตติวารแห่งสมุฏฐานอาบัติ ๖ ที่ ๒