arnon.world

พระวินัยปิฎก ปริวาร · มหาสงคราม

ข้อปฏิบัติของภิกษุผู้เข้าสงคราม เล่ม ๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๐๘๗–๑๐๙๗ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๕ ในมหาสงครามมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

มหาสงฺคามํ

มหาสงคราม

ข้อปฏิบัติของภิกษุผู้เข้าสงคราม

พระวินัยปิฎก ปริวาร มหาสงคราม ข้อปฏิบัติของภิกษุผู้เข้าสงคราม (ฉบับหลวง เล่ม ๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๑๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๘)

บาลี (สยามรัฐ)

สงฺคามาวจเรน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหรนฺเตน วตฺถุํ ชานิตพฺพํ วิปตฺติ ชานิตพฺพา อาปตฺติ ชานิตพฺพา นิทานํ ชานิตพฺพํ อากาโร ชานิตพฺโพ ปุพฺพาปรํ ชานิตพฺพํ กตากตํ ชานิตพฺพํ กมฺมํ ชานิตพฺพํ อธิกรณํ ชานิตพฺพํ สมโถ ชานิตพฺโพ น ฉนฺทาคติ คนฺตพฺพา น โทสาคติ คนฺตพฺพา น โมหาคติ คนฺตพฺพา น ภยาคติ คนฺตพฺพา สญฺญาปนีเย ฐาเน สญฺญาเปตพฺพํ นิชฺฌาปนีเย ฐาเน นิชฺฌาเปตพฺพํ เปกฺขนีเย ฐาเน เปกฺขิตพฺพํ ปสาทนีเย ฐาเน ปสาเทตพฺพํ ลทฺธปกฺโขมฺหีติ ปโร ปกฺโข ๑ นาวชานิตพฺโพ พหุสฺสุโตมฺหีติ อปฺปสฺสุโต นาวชานิตพฺโพ เถรตโรมฺหีติ นวกตโร นาวชานิตพฺโพ อสมฺปตฺตํ น พฺยาหริตพฺพํ ๒ สมฺปตฺตํ ธมฺมโต วินยโต น ปริหาเปตพฺพํ เยน ธมฺเมน เยน วินเยน เยน สตฺถุสาสเนน ตํ อธิกรณํ วูปสมฺมติ ตถา ตํ อธิกรณํ วูปสเมตพฺพํ ฯ

ฉบับหลวง

อันภิกษุผู้เข้าสงคราม เมื่อกล่าวในสงฆ์ พึงรู้วัตถุ พึงรู้วิบัติ พึงรู้อาบัติ

พึงรู้นิทาน พึงรู้อาการ พึงรู้คำต้นและคำหลัง พึงรู้สิ่งที่ทำแล้วและยังไม่ได้ทำ พึงรู้กรรม พึงรู้อธิกรณ์ พึงรู้สมถะ ไม่พึงถึงฉันทาคติ โทสาคติ โมหาคติ ภยาคติ พึงชี้แจงในสถานะควรชี้แจงพึงพินิจในสถานะควรพินิจ พึงเพ่งเล็งในสถานะควรเพ่งเล็ง พึงเลื่อมใสในสถานะควรเลื่อมใสไม่พึงหมิ่นพรรคพวกอื่น ด้วยเข้าใจว่า เราได้พรรคพวกแล้ว ไม่พึงหมิ่นผู้มีสุตะน้อยด้วยเข้าใจว่า เรามีสุตะมาก ไม่พึงหมิ่นภิกษุผู้อ่อนกว่า ด้วยเข้าใจว่า เราเป็นผู้แก่กว่า ไม่พึงพูดเรื่องที่ยังไม่ถึง ไม่พึงให้เรื่องที่มาถึงแล้วตกหล่นจากธรรมจากวินัย อธิกรณ์นั้นย่อมระงับด้วยธรรม ด้วยวินัย ด้วยสัตถุศาสน์ใด พึงให้อธิกรณ์นั้น ระงับด้วยอย่างนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

วตฺถุํ ชานิตพฺพนฺติ อฏฺฐปาราชิกานํ ๓ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ เตวีสสงฺฆาทิเสสานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ เทฺวอนิยตานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ เทฺวจตฺตาฬีสนิสฺสคฺคิยานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ อฏฺฐาสีติสตปาจิตฺติยานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ ทฺวาทสปาฏิเทสนียานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ ทุกฺกฏานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ ทุพฺภาสิตานํ วตฺถุํ ชานิตพฺพํ ฯ

๑ ม. ยุ. ปรปกฺโข ฯ ๒ พฺยาหาตพฺพํ อิติปิ ทิสฺสติ ฯ ๓ สพฺพตฺถ อฏฺฐนฺนํ

ปาราชิกานนฺติ ทิสฺสติ ฯ

ฉบับหลวง

ว่าด้วยการรู้วัตถุ

คำว่า พึงรู้วัตถุ นั้น คือ พึงรู้วัตถุแห่งปาราชิก ๘ สิกขาบท พึงรู้วัตถุ

แห่งสังฆาทิเสส ๒๓ สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งอนิยต ๒ สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งนิสสัคคีย์ ๔๒สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งปาจิตตีย์ ๑๘๘ สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งปาฏิเทสนียะ ๑๒ สิกขาบท พึงรู้วัตถุแห่งทุกกฏทั้งหลาย พึงรู้วัตถุแห่งทุพภาสิตทั้งหลาย.

บาลี (สยามรัฐ)

วิปตฺติ ชานิตพฺพาติ สีลวิปตฺติ ชานิตพฺพา อาจารวิปตฺติ ชานิตพฺพา ทิฏฺฐิวิปตฺติ ชานิตพฺพา อาชีววิปตฺติ ชานิตพฺพา ฯ

ฉบับหลวง

ว่าด้วยการรู้วิบัติ

คำว่า พึงรู้วิบัติ คือ พึงรู้ศีลวิบัติ อาจารวิบัติ ทิฏฐิวิบัติ อาชีววิบัติ.

บาลี (สยามรัฐ)

อาปตฺติ ชานิตพฺพาติ ปาราชิกาปตฺติ ชานิตพฺพา สงฺฆาทิเสสาปตฺติ ชานิตพฺพา ถุลฺลจฺจยาปตฺติ ชานิตพฺพา ปาจิตฺติยาปตฺติ ชานิตพฺพา ปาฏิเทสนียาปตฺติ ชานิตพฺพา ทุกฺกฏาปตฺติ ชานิตพฺพา ทุพฺภาสิตาปตฺติ ชานิตพฺพา ฯ

ฉบับหลวง

ว่าด้วยการรู้อาบัติ

คำว่า พึงรู้อาบัติ นั้น คือ พึงรู้อาบัติปาราชิก อาบัติสังฆาทิเสส อาบัติถุลลัจจัย อาบัติปาจิตตีย์ อาบัติปาฏิเทสนียะ อาบัติทุกกฏ อาบัติทุพภาสิต.

บาลี (สยามรัฐ)

นิทานํ ชานิตพฺพนฺติ อฏฺฐปาราชิกานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ เตวีสสงฺฆาทิเสสานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ เทฺวอนิยตานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ เทฺวจตฺตาฬีสนิสฺสคฺคิยานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ อฏฺฐาสีติสตปาจิตฺติยานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ ทฺวาทสปาฏิเทสนียานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ ทุกฺกฏานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ ทุพฺภาสิตานํ นิทานํ ชานิตพฺพํ ฯ

ฉบับหลวง

ว่าด้วยการรู้นิทาน

คำว่า พึงรู้นิทาน นั้น คือ พึงรู้นิทานแห่งปาราชิก ๘ สิกขาบท พึงรู้

นิทานแห่งสังฆาทิเสส ๒๓ สิกขาบท พึงรู้นิทานแห่งอนิยต ๒ สิกขาบท พึงรู้นิทานแห่งนิสสัคคีย์ ๔๒ สิกขาบท พึงรู้นิทานแห่งปาจิตตีย์ ๑๘๘ สิกขาบท พึงรู้นิทานแห่งปาฏิเทสนียะ๑๒ สิกขาบท พึงรู้นิทานแห่งทุกกฏทั้งหลาย พึงรู้นิทานแห่งทุพภาสิตทั้งหลาย.

บาลี (สยามรัฐ)

อากาโร ชานิตพฺโพติ สงฺโฆ อาการโต ชานิตพฺโพ คโณ อาการโต ชานิตพฺโพ ปุคฺคโล อาการโต ชานิตพฺโพ โจทโก อาการโต ชานิตพฺโพ จุทิตโก อาการโต ชานิตพฺโพ ฯ สงฺโฆ อาการโต ชานิตพฺโพติ ปฏิพโล นุ โข อยํ สงฺโฆ อิมํ อธิกรณํ วูปสเมตุํ ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน อุทาหุ โนติ เอวํ สงฺโฆ อาการโต ชานิตพฺโพ ฯ คโณ อาการโต ชานิตพฺโพติ ปฏิพโล นุ โข อยํ คโณ อิมํ อธิกรณํ วูปสเมตุํ ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน อุทาหุ โนติ เอวํ คโณ อาการโต ชานิตพฺโพ ฯ ปุคฺคโล อาการโต ชานิตพฺโพติ ปฏิพโล นุ โข อยํ ปุคฺคโล อิมํ อธิกรณํ วูปสเมตุํ ธมฺเมน วินเยน สตฺถุสาสเนน อุทาหุ โนติ เอวํ ปุคฺคโล อาการโต ชานิตพฺโพ ฯ โจทโก อาการโต ชานิตพฺโพติ กจฺจิ นุ โข อยมายสฺมา ปญฺจสุ ธมฺเมสุ ปติฏฺฐาย ปรํ โจเทติ อุทาหุ โนติ เอวํ โจทโก อาการโต ชานิตพฺโพ ฯ จุทิตโก อาการโต ชานิตพฺโพติ กจฺจิ นุ โข อยมายสฺมา ทฺวีสุ ธมฺเมสุ ปติฏฺฐิโต สจฺเจ จ อกุปฺเป จ อุทาหุ โนติ เอวํ จุทิตโก อาการโต ชานิตพฺโพ ฯ

ฉบับหลวง

ว่าด้วยการรู้อาการ

คำว่า พึงรู้อาการ นั้น คือ พึงรู้จักสงฆ์โดยอาการ พึงรู้จักคณะโดยอาการพึงรู้จักบุคคลโดยอาการ พึงรู้จักโจทก์โดยอาการ พึงรู้จักจำเลยโดยอาการ.

ข้อว่า พึงรู้จักสงฆ์โดยอาการ นั้น คือ พึงรู้จักสงฆ์โดยอาการอย่างนี้ว่า สงฆ์หมู่นี้จะสามารถระงับอธิกรณ์นี้ได้โดยธรรม โดยวินัย โดยสัตถุศาสน์ หรือไม่หนอ.

ข้อว่า พึงรู้จักคณะโดยอาการ นั้น คือ พึงรู้จักคณะโดยอาการอย่างนี้ว่า คณะนี้จะสามารถระงับอธิกรณ์นี้ได้โดยธรรม โดยวินัย โดยสัตถุศาสน์หรือไม่หนอ.

ข้อว่า พึงรู้จักบุคคลโดยอาการ นั้น คือ พึงรู้จักบุคคลโดยอาการอย่างนี้ว่า บุคคลผู้นี้จะสามารถระงับอธิกรณ์นี้ได้โดยธรรม โดยวินัย โดยสัตถุศาสน์ หรือไม่หนอ.

ข้อว่า พึงรู้จักโจทก์โดยอาการ นั้น คือ พึงรู้จักโจทก์โดยอาการอย่างนี้ว่า ท่านผู้นี้จักตั้งอยู่ในธรรม ๕ ประการ แล้วโจทก์ผู้อื่น หรือไม่หนอ.

ข้อว่า พึงรู้จักจำเลยโดยอาการ นั้น คือ พึงรู้จักจำเลยโดยอาการอย่างนี้ว่า ท่านผู้นี้ตั้งอยู่ในธรรม ๒ ข้อ คือ ให้การตามจริงและไม่โกรธ หรือไม่หนอ.

บาลี (สยามรัฐ)

ปุพฺพาปรํ ชานิตพฺพนฺติ กจฺจิ นุ โข อยมายสฺมา วตฺถุโต วา วตฺถุํ สงฺกมติ วิปตฺติโต วา วิปตฺตึ สงฺกมติ อาปตฺติโต วา อาปตฺตึ สงฺกมติ อวชานิตฺวา วา ปฏิชานาติ ปฏิชานิตฺวา วา อวชานาติ อญฺเญน วา อญฺญํ ปฏิจรติ อุทาหุ โนติ เอวํ ปุพฺพาปรํ ชานิตพฺพํ ฯ

ฉบับหลวง

ว่าด้วยรู้คำต้นและคำหลัง

คำว่า พึงรู้คำต้นและคำหลัง นั้น คือ พึงรู้คำต้นและคำหลังอย่างนี้ว่า

ท่านผู้นี้ย้ายวัตถุจากวัตถุ ย้ายวิบัติจากวิบัติ ย้ายอาบัติจากอาบัติ ปฏิเสธแล้วกลับปฏิญาณปฏิญญาณแล้วกลับปฏิเสธ หรือสับเรื่องอื่นด้วยเรื่องอื่น หรือไม่หนอ.

บาลี (สยามรัฐ)

กตากตํ ชานิตพฺพนฺติ เมถุนธมฺโม ชานิตพฺโพ เมถุนธมฺมสฺส อนุโลมํ ชานิตพฺพํ เมถุนธมฺมสฺส ปุพฺพภาโค ชานิตพฺโพ ฯ เมถุนธมฺโม ชานิตพฺโพติ ทฺวยนฺทฺวยสมาปตฺติ ชานิตพฺพา ฯ เมถุนธมฺมสฺส อนุโลมํ ชานิตพฺพนฺติ ภิกฺขุ อตฺตโน มุเขน ปรสฺส องฺคชาตํ คณฺหาติ ฯ เมถุนธมฺมสฺส ปุพฺพภาโค ชานิตพฺโพติ วณฺโณ อวณฺโณ ๑ กายสํสคฺโค ทุฏฺฐุลฺลวาจา อตฺตกามปาริจริยา วณฺณมนุปฺปาทนํ ๑ ฯ

๑ ม. ยุ. วณฺณาวณฺโณ ฯ

ฉบับหลวง

ว่าด้วยการรู้สิ่งที่ทำแล้วและยังไม่ได้ทำ

คำว่า พึงรู้สิ่งที่ทำแล้วและยังไม่ได้ทำ นั้น คือ พึงรู้เมถุนธรรม พึงรู้อนุโลมแก่เมถุนธรรม พึงรู้บุพพภาคแห่งเมถุน.

ข้อว่า พึงรู้เมถุนธรรม นั้น คือ พึงรู้ความร่วมกันเป็นคู่ๆ.

ข้อว่า พึงรู้อนุโลมแก่เมถุนธรรม นั้น คือ ภิกษุอมองค์กำเนิดของภิกษุอื่น ด้วยปากของตน

ข้อว่า พึงรู้บุพพภาคแห่งเมถุนธรรม นั้น คือ สี สิ่งมิใช่สี การเคล้าคลึงด้วยกายวาจาชั่วหยาบ การบำเรอตนด้วยกาม การยังวรรณะให้เกิด.

บาลี (สยามรัฐ)

กมฺมํ ชานิตพฺพนฺติ โสฬส กมฺมานิ ชานิตพฺพานิ จตฺตาริ อปโลกนกมฺมานิ ชานิตพฺพานิ จตฺตาริ ญตฺติกมฺมานิ ชานิตพฺพานิ จตฺตาริ ญตฺติทุติยกมฺมานิ ชานิตพฺพานิ จตฺตาริ ญตฺติจตุตฺถกมฺมานิ ชานิตพฺพานิ ฯ

ฉบับหลวง

ว่าด้วยรู้กรรม

คำว่า พึงรู้กรรม นั้น ได้แก่ พึงรู้กรรม ๑๖ อย่าง คือ พึงรู้อปโลกนกรรม๔ อย่าง พึงรู้ญัตติกรรม ๔ อย่าง พึงรู้ญัตติทุติยกรรม ๔ อย่าง พึงรู้ญัตติจตุตถกรรม ๔ อย่าง.

บาลี (สยามรัฐ)

อธิกรณํ ชานิตพฺพนฺติ จตฺตาริ อธิกรณานิ ชานิตพฺพานิ วิวาทาธิกรณํ ชานิตพฺพํ อนุวาทาธิกรณํ ชานิตพฺพํ อาปตฺตาธิกรณํ ชานิตพฺพํ กิจฺจาธิกรณํ ชานิตพฺพํ ฯ

ฉบับหลวง

ว่าด้วยรู้อธิกรณ์

คำว่า พึงรู้อธิกรณ์ นั้น ได้แก่ พึงรู้อธิกรณ์ ๔ คือ พึงรู้วิวาทาธิกรณ์อนุวาทาธิกรณ์ อาปัตตาธิกรณ์ กิจจาธิกรณ์.

บาลี (สยามรัฐ)

สมโถ ชานิตพฺโพติ สตฺต สมถา ชานิตพฺพา สมฺมุขาวินโย ชานิตพฺโพ สติวินโย ชานิตพฺโพ อมูฬฺหวินโย ชานิตพฺโพ ปฏิญฺญาตกรณํ ชานิตพฺพํ เยภุยฺยสิกา ชานิตพฺพา ตสฺสปาปิยสิกา ชานิตพฺพา ติณวตฺถารโก ชานิตพฺโพ ฯ

ฉบับหลวง

ว่าด้วยรู้สมถะ

คำว่า พึงรู้สมถะ นั้น ได้แก่ พึงรู้สมถะ ๗ คือ พึงรู้สัมมุขาวินัยสติวินัย อมูฬหวินัย ปฏิญญาตกรณะ เยภุยยสิกา ตัสสปาปิยสิกา ติณวัตถารกะ.

จบ ข้อปฏิบัติของภิกษุผู้เข้าสงคราม