arnon.worldเข้าสู่ระบบ

พระวินัยปิฎก ปริวาร · มหาวิภังค์ ๑๖ มหาวาร

กตาปัตติวารที่ ๒ เล่ม ๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๔๘๗–๕๐๔ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๐/๑๖ ในมหาวิภังค์ ๑๖ มหาวารมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

พระวินัยปิฎก ปริวาร มหาวิภังค์ ๑๖ มหาวาร กตาปัตติวารที่ ๒ (ฉบับหลวง เล่ม ๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๑๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๘)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙) เล่ม ๘ หน้า ๑๗๐–๑๗๔

หน้า ๑๗๐

๒. กตาปัตติวาร ๑. ปาราชิกกัณฑ์

คำถามและคำตอบในปาราชิกกัณฑ์

{๔๘๗} [๑๙๓] ถาม : เพราะปัจจัยคือเสพเมถุนธรรม ภิกษุและภิกษุณี ต้องอาบัติเท่าไร

ตอบ : เพราะปัจจัยคือเสพเมถุนธรรม ภิกษุและภิกษุณีต้องอาบัติ ๔ ตัว คือ (๑) เสพเมถุนธรรมในสรีระที่ยังไม่ถูกสัตว์กัดกิน ต้องอาบัติปาราชิก (๒) เสพเมถุนธรรมในสรีระที่ส่วนใหญ่ถูกสัตว์กัดกินแล้ว ต้องอาบัติถุลลัจจัย (๓) สอดองค์กำเนิดเข้าในปากที่อ้า มิได้ถูกต้อง ต้องอาบัติทุกกฏ (๔) เป็นปาจิตตีย์เพราะใช้ท่อนยางเกลี้ยง (สำหรับภิกษุณี) เพราะปัจจัยคือเสพเมถุนธรรม ภิกษุและภิกษุณีต้องอาบัติ ๔ ตัวเหล่านี้

{๔๘๘} ถาม : เพราะปัจจัยคือถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้ ภิกษุและภิกษุณีต้องอาบัติเท่าไร

ตอบ : เพราะปัจจัยคือถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้ ภิกษุและภิกษุณีต้องอาบัติ ๓ ตัว คือ (๑) ถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้ด้วยส่วนแห่งความเป็นขโมย มีราคา ๕ มาสกก็ดี เกินกว่า ๕ มาสกก็ดี ต้องอาบัติปาราชิก (๒) ถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้ด้วยส่วนแห่งความเป็นขโมย มีราคาเกินกว่า ๑ มาสกหรือหย่อนกว่า ๕ มาสก ต้องอาบัติถุลลัจจัย (๓) ถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้ด้วยส่วนแห่งความเป็นขโมย มีราคามาสกหนึ่ง หรือหย่อนกว่ามาสกหนึ่ง ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะปัจจัยคือถือเอาทรัพย์อันเจ้าของไม่ได้ให้ ภิกษุและภิกษุณีต้องอาบัติ ๓ ตัวเหล่านี้{๔๘๙} ถาม : เพราะปัจจัยคือจงใจพรากกายมนุษย์จากชีวิต ภิกษุและภิกษุณีต้องอาบัติเท่าไร

ตอบ : เพราะปัจจัยคือจงใจพรากกายมนุษย์จากชีวิต ภิกษุและภิกษุณีต้องอาบัติ ๓ ตัว คือ (๑) ขุดบ่อเจาะจงมนุษย์ว่าเขาจักตกลงตาย

หน้า ๑๗๑

ต้องอาบัติทุกกฏ (๒) เมื่อเขาตกแล้วเกิดทุกขเวทนาขึ้น ต้องอาบัติถุลลัจจัย (๓) เขาตาย ต้องอาบัติปาราชิก เพราะปัจจัยคือจงใจพรากกายมนุษย์จากชีวิต ภิกษุและภิกษุณีต้องอาบัติ ๓ ตัวเหล่านี้

{๔๙๐} ถาม : เพราะปัจจัยคือกล่าวอวดอุตตริมนุสสธรรมอันไม่มีจริงไม่เป็นจริง ภิกษุและภิกษุณีต้องอาบัติเท่าไร

ตอบ : เพราะปัจจัยคือกล่าวอวดอุตตริมนุสสธรรมอันไม่มีจริงไม่เป็นจริง ภิกษุและภิกษุณีต้องอาบัติ ๓ ตัว คือ (๑) ภิกษุมีความปรารถนาชั่วช้า ถูกความปรารถนาชั่วช้าครอบงำแล้ว กล่าวอวดอุตตริมนุสสธรรมอันไม่มีจริงไม่เป็นจริง ต้องอาบัติปาราชิก (๒) ภิกษุกล่าวว่า ‘ภิกษุใดอยู่ในวิหารของท่านภิกษุนั้นเป็นพระอรหันต์’ เมื่อผู้ฟังเข้าใจความ ต้องอาบัติถุลลัจจัย (๓) เมื่อไม่เข้าใจความ ต้องอาบัติทุกกฏ เพราะปัจจัยคือกล่าวอวดอุตตริมนุสสธรรมอันไม่มีจริงไม่เป็นจริง ภิกษุและภิกษุณีต้องอาบัติ ๓ ตัวเหล่านี้

๒. สังฆาทิเสสกัณฑ์ เป็นต้น

คำถามและคำตอบในสังฆาทิเสสกัณฑ์ เป็นต้น

{๔๙๑} [๑๙๔] ถาม: เพราะปัจจัยคือพยายามปล่อยอสุจิ ภิกษุต้องอาบัติเท่าไร

ตอบ : เพราะปัจจัยคือพยายามปล่อยอสุจิ ภิกษุต้องอาบัติ ๓ ตัว คือ (๑) จงใจ พยายาม อสุจิเคลื่อน ต้องอาบัติสังฆาทิเสส (๒) จงใจ พยายาม แต่อสุจิไม่เคลื่อน ต้องอาบัติถุลลัจจัย (๓) เป็นทุกกฏในเพราะประโยค

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ภิกษุ ในที่นี้หมายถึงภิกษุณีด้วย
หน้า ๑๗๒

{๔๙๒} เพราะปัจจัยคือถึงการจับต้องกายกับหญิงหรือชาย ภิกษุและภิกษุณีต้องอาบัติ ๕ ตัว คือ (๑) ภิกษุณีมีความกำหนัด ยินดีในการจับต้องอวัยวะใต้รากขวัญลงมา หรือเหนือหัวเข่าขึ้นไปของชายผู้มีความกำหนัด ต้องอาบัติปาราชิก (๒) ภิกษุจับต้องกายหญิงด้วยกาย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส (๓) เอากายถูกต้องของเนื่องด้วยกาย ต้องอาบัติถุลลัจจัย (๔) เอาของเนื่องด้วยกายถูกต้องของเนื่องด้วยกาย ต้องอาบัติทุกกฏ (๕) เป็นปาจิตตีย์ เพราะจี้ด้วยนิ้วมือ เพราะปัจจัยคือถึงการจับต้องกายหญิงหรือชาย ภิกษุและภิกษุณีต้องอาบัติ ๕ ตัวเหล่านี้{๔๙๓} เพราะปัจจัยคือพูดเคาะมาตุคามด้วยวาจาชั่วหยาบ ภิกษุต้องอาบัติ ๓ ตัว คือ (๑) พูดชมก็ดี พูดติก็ดี พาดพิงวัจมรรค ปัสสาวมรรค ต้องอาบัติสังฆาทิเสส (๒) พูดชมก็ดี พูดติก็ดี พาดพิงอวัยวะใต้รากขวัญลงมา เหนือหัวเข่าขึ้นไป เว้นวัจมรรค ปัสสาวมรรค ต้องอาบัติถุลลัจจัย (๓) พูด ชมก็ดี พูดติก็ดี พาดพิงของเนื่องด้วยกาย ต้องอาบัติทุกกฏ

{๔๙๔} เพราะปัจจัยคือกล่าวคุณแห่งการบำเรอความใคร่ของตน ภิกษุต้องอาบัติ ๓ ตัว คือ (๑) กล่าวคุณแห่งการบำเรอความใคร่ของตนในสำนัก มาตุคาม ต้องอาบัติสังฆาทิเสส (๒) กล่าวคุณแห่งการบำเรอความใคร่ของตนในสำนักบัณเฑาะก์ ต้องอาบัติถุลลัจจัย (๓) กล่าวคุณแห่งการ บำเรอความใคร่ของตนในสำนักสัตว์ดิรัจฉาน ต้องอาบัติทุกกฏ

{๔๙๕} เพราะปัจจัยคือถึงการชักสื่อ ภิกษุต้องอาบัติ ๓ ตัว คือ (๑) รับคำ นำไปบอก กลับมาบอก ต้องอาบัติสังฆาทิเสส (๒) รับคำ นำไปบอก แต่ไม่กลับมาบอก ต้องอาบัติถุลลัจจัย (๓) รับคำ แต่ไม่นำไปบอก และไม่กลับมาบอก ต้องอาบัติทุกกฏ

เชิงอรรถ (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑คำว่า ในสำนัก เป็นสำนวนบาลี หมายถึงกล่าวต่อหน้า หรือในที่ใกล้พอให้ได้ยิน
หน้า ๑๗๓

{๔๙๖} เพราะปัจจัยคือให้สร้างกุฎีด้วยการขอเอาเอง ภิกษุต้องอาบัติ ๓ ตัว คือ (๑) ให้สร้าง เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ให้สร้าง (๒) ยังขาดอิฐอีกก้อนหนึ่งจึงจะเสร็จ ต้องอาบัติถุลลัจจัย (๓) เมื่ออิฐก้อนนั้นเสร็จ ต้อง อาบัติสังฆาทิเสส{๔๙๗} เพราะปัจจัยคือให้สร้างวิหารใหญ่ ภิกษุต้องอาบัติ ๓ ตัว คือ (๑) ให้สร้าง เป็นทุกกฏในเพราะประโยคที่ให้สร้าง (๒) ยังขาดอิฐอีกก้อนหนึ่งจึงจะเสร็จ ต้องอาบัติถุลลัจจัย (๓) เมื่ออิฐก้อนนั้นเสร็จ ต้องอาบัติสังฆาทิเสส

{๔๙๘} เพราะปัจจัยคือใส่ความภิกษุด้วยอาบัติปาราชิกอันไม่มีมูล ภิกษุต้องอาบัติ ๓ ตัว คือ (๑) ไม่ให้ทำโอกาสประสงค์จะให้เคลื่อนจากเพศ โจท ต้องอาบัติทุกกฏ (๒) กับสังฆาทิเสส (๓) ให้ทำโอกาสประสงค์จะด่า โจท ต้องอาบัติโอมสวาทปาจิตตีย์{๔๙๙} เพราะปัจจัยคือถือเอาเอกเทศบางส่วนแห่งอธิกรณ์อันเป็นเรื่องอื่น ให้เป็นเพียงเลศแล้วใส่ความภิกษุด้วยอาบัติปาราชิก ต้องอาบัติ ๓ ตัว คือ (๑) ไม่ให้ทำโอกาส ประสงค์จะให้เคลื่อนจากเพศ โจท ต้องอาบัติทุกกฏ (๒) กับสังฆาทิเสส (๓) ให้ทำโอกาสประสงค์จะด่า โจท ต้องอาบัติโอมสวาทปาจิตตีย์{๕๐๐} เพราะปัจจัยคือทำลายสงฆ์ ถูกสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบสามจบ ยัง

ไม่ยอมสละการกระทำ ภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ต้องอาบัติ ๓ ตัว คือ (๑) จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ (๒) จบกรรมวาจาสองครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย (๓) จบ กรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส{๕๐๑} เพราะปัจจัยคือประพฤติตามภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ยังไม่ยอมสละการ กระทำจนสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบสามจบ ภิกษุผู้ประพฤติตามภิกษุผู้ทำลายสงฆ์ต้องอาบัติ ๓ ตัว คือ (๑) จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ (๒) จบ กรรมวาจาสองครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย (๓) จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส

หน้า ๑๗๔

{๕๐๒} เพราะปัจจัยคือว่ายาก ไม่ยอมสละการกระทำจนสงฆ์สวดสมนุภาสน์ ครบสามจบ ภิกษุผู้ว่ายากต้องอาบัติ ๓ ตัว คือ (๑) จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฎ (๒) จบกรรมวาจาสองครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย (๓) จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส{๕๐๓} เพราะปัจจัยคือประทุษร้ายตระกูลไม่ยอมสละการกระทำจนสงฆ์สวดสมนุภาสน์ครบสามจบ ภิกษุผู้ประทุษร้ายตระกูลต้องอาบัติ ๓ ตัว คือ (๑) จบญัตติ ต้องอาบัติทุกกฏ (๒) จบกรรมวาจาสองครั้ง ต้องอาบัติถุลลัจจัย (๓) จบกรรมวาจาครั้งสุดท้าย ต้องอาบัติสังฆาทิเสส{๕๐๔} ถาม : เพราะปัจจัยคืออาศัยความไม่เอื้อเฟื้อถ่ายอุจจาระ ถ่ายปัสสาวะ หรือบ้วนเขฬะลงในนํ้า ภิกษุต้องอาบัติเท่าไร

ตอบ : เพราะปัจจัยคืออาศัยความไม่เอื้อเฟื้อถ่ายอุจจาระ ถ่ายปัสสาวะ หรือบ้วนเขฬะลงในนํ้า ภิกษุต้องอาบัติ ๑ ตัว คือ ทุกกฏ เพราะปัจจัยคืออาศัยความไม่เอื้อเฟื้อถ่ายอุจจาระ ถ่ายปัสสาวะ หรือบ้วนเขฬะลงในน้ำ ภิกษุต้องอาบัติ ๑ ตัวนี้

จบ กตาปัตติวารที่ ๒

๓. วิปัตติวาร

คำถามและคำตอบในปาราชิกกัณฑ์-เสขิยกัณฑ์

{๕๐๕} [๑๙๕] ถาม : อาบัติเพราะปัจจัยคือเสพเมถุนธรรมจัดเป็นวิบัติอะไร บรรดาวิบัติ ๔

ตอบ : อาบัติเพราะปัจจัยคือเสพเมถุนธรรมจัดเป็นวิบัติ ๒ บรรดาวิบัติ ๔ คือ เป็นศีลวิบัติก็มี เป็นอาจารวิบัติก็มี

จบ กตาปัตติวารที่ ๒