พระวินัยปิฎก ปริวาร · กฐินเภท
ว่าด้วยกฐินไม่เป็นอันกรานเป็นต้น เล่ม ๘
ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๒๔–๑๑๔๒ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑/๒ ในกฐินเภทมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ
กฐินเภทํ
กฐินเภท
ว่าด้วยกฐินไม่เป็นอันกรานเป็นต้น
พระวินัยปิฎก ปริวาร กฐินเภท ว่าด้วยกฐินไม่เป็นอันกรานเป็นต้น (ฉบับหลวง เล่ม ๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๑๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๘)
กสฺส กฐินํ อนตฺถตํ กสฺส กฐินํ อตฺถตํ กินฺติ กฐินํ อนตฺถตํ กินฺติ กฐินํ อตฺถตํ ฯ
กฐินใครไม่ได้กราน? กฐินใครได้กราน? กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยอาการอย่างไร? กฐินเป็นอันกรานด้วยอาการอย่างไร?
กสฺส กฐินํ อนตฺถตนฺติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อนตฺถตํ โหติ กฐินํ อนตฺถารกสฺส จ อนนุโมทกสฺส จ อิเมสํ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อนตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ
กฐินไม่เป็นอันกราน
คำว่า กฐินใครไม่ได้กราน นั้น ความว่า กฐิน บุคคล ๒ พวก คือ
ภิกษุผู้ไม่ได้กราน ๑ ภิกษุผู้ไม่อนุโมทนา ๑ ไม่เป็นอันกรานกฐิน บุคคล ๒ พวกนี้ ไม่เป็นอันกราน.
กสฺส กฐินํ อตฺถตนฺติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อตฺถตํ โหติ กฐินํ อตฺถารกสฺส จ อนุโมทกสฺส จ อิเมสํ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ
กฐินเป็นอันกราน
คำว่า กฐินใครได้กราน นั้น ความว่า กฐิน บุคคล ๒ พวกนี้ คือ
ภิกษุผู้กราน ๑ ภิกษุผู้อนุโมทนา ๑ เป็นอันกราน กฐิน บุคคล ๒ พวกนี้ เป็นอันกราน.
กินฺติ กฐินํ อนตฺถตนฺติ จตุวีสติยา อากาเรหิ อนตฺถตํ โหติ กฐินํ น อุลฺลิขิตมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น โธวนมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น จีวรวิจารณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น เฉทนมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น พนฺธนมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น โอวฏฺฏิกกรณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น กณฺฑูสกรณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น ทฬฺหีกมฺมกรณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น อนุวาตกรณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น ปริภณฺฑกรณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น โอวฏฺเฏยฺยกรณมตฺเตน ๑ อตฺถตํ โหติ กฐินํ น กมลมทฺทนมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น นิมิตฺตกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น ปริกถากเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น กุกฺกุกเตน
อตฺถตํ โหติ กฐินํ น สนฺนิธิกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น นิสฺสคฺคิเยน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น อกปฺปกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น อญฺญตฺร สงฺฆาฏิยา อตฺถตํ โหติ กฐินํ น อญฺญตฺร อุตฺตราสงฺเคน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น อญฺญตฺร อนฺตรวาสเกน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น อญฺญตฺร ปญฺจเกน วา อติเรกปญฺจเกน วา ตทเหว สญฺฉินฺเนน สมณฺฑลีกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น อญฺญตฺร ปุคฺคลสฺส อตฺถารา อตฺถตํ โหติ กฐินํ น สมฺมา เจว อตฺถตํ โหติ กฐินํ ตญฺเจ นิสฺสีมฏฺโฐ อนุโมทติ ฯ เอวมฺปิ อนตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ
๑ ม. โอวทฺเธยฺยกรณมตฺเตน ฯ
เหตุที่กฐินไม่เป็นอันกราน
คำว่า กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยอาการอย่างไร นั้น คือ กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยอาการ ๒๔ คือ:
๑. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงขีดรอย
๒. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงซักผ้า
๓. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงกะผ้า
๔. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงตัดผ้า
๕. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงเนาผ้า
๖. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงเย็บด้น
๗. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงทำลูกดุม
๘. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงทำรังดุมให้มั่น๙. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงประกอบผ้าอนุวาต๑๐. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงประกอบผ้าอนุวาตด้านหน้า๑๑. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงดามผ้า
๑๒. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงย้อมเป็นสีหม่น๑๓. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงผ้าที่ทำนิมิตได้มา๑๔. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยผ้าที่พูดเลียบเคียงได้มา๑๕. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยผ้าที่ยืมเขามา
๑๖. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยผ้าที่เก็บไว้ค้างคืน
๑๗. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยผ้าที่เป็นนิสสัคคิยะ
๑๘. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยผ้าที่มิได้ทำกัปปะพินทุ
๑๙. กฐินไม่เป็นอันกราน เว้นผ้าสังฆาฏิ
๒๐. กฐินไม่เป็นอันกราน เว้นผ้าอุตราสงค์
๒๑. กฐินไม่เป็นอันกราน เว้นผ้าอันตรวาสก
๒๒. กฐินไม่เป็นอันกราน เว้นจีวรมีขันธ์ ๕ หรือเกินกว่า ๕ ซึ่งตัดดีแล้ว ทำให้มีมณฑล เสร็จในวันนั้น
๒๓. กฐินไม่เป็นอันกราน นอกจากบุคคลกราน
๒๔. กฐินไม่เป็นอันกรานโดยชอบ ถ้าภิกษุผู้อยู่นอกสีมา อนุโมทนากฐินนั้นกฐินไม่เป็นอันกราน แม้ด้วยอาการอย่างนี้.
นิมิตฺตกมฺมํ นาม นิมิตฺตํ กโรติ อิมินา ทุสฺเสน กฐินํ อตฺถริสฺสามีติ ฯ ปริกถา นาม ปริกถํ กโรติ อิมาย ปริกถาย กฐินทุสฺสํ นิพฺพตฺเตสฺสามีติ ฯ กุกฺกุกตํ นาม อนาทิยทานํ วุจฺจติ ฯ สนฺนิธิ นาม เทฺว สนฺนิธิโย กรณสนฺนิธิ จ ๑ นิจยสนฺนิธิ จ ๑ ฯ นิสฺสคฺคิยํ นาม กยิรมาเน ๒ อรุณํ อุทฺริยติ ๓ ฯ อิเมหิ จตุวีสติยา อากาเรหิ อนตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ
อธิบายเหตุที่ไม่ได้กรานบางข้อ
ที่ชื่อว่า ทำนิมิต คือ ภิกษุทำนิมิตว่า เราจักกรานกฐินด้วยผ้าผืนนี้.
ที่ชื่อว่า พูดเลียบเคียง คือ ภิกษุพูดเลียบเคียงด้วยคิดว่า จักยังผ้ากฐินให้เกิดด้วยการพูดเลียบเคียงนี้.
ผ้าที่ทายกไม่ได้หยิบยกให้เรียกว่าผ้ายืมเขามา.
ที่ชื่อว่า ผ้าเก็บไว้ค้างคืน มี ๒ อย่าง คือ ผ้าทำค้างคืน ๑ ผ้าเก็บไว้ค้างคืน ๑.
ที่ชื่อว่า ผ้าเป็นนิสสัคคิยะ คือ ภิกษุกำลังทำอยู่ อรุณขึ้นมา.
กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการ ๒๔ อย่างนี้.
กินฺติ กฐินํ อตฺถตนฺติ สตฺตรสหิ อากาเรหิ อตฺถตํ โหติ กฐินํ อหเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ อหตกปฺเปน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ปิโลติกาย อตฺถตํ โหติ กฐินํ ปํสุกูเลน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ปาปณิเกน อตฺถตํ โหติ กฐินํ อนิมิตฺตกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ อปริกถากเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ อกุกฺกุกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ อสนฺนิธิกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ อนิสฺสคฺคิเยน อตฺถตํ โหติ กฐินํ กปฺปกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ สงฺฆาฏิยา อตฺถตํ โหติ กฐินํ อุตฺตราสงฺเคน อตฺถตํ โหติ กฐินํ อนฺตรวาสเกน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ปญฺจเกน วา อติเรกปญฺจเกน วา ตทเหว สญฺฉินฺเนน สมณฺฑลีกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ปุคฺคลสฺส อตฺถารา อตฺถตํ โหติ กฐินํ สมฺมา เจว อตฺถตํ โหติ กฐินํ ตญฺเจ สีมฏฺโฐ อนุโมทติ ฯ เอวมฺปิ อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ อิเมหิ สตฺตรสหิ อากาเรหิ อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ
๑ ม. วา ๒ ยุ. กริยมาเน ฯ ๓ ม. อุฏฺฐหติ ฯ
เหตุที่กฐินเป็นอันกราน
คำว่า กฐินเป็นอันกราน ด้วยอาการอย่างไร นั้น ความว่า กฐินย่อมเป็นอันกรานด้วยอาการ ๑๗ อย่าง ดังต่อไปนี้
๑. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าใหม่
๒. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าเทียมใหม่
๓. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าเก่า
๔. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าบังสุกุล
๕. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าตกตามร้าน
๖. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าที่ไม่ได้ทำนิมิตได้มา
๗. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าที่ไม่ได้พูดเลียบเคียงได้มา๘. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าที่ไม่ได้ยืมเขามา
๙. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าที่มิได้เก็บไว้ค้างคืน
๑๐. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าที่มิได้เป็นนิสสัคคิยะ
๑๑. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าทำกัปปะพินทุแล้ว
๑๒. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าสังฆาฏิ
๑๓. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าอุตราสงค์
๑๔. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าอันตรวาสก
๑๕. กฐินเป็นอันกราน ด้วยจีวรมีขันธ์ ๕ หรือเกินกว่า ซึ่งตัดดีแล้วทำให้มีมณฑลเสร็จในวันนั้น
๑๖. กฐินเป็นอันกราน เพราะบุคคลกราน
๑๗. กฐินเป็นอันกรานโดยชอบ ถ้าภิกษุผู้อยู่ในสีมา อนุโมทนากฐินนั้นกฐินเป็นอันกราน แม้ด้วยอาการอย่างนี้ กฐินเป็นอันกราน ด้วยอาการ ๑๗ อย่างนี้.
สห กฐินสฺส อตฺถารา กติ ธมฺมา ชายนฺติ ฯ สห กฐินสฺส อตฺถารา ปณฺณรส ธมฺมา ชายนฺติ อฏฺฐ มาติกา เทฺว ปลิโพธา ปญฺจ อานิสํสา ฯ สห กฐินสฺส อตฺถารา อิเม ปณฺณรส ธมฺมา ชายนฺติ ฯ
ธรรมที่เกิดพร้อมกัน
ถามว่า ธรรมเท่าไร ย่อมเกิดพร้อมกับการกรานกฐิน?
ตอบว่า ธรรม ๑๕ อย่าง ย่อมเกิดพร้อมกับการกรานกฐิน คือ มาติกา ๘ ปลิโพธ ๒อานิสงส์ ๕ ธรรม ๑๕ อย่างนี้ ย่อมเกิดพร้อมกับการกรานกฐิน.
ปโยคสฺส กตเม ธมฺมา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุพฺพกรณสฺส ฯเปฯ ปจฺจุทฺธารสฺส อธิฏฺฐานสฺส อตฺถารสฺส มาติกานญฺจ ปลิโพธานญฺจ วตฺถุสฺส กตเม ธมฺมา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสย- ปจฺจเยน ปจฺจโย ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ธรรมที่เป็นปัจจัยแห่งประโยคเป็นต้น
ประโยค มีธรรมเท่าไรเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัยเป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย.
บุพพกรณ์ ...
การถอนผ้า ...
การอธิษฐานผ้า ...
การกราน ...
มาติกา และปลิโพธ ...
วัตถุ มีธรรมเท่าไรเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย.
ปุพฺพกรณํ ปโยคสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปโยโค ปุพฺพกรณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุพฺพกรณํ ปโยคสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปณฺณรส ธมฺมา สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
บุพพกรณ์เป็นปัจจัย
ประโยค มีบุพพกรณ์เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสมนันตร
ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย. บุพพกรณ์ มีประโยคเป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย. ประโยค มีบุพพกรณ์เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย. ธรรม ๑๕ อย่างเป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย.
ปจฺจุทฺธาโร ปุพฺพกรณสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุพฺพกรณํ ปจฺจุทฺธารสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺจุทฺธาโร ปุพฺพกรณสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปณฺณรส ธมฺมา สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
การถอนผ้าเป็นปัจจัย
บุพพกรณ์ มีการถอนผ้าเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย. การถอนผ้า มีบุพพกรณ์เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย. บุพพกรณ์ มีการถอนผ้า เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย. ธรรม ๑๕อย่าง เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย.
อธิฏฺฐานํ ปจฺจุทฺธารสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺจุทฺธาโร อธิฏฺฐานสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อธิฏฺฐานํ ปจฺจุทฺธารสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปณฺณรส ธมฺมา สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
การอธิษฐานผ้าเป็นปัจจัย
การถอนผ้า มีการอธิษฐานผ้าเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
สมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย. การอธิษฐานผ้ามีการถอนปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย. การถอนผ้ามีการอธิษฐานเป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย. ธรรม๑๕ อย่าง เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย.
อตฺถาโร อธิฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสย- ปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อธิฏฺฐานํ อตฺถารสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อตฺถาโร อธิฏฺฐานสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปณฺณรส ธมฺมา สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
การกรานเป็นปัจจัย
การอธิษฐานผ้า มีการกรานเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดย
สมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย. การกรานมีการอธิษฐานเป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย. การอธิษฐานผ้ามีการกรานเป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย,ธรรม ๑๕ อย่าง เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย.
มาติกา จ ปลิโพธา จ อตฺถารสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อตฺถาโร มาติกานญฺจ ปลิโพธานญฺจ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มาติกา จ ปลิโพธา จ อตฺถารสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปณฺณรส ธมฺมา สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
มาติกาและปลิโพธิเป็นปัจจัย
การกราน มีมาติกาแลปลิโพธเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย. มาติกาและปลิโพธมีการกรานเป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย. การกรานมีมาติกาและปลิโพธเป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย. ธรรม ๑๕ อย่าง เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย.
อาสา จ อนาสา จ วตฺถุสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ วตฺถุ อาสานญฺจ อนาสานญฺจ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาสา จ อนาสา จ วตฺถุสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปณฺณรส ธมฺมา สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ
ความหวังและหมดหวังเป็นปัจจัย
วัตถุ มีความหวังและหมดหวังเป็นปัจจัย โดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย. ความหวังและหมดหวัง มีวัตถุเป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย. วัตถุมีความหวังและหมดหวัง เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย. ธรรม ๑๕ อย่าง เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย.
ปุพฺพกรณํ กึนิทานํ กึสมุทยํ กึชาติกํ กึปภวํ กึสมฺภารํ กึสมุฏฺฐานํ ฯ ปจฺจุทฺธาโร กึนิทาโน กึสมุทโย กึชาติโก กึปภโว กึสมฺภาโร กึสมุฏฺฐาโน ฯ อธิฏฺฐานํ กึนิทานํ กึสมุทยํ กึชาติกํ กึปภวํ กึสมฺภารํ กึสมุฏฺฐานํ ฯ อตฺถาโร กึนิทาโน กึสมุทโย กึชาติโก กึปภโว กึสมฺภาโร กึสมุฏฺฐาโน ฯ มาติกา จ ปลิโพธา จ กึนิทานา กึสมุทยา กึชาติกา กึปภวา กึสมฺภารา กึสมุฏฺฐานา ฯ อาสา จ อนาสา จ กึนิทานา กึสมุทยา กึชาติกา กึปภวา กึสมฺภารา กึสมุฏฺฐานา ฯ ปุพฺพกรณํ ปโยคนิทานํ ปโยคสมุทยํ ปโยคชาติกํ ปโยคปฺปภวํ ปโยคสมฺภารํ ปโยคสมุฏฺฐานํ ฯ ปจฺจุทฺธาโร ปุพฺพกรณนิทาโน ปุพฺพกรณสมุทโย ปุพฺพกรณชาติโก ปุพฺพกรณปฺปภโว ปุพฺพกรณสมฺภาโร ปุพฺพกรณสมุฏฺฐาโน ฯ
อธิฏฺฐานํ ปจฺจุทฺธารนิทานํ ปจฺจุทฺธารสมุทยํ ปจฺจุทฺธารชาติกํ ปจฺจุทฺธารปฺปภวํ ปจฺจุทฺธารสมฺภารํ ปจฺจุทฺธารสมุฏฺฐานํ ฯ อตฺถาโร อธิฏฺฐานนิทาโน อธิฏฺฐานสมุทโย อธิฏฺฐานชาติโก อธิฏฺฐานปฺปภโว อธิฏฺฐานสมฺภาโร อธิฏฺฐานสมุฏฺฐาโน ฯ มาติกา ฯ ปลิโพธา จ อตฺถารนิทานา อตฺถารสมุทยา อตฺถารชาติกา อตฺถารปฺปภวา อตฺถารสมฺภารา อตฺถารสมุฏฺฐานา ฯ อาสา จ อนาสา จ วตฺถุนิทานา วตฺถุสมุทยา วตฺถุชาติกา วตฺถุปฺปภวา วตฺถุสมฺภารา วตฺถุสมุฏฺฐานา ฯ ปโยโค กึนิทาโน กึสมุทโย กึชาติโก กึปภโว กึสมฺภาโร กึสมุฏฺฐาโน ฯ ปุพฺพกรณํ ฯเปฯ ปจฺจุทฺธาโร อธิฏฺฐานํ อตฺถาโร มาติกา จ ปลิโพธา จ วตฺถุ อาสา จ อนาสา จ กึนิทานา กึสมุทยา กึชาติกา กึปภวา กึสมฺภารา กึสมุฏฺฐานา ฯ
ปโยโค เหตุนิทาโน เหตุสมุทโย เหตุชาติโก เหตุปฺปภโว เหตุสมฺภาโร เหตุ- สมุฏฺฐาโน ฯ ปุพฺพกรณํ ฯเปฯ ปจฺจุทฺธาโร อธิฏฺฐานํ อตฺถาโร มาติกา จ ปลิโพธา จ วตฺถุ อาสา จ อนาสา จ เหตุนิทานา เหตุสมุทยา เหตุชาติกา เหตุปฺปภวา เหตุสมฺภารา เหตุสมุฏฺฐานา ฯ ปโยโค กึนิทาโน กึสมุทโย กึชาติโก กึปภโว กึสมฺภาโร กึสมุฏฺฐาโน ฯ ปุพฺพกรณํ ฯเปฯ ปจฺจุทฺธาโร อธิฏฺฐานํ อตฺถาโร มาติกา จ ปลิโพธา จ วตฺถุ อาสา จ อนาสา จ กึนิทานา กึสมุทยา กึชาติกา กึปภวา กึสมฺภารา กึสมุฏฺฐานา ฯ ปโยโค ปจฺจยนิทาโน ปจฺจยสมุทโย ปจฺจยชาติโก ปจฺจยปฺปภโว ปจฺจยสมฺภาโร ปจฺจยสมุฏฺฐาโน ฯ ปุพฺพกรณํ ฯเปฯ ปจฺจุทฺธาโร อธิฏฺฐานํ อตฺถาโร มาติกา จ ปลิโพธา จ วตฺถุ อาสา จ อนาสา จ ปจฺจยนิทานา ปจฺจยสมุทยา ปจฺจยชาติกา ปจฺจยปฺปภวา ปจฺจยสมฺภารา ปจฺจยสมุฏฺฐานา ฯ
นิทานเป็นต้นแห่งบุพพกรณ์เป็นต้น
ถามว่า บุพพกรณ์ มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ? มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน?
การถอนผ้า มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ? มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน?
การอธิษฐานผ้า มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ? มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน.
การกราน มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ? มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน?
มาติกาและปลิโพธ มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ?
มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน?
ความหวังและหมดหวัง มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ?
มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน?
ตอบว่า บุพพกรณ์ มีประโยคเป็นนิทาน มีประโยคเป็นสมุทัย มีประโยคเป็นชาติมีประโยคเป็นแดนเกิดก่อน มีประโยคเป็นองค์ มีประโยคเป็นสมุฏฐาน.
การถอนผ้า มีบุพพกรณ์เป็นนิทาน มีบุพพกรณ์เป็นสมุทัย มีบุพพกรณ์เป็นชาติ มีบุพพกรณ์เป็นแดนเกิดก่อน มีบุพพกรณ์เป็นองค์ มีบุพพกรณ์เป็นสมุฏฐาน.
การอธิษฐานผ้า มีการถอนเป็นนิทาน มีการถอนเป็นสมุทัย มีการถอนเป็นชาติ มีการถอนเป็นแดนเกิดก่อน มีการถอนเป็นองค์ มีการถอนเป็นสมุฏฐาน.
การกราน มีการอธิษฐานเป็นนิทาน มีการอธิษฐานเป็นสมุทัย มีการอธิษฐานเป็นชาติมีการอธิษฐานเป็นแดนเกิดก่อน มีการอธิษฐานเป็นองค์ มีการอธิษฐานเป็นสมุฏฐาน.
มาติกาและปลิโพธ มีการกรานเป็นนิทาน มีการกรานเป็นสมุทัย มีการกรานเป็นชาติมีการกรานเป็นแดนเกิดก่อน มีการกรานเป็นองค์ มีการกรานเป็นสมุฏฐาน.
ความหวังและหมดหวัง มีวัตถุเป็นนิทาน มีวัตถุเป็นสมุทัย มีวัตถุเป็นชาติ มีวัตถุเป็นแดนเกิดก่อน มีวัตถุเป็นองค์ มีวัตถุเป็นสมุฏฐาน.
ถ. ประโยค มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ? มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน?
บุพพกรณ์ ...
การถอนผ้า ...
การอธิษฐานผ้า ...
การกราน ...
มาติกาและปลิโพธ ...
วัตถุ ...
ความหวังและหมดหวัง มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ?
มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน?
ต. ประโยค มีเหตุเป็นนิทาน มีเหตุเป็นสมุทัย มีเหตุเป็นชาติ มีเหตุเป็นแดนเกิดก่อน มีเหตุเป็นองค์ มีเหตุเป็นสมุฏฐาน.
การถอนผ้า ...
การอธิษฐานผ้า ...
การกราน ...
มาติกาและปลิโพธ ...
วัตถุ ...
ความหวังและหมดหวัง มีเหตุเป็นนิทาน มีเหตุเป็นสมุทัย มีเหตุเป็นชาติ มีเหตุเป็นแดนเกิดก่อน มีเหตุเป็นองค์ มีเหตุเป็นสมุฏฐาน.
ถ. ประโยค มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ? มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน ...
บุพพกรณ์ ...
การถอนผ้า ...
การอธิษฐานผ้า ...
การกราน ...
มาติกาและปลิโพธ ...
วัตถุ ...
ความหวังและหมดหวัง มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ?
มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน?
ต. ประโยค มีปัจจัยเป็นนิทาน มีปัจจัยเป็นสมุทัย มีปัจจัยเป็นชาติ มีปัจจัยเป็นแดนเกิดก่อน มีปัจจัยเป็นองค์ มีปัจจัยเป็นสมุฏฐาน.
บุพพกรณ์ ...
การถอนผ้า ...
การอธิษฐานผ้า ...
การกราน ...
มาติกาและปลิโพธ ...
วัตถุ ...
ความหวังและหมดหวัง มีปัจจัยเป็นนิทาน มีปัจจัยเป็นสมุทัย มีปัจจัยเป็นชาติ มีปัจจัยเป็นแดนเกิดก่อน มีปัจจัยเป็นองค์ มีปัจจัยเป็นสมุฏฐาน.
ปุพฺพกรณํ กตีหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิตํ ฯ ปุพฺพกรณํ สตฺตหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิตํ โธวเนน วิจารเณน เฉทเนน พนฺธเนน สิพฺพเนน รชเนน กปฺปกรเณน ฯ ปุพฺพกรณํ อิเมหิ สตฺตหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิตํ ฯ ปจฺจุทฺธาโร กตีหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิโต ฯ ปจฺจุทฺธาโร ตีหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิโต สงฺฆาฏิยา อุตฺตราสงฺเคน อนฺตรวาสเกน ฯ อธิฏฺฐานํ กตีหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิตํ ฯ อธิฏฺฐานํ ตีหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิตํ สงฺฆาฏิยา อุตฺตราสงฺเคน อนฺตรวาสเกน ฯ อตฺถาโร กตีหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิโต ฯ อตฺถาโร เอเกน ธมฺเมน สงฺคหิโต วจีเภเทน ฯ
สงเคราะห์ธรรม
ถามว่า บุพพกรณ์ สงเคราะห์ด้วยธรรมเท่าไร?
ตอบว่า บุพพกรณ์ สงเคราะห์ด้วยธรรม ๗ อย่าง คือ ซักผ้า ๑ กะผ้า ๑ ตัดผ้า ๑เนาผ้า ๑ เย็บผ้า ๑ ย้อมผ้า ๑ ทำกัปปะพินทุ ๑ บุพพกรณ์ สงเคราะห์ด้วยธรรม ๗ นี้.
ถ. การถอนผ้า สงเคราะห์ด้วยธรรมเท่าไร?
ต. การถอนผ้า สงเคราะห์ด้วยธรรม ๓ อย่าง คือ ผ้าสังฆาฏิ ๑ ผ้าอุตราสงค์ ๑ผ้าอันตรวาสก ๑.
ถ. การอธิษฐานผ้า สงเคราะห์ด้วยธรรมเท่าไร?
ต. การอธิษฐานผ้า สงเคราะห์ด้วยธรรม ๓ อย่าง คือ ผ้าสังฆาฏิ ๑ ผ้าอุตราสงค์ ๑ผ้าอันตรวาสก ๑.
ถ. การกราน สงเคราะห์ด้วยธรรมเท่าไร?
ต. การกราน สงเคราะห์ด้วยธรรมอย่างเดียว คือ เปล่งวาจา.
กฐินสฺส กติ มูลานิ กติ วตฺถูนิ กติ ภูมิโย ฯ กฐินสฺส เอกํ มูลํ สงฺโฆ ฯ ตีณิ วตฺถูนิ สงฺฆาฏิ อุตฺตราสงฺโค อนฺตรวาสโก ฯ ฉ ภูมิโย โขมํ กปฺปาสิกํ โกเสยฺยํ กมฺพลํ สาณํ ภงฺคํ ฯ
มูลเหตุแห่งกฐินเป็นต้น
ถามว่า กฐินมีมูลเท่าไร? มีวัตถุเท่าไร? มีภูมิเท่าไร?
ตอบว่า กฐิน มีมูลอย่างเดียว คือ สงฆ์ มีวัตถุ ๓ คือ ผ้าสังฆาฏิ ๑ ผ้าอุตราสงค์๑ ผ้าอันตรวาสก ๑ มีภูมิ ๖ คือ ผ้าทำด้วยเปลือกไม้ ๑ ผ้าทำด้วยฝ้าย ๑ ผ้าทำด้วยไหม ๑ผ้าทำด้วยขนสัตว์ ๑ ผ้าทำด้วยป่าน ๑ ผ้าทำด้วยสัมภาระเจือกัน ๑.
กฐินสฺส โก อาทิ กึ มชฺเฌ กึ ปริโยสานํ ฯ กฐินสฺส ปุพฺพกรณํ อาทิ กิริยา มชฺเฌ อตฺถาโร ปริโยสานํ ฯ
เป็นต้นแห่งกฐินเป็นต้น
ถามว่า กฐิน มีอะไรเป็นเบื้องต้น? มีอะไรเป็นท่ามกลาง? มีอะไรเป็นที่สุด?
ตอบว่า กฐินมีบุพพกรณ์เป็นเบื้องต้น มีการทำเป็นท่ามกลาง มีการกรานเป็นที่สุด.
กตีหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล อภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ กตีหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ ฯ อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล อภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ ฯ อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ กตเมหิ อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล อภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ ฯ ปุพฺพกรณํ น ชานาติ ปจฺจุทฺธารํ น ชานาติ อธิฏฺฐานํ น ชานาติ อตฺถารํ น ชานาติ มาติกํ น ชานาติ ปลิโพธํ น ชานาติ อุทฺธารํ น ชานาติ อานิสํสํ น ชานาติ ฯ อิเมหิ อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล อภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ ฯ กตเมหิ อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ ฯ ปุพฺพกรณํ ชานาติ ปจฺจุทฺธารํ ชานาติ อธิฏฺฐานํ ชานาติ อตฺถารํ ชานาติ มาติกํ ชานาติ ปลิโพธํ ชานาติ อุทฺธารํ ชานาติ อานิสํสํ ชานาติ ฯ อิเมหิ อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ ฯ
องค์ของภิกษุผู้กรานกฐิน
ถามว่า ภิกษุประกอบด้วยองค์เท่าไร ไม่ควรกรานกฐิน? ภิกษุประกอบด้วยองค์เท่าไร ควรกรานกฐิน?
ตอบว่า ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ ไม่ควรกรานกฐิน ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ ควรกรานกฐิน.
ถ. ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นไฉน ไม่ควรกรานกฐิน?
ต. ภิกษุไม่รู้บุพพกรณ์ ๑ ไม่รู้การถอนผ้า ๑ ไม่รู้การอธิษฐานผ้า ๑ ไม่รู้การกราน ๑ไม่รู้มาติกา ๑ ไม่รู้ปลิโพธ ๑ ไม่รู้การเดาะกฐิน ๑ ไม่รู้อานิสงส์ ๑.
ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ ไม่ควรกรานกฐิน.
ถ. ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นไฉน ควรกรานกฐิน?
ต. ภิกษุรู้บุพพกรณ์ ๑ รู้การถอนผ้า ๑ รู้การอธิษฐานผ้า ๑ รู้การกราน ๑ รู้มาติกา๑ รู้ปลิโพธ ๑ รู้การเดาะกฐิน ๑ รู้อานิสงส์ ๑.
ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ ควรกรานกฐิน.
จบ ว่าด้วยกฐินไม่เป็นอันกรานเป็นต้น