arnon.world

พระวินัยปิฎก ปริวาร มหาวิภังค์ ๑๖ มหาวาร · กตาปัตติวารที่ ๒

อาบัติในนิสสัคคิยกัณฑ์ เล่ม ๘

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๒๖๑–๒๙๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๓/๖ ในกตาปัตติวารที่ ๒มี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

อาบัติในนิสสัคคิยกัณฑ์

กฐินวรรคที่ ๑

พระวินัยปิฎก ปริวาร มหาวิภังค์ ๑๖ มหาวาร กตาปัตติวารที่ ๒ อาบัติในนิสสัคคิยกัณฑ์ (ฉบับหลวง เล่ม ๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๑๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๘)

บาลี (สยามรัฐ)

อติเรกจีวรํ ทสาหํ อติกฺกาเมนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุยังอติเรกจีวรให้ล่วง ๑๐ วัน ต้องอาบัติ ๑ คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์.

บาลี (สยามรัฐ)

เอกรตฺตึ ติจีวเรน วิปฺปวสนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุอยู่ปราศจากไตรจีวรสิ้นราตรีหนึ่ง ต้องอาบัติ ๑ คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์.

บาลี (สยามรัฐ)

อกาลจีวรํ ปฏิคฺคเหตฺวา มาสํ อติกฺกาเมนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุรับอกาลจีวรแล้ว ให้ล่วงเดือนหนึ่งต้องอาบัติ ๑ คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์.

บาลี (สยามรัฐ)

อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา ปุราณจีวรํ โธวาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ โธวาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ โธวาปิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุใช้ภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ ให้ซักจีวรเก่า ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้ซัก เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้ซักเสร็จแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา หตฺถโต จีวรํ ปฏิคฺคณฺหนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ คณฺหาติ ปโยเค ทุกฺกฏํ คหิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุรับจีวรจากมือภิกษุณีผู้มิใช่ญาติ ต้องอาบัติ ๒ คือ รับเป็นทุกกฏในประโยค ๑ รับจีวรแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อญฺญาตกํ คหปตึ วา คหปตานึ วา จีวรํ วิญฺญาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วิญฺญาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วิญฺญาปิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุขอจีวรต่อพ่อเจ้าเรือนก็ดี ต่อแม่เจ้าเรือนก็ดี ผู้มิใช่ญาติ ต้องอาบัติ ๒คือ ขอเป็นทุกกฏในประโยค ๑ ขอได้แล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อญฺญาตกํ คหปตึ วา คหปตานึ วา ตทุตฺตรึ จีวรํ วิญฺญาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วิญฺญาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วิญฺญาปิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุของจีวรต่อพ่อเจ้าเรือนก็ดี ต่อแม่เจ้าเรือนก็ดี ผู้มิใช่ญาติ ยิ่งกว่ากำหนดนั้น ต้องอาบัติ ๒ คือ ขอ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ขอได้แล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ปุพฺเพ อปฺปวาริโต อญฺญาตกํ คหปติกํ อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วิกปฺปํ อาปชฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วิกปฺปํ อาปนฺเน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุอันเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาพ่อเจ้าเรือนผู้มิใช่ญาติแล้ว ถึงการกำหนดในจีวร ต้องอาบัติ ๒ คือ ถึงการกำหนด เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ถึงการกำหนดแล้วเป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ปุพฺเพ อปฺปวาริโต อญฺญาตเก คหปติเก อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วิกปฺปํ อาปชฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วิกปฺปํ อาปนฺเน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุอันเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาพ่อเจ้าเรือนหลายคน ผู้มิใช่ญาติแล้วถึงการกำหนดในจีวร ต้องอาบัติ ๒ คือ ถึงการกำหนด เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ถึงการกำหนดแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อติเรกติกฺขตฺตุํ โจทนาย อติเรกฉกฺขตฺตุํ ฐาเนน จีวรํ อภินิปฺผาเทนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อภินิปฺผาเทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อภินิปฺผาทิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

กฐินวคฺโค ปฐโม ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุยังจีวรให้สำเร็จด้วยทวงเกิน ๓ ครั้ง ด้วยยืนเกิน ๖ ครั้ง ต้องอาบัติ ๒คือ ให้สำเร็จ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้สำเร็จแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

กฐินวรรคที่ ๑ จบ.

----------------

บาลี (สยามรัฐ)

โกสิยมิสฺสกํ สนฺถตํ การาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ การาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ การาปิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

โกสิยวรรคที่ ๒

ภิกษุให้ทำสันถัตเจือด้วยไหม ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้ทำเป็นทุกกฏในประโยค ๑ให้ทำเสร็จแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

สุทฺธกาฬกานํ เอฬกโลมานํ สนฺถตํ การาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ การาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ การาปิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุให้ทำสันถัตด้วยขนเจียมดำล้วน ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้ทำเป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้ทำเสร็จแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อนาทยิตฺวา ตุลํ โอทาตานํ ตุลํ โคจริยานํ นวํ สนฺถตํ การาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ การาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ การาปิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุไม่ถือเอาขนเจียมขาว ๑ ส่วน ขนเจียมแดง ๑ ส่วน แล้วให้ทำสันถัตใหม่ ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้ทำ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้ทำเสร็จแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อนุวสฺสํ สนฺถตํ การาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ การาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ การาปิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุให้ทำสันถัตทุกปี ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้ทำเป็นทุกกฏในประโยค ๑ให้ทำเสร็จแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อนาทยิตฺวา ปุราณสนฺถตสฺส สามนฺตา สุคตวิทตฺถึ นวํ นิสีทนสนฺถตํ การาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ การาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ การาปิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุไม่ถือเอาคืบสุคตโดยรอบแห่งสันถัตเก่า แล้วให้ทำสันถัตสำหรับนั่ง

ใหม่ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้ทำ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้ทำเสร็จแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

เอฬกโลมานิ ปฏิคฺคเหตฺวา ติโยชนํ อติกฺกาเมนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปฐมํ ปาทํ ติโยชนํ อติกฺกาเมติ อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส ทุติยํ ปาทํ อติกฺกาเมติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุรับขนเจียมแล้วเดินทางเกิน ๓ โยชน์ ต้องอาบัติ ๒ คือ เกิน ๓ โยชน์ไปก้าวที่ ๑ ต้องอาบัติทุกกฏ ๑ เกินไปก้าวที่ ๒ เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อญฺญาติกาย ภิกฺขุนิยา เอฬกโลมานิ โธวาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ โธวาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ โธวาปิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุใช้ภิกษุณีผู้มิใช่ญาติให้ซักขนเจียม ต้องอาบัติ ๒ คือให้ซัก เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้ซักแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

รูปิยํ ปฏิคฺคณฺหนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ คณฺหาติ ปโยเค ทุกฺกฏํ คหิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุรับรูปิยะ ต้องอาบัติ ๒ คือ รับ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ รับแล้วเป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

นานปฺปการกํ รูปิยสํโวหารํ สมาปชฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ สมาปชฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ สมาปนฺเน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุถึงความแลกเปลี่ยนด้วยรูปิยะมีประการต่างๆ ต้องอาบัติ ๒ คือ ถึงเป็นทุกกฏในประโยค ๑ ถึงแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

นานปฺปการกํ กยวิกฺกยํ สมาปชฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ สมาปชฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ สมาปนฺเน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

โกสิยวคฺโค ทุติโย ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุถึงการซื้อและขายมีประการต่างๆ ต้องอาบัติ ๒ คือ ถึงเป็นทุกกฏในประโยค ๑ ถึงแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

โกสิยวรรคที่ ๒ จบ.

----------------

บาลี (สยามรัฐ)

อติเรกปตฺตํ ทสาหํ อติกฺกาเมนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ปัตตวรรคที่ ๓

ภิกษุเก็บอติเรกบาตรล่วง ๑๐ วัน ต้องอาบัติ ๑ คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์.

บาลี (สยามรัฐ)

อูนปญฺจพนฺธเนน ปตฺเตน อญฺญํ นวํ ปตฺตํ เจตาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ เจตาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ เจตาปิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุมีบาตร มีรอยร้าวหย่อน ๕ แห่ง ให้จ่ายบาตรอื่นใหม่ ต้องอาบัติ ๒คือให้จ่าย เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้จ่ายแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

เภสชฺชานิ ปฏิคฺคเหตฺวา สตฺตาหํ อติกฺกาเมนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุรับประเคนเภสัชแล้วเก็บไว้เกิน ๗ วัน ต้องอาบัติ ๑ คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์.

บาลี (สยามรัฐ)

อติเรกมาเส เสเส คิมฺหานํ ๑ วสฺสิกสาฏิกจีวรํ ปริเยสนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริเยสติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปริยิฏฺเฐ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุแสวงหาจีวร คือ ผ้าอาบน้ำฝน เมื่อฤดูร้อนยังเหลือเกิน ๑ เดือน ต้องอาบัติ ๒ คือ แสวงหา เป็นทุกกฏในประโยค ๑ แสวงหาได้แล้วเป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ภิกฺขุสฺส สามํ จีวรํ ทตฺวา กุปิโต อนตฺตมโน อจฺฉินฺทนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ อจฺฉินฺทติ ปโยเค ทุกฺกฏํ อจฺฉินฺเน๔ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุให้จีวรแก่ภิกษุเองแล้ว โกรธ ขัดใจ ชิงเอามา ต้องอาบัติ ๒ คือชิงเอามา เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ชิงเอามาแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

สามํ สุตฺตํ วิญฺญาเปตฺวา ตนฺตวาเยหิ จีวรํ วายาเปนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วายาเปติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วายาปิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุขอด้ายมาเองแล้ว ให้ช่างหูกทอจีวร ต้องอาบัติ ๒ คือ ให้ทอ เป็นทุกกฏในประโยค ๑ ให้ทอเสร็จแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

ปุพฺเพ อปฺปวาริโต อญฺญาตกสฺส คหปติกสฺส ตนฺตวาเย อุปสงฺกมิตฺวา จีวเร วิกปฺปํ อาปชฺชนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ วิกปฺปํ อาปชฺชติ ปโยเค ทุกฺกฏํ วิกปฺปํ อาปนฺเน นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุอันเขาไม่ได้ปวารณาไว้ก่อน เข้าไปหาช่างหูกของพ่อเจ้าเรือนผู้มิใช่ญาติแล้วถึงความกำหนดในจีวร ต้องอาบัติ ๒ คือ ถึงความกำหนดเป็นทุกกฏในประโยค ๑ ถึงความกำหนดแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

อจฺเจกจีวรํ ปฏิคฺคเหตฺวา จีวรกาลสมยํ อติกฺกาเมนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

๑ ม. ยุ. คิมฺหาเน ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุรับอัจเจกจีวรแล้ว เก็บไว้เกินสมัยที่เป็นจีวรกาล ต้องอาบัติ ๑ คือนิสสัคคิยปาจิตตีย์.

บาลี (สยามรัฐ)

ติณฺณํ จีวรานํ อญฺญตรํ จีวรํ อนฺตรฆเร นิกฺขิปิตฺวา อติเรกฉารตฺตํ วิปฺปวสนฺโต เอกํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุเก็บจีวร ๓ ผืน ผืนใดผืนหนึ่ง ไว้ในละแวกบ้านแล้วอยู่ปราศเกิน ๖ราตรี ต้องอาบัติ ๑ คือ นิสสัคคิยปาจิตตีย์.

บาลี (สยามรัฐ)

ชานํ สงฺฆิกํ ลาภํ ปริณตํ อตฺตโน ปริณาเมนฺโต เทฺว อาปตฺติโย อาปชฺชติ ปริณาเมติ ปโยเค ทุกฺกฏํ ปริณามิเต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ ฯ

ปตฺตวคฺโค ตติโย ฯ

ตึส นิสฺสคฺคิยา ปาจิตฺติยา นิฏฺฐิตา ฯ

ฉบับหลวง

ภิกษุรู้อยู่ น้อมลาภที่เขาน้อมไว้เป็นของจะถวายสงฆ์ มาเพื่อตนต้องอาบัติ ๒คือ น้อมมา เป็นทุกกฏในประโยค ๑ น้อมมาแล้ว เป็นนิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๑.

ปัตตวรรคที่ ๓ จบ.

นิสสัคคิยปาจิตตีย์ ๓๐ สิกขาบท จบ.

จบ อาบัติในนิสสัคคิยกัณฑ์