arnon.world

กฐินเภท

ชั้นตัวบทพุทธพจน์ข้อ ๑๑๒๔–๑๑๖๐ (ฉบับหลวง)ลำดับ ๑๔/๑๙ ในปริวารมี ๔ ฉบับคลังนี้ตอบแบบ “อ่านตัวบท · ไม่ตีความ” — ระบบแสดงตัวบทตามฉบับที่มี และไม่สรุป ไม่ตีความ ไม่ให้คะแนนความน่าเชื่อถือ

กฐินเภทํ

กฐินเภท

ว่าด้วยกฐินไม่เป็นอันกรานเป็นต้น

พระวินัยปิฎก ปริวาร กฐินเภท ว่าด้วยกฐินไม่เป็นอันกรานเป็นต้น (ฉบับหลวง เล่ม ๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๑๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๘)

บาลี (สยามรัฐ)

กสฺส กฐินํ อนตฺถตํ กสฺส กฐินํ อตฺถตํ กินฺติ กฐินํ อนตฺถตํ กินฺติ กฐินํ อตฺถตํ ฯ

ฉบับหลวง

กฐินใครไม่ได้กราน? กฐินใครได้กราน? กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยอาการอย่างไร? กฐินเป็นอันกรานด้วยอาการอย่างไร?

บาลี (สยามรัฐ)

กสฺส กฐินํ อนตฺถตนฺติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อนตฺถตํ โหติ กฐินํ อนตฺถารกสฺส จ อนนุโมทกสฺส จ อิเมสํ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อนตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ

ฉบับหลวง

กฐินไม่เป็นอันกราน

คำว่า กฐินใครไม่ได้กราน นั้น ความว่า กฐิน บุคคล ๒ พวก คือ

ภิกษุผู้ไม่ได้กราน ๑ ภิกษุผู้ไม่อนุโมทนา ๑ ไม่เป็นอันกรานกฐิน บุคคล ๒ พวกนี้ ไม่เป็นอันกราน.

บาลี (สยามรัฐ)

กสฺส กฐินํ อตฺถตนฺติ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อตฺถตํ โหติ กฐินํ อตฺถารกสฺส จ อนุโมทกสฺส จ อิเมสํ ทฺวินฺนํ ปุคฺคลานํ อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ

ฉบับหลวง

กฐินเป็นอันกราน

คำว่า กฐินใครได้กราน นั้น ความว่า กฐิน บุคคล ๒ พวกนี้ คือ

ภิกษุผู้กราน ๑ ภิกษุผู้อนุโมทนา ๑ เป็นอันกราน กฐิน บุคคล ๒ พวกนี้ เป็นอันกราน.

บาลี (สยามรัฐ)

กินฺติ กฐินํ อนตฺถตนฺติ จตุวีสติยา อากาเรหิ อนตฺถตํ โหติ กฐินํ น อุลฺลิขิตมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น โธวนมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น จีวรวิจารณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น เฉทนมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น พนฺธนมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น โอวฏฺฏิกกรณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น กณฺฑูสกรณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น ทฬฺหีกมฺมกรณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น อนุวาตกรณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น ปริภณฺฑกรณมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น โอวฏฺเฏยฺยกรณมตฺเตน ๑ อตฺถตํ โหติ กฐินํ น กมลมทฺทนมตฺเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น นิมิตฺตกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น ปริกถากเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น กุกฺกุกเตน

อตฺถตํ โหติ กฐินํ น สนฺนิธิกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น นิสฺสคฺคิเยน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น อกปฺปกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น อญฺญตฺร สงฺฆาฏิยา อตฺถตํ โหติ กฐินํ น อญฺญตฺร อุตฺตราสงฺเคน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น อญฺญตฺร อนฺตรวาสเกน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น อญฺญตฺร ปญฺจเกน วา อติเรกปญฺจเกน วา ตทเหว สญฺฉินฺเนน สมณฺฑลีกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ น อญฺญตฺร ปุคฺคลสฺส อตฺถารา อตฺถตํ โหติ กฐินํ น สมฺมา เจว อตฺถตํ โหติ กฐินํ ตญฺเจ นิสฺสีมฏฺโฐ อนุโมทติ ฯ เอวมฺปิ อนตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ

๑ ม. โอวทฺเธยฺยกรณมตฺเตน ฯ

ฉบับหลวง

เหตุที่กฐินไม่เป็นอันกราน

คำว่า กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยอาการอย่างไร นั้น คือ กฐินไม่เป็นอันกรานด้วยอาการ ๒๔ คือ:

๑. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงขีดรอย

๒. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงซักผ้า

๓. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงกะผ้า

๔. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงตัดผ้า

๕. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงเนาผ้า

๖. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงเย็บด้น

๗. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงทำลูกดุม

๘. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงทำรังดุมให้มั่น๙. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงประกอบผ้าอนุวาต๑๐. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงประกอบผ้าอนุวาตด้านหน้า๑๑. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงดามผ้า

๑๒. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงย้อมเป็นสีหม่น๑๓. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการเพียงผ้าที่ทำนิมิตได้มา๑๔. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยผ้าที่พูดเลียบเคียงได้มา๑๕. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยผ้าที่ยืมเขามา

๑๖. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยผ้าที่เก็บไว้ค้างคืน

๑๗. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยผ้าที่เป็นนิสสัคคิยะ

๑๘. กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยผ้าที่มิได้ทำกัปปะพินทุ

๑๙. กฐินไม่เป็นอันกราน เว้นผ้าสังฆาฏิ

๒๐. กฐินไม่เป็นอันกราน เว้นผ้าอุตราสงค์

๒๑. กฐินไม่เป็นอันกราน เว้นผ้าอันตรวาสก

๒๒. กฐินไม่เป็นอันกราน เว้นจีวรมีขันธ์ ๕ หรือเกินกว่า ๕ ซึ่งตัดดีแล้ว ทำให้มีมณฑล เสร็จในวันนั้น

๒๓. กฐินไม่เป็นอันกราน นอกจากบุคคลกราน

๒๔. กฐินไม่เป็นอันกรานโดยชอบ ถ้าภิกษุผู้อยู่นอกสีมา อนุโมทนากฐินนั้นกฐินไม่เป็นอันกราน แม้ด้วยอาการอย่างนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

นิมิตฺตกมฺมํ นาม นิมิตฺตํ กโรติ อิมินา ทุสฺเสน กฐินํ อตฺถริสฺสามีติ ฯ ปริกถา นาม ปริกถํ กโรติ อิมาย ปริกถาย กฐินทุสฺสํ นิพฺพตฺเตสฺสามีติ ฯ กุกฺกุกตํ นาม อนาทิยทานํ วุจฺจติ ฯ สนฺนิธิ นาม เทฺว สนฺนิธิโย กรณสนฺนิธิ จ ๑ นิจยสนฺนิธิ จ ๑ ฯ นิสฺสคฺคิยํ นาม กยิรมาเน ๒ อรุณํ อุทฺริยติ ๓ ฯ อิเมหิ จตุวีสติยา อากาเรหิ อนตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ

ฉบับหลวง

อธิบายเหตุที่ไม่ได้กรานบางข้อ

ที่ชื่อว่า ทำนิมิต คือ ภิกษุทำนิมิตว่า เราจักกรานกฐินด้วยผ้าผืนนี้.

ที่ชื่อว่า พูดเลียบเคียง คือ ภิกษุพูดเลียบเคียงด้วยคิดว่า จักยังผ้ากฐินให้เกิดด้วยการพูดเลียบเคียงนี้.

ผ้าที่ทายกไม่ได้หยิบยกให้เรียกว่าผ้ายืมเขามา.

ที่ชื่อว่า ผ้าเก็บไว้ค้างคืน มี ๒ อย่าง คือ ผ้าทำค้างคืน ๑ ผ้าเก็บไว้ค้างคืน ๑.

ที่ชื่อว่า ผ้าเป็นนิสสัคคิยะ คือ ภิกษุกำลังทำอยู่ อรุณขึ้นมา.

กฐินไม่เป็นอันกราน ด้วยอาการ ๒๔ อย่างนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

กินฺติ กฐินํ อตฺถตนฺติ สตฺตรสหิ อากาเรหิ อตฺถตํ โหติ กฐินํ อหเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ อหตกปฺเปน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ปิโลติกาย อตฺถตํ โหติ กฐินํ ปํสุกูเลน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ปาปณิเกน อตฺถตํ โหติ กฐินํ อนิมิตฺตกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ อปริกถากเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ อกุกฺกุกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ อสนฺนิธิกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ อนิสฺสคฺคิเยน อตฺถตํ โหติ กฐินํ กปฺปกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ สงฺฆาฏิยา อตฺถตํ โหติ กฐินํ อุตฺตราสงฺเคน อตฺถตํ โหติ กฐินํ อนฺตรวาสเกน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ปญฺจเกน วา อติเรกปญฺจเกน วา ตทเหว สญฺฉินฺเนน สมณฺฑลีกเตน อตฺถตํ โหติ กฐินํ ปุคฺคลสฺส อตฺถารา อตฺถตํ โหติ กฐินํ สมฺมา เจว อตฺถตํ โหติ กฐินํ ตญฺเจ สีมฏฺโฐ อนุโมทติ ฯ เอวมฺปิ อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ อิเมหิ สตฺตรสหิ อากาเรหิ อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ

๑ ม. วา ๒ ยุ. กริยมาเน ฯ ๓ ม. อุฏฺฐหติ ฯ

ฉบับหลวง

เหตุที่กฐินเป็นอันกราน

คำว่า กฐินเป็นอันกราน ด้วยอาการอย่างไร นั้น ความว่า กฐินย่อมเป็นอันกรานด้วยอาการ ๑๗ อย่าง ดังต่อไปนี้

๑. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าใหม่

๒. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าเทียมใหม่

๓. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าเก่า

๔. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าบังสุกุล

๕. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าตกตามร้าน

๖. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าที่ไม่ได้ทำนิมิตได้มา

๗. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าที่ไม่ได้พูดเลียบเคียงได้มา๘. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าที่ไม่ได้ยืมเขามา

๙. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าที่มิได้เก็บไว้ค้างคืน

๑๐. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าที่มิได้เป็นนิสสัคคิยะ

๑๑. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าทำกัปปะพินทุแล้ว

๑๒. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าสังฆาฏิ

๑๓. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าอุตราสงค์

๑๔. กฐินเป็นอันกราน ด้วยผ้าอันตรวาสก

๑๕. กฐินเป็นอันกราน ด้วยจีวรมีขันธ์ ๕ หรือเกินกว่า ซึ่งตัดดีแล้วทำให้มีมณฑลเสร็จในวันนั้น

๑๖. กฐินเป็นอันกราน เพราะบุคคลกราน

๑๗. กฐินเป็นอันกรานโดยชอบ ถ้าภิกษุผู้อยู่ในสีมา อนุโมทนากฐินนั้นกฐินเป็นอันกราน แม้ด้วยอาการอย่างนี้ กฐินเป็นอันกราน ด้วยอาการ ๑๗ อย่างนี้.

บาลี (สยามรัฐ)

สห กฐินสฺส อตฺถารา กติ ธมฺมา ชายนฺติ ฯ สห กฐินสฺส อตฺถารา ปณฺณรส ธมฺมา ชายนฺติ อฏฺฐ มาติกา เทฺว ปลิโพธา ปญฺจ อานิสํสา ฯ สห กฐินสฺส อตฺถารา อิเม ปณฺณรส ธมฺมา ชายนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ธรรมที่เกิดพร้อมกัน

ถามว่า ธรรมเท่าไร ย่อมเกิดพร้อมกับการกรานกฐิน?

ตอบว่า ธรรม ๑๕ อย่าง ย่อมเกิดพร้อมกับการกรานกฐิน คือ มาติกา ๘ ปลิโพธ ๒อานิสงส์ ๕ ธรรม ๑๕ อย่างนี้ ย่อมเกิดพร้อมกับการกรานกฐิน.

บาลี (สยามรัฐ)

ปโยคสฺส กตเม ธมฺมา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุพฺพกรณสฺส ฯเปฯ ปจฺจุทฺธารสฺส อธิฏฺฐานสฺส อตฺถารสฺส มาติกานญฺจ ปลิโพธานญฺจ วตฺถุสฺส กตเม ธมฺมา อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสย- ปจฺจเยน ปจฺจโย ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

ฉบับหลวง

ธรรมที่เป็นปัจจัยแห่งประโยคเป็นต้น

ประโยค มีธรรมเท่าไรเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัยเป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย.

บุพพกรณ์ ...

การถอนผ้า ...

การอธิษฐานผ้า ...

การกราน ...

มาติกา และปลิโพธ ...

วัตถุ มีธรรมเท่าไรเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย.

บาลี (สยามรัฐ)

ปุพฺพกรณํ ปโยคสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปโยโค ปุพฺพกรณสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุพฺพกรณํ ปโยคสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปณฺณรส ธมฺมา สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

ฉบับหลวง

บุพพกรณ์เป็นปัจจัย

ประโยค มีบุพพกรณ์เป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสมนันตร

ปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย. บุพพกรณ์ มีประโยคเป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย. ประโยค มีบุพพกรณ์เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย. ธรรม ๑๕ อย่างเป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย.

บาลี (สยามรัฐ)

ปจฺจุทฺธาโร ปุพฺพกรณสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปุพฺพกรณํ ปจฺจุทฺธารสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺจุทฺธาโร ปุพฺพกรณสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปณฺณรส ธมฺมา สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

ฉบับหลวง

การถอนผ้าเป็นปัจจัย

บุพพกรณ์ มีการถอนผ้าเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย. การถอนผ้า มีบุพพกรณ์เป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย. บุพพกรณ์ มีการถอนผ้า เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย. ธรรม ๑๕อย่าง เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย.

บาลี (สยามรัฐ)

อธิฏฺฐานํ ปจฺจุทฺธารสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปจฺจุทฺธาโร อธิฏฺฐานสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อธิฏฺฐานํ ปจฺจุทฺธารสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปณฺณรส ธมฺมา สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

ฉบับหลวง

การอธิษฐานผ้าเป็นปัจจัย

การถอนผ้า มีการอธิษฐานผ้าเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดย

สมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย. การอธิษฐานผ้ามีการถอนปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย. การถอนผ้ามีการอธิษฐานเป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย. ธรรม๑๕ อย่าง เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย.

บาลี (สยามรัฐ)

อตฺถาโร อธิฏฺฐานสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสย- ปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อธิฏฺฐานํ อตฺถารสฺส ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อตฺถาโร อธิฏฺฐานสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปณฺณรส ธมฺมา สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

ฉบับหลวง

การกรานเป็นปัจจัย

การอธิษฐานผ้า มีการกรานเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดย

สมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย. การกรานมีการอธิษฐานเป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย. การอธิษฐานผ้ามีการกรานเป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย,ธรรม ๑๕ อย่าง เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย.

บาลี (สยามรัฐ)

มาติกา จ ปลิโพธา จ อตฺถารสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อตฺถาโร มาติกานญฺจ ปลิโพธานญฺจ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ มาติกา จ ปลิโพธา จ อตฺถารสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปณฺณรส ธมฺมา สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

ฉบับหลวง

มาติกาและปลิโพธิเป็นปัจจัย

การกราน มีมาติกาแลปลิโพธเป็นปัจจัยโดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย. มาติกาและปลิโพธมีการกรานเป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย. การกรานมีมาติกาและปลิโพธเป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย. ธรรม ๑๕ อย่าง เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย.

บาลี (สยามรัฐ)

อาสา จ อนาสา จ วตฺถุสฺส อนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย สมนนฺตรปจฺจเยน ปจฺจโย นิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย อุปนิสฺสยปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ วตฺถุ อาสานญฺจ อนาสานญฺจ ปุเรชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ อาสา จ อนาสา จ วตฺถุสฺส ปจฺฉาชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ ปณฺณรส ธมฺมา สหชาตปจฺจเยน ปจฺจโย ฯ

ฉบับหลวง

ความหวังและหมดหวังเป็นปัจจัย

วัตถุ มีความหวังและหมดหวังเป็นปัจจัย โดยอนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยสมนันตรปัจจัย เป็นปัจจัยโดยนิสสยปัจจัย เป็นปัจจัยโดยอุปนิสสยปัจจัย. ความหวังและหมดหวัง มีวัตถุเป็นปัจจัยโดยปุเรชาตปัจจัย. วัตถุมีความหวังและหมดหวัง เป็นปัจจัยโดยปัจฉาชาตปัจจัย. ธรรม ๑๕ อย่าง เป็นปัจจัยโดยสหชาตปัจจัย.

บาลี (สยามรัฐ)

ปุพฺพกรณํ กึนิทานํ กึสมุทยํ กึชาติกํ กึปภวํ กึสมฺภารํ กึสมุฏฺฐานํ ฯ ปจฺจุทฺธาโร กึนิทาโน กึสมุทโย กึชาติโก กึปภโว กึสมฺภาโร กึสมุฏฺฐาโน ฯ อธิฏฺฐานํ กึนิทานํ กึสมุทยํ กึชาติกํ กึปภวํ กึสมฺภารํ กึสมุฏฺฐานํ ฯ อตฺถาโร กึนิทาโน กึสมุทโย กึชาติโก กึปภโว กึสมฺภาโร กึสมุฏฺฐาโน ฯ มาติกา จ ปลิโพธา จ กึนิทานา กึสมุทยา กึชาติกา กึปภวา กึสมฺภารา กึสมุฏฺฐานา ฯ อาสา จ อนาสา จ กึนิทานา กึสมุทยา กึชาติกา กึปภวา กึสมฺภารา กึสมุฏฺฐานา ฯ ปุพฺพกรณํ ปโยคนิทานํ ปโยคสมุทยํ ปโยคชาติกํ ปโยคปฺปภวํ ปโยคสมฺภารํ ปโยคสมุฏฺฐานํ ฯ ปจฺจุทฺธาโร ปุพฺพกรณนิทาโน ปุพฺพกรณสมุทโย ปุพฺพกรณชาติโก ปุพฺพกรณปฺปภโว ปุพฺพกรณสมฺภาโร ปุพฺพกรณสมุฏฺฐาโน ฯ

อธิฏฺฐานํ ปจฺจุทฺธารนิทานํ ปจฺจุทฺธารสมุทยํ ปจฺจุทฺธารชาติกํ ปจฺจุทฺธารปฺปภวํ ปจฺจุทฺธารสมฺภารํ ปจฺจุทฺธารสมุฏฺฐานํ ฯ อตฺถาโร อธิฏฺฐานนิทาโน อธิฏฺฐานสมุทโย อธิฏฺฐานชาติโก อธิฏฺฐานปฺปภโว อธิฏฺฐานสมฺภาโร อธิฏฺฐานสมุฏฺฐาโน ฯ มาติกา ฯ ปลิโพธา จ อตฺถารนิทานา อตฺถารสมุทยา อตฺถารชาติกา อตฺถารปฺปภวา อตฺถารสมฺภารา อตฺถารสมุฏฺฐานา ฯ อาสา จ อนาสา จ วตฺถุนิทานา วตฺถุสมุทยา วตฺถุชาติกา วตฺถุปฺปภวา วตฺถุสมฺภารา วตฺถุสมุฏฺฐานา ฯ ปโยโค กึนิทาโน กึสมุทโย กึชาติโก กึปภโว กึสมฺภาโร กึสมุฏฺฐาโน ฯ ปุพฺพกรณํ ฯเปฯ ปจฺจุทฺธาโร อธิฏฺฐานํ อตฺถาโร มาติกา จ ปลิโพธา จ วตฺถุ อาสา จ อนาสา จ กึนิทานา กึสมุทยา กึชาติกา กึปภวา กึสมฺภารา กึสมุฏฺฐานา ฯ

ปโยโค เหตุนิทาโน เหตุสมุทโย เหตุชาติโก เหตุปฺปภโว เหตุสมฺภาโร เหตุ- สมุฏฺฐาโน ฯ ปุพฺพกรณํ ฯเปฯ ปจฺจุทฺธาโร อธิฏฺฐานํ อตฺถาโร มาติกา จ ปลิโพธา จ วตฺถุ อาสา จ อนาสา จ เหตุนิทานา เหตุสมุทยา เหตุชาติกา เหตุปฺปภวา เหตุสมฺภารา เหตุสมุฏฺฐานา ฯ ปโยโค กึนิทาโน กึสมุทโย กึชาติโก กึปภโว กึสมฺภาโร กึสมุฏฺฐาโน ฯ ปุพฺพกรณํ ฯเปฯ ปจฺจุทฺธาโร อธิฏฺฐานํ อตฺถาโร มาติกา จ ปลิโพธา จ วตฺถุ อาสา จ อนาสา จ กึนิทานา กึสมุทยา กึชาติกา กึปภวา กึสมฺภารา กึสมุฏฺฐานา ฯ ปโยโค ปจฺจยนิทาโน ปจฺจยสมุทโย ปจฺจยชาติโก ปจฺจยปฺปภโว ปจฺจยสมฺภาโร ปจฺจยสมุฏฺฐาโน ฯ ปุพฺพกรณํ ฯเปฯ ปจฺจุทฺธาโร อธิฏฺฐานํ อตฺถาโร มาติกา จ ปลิโพธา จ วตฺถุ อาสา จ อนาสา จ ปจฺจยนิทานา ปจฺจยสมุทยา ปจฺจยชาติกา ปจฺจยปฺปภวา ปจฺจยสมฺภารา ปจฺจยสมุฏฺฐานา ฯ

ฉบับหลวง

นิทานเป็นต้นแห่งบุพพกรณ์เป็นต้น

ถามว่า บุพพกรณ์ มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ? มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน?

การถอนผ้า มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ? มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน?

การอธิษฐานผ้า มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ? มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน.

การกราน มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ? มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน?

มาติกาและปลิโพธ มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ?

มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน?

ความหวังและหมดหวัง มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ?

มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน?

ตอบว่า บุพพกรณ์ มีประโยคเป็นนิทาน มีประโยคเป็นสมุทัย มีประโยคเป็นชาติมีประโยคเป็นแดนเกิดก่อน มีประโยคเป็นองค์ มีประโยคเป็นสมุฏฐาน.

การถอนผ้า มีบุพพกรณ์เป็นนิทาน มีบุพพกรณ์เป็นสมุทัย มีบุพพกรณ์เป็นชาติ มีบุพพกรณ์เป็นแดนเกิดก่อน มีบุพพกรณ์เป็นองค์ มีบุพพกรณ์เป็นสมุฏฐาน.

การอธิษฐานผ้า มีการถอนเป็นนิทาน มีการถอนเป็นสมุทัย มีการถอนเป็นชาติ มีการถอนเป็นแดนเกิดก่อน มีการถอนเป็นองค์ มีการถอนเป็นสมุฏฐาน.

การกราน มีการอธิษฐานเป็นนิทาน มีการอธิษฐานเป็นสมุทัย มีการอธิษฐานเป็นชาติมีการอธิษฐานเป็นแดนเกิดก่อน มีการอธิษฐานเป็นองค์ มีการอธิษฐานเป็นสมุฏฐาน.

มาติกาและปลิโพธ มีการกรานเป็นนิทาน มีการกรานเป็นสมุทัย มีการกรานเป็นชาติมีการกรานเป็นแดนเกิดก่อน มีการกรานเป็นองค์ มีการกรานเป็นสมุฏฐาน.

ความหวังและหมดหวัง มีวัตถุเป็นนิทาน มีวัตถุเป็นสมุทัย มีวัตถุเป็นชาติ มีวัตถุเป็นแดนเกิดก่อน มีวัตถุเป็นองค์ มีวัตถุเป็นสมุฏฐาน.

ถ. ประโยค มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ? มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน?

บุพพกรณ์ ...

การถอนผ้า ...

การอธิษฐานผ้า ...

การกราน ...

มาติกาและปลิโพธ ...

วัตถุ ...

ความหวังและหมดหวัง มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ?

มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน?

ต. ประโยค มีเหตุเป็นนิทาน มีเหตุเป็นสมุทัย มีเหตุเป็นชาติ มีเหตุเป็นแดนเกิดก่อน มีเหตุเป็นองค์ มีเหตุเป็นสมุฏฐาน.

การถอนผ้า ...

การอธิษฐานผ้า ...

การกราน ...

มาติกาและปลิโพธ ...

วัตถุ ...

ความหวังและหมดหวัง มีเหตุเป็นนิทาน มีเหตุเป็นสมุทัย มีเหตุเป็นชาติ มีเหตุเป็นแดนเกิดก่อน มีเหตุเป็นองค์ มีเหตุเป็นสมุฏฐาน.

ถ. ประโยค มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ? มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน ...

บุพพกรณ์ ...

การถอนผ้า ...

การอธิษฐานผ้า ...

การกราน ...

มาติกาและปลิโพธ ...

วัตถุ ...

ความหวังและหมดหวัง มีอะไรเป็นนิทาน? มีอะไรเป็นสมุทัย? มีอะไรเป็นชาติ?

มีอะไรเป็นแดนเกิดก่อน? มีอะไรเป็นองค์? มีอะไรเป็นสมุฏฐาน?

ต. ประโยค มีปัจจัยเป็นนิทาน มีปัจจัยเป็นสมุทัย มีปัจจัยเป็นชาติ มีปัจจัยเป็นแดนเกิดก่อน มีปัจจัยเป็นองค์ มีปัจจัยเป็นสมุฏฐาน.

บุพพกรณ์ ...

การถอนผ้า ...

การอธิษฐานผ้า ...

การกราน ...

มาติกาและปลิโพธ ...

วัตถุ ...

ความหวังและหมดหวัง มีปัจจัยเป็นนิทาน มีปัจจัยเป็นสมุทัย มีปัจจัยเป็นชาติ มีปัจจัยเป็นแดนเกิดก่อน มีปัจจัยเป็นองค์ มีปัจจัยเป็นสมุฏฐาน.

บาลี (สยามรัฐ)

ปุพฺพกรณํ กตีหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิตํ ฯ ปุพฺพกรณํ สตฺตหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิตํ โธวเนน วิจารเณน เฉทเนน พนฺธเนน สิพฺพเนน รชเนน กปฺปกรเณน ฯ ปุพฺพกรณํ อิเมหิ สตฺตหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิตํ ฯ ปจฺจุทฺธาโร กตีหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิโต ฯ ปจฺจุทฺธาโร ตีหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิโต สงฺฆาฏิยา อุตฺตราสงฺเคน อนฺตรวาสเกน ฯ อธิฏฺฐานํ กตีหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิตํ ฯ อธิฏฺฐานํ ตีหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิตํ สงฺฆาฏิยา อุตฺตราสงฺเคน อนฺตรวาสเกน ฯ อตฺถาโร กตีหิ ธมฺเมหิ สงฺคหิโต ฯ อตฺถาโร เอเกน ธมฺเมน สงฺคหิโต วจีเภเทน ฯ

ฉบับหลวง

สงเคราะห์ธรรม

ถามว่า บุพพกรณ์ สงเคราะห์ด้วยธรรมเท่าไร?

ตอบว่า บุพพกรณ์ สงเคราะห์ด้วยธรรม ๗ อย่าง คือ ซักผ้า ๑ กะผ้า ๑ ตัดผ้า ๑เนาผ้า ๑ เย็บผ้า ๑ ย้อมผ้า ๑ ทำกัปปะพินทุ ๑ บุพพกรณ์ สงเคราะห์ด้วยธรรม ๗ นี้.

ถ. การถอนผ้า สงเคราะห์ด้วยธรรมเท่าไร?

ต. การถอนผ้า สงเคราะห์ด้วยธรรม ๓ อย่าง คือ ผ้าสังฆาฏิ ๑ ผ้าอุตราสงค์ ๑ผ้าอันตรวาสก ๑.

ถ. การอธิษฐานผ้า สงเคราะห์ด้วยธรรมเท่าไร?

ต. การอธิษฐานผ้า สงเคราะห์ด้วยธรรม ๓ อย่าง คือ ผ้าสังฆาฏิ ๑ ผ้าอุตราสงค์ ๑ผ้าอันตรวาสก ๑.

ถ. การกราน สงเคราะห์ด้วยธรรมเท่าไร?

ต. การกราน สงเคราะห์ด้วยธรรมอย่างเดียว คือ เปล่งวาจา.

บาลี (สยามรัฐ)

กฐินสฺส กติ มูลานิ กติ วตฺถูนิ กติ ภูมิโย ฯ กฐินสฺส เอกํ มูลํ สงฺโฆ ฯ ตีณิ วตฺถูนิ สงฺฆาฏิ อุตฺตราสงฺโค อนฺตรวาสโก ฯ ฉ ภูมิโย โขมํ กปฺปาสิกํ โกเสยฺยํ กมฺพลํ สาณํ ภงฺคํ ฯ

ฉบับหลวง

มูลเหตุแห่งกฐินเป็นต้น

ถามว่า กฐินมีมูลเท่าไร? มีวัตถุเท่าไร? มีภูมิเท่าไร?

ตอบว่า กฐิน มีมูลอย่างเดียว คือ สงฆ์ มีวัตถุ ๓ คือ ผ้าสังฆาฏิ ๑ ผ้าอุตราสงค์๑ ผ้าอันตรวาสก ๑ มีภูมิ ๖ คือ ผ้าทำด้วยเปลือกไม้ ๑ ผ้าทำด้วยฝ้าย ๑ ผ้าทำด้วยไหม ๑ผ้าทำด้วยขนสัตว์ ๑ ผ้าทำด้วยป่าน ๑ ผ้าทำด้วยสัมภาระเจือกัน ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

กฐินสฺส โก อาทิ กึ มชฺเฌ กึ ปริโยสานํ ฯ กฐินสฺส ปุพฺพกรณํ อาทิ กิริยา มชฺเฌ อตฺถาโร ปริโยสานํ ฯ

ฉบับหลวง

เป็นต้นแห่งกฐินเป็นต้น

ถามว่า กฐิน มีอะไรเป็นเบื้องต้น? มีอะไรเป็นท่ามกลาง? มีอะไรเป็นที่สุด?

ตอบว่า กฐินมีบุพพกรณ์เป็นเบื้องต้น มีการทำเป็นท่ามกลาง มีการกรานเป็นที่สุด.

บาลี (สยามรัฐ)

กตีหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล อภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ กตีหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ ฯ อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล อภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ ฯ อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ กตเมหิ อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล อภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ ฯ ปุพฺพกรณํ น ชานาติ ปจฺจุทฺธารํ น ชานาติ อธิฏฺฐานํ น ชานาติ อตฺถารํ น ชานาติ มาติกํ น ชานาติ ปลิโพธํ น ชานาติ อุทฺธารํ น ชานาติ อานิสํสํ น ชานาติ ฯ อิเมหิ อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล อภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ ฯ กตเมหิ อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ ฯ ปุพฺพกรณํ ชานาติ ปจฺจุทฺธารํ ชานาติ อธิฏฺฐานํ ชานาติ อตฺถารํ ชานาติ มาติกํ ชานาติ ปลิโพธํ ชานาติ อุทฺธารํ ชานาติ อานิสํสํ ชานาติ ฯ อิเมหิ อฏฺฐหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ปุคฺคโล ภพฺโพ กฐินํ อตฺถริตุํ ฯ

ฉบับหลวง

องค์ของภิกษุผู้กรานกฐิน

ถามว่า ภิกษุประกอบด้วยองค์เท่าไร ไม่ควรกรานกฐิน? ภิกษุประกอบด้วยองค์เท่าไร ควรกรานกฐิน?

ตอบว่า ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ ไม่ควรกรานกฐิน ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ ควรกรานกฐิน.

ถ. ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นไฉน ไม่ควรกรานกฐิน?

ต. ภิกษุไม่รู้บุพพกรณ์ ๑ ไม่รู้การถอนผ้า ๑ ไม่รู้การอธิษฐานผ้า ๑ ไม่รู้การกราน ๑ไม่รู้มาติกา ๑ ไม่รู้ปลิโพธ ๑ ไม่รู้การเดาะกฐิน ๑ ไม่รู้อานิสงส์ ๑.

ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ ไม่ควรกรานกฐิน.

ถ. ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ เป็นไฉน ควรกรานกฐิน?

ต. ภิกษุรู้บุพพกรณ์ ๑ รู้การถอนผ้า ๑ รู้การอธิษฐานผ้า ๑ รู้การกราน ๑ รู้มาติกา๑ รู้ปลิโพธ ๑ รู้การเดาะกฐิน ๑ รู้อานิสงส์ ๑.

ภิกษุประกอบด้วยองค์ ๘ นี้ ควรกรานกฐิน.

การกรานกฐิน

พระวินัยปิฎก ปริวาร กฐินเภท การกรานกฐิน (ฉบับหลวง เล่ม ๘ · ฉบับมหาจุฬาฯ เล่ม ๘ · ฉบับมหามกุฏฯ เล่ม ๑๐ · ฉบับเฉลิมพระเกียรติ เล่ม ๘)

บาลี (สยามรัฐ)

กตีนํ ปุคฺคลานํ กฐินตฺถารา น รูหนฺติ กตีนํ ปุคฺคลานํ กฐินตฺถารา รูหนฺติ ฯ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กฐินตฺถารา น รูหนฺติ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กฐินตฺถารา รูหนฺติ ฯ กตเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กฐินตฺถารา น รูหนฺติ ฯ นิสฺสีมฏฺโฐ อนุโมทติ อนุโมทนฺโต น วาจํ ภินฺทติ วาจํ ภินฺทนฺโต น ปรํ วิญฺญาเปติ ฯ อิเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กฐินตฺถารา น รูหนฺติ ฯ กตเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กฐินตฺถารา รูหนฺติ ฯ สีมฏฺโฐ อนุโมทติ อนุโมทนฺโต วาจํ ภินฺทติ วาจํ ภินฺทนฺโต ปรํ วิญฺญาเปติ ฯ อิเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กฐินตฺถารา รูหนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ถามว่า บุคคลพวกไหนกรานกฐินไม่ขึ้น? บุคคลพวกไหนกรานกฐินขึ้น?

ตอบว่า บุคคล ๓ พวกกรานกฐินไม่ขึ้น บุคคล ๓ พวกกรานกฐินขึ้น.

ถ. บุคคล ๓ พวกเหล่าไหน กรานกฐินไม่ขึ้น.

ต. บุคคลอยู่นอกสีมาอนุโมทนา ๑ เมื่ออนุโมทนาไม่เปล่งวาจา ๑ เมื่อเปล่งวาจาไม่ให้ผู้อื่นรู้ ๑ บุคคล ๓ พวกเหล่านี้ กรานกฐินไม่ขึ้น.

ถ. บุคคล ๓ พวกเหล่าไหน กรานกฐินขึ้น?

ต. บุคคลอยู่ในสีมาอนุโมทนา ๑ เมื่ออนุโมทนาเปล่งวาจา ๑ เมื่อเปล่งวาจาให้ผู้อื่นรู้ ๑ บุคคล ๓ พวกนี้กรานกฐินขึ้น.

บาลี (สยามรัฐ)

กติ กฐินตฺถารา น รูหนฺติ กติ กฐินตฺถารา รูหนฺติ ฯ ตโย กฐินตฺถารา น รูหนฺติ ตโย กฐินตฺถารา รูหนฺติ ฯ กตเม ตโย กฐินตฺถารา น รูหนฺติ ฯ วตฺถุวิปนฺนญฺเจว โหติ กาลวิปนฺนญฺจ กรณวิปนฺนญฺจ ฯ อิเม ตโย กฐินตฺถารา น รูหนฺติ ฯ กตเม ตโย กฐินตฺถารา รูหนฺติ ฯ วตฺถุสมฺปนฺนญฺเจว โหติ กาลสมฺปนฺนญฺจ กรณสมฺปนฺนญฺจ ฯ อิเม ตโย กฐินตฺถารา รูหนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

วัตถุวิบัติเป็นต้น

ถามว่า การกรานกฐินเท่าไร ไม่ขึ้น? การกรานกฐินเท่าไร ขึ้น?

ตอบว่า การกรานกฐิน ๓ อย่าง ไม่ขึ้น การกรานกฐิน ๓ อย่าง ขึ้น.

ถ. การกรานกฐิน ๓ อย่างเหล่าไหน ไม่ขึ้น?

ต. ผ้าเป็นของวิบัติโดยวัตถุ ๑ วิบัติโดยกาล ๑ วิบัติโดยการกระทำ ๑ การกรานกฐิน๓ อย่างนี้ ไม่ขึ้น.

ถ. การกรานกฐิน ๓ อย่างเหล่าไหน ขึ้น?

ต. ผ้าเป็นของถึงพร้อมด้วยวัตถุ ๑ ถึงพร้อมด้วยกาล ๑ ถึงพร้อมด้วยการกระทำ ๑การกรานกฐิน ๓ อย่างนี้ ขึ้น.

บาลี (สยามรัฐ)

กฐินํ ชานิตพฺพํ กฐินตฺถาโร ชานิตพฺโพ กฐินสฺส อตฺถารมาโส ชานิตพฺโพ กฐินสฺส อตฺถารวิปตฺติ ชานิตพฺพา กฐินสฺส อตฺถารสมฺปตฺติ ชานิตพฺพา นิมิตฺตกมฺมํ ชานิตพฺพํ ปริกถา ชานิตพฺพา กุกฺกุกตํ ชานิตพฺพํ สนฺนิธิ ชานิตพฺพา นิสฺสคฺคิยํ ชานิตพฺพํ ฯ

ฉบับหลวง

ควรรู้กฐินเป็นต้น

พึงรู้จักกฐิน พึงรู้จักการกรานกฐิน พึงรู้จักเดือนที่กรานกฐิน พึงรู้จักวิบัติแห่งการกรานกฐิน พึงรู้จักสมบัติแห่งการกรานกฐิน พึงรู้จักการทำนิมิต พึงรู้จักการพูดเลียบเคียง พึงรู้จักผ้าที่ยืมเขามา พึงรู้จักผ้าที่เก็บไว้ค้างคืน พึงรู้จักผ้าที่เป็นนิสสัคคีย์.

บาลี (สยามรัฐ)

กฐินํ ชานิตพฺพนฺติ เตสญฺเญว ธมฺมานํ สงฺคโห สมวาโย นามํ นามกมฺมํ นามเธยฺยํ นิรุตฺติ พฺยญฺชนํ อภิลาโป ยทิทํ กฐินนฺติ ฯ กฐินสฺส อตฺถารมาโส ชานิตพฺโพติ วสฺสานสฺส ปจฺฉิโม มาโส ชานิตพฺโพ ฯ กฐินสฺส อตฺถารวิปตฺติ ชานิตพฺพาติ จตุวีสติยา อากาเรหิ กฐินสฺส อตฺถารวิปตฺติ ชานิตพฺพา ฯ กฐินสฺส อตฺถารสมฺปตฺติ ชานิตพฺพาติ สตฺตรสหิ อากาเรหิ กฐินสฺส อตฺถารสมฺปตฺติ ชานิตพฺพา ฯ นิมิตฺตกมฺมํ ชานิตพฺพนฺติ นิมิตฺตํ กโรติ อิมินา ทุสฺเสน กฐินํ อตฺถริสฺสามีติ ฯ ปริกถา ชานิตพฺพาติ ปริกถํ กโรติ อิมาย ปริกถาย กฐินทุสฺสํ นิพฺพตฺเตสฺสามีติ ฯ กุกฺกุกตํ ชานิตพฺพนฺติ อนาทิยทานํ ชานิตพฺพํ ฯ สนฺนิธิ ชานิตพฺพาติ เทฺว สนฺนิธิโย ชานิตพฺพา กรณสนฺนิธิ จ ๑ นิจยสนฺนิธิ จ ๑ ฯ นิสฺสคฺคิยํ ชานิตพฺพนฺติ กยิรมาเน อรุณํ อุทฺริยติ ๒ ฯ

ฉบับหลวง

วิภาคคำว่าพึงรู้จักกฐินเป็นต้น

คำว่า พึงรู้จักกฐิน นั้น ความว่า การรวบรวม การประชุมชื่อ การตั้งชื่อการเรียกชื่อ ภาษา พยัญชนะ การกล่าวธรรมเหล่านั้น รวมเรียกว่า กฐิน.

คำว่า พึงรู้จักเดือนที่กรานกฐิน คือ พึงรู้จักเดือนท้ายแห่งฤดูฝน.

คำว่า พึงรู้จักวิบัติแห่งการกรานกฐิน ได้แก่ พึงรู้จักวิบัติแห่งการกรานกฐิน ด้วยอาการ ๒๔ อย่าง.

คำว่า พึงรู้จักสมบัติแห่งการกรานกฐิน ได้แก่ พึงรู้จักสมบัติแห่งการกรานกฐินด้วยอาการ ๑๗ อย่าง.

คำว่า พึงรู้จักการทำนิมิต คือ ทำนิมิตว่า จักกรานกฐิน ด้วยผ้าผืนนี้.

คำว่า พึงรู้จักการพูดเลียบเคียง คือ ทำการพูดเลียบเคียงด้วยคิดว่า จักยังผ้ากฐินให้เกิด ด้วยการพูดเลียบเคียงนี้.

คำว่า พึงรู้จักผ้าที่ยืมเขามา คือรู้จักผ้าที่ทายกมิได้หยิบยกให้.

คำว่า พึงรู้จักผ้าที่เก็บไว้ค้างคืน คือ พึงรู้จักผ้าที่เก็บไว้ค้างคืน ๒ อย่าง คือทำค้างคืน ๑ เก็บไว้ค้างคืน ๑.

คำว่า พึงรู้จักผ้าเป็นนิสสัคคีย์ นั้น คือ เมื่อภิกษุกำลังทำผ้าอยู่อรุณขึ้นมา.

บาลี (สยามรัฐ)

กฐินตฺถาโร ชานิตพฺโพติ สเจ สงฺฆสฺส กฐินทุสฺสํ อุปฺปนฺนํ โหติ สงฺเฆน กถํ ปฏิปชฺชิตพฺพํ อตฺถารเกน กถํ ปฏิปชฺชิตพฺพํ อนุโมทเกน กถํ ปฏิปชฺชิตพฺพํ ฯ สงฺเฆน ญตฺติทุติเยน กมฺเมน กฐินตฺถารกสฺส ภิกฺขุโน ทาตพฺพํ ฯ เตน กฐินตฺถารเกน ภิกฺขุนา ตทเหว โธวิตฺวา วิมชฺชิตฺวา วิจาเรตฺวา ฉินฺทิตฺวา สิพฺเพตฺวา รชิตฺวา กปฺปํ กตฺวา กฐินํ อตฺถริตพฺพํ ฯ สเจ สงฺฆาฏิยา กฐินํ อตฺถริตุกาโม โหติ โปราณิกา สงฺฆาฏิ ปจฺจุทฺธริตพฺพา นวา สงฺฆาฏิ อธิฏฺฐาตพฺพา อิมาย สงฺฆาฏิยา กฐินํ อตฺถรามีติ วาจา ภินฺทิตพฺพา ฯ สเจ อุตฺตราสงฺเคน กฐินํ อตฺถริตุกาโม โหติ โปราณโก อุตฺตราสงฺโค ปจฺจุทฺธริตพฺโพ นโว อุตฺตราสงฺโค อธิฏฺฐาตพฺโพ อิมินา อุตฺตราสงฺเคน กฐินํ อตฺถรามีติ วาจา ภินฺทิตพฺพา ฯ

สเจ อนฺตรวาสเกน กฐินํ อตฺถริตุกาโม โหติ โปราณโก อนฺตรวาสโก ปจฺจุทฺธริตพฺโพ์ นโว อนฺตรวาสโก อธิฏฺฐาตพฺโพ อิมินา อนฺตรวาสเกน กฐินํ อตฺถรามีติ วาจา ภินฺทิตพฺพา ฯ เตน กฐินตฺถารเกน ภิกฺขุนา สงฺฆํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย อตฺถตํ ภนฺเต สงฺฆสฺส กฐินํ ธมฺมิโก กฐินตฺถาโร อนุโมทถาติ ฯ เตหิ อนุโมทเกหิ ภิกฺขูหิ เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย อตฺถตํ อาวุโส สงฺฆสฺส กฐินํ ธมฺมิโก กฐินตฺถาโร อนุโมทามาติ ฯ เตน กฐินตฺถารเกน ภิกฺขุนา สมฺพหุเล ภิกฺขู อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนียา อตฺถตํ ภนฺเต สงฺฆสฺส กฐินํ ธมฺมิโก กฐินตฺถาโร อนุโมทถาติ ฯ

เตหิ อนุโมทเกหิ ภิกฺขูหิ เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย อตฺถตํ อาวุโส สงฺฆสฺส กฐินํ ธมฺมิโก กฐินตฺถาโร อนุโมทามาติ ฯ เตน กฐินตฺถารเกน ภิกฺขุนา เอกํ ภิกฺขุํ อุปสงฺกมิตฺวา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย อตฺถตํ อาวุโส สงฺฆสฺส กฐินํ ธมฺมิโก กฐินตฺถาโร อนุโมทาหีติ ฯ เตน อนุโมทเกน ภิกฺขุนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา อญฺชลึ ปคฺคเหตฺวา เอวมสฺส วจนีโย อตฺถตํ อาวุโส สงฺฆสฺส กฐินํ ธมฺมิโก กฐินตฺถาโร อนุโมทามีติ ฯ

๑ ม. วา ฯ ๒ ม. อุฏฺฐหติ ฯ

ฉบับหลวง

อธิบายการกรานกฐิน

คำว่า พึงรู้จักการกรานกฐิน นั้น มีอธิบายว่า ถ้าผ้ากฐินบังเกิดแก่สงฆ์

สงฆ์พึงปฏิบัติอย่างไร? ภิกษุผู้กรานพึงปฏิบัติอย่างไร? ภิกษุผู้อนุโมทนาพึงปฏิบัติอย่างไร?

สงฆ์พึงให้ผ้ากฐินแก่ภิกษุผู้กรานกฐินด้วยญัตติทุติยกรรม.

ภิกษุผู้กรานกฐินนั้น พึงซักขยำให้สะอาดแล้ว กะ ตัด เย็บ ย้อม ทำพินทุกัปปะแล้วกรานกฐินในวันนั้นเทียว ถ้าประสงค์จะกรานกฐินด้วยผ้าสังฆาฏิ พึงถอนผ้าสังฆาฏิผืนเก่าเสีย พึงอธิษฐานผ้าสังฆาฏิผืนใหม่ เปล่งวาจาว่า ข้าพเจ้ากรานกฐินด้วยผ้าสังฆาฏิผืนนี้, ถ้าประสงค์จะกรานกฐินด้วยผ้าอุตราสงค์ พึงถอนผ้าอุตราสงค์ผืนเก่าเสีย พึงอธิษฐานผ้าอุตราสงค์ผืนใหม่ เปล่งวาจาว่า ข้าพเจ้ากรานกฐินด้วยผ้าอุตราสงค์ผืนนี้, ถ้าประสงค์จะกรานกฐินด้วยผ้าอันตรวาสก พึงถอนผ้าอันตรวาสกผืนเก่าเสีย พึงอธิษฐานผ้าอันตรวาสกผืนใหม่ เปล่งวาจาว่าข้าพเจ้ากรานกฐินด้วยผ้าอันตรวาสกผืนนี้.

อันภิกษุผู้กรานกฐินนั้น พึงเข้าไปหาสงฆ์ ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ประคองอัญชลีกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านเจ้าข้า กฐินของสงฆ์กรานแล้ว การกรานกฐินเป็นธรรม ขอท่านทั้งหลายอนุโมทนาเถิด.

ภิกษุผู้อนุโมทนาเหล่านั้น พึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ประคองอัญชลี กล่าวอย่างนี้ว่า ผู้มีอายุ กฐินของสงฆ์กรานแล้ว การกรานกฐินเป็นธรรม เราทั้งหลายอนุโมทนา.

ภิกษุผู้กรานกฐินนั้น พึงเข้าไปหาภิกษุหลายรูป ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ประคองอัญชลีกล่าวอย่างนี้ว่า ท่านเจ้าข้า กฐินของสงฆ์กรานแล้ว การกรานกฐินเป็นธรรม ขอท่านทั้งหลายอนุโมทนาเถิด.

ภิกษุผู้อนุโมทนาเหล่านั้น พึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ประคองอัญชลีกล่าวอย่างนี้ว่าผู้มีอายุ กฐินของสงฆ์กรานแล้ว การกรานกฐินเป็นธรรม เราทั้งหลายอนุโมทนา.

ภิกษุผู้กรานกฐินนั้น พึงเข้าไปหาภิกษุรูปหนึ่ง ห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ประคองอัญชลีกล่าวอย่างนี้ว่า ผู้มีอายุ กฐินของสงฆ์กรานแล้ว การกรานกฐินเป็นธรรม ขอท่านอนุโมทนาเถิด.

ภิกษุผู้อนุโมทนานั้น พึงห่มผ้าอุตราสงค์เฉวียงบ่า ประคองอัญชลีกล่าวอย่างนี้ว่า ผู้มีอายุ กฐินของสงฆ์กรานแล้ว การกรานกฐินเป็นธรรม ข้าพเจ้าอนุโมทนา.

บาลี (สยามรัฐ)

สงฺโฆ กฐินํ อตฺถรติ คโณ กฐินํ อตฺถรติ ปุคฺคโล กฐินํ อตฺถรตีติ ฯ น สงฺโฆ กฐินํ อตฺถรติ น คโณ กฐินํ อตฺถรติ ปุคฺคโล กฐินํ อตฺถรตีติ ฯ หญฺจิ น สงฺโฆ กฐินํ อตฺถรติ น คโณ กฐินํ อตฺถรติ ปุคฺคโล กฐินํ อตฺถรติ สงฺฆสฺส อนตฺถตํ โหติ กฐินํ คณสฺส อนตฺถตํ โหติ กฐินํ ปุคฺคลสฺส อตฺถตํ โหติ กฐินํ ฯ สงฺโฆ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสติ คโณ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสติ ปุคฺคโล ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสฺสตีติ ฯ น สงฺโฆ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสติ น คโณ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสติ ปุคฺคโล ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสตีติ ฯ หญฺจิ น สงฺโฆ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสติ น คโณ ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสติ ปุคฺคโล ปาติโมกฺขํ อุทฺทิสติ สงฺฆสฺส อนุทฺทิฏฺฐํ โหติ ปาติโมกฺขํ คณสฺส อนุทฺทิฏฺฐํ โหติ ปาติโมกฺขํ ปุคฺคลสฺส อุทฺทิฏฺฐํ โหติ ปาติโมกฺขํ ฯ สงฺฆสฺส สามคฺคิยา คณสฺส สามคฺคิยา ปุคฺคลสฺส อุทฺเทสา สงฺฆสฺส อุทฺทิฏฺฐํ โหติ ปาติโมกฺขํ คณสฺส อุททิฏฺฐํ โหติ ปาติโมกฺขํ ปุคฺคลสฺส อุทฺทิฏฺฐํ โหติ ปาติโมกฺขํ ฯ เอวเมว น สงฺโฆ กฐินํ อตฺถรติ น คโณ กฐินํ อตฺถรติ ปุคฺคโล กฐินํ อตฺถรติ สงฺฆสฺส อนุโมทนาย คณสฺส อนุโมทนาย ปุคฺคลสฺส อตฺถารา สงฺฆสฺส อตฺถตํ โหติ กฐินํ คณสฺส อตฺถตํ โหติ กฐินํ ปุคฺคลสฺส อตฺถตํ โหติ กฐินนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

กรานกฐิน

ถามว่า สงฆ์กรานกฐิน คณะกรานกฐิน บุคคลกรานกฐิน หรือ?

ตอบว่า สงฆ์หาได้กรานกฐินไม่ คณะหาได้กรานกฐินไม่ แต่บุคคลกรานกฐิน. ถ้าสงฆ์หาได้กรานกฐินไม่ คณะหาได้กรานกฐินไม่ แต่บุคคลกรานกฐิน ได้ชื่อว่า สงฆ์ไม่ได้กรานกฐิน คณะไม่ได้กรานกฐิน แต่บุคคลกรานกฐิน.

ถ. สงฆ์สวดปาติโมกข์ คณะสวดปาติโมกข์ บุคคลสวดปาติโมกข์ หรือ?

ต. สงฆ์หาได้สวดปาติโมกข์ไม่ คณะหาได้สวดปาติโมกข์ไม่ แต่บุคคลสวดปาติโมกข์,สงฆ์หาได้สวดปาติโมกข์ไม่ คณะหาได้สวดปาติโมกข์ไม่ แต่บุคคลสวดปาติโมกข์ ได้ชื่อว่าสงฆ์ไม่ได้สวดปาติโมกข์ คณะไม่ได้สวดปาติโมกข์ แต่บุคคลสวดปาติโมกข์. หรือ เพราะความสามัคคีแห่งสงฆ์ เพราะความสามัคคีแห่งคณะ เพราะบุคคลสวด ได้ชื่อว่า สงฆ์สวดปาติโมกข์ คณะสวดปาติโมกข์ บุคคลสวดปาติโมกข์ ฉันใด, สงฆ์หาได้กรานกฐินไม่ คณะหาได้กรานกฐินไม่ แต่บุคคลกรานกฐิน, เพราะสงฆ์อนุโมทนา เพราะคณะอนุโมทนา เพราะบุคคลกราน ได้ชื่อว่า สงฆ์กรานกฐิน คณะกรานกฐิน บุคคลกรานกฐิน ฉันนั้นเหมือนกัน.

บาลี (สยามรัฐ)

ปกฺกมนนฺติโก กฐินุทฺธาโร

วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา

เอตญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ

กตโม ปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ ฯ

ปกฺกมนนฺติโก กฐินุทฺธาโร

วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา

เอตญฺจ ตาหํ วิสฺสชฺชิสฺสํ

จีวรปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ

ตสฺส สห พหิสีมคมนา อาวาสปลิโพโธ ฉิชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

แก้ปัญหาปลิโพธในมาติกา ๘

ท่านมหากัสสปถามว่า การเดาะกฐินมีการหลีกไปเป็นที่สุดอันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่านถึงการเดาะกฐินนั่น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน?

ท่านพระอุบาลีตอบว่า การเดาะกฐินมีการหลีกไปเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่า จักทิ้งอาวาสนี้เสียละ ปลิโพธในจีวรขาดก่อน, ปลิโพธในอาวาสขาดพร้อมกับภิกษุนั้นไปนอกสีมา.

บาลี (สยามรัฐ)

นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร

วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา

เอตญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ

กตโม ปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ ฯ

นิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร

วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา

เอตญฺจ ตาหํ วิสฺสชฺชิสฺสํ

อาวาสปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ

จีวเร นิฏฺฐิเต จีวรปลิโพโธ ฉิชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

ม. การเดาะกฐินมีการทำเสร็จเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่าน ถึงการเดาะกฐินนั่น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน?

อุ. การเดาะกฐินมีการทำเสร็จเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่าจักทิ้งอาวาสนี้เสียละ ปลิโพธในอาวาสขาดก่อน เมื่อจีวรสำเร็จ ปลิโพธในจีวรขาด.

บาลี (สยามรัฐ)

สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร

วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา

เอตญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ

กตโม ปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ ฯ

สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กฐินุทฺธาโร

วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา

เอตญฺจ ตาหํ วิสฺสชฺชิสฺสํ

เทฺว ปลิโพธา อปุพฺพํ อจริมํ ฉิชฺชนฺติ ฯ

ฉบับหลวง

ม. การเดาะกฐินมีการตกลงใจเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่านถึงการเดาะกฐินนั่น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน?

อุ. การเดาะกฐินมีการตกลงใจเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกขุหลีกไปด้วยคิดว่าจักทิ้งอาวาสนี้เสียละ ปลิโพธ ๒ อย่าง ขาดพร้อมกัน.

บาลี (สยามรัฐ)

นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร

วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา

เอตญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ

กตโม ปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ ฯ

นาสนนฺติโก กฐินุทฺธาโร

วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา

เอตญฺจ ตาหํ วิสฺสชฺชิสฺสํ

อาวาสปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ

จีวเร นฏฺเฐ จีวรปลิโพโธ ฉิชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

ม. การเดาะกฐินมีความเสียเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่านถึงการเดาะกฐินนั่น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน?

อุ. การเดาะกฐินมีการเสียเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่าจักทิ้งอาวาสนี้เสียละ ปลิโพธในอาวาสขาดก่อน ปลิโพธในจีวรขาดเมื่อจีวรเสียหาย.

บาลี (สยามรัฐ)

สวนนฺติโก กฐินุทฺธาโร

วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา

เอตญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ

กตโม ปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ ฯ

สวนนฺติโก กฐินุทฺธาโร

วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา

เอตญฺจ ตาหํ วิสฺสชฺชิสฺสํ

จีวรปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ

ตสฺส สห สวเนน อาวาสปลิโพโธ ฉิชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

ม. การเดาะกฐินมีการฟังเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่านถึงการเดาะกฐินนั่น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน

อุ. การเดาะกฐินมีการฟังเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่าจักทิ้งอาวาสนี้เสียละ ปลิโพธในจีวรขาดก่อน ปลิโพธในอาวาสขาดพร้อมกับการฟังของภิกษุนั้น.

บาลี (สยามรัฐ)

อาสาวจฺเฉทิโก กฐินุทฺธาโร

วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา

เอตญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ

กตโม ปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ ฯ

อาสาวจฺเฉทิโก กฐินุทฺธาโร

วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา

เอตญฺจ ตาหํ วิสฺสชฺชิสฺสํ

อาวาสปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ

จีวราสาย อุปจฺฉินฺนาย จีวรปลิโพโธ ฉิชฺชติ ฯ

ฉบับหลวง

ม. การเดาะกฐินมีความสิ้นหวังเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่าน ถึงการเดาะกฐินนั่น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน?

อุ. การเดาะกฐินมีความสิ้นหวังเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่าจักทิ้งอาวาสนี้เสียละ ปลิโพธในอาวาสขาดก่อน ปลิโพธในจีวรขาดต่อเมื่อสิ้นความหวังในจีวรแล้ว.

บาลี (สยามรัฐ)

สีมาติกฺกนฺติโก ๑ กฐินุทฺธาโร

วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา

เอตญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ

กตโม ปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ ฯ

สีมาติกฺกนฺติโก ๑ กฐินุทฺธาโร

วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา

เอตญฺจ ตาหํ วิสฺสชฺชิสฺสํ

จีวรปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ

ตสฺส พหิสีมคตสฺส ๒ อาวาสปลิโพโธ ฉิชฺชติ ฯ

๑ ม. สีมาติกฺกมนนฺติโก ฯ

ฉบับหลวง

ม. การเดาะกฐินมีการก้าวล่วงสีมาเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่าน ถึงการเดาะกฐินนั่น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน?

อุ. การเดาะกฐินมีการก้าวล่วงสีมาเป็นที่สุด อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่า จักทิ้งอาวาสนี้เสียละ ปลิโพธในจีวรขาดก่อน ปลิโพธในอาวาสขาดเมื่อภิกษุนั้นไปนอกสีมา.

บาลี (สยามรัฐ)

สหุพฺภาโร กฐินุทฺธาโร

วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา

เอตญฺจ ตาหํ ปุจฺฉามิ

กตโม ปลิโพโธ ปฐมํ ฉิชฺชติ ฯ

สหุพฺภาโร กฐินุทฺธาโร

วุตฺโต อาทิจฺจพนฺธุนา

เอตญฺจ ตาหํ วิสฺสชฺชิสฺสํ

เทฺว ปลิโพธา อปุพฺพํ อจริมํ ฉิชฺชนฺตีติ ฯ

ฉบับหลวง

ม. การเดาะกฐินมีการเดาะพร้อมกัน อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็ข้าพเจ้าขอถามท่านถึงการเดาะกฐินนั่น ปลิโพธอย่างไหนขาดก่อน?

อุ. การเดาะกฐินมีการเดาะพร้อมกัน อันพระสุคตเจ้าผู้เป็นเผ่าพันธุ์แห่งพระราชาผู้สูงศักดิ์ตรัสไว้แล้ว ก็เมื่อภิกษุหลีกไปด้วยคิดว่าจักทิ้งอาวาสนี้เสียละ ปลิโพธทั้ง ๒ ขาดพร้อมกัน.

บาลี (สยามรัฐ)

กติ กฐินุทฺธารา สงฺฆาธีนา กติ กฐินุทฺธารา8 ปุคฺคลาธีนา กติ กฐินุทฺธารา เนว สงฺฆาธีนา น ปุคฺคลาธีนา ฯ เอโก กฐินุทฺธาโร สงฺฆาธีโน อนฺตรุพฺภาโร ฯ จตฺตาโร กฐินุทฺธารา ปุคฺคลาธีนา ปกฺกมนนฺติโก นิฏฺฐานนฺติโก สนฺนิฏฺฐานนฺติโก สีมาติกฺกนฺติโก ฯ จตฺตาโร กฐินุทฺธารา เนว สงฺฆาธีนา น ปุคฺคลาธีนา นาสนนฺติโก สวนนฺติโก อาสาวจฺเฉทิโก สหุพฺภาโร ฯ

๑ ม. สีมาติกฺกมนฺติโก ฯ

ฉบับหลวง

การเดาะกฐิน

ถามว่า การเดาะกฐินที่สงฆ์เป็นใหญ่มีเท่าไร? การเดาะกฐินที่บุคคลเป็นใหญ่มีเท่าไร? การเดาะกฐินที่สงฆ์ไม่เป็นใหญ่บุคคลไม่เป็นใหญ่มีเท่าไร?

ตอบว่า การเดาะกฐินที่สงฆ์เป็นใหญ่มีอย่างเดียว คือ การเดาะในระหว่าง.

การเดาะกฐินที่บุคคลเป็นใหญ่มี ๔ อย่าง คือ เดาะกฐินมีการหลีกไปเป็นที่สุด ๑ มีการทำเสร็จเป็นที่สุด ๑ มีความตกลงใจเป็นที่สุด ๑ มีความก้าวล่วงสีมาเป็นที่สุด ๑.

การเดาะกฐินที่สงฆ์ไม่เป็นใหญ่ ที่บุคคลไม่เป็นใหญ่มี ๔ อย่าง คือการเดาะกฐินมีการเสียเป็นที่สุด ๑ มีการฟังเป็นที่สุด ๑ มีความสิ้นหวังเป็นที่สุด ๑ มีการเดาะกฐินพร้อมกัน ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

กติ กฐินุทฺธารา อนฺโตสีมาย อุทฺธริยนฺติ กติ กฐินุทฺธารา พหิสีมาย อุทฺธริยนฺติ ๑ กติ กฐินุทฺธารา สิยา อนฺโตสีมาย อุทฺธริยนฺติ สิยา พหิสีมาย อุทฺธริยนฺติ ๑ ฯ เทฺว กฐินุทฺธารา อนฺโตสีมาย อุทฺธริยนฺติ อนฺตรุพฺภาโร สหุพฺภาโร ฯ ตโย กฐินุทฺธารา พหิสีมาย อุทฺธริยนฺติ ๑ ปกฺกมนนฺติโก สวนนฺติโก สีมาติกฺกนฺติโก ฯ จตฺตาโร กฐินุทฺธารา สิยา อนฺโตสีมาย อุทฺธริยนฺติ สิยา พหิสีมาย อุทฺธริยนฺติ ๑ นิฏฺฐานนฺติโก สนฺนิฏฺฐานนฺติโก นาสนนฺติโก อาสาวจฺเฉทิโก ฯ

ฉบับหลวง

การเดาะกฐินภายในสีมาเป็นต้น

ถามว่า การเดาะกฐินเท่าไร เดาะภายในสีมา? การเดาะกฐินเท่าไร เดาะภายนอกสีมา? การเดาะกฐินเท่าไร บางอย่างเดาะภายในสีมา บางอย่างเดาะภายนอกสีมา?

ตอบว่า การเดาะกฐิน ๒ อย่าง เดาะภายในสีมา คือ เดาะในระหว่าง ๑ เดาะพร้อมกัน ๑.

การเดาะกฐิน ๓ อย่าง เดาะภายนอกสีมา คือ การเดาะกฐินมีความหลีกไปเป็นที่สุด๑ มีความฟังเป็นที่สุด ๑ มีความก้าวล่วงสีมาเป็นที่สุด ๑.

การเดาะกฐิน ๔ อย่าง บางอย่างเดาะภายในสีมา บางอย่างเดาะภายนอกสีมา คือการเดาะกฐินมีการทำเสร็จเป็นที่สุด ๑ มีความตกลงใจเป็นที่สุด ๑ มีความเสียเป็นที่สุด ๑ มีความสิ้นหวังเป็นที่สุด ๑.

บาลี (สยามรัฐ)

กติ กฐินุทฺธารา เอกุปฺปาทา เอกนิโรธา กติ กฐินุทฺธารา เอกุปฺปาทา นานานิโรธา ฯ เทฺว กฐินุทฺธารา เอกุปฺปาทา เอกนิโรธา อนฺตรุพฺภาโร สหุพฺภาโร ฯ อวเสสา กฐินุทฺธารา เอกุปฺปาทา นานานิโรธาติ ฯ

กฐินเภทํ ๒ นิฏฺฐิตํ ฯ

ฉบับหลวง

การเดาะกฐินเกิดขึ้นพร้อมกันเป็นต้น

ถามว่า การเดาะกฐินเท่าไร เกิดด้วยกัน ดับด้วยกัน? การเดาะกฐินเท่าไร เกิดด้วยกัน ดับต่างกัน?

ตอบว่า การเดาะกฐิน ๒ อย่างที่เกิดด้วยกัน ดับด้วยกัน คือ เดาะในระหว่าง ๑เดาะพร้อมกัน ๑.

การเดาะกฐินนอกนั้น เกิดด้วยกัน ดับต่างกัน.

กฐินเภท จบ

----------------

บาลี (สยามรัฐ)

ตสฺสุทฺทานํ

กสฺส กินฺติ ปณฺณรส ธมฺมา นิทานเหตุปจฺจยา

สงฺคหมูลมาทิ จ อฏฺฐปุคฺคลเภทา

ติณฺณํ ตโย ชานิตพฺพา อตฺถารอุทฺเทเสน จ

ปลิโพธาธินา สีมา จ อุปฺปาทนิโรเธน จาติ ๓ ฯ

ปริวารํ นิฏฺฐิตํ ฯ

๑ ม. ยุ. อุทฺธริยฺยนฺติ ฯ ๒ ม. ยุ. กฐินเภโท นิฏฺฐิโต ฯ

๓ มรมฺมร ยุโรปิยโปตฺถเกสุ อาคตุทฺทานํ เยภุยฺเยน วิสทิสํ โหติ ฯ อิจฺฉนฺเตน

ตตฺถ โอโลเกตพฺพํ ฯ

ฉบับหลวง

หัวข้อประจำเรื่อง

ใคร ด้วยอย่างไร ธรรม ๑๕ อย่าง นิทาน เหตุ ปัจจัย สงเคราะห์ มูลเบื้องต้น ประเภท บุคคล ๘ บุคคล ๓ การเดาะกฐิน ๓ พึงรู้ การกราน การสวด ปลิโพธเป็นใหญ่ สีมา เกิดขึ้นและดับ.

ปริวาร จบ

จบ กฐินเภท