พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๙
ญาณัง อนารัมมณันติกถา เล่ม ๓๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๓๓๘–๑๓๔๒ (Royal Thai)5/12 in วรรคที่ ๙4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๙ ญาณัง อนารัมมณันติกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 37, pp. 659–663
ป. ปุถุชนเมื่อจิตที่เป็นกุศลและอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า “เป็นผู้มีอนุสัย” หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. อารมณ์ของอนุสัยเหล่านั้นมีอยู่หรือ ?
ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ป. ถ้าอย่างนั้น อนุสัยก็ต้องเป็นสภาวธรรมรับเอารมณ์ไม่ได้
{๑๓๓๗} ป. ปุถุชนเมื่อจิตเป็นที่กุศลและอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า “เป็นผู้มีราคะ” หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. อารมณ์ของราคะนั้นมีอยู่หรือ ?
ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ป. ถ้าอย่างนั้น ราคะก็ต้องเป็นสภาวธรรมรับอารมณ์ไม่ได้
จบ อนุสยาอนารัมมณาติกถา
(๘๘) ๕. ญาณังอนารัมมณันติกถา
ว่าด้วยเรื่องญาณของพระอรหันต์รับรู้อารมณ์ไม่ได้
{๑๓๓๘} [๕๕๗] สกวาทีถามว่า ญาณเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะ ซึ่งมีความเห็นว่า พระอรหันต์ผู้สมบูรณ์ด้วยจักขุวิญญาณ เรียกว่าผู้มีญาณ ในขณะที่ตาเห็นรูป ญาณของพระอรหันต์นั้นไม่มีอารมณ์ เพราะฉะนั้น ญาณของพระอรหันต์จึงไม่สามารถรับรู้อารมณ์ได้ (อภิ.ปญจ.อ. ๒๔๕)
ส. ญาณนั้นเป็นรูป เป็นนิพพาน เป็นจักขายตนะ ... เป็นโผฏฐัพพายตนะหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ญาณเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ สัมมาทิฏฐิ ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ปัญญา ปัญญินทรีย์ ปัญญาพละ สัมมาทิฏฐิ ธัมมวิจยสัมโพชฌงค์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ญาณเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๓๓๙} ส. ญาณเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. นับเนื่องในขันธ์ไหน ?
ป. นับเนื่องในสังขารขันธ์
ส. สังขารขันธ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. สังขารขันธ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๓๔๐} ส. ญาณนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ปัญญานับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ปัญญานับเนื่องในสังขารขันธ์ และเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ญาณนับเนื่องในสังขารขันธ์ และเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๓๔๑} ส. ญาณนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้ ส่วนปัญญานับเนื่องในสังขารขันธ์ และเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สังขารขันธ์ส่วนหนื่งเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้ แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. สังขารขันธ์ส่วนหนึ่งเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้ แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์ส่วนหนึ่งเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้ แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๓๔๒} [๕๕๘] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “ญาณเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้”หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. พระอรหันต์ผู้พรั่งพร้อมด้วยจักขุวิญญาณท่านยอมรับว่า “เป็นผู้มีญาณ” หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. อารมณ์ของญาณนั้นมีอยู่หรือ ?
ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ป. ถ้าอย่างนั้น ญาณก็ต้องเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้
ป. พระอรหันต์ผู้พรั่งพร้อมด้วยจักขุวิญญาณท่านยอมรับว่า “เป็นผู้<*>ปัญญา” หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. อารมณ์ของปัญญานั้นมีอยู่หรือ ?
ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ป. ถ้าอย่างนั้น ปัญญาก็ต้องเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้
จบ ญาณังอนารัมมณันติกถา
- ผู้มี - ผู้รวบรวม
(๘๙) ๖. อตีตานาคตารัมมณกถา
ว่าด้วยเรื่องจิตที่มีอดีตและอนาคตเป็นอารมณ์รับรู้อารมณ์ไม่ได้
{๑๓๔๓} [๕๕๙] สกวาทีถามว่า จิตที่มีอดีตเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ส. จิตมีอดีตเป็นอารมณ์ มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าจิตมีอดีตเป็นอารมณ์ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “จิตที่มีอดีตเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้” การยอมรับว่า “จิตที่มีอดีตเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้” ดังนี้จึงผิด ก็หรือ หากว่าจิตเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “จิตมีอดีตเป็นอารมณ์” การยอมรับว่า “จิตที่เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้มีอดีตเป็นอารมณ์” ดังนี้จึงผิด{๑๓๔๔} ส. จิตที่มีอดีตเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ความนึก ... ความตั้งใจปรารภอดีตมีอยู่มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าความนึก ... ความตั้งใจปรารภอดีตมีอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “จิตที่มีอดีตเป็นอารมณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้”
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอุตตราปถกะ ซึ่งมีความเห็นว่า จิตที่มีสภาวะที่เป็นอดีตและอนาคตไม่สามารถรับรู้อารมณ์ได้ โดยให้เหตุผลว่า เพราะเหตุที่อดีตและอนาคตไม่มี ฉะนั้นจิตที่มีอดีตและอนาคตเป็นอารมณ์ก็ต้องรับรู้อารมณ์ไม่ได้เพราะไม่มีอารมณ์ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๔๕)
End of ญาณัง อนารัมมณันติกถา