พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๙
อนุสยา อนารัมมณาติกถา เล่ม ๓๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๓๒๗–๑๓๓๗ (Royal Thai)4/12 in วรรคที่ ๙4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๙ อนุสยา อนารัมมณาติกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 37, pp. 654–659
(๘๗) ๔. อนุสยาอนารัมมณาติกถา
ว่าด้วยเรื่องอนุสัยกิเลสรับรู้อารมณ์ไม่ได้
{๑๓๒๗} [๕๕๔] สกวาทีถามว่า อนุสัยเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ส. อนสัย<*>เป็นรูป เป็นนิพพาน เป็นจักขายตนะ ... เป็นโผฏฐัพพายตนะหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๓๒๘} ส. กามราคานุสัยเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กามราคะ (ความกำหนัดในกาม) กามราคปริยุฏฐาน (กิเลสเครื่องกุล้ม<**>รุมจิตคือกามราคะ) กามราคสังโยชน์ (กิเลสเครื่องประกอบสัตว์ไว้ในภพคือกามราคะ) กาโมฆะ (กิเลสดุจห้วงนํ้าหลากใจสัตว์คือกาม) กามโยคะ (กิเลสเครื่องประกอบคือกาม) กามฉันทนิวรณ์ (กิเลสเครื่องกั้นจิตมิให้บรรลุความดีคือความพอใจในกาม) เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. กามราคะ กามราคปริยุฏฐาน กามราคสังโยชน์ กาโมฆะ กามโยคะ กามฉันทนิวรณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะและอุตตราปถกะบางพวก ซึ่งมีความเห็นว่า อนุสัย (กิเลสที่นอนเนื่องในสันดาน ๗ อย่าง คือ กามราคะ ปฏิฆะ มานะ ทิฏฐิ วิจิกิจฉา ภวราคะ และอวิชชา) เป็นสภาวธรรมที่วิปปยุตจากจิต เป็นอเหตุกะ เป็นอัพยากฤต ดังนั้น จึงไม่สามารถรับรู้อารมณ์ได้ ซึ่งต่างจากความเห็นของฝ่ายสกวาทีที่เห็นตรงกันข้าม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๔๔)
- อนุสัย - ผู้รวบรวม
- กลุ้ม - ผู้รวบรวม
ส. กามราคานุสัยเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๓๒๙} ส. กามราคานุสัยเป็นธรรมไม่มีอารมณ์หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. นับเนื่องในขันธ์ไหน ?
ป. นับเนื่องในสังขารขันธ์
ส. สังขารขันธ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. สังขารขันธ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๓๓๐} ส. กามราคานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กามราคะนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. กามราคะนับเนื่องในสังขารขันธ์ และเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กามราคานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ และเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๓๓๑} ส. กามราคานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้ ส่วนกามราคะนับเนื่องในสังขารขันธ์ และเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สังขารขันธ์ส่วนหนึ่งเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้ แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. สังขารขันธ์ส่วนหนึ่งเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้ แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์ส่วนหนึ่งเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้ แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๓๓๒} [๕๕๕] ส. ปฏิฆานุสัย มานานุสัย ทิฏฐานุสัย วิจิกิจฉานุสัย ภวราคานุสัย อวิชชานุสัยเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ อวิชชานุสัย อวิชชาปริยุฏฐาน อวิชชาสังโยชน์ อวิชชานิวรณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. อวิชชา อวิชโชฆะ อวิชชาโยคะ ... อวิชชานิวรณ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อวิชชานุสัยเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๓๓๓} ส. อวิชชานุสัยเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. นับเนื่องในขันธ์ไหน ?
ป. นับเนื่องในสังขารขันธ์
ส. สังขารขันธ์เป็นธรรมไม่มีอารมณ์หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. สังขารขันธ์เป็นธรรมไม่มีอารมณ์หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๓๓๔} ส. อวิชชานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อวิชชานับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. อวิชชานับเนื่องในสังขารขันธ์ และเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. อวิชชานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ และเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๓๓๕} ส. อวิชชานุสัยนับเนื่องในสังขารขันธ์ แต่เป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้ ส่วนอวิชชานับเนื่องในสังขารขันธ์ และเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สังขารขันธ์ส่วนหนึ่งเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้ แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. สังขารส่วนหนึ่งเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ได้ แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เวทนาขันธ์ สัญญาขันธ์ วิญญาณขันธ์ส่วนหนึ่งเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ แต่อีกส่วนหนึ่งเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๓๓๖} [๕๕๖] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “อนุสัยเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้” หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ปุถุชนเมื่อจิตที่เป็นกุศลและอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า “เป็นผู้มีอนุสัย” หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. อารมณ์ของอนุสัยเหล่านั้นมีอยู่หรือ ?
ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ป. ถ้าอย่างนั้น อนุสัยก็ต้องเป็นสภาวธรรมรับเอารมณ์ไม่ได้
{๑๓๓๗} ป. ปุถุชนเมื่อจิตเป็นที่กุศลและอัพยากฤตเป็นไปอยู่ ท่านยอมรับว่า “เป็นผู้มีราคะ” หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. อารมณ์ของราคะนั้นมีอยู่หรือ ?
ส. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ป. ถ้าอย่างนั้น ราคะก็ต้องเป็นสภาวธรรมรับอารมณ์ไม่ได้
จบ อนุสยาอนารัมมณาติกถา
(๘๘) ๕. ญาณังอนารัมมณันติกถา
ว่าด้วยเรื่องญาณของพระอรหันต์รับรู้อารมณ์ไม่ได้
{๑๓๓๘} [๕๕๗] สกวาทีถามว่า ญาณเป็นสภาวธรรมรับรู้อารมณ์ไม่ได้หรือ ?
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะ ซึ่งมีความเห็นว่า พระอรหันต์ผู้สมบูรณ์ด้วยจักขุวิญญาณ เรียกว่าผู้มีญาณ ในขณะที่ตาเห็นรูป ญาณของพระอรหันต์นั้นไม่มีอารมณ์ เพราะฉะนั้น ญาณของพระอรหันต์จึงไม่สามารถรับรู้อารมณ์ได้ (อภิ.ปญจ.อ. ๒๔๕)
End of อนุสยา อนารัมมณาติกถา