พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๗
ปฐวีกัมมวิปาโกติกถา เล่ม ๓๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๑๕๘–๑๑๖๘ (Royal Thai)7/10 in วรรคที่ ๗4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๗ ปฐวีกัมมวิปาโกติกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 37, pp. 564–569
ทำกิจแทนเรา ๑ วงศ์ตระกูลจักดำรงอยู่ได้นาน ๑ บุตรจักปกครองทรัพย์มรดก ๑ เมื่อเราทำกาละ ล่วงลับไปแล้ว บุตรจักบำเพ็ญทักษิณาทานให้ ๑ มารดาบิดาผู้ฉลาดเล็งเห็นฐานะ ๕ ประการนี้ จึงปรารถนาบุตร
ฉะนั้น บุตรผู้เป็นสัตบุรุษ ผู้สงบ เป็นคนกตัญญูกตเวที เมื่อระลึกถึงบุรพคุณของท่าน จึงเลี้ยงมารดาบิดา ทำกิจแทนท่าน เชื่อฟังโอวาท เลี้ยงสนองพระคุณท่านสมกับที่ท่านเป็นบุรพการี ดำรงวงศ์ตระกูล บุตรผู้มีศรัทธาถึงพร้อมด้วยศีล ย่อมเป็นที่สรรเสริญทั่วไป” ดังนี้ มีพระสูตรอยู่จริง มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น บุคคลผู้ไปสู่ปรโลกก็ต้องยังอัตภาพให้เป็นไปได้ในปรโลกนั้นด้วยทานอันบุคคลให้แล้วจากโลกนี้
จบ อิโตทินนกถา
(๖๙) ๗. ปฐวีกัมมวิปาโกตกถา
ว่าด้วยเรื่องแผ่นดินเป็นกรรมวิบาก
{๑๑๕๘} [๔๙๒] สกวาทีถามว่า แผ่นดินเป็นกรรมวิบากหรือ ?
- ๑พึงดูเทียบใน องฺ.ปญฺจก. (แปล) ๒๒/๓๙/๖๔
- ๒ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะ ซึ่งมีความเห็นว่า แผ่นดินเป็นกรรมวิบากคือเกิดจากผลของกรรม เพราะเทียบเคียงหลักกรรมที่อำนวยความเป็นผู้มีอำนาจความเป็นใหญ่ให้บนแผ่นดินแล้วจึงสรุปว่าแผ่นดินเป็นกรรมวิบาก (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๒๗)
ส. แผ่นดินมีสุขเวทนา มีทุกขเวทนา มีอทุกขมสุขเวทนา ประกอบด้วยสุขเวทนา ประกอบด้วยทุกขเวทนา ประกอบด้วยอทุกขมสุขเวทนา ประกอบด้วยผัสสะ ประกอบด้วยเวทนา ประกอบด้วยสัญญา ประกอบด้วยเจตนา ประกอบด้วยจิต มีอารมณ์ มีความนึก มีความผูกใจ มีความสนใจ มีความทำไว้ในใจ มีความจงใจ มีความปรารถนา มีความตั้งใจอยู่หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. แผ่นดินไม่มีสุขเวทนา ไม่มีทุกขเวทนา ไม่มีอทุกขมสุขเวทนา ไม่ประกอบด้วยสุขเวทนา ไม่ประกอบด้วยทุกขเวทนา ไม่ประกอบด้วยอทุกขมสุขเวทนา ไม่ประกอบด้วยผัสสะ ไม่ประกอบด้วยเวทนา ไม่ประกอบด้วยสัญญา ไม่ประกอบด้วยเจตนา ไม่ประกอบด้วยจิต ไม่มีอารมณ์ ไม่มีความนึก ไม่มีความผูกใจ ไม่มีความสนใจ ไม่มีความทำไว้ในใจ ไม่มีความจงใจ ไม่มีความปรารถนา ไม่มีความตั้งใจมิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าแผ่นดินไม่มีสุขเวทนา ไม่มีทุกขเวทนา... ไม่มีอารมณ์ ไม่มีความนึก ... ไม่มีความตั้งใจ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “แผ่นดินเป็นกรรมวิบาก”
{๑๑๕๙} ส. ผัสสะเป็นกรรมวิบาก และผัสสะมีสุขเวทนา มีทุกขเวทนา มีอทุกขมสุขเวทนา ประกอบด้วยสุขเวทนา ประกอบด้วยทุกขเวทนา ประกอบด้วยอทุกขมสุขเวทนา ประกอบด้วยผัสสะ ประกอบด้วยเวทนา ประกอบด้วยสัญญา ประกอบด้วยเจตนา ประกอบด้วยจิต มีอารมณ์ มีความนึก ... มีความตั้งใจอยู่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. แผ่นดินเป็นกรรมวิบาก และแผ่นดินมีสุขเวทนา มีทุกขเวทนา มีอทุกขมสุขเวทนา ประกอบด้วยสุขเวทนา ประกอบด้วยทุกขเวทนา ประกอบด้วยอทุกขมสุขเวทนา ประกอบด้วยผัสสะ ประกอบด้วยเวทนา ประกอบด้วยสัญญา ประกอบด้วยเจตนา ประกอบด้วยจิต มีอารมณ์มีความนึก มีความผูกใจ มีความสนใจ มีความทำไว้ในใจ มีความจงใจ มีความปรารถนา มีความตั้งใจอยู่หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๑๖๐} ส. แผ่นดินเป็นกรรมวิบาก แต่แผ่นดินไม่มีสุขเวทนาไม่มีทุกขเวทนา ... ไม่มีอารมณ์ ไม่มีความนึก ... ไม่มีความตั้งใจหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผัสสะเป็นกรรมวิบาก แต่ผัสสะไม่มีสุขเวทนา ไม่มีทุกขเวทนา ... ไม่มีอารมณ์ ไม่มีความนึก ... ไม่มีความตั้งใจหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๑๖๑} ส. แผ่นดินเป็นกรรมวิบากหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. แผ่นดินเชิดชูได้ เหยียบย่ำได้ ตัดได้ ทำลายได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กรรมวิบากเชิดชูได้ เหยียบย่ำได้ ตัดได้ ทำลายได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๑๖๒} ส. แผ่นดินบุคคลจะพูน จะเพิ่ม จะถม จะก่อ จะเสริมก็ทำได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กรรมวิบากบุคคลจะพูน จะเพิ่ม จะถม จะก่อ จะเสริมก็ทำได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๑๖๓} [๔๙๓] ส. แผ่นดินเป็นสมบัติทั่วไปแก่ชนอื่น ๆ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. กรรมวิบากเป็นสมบัติทั่วไปแก่ชนอื่น ๆ หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่งนั้น ...
{๑๑๖๔} ส. กรรมวิบากเป็นสมบัติทั่วไปแก่ชนอื่น ๆ หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสไว้ว่า
“ขุมทรัพย์คือบุญไม่ทั่วไปแก่คนเหล่าอื่น โจรลักไปไม่ได้ คนมีปัญญาจึงควรทำขุมทรัพย์คือบุญที่จะติดตามตนไปได้เข้าไว้”
ดังนี้ มีพระสูตรอยู่จริง มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “กรรมวิบากเป็นสมบัติทั่วไปแก่ชนอื่น ๆ”{๑๑๖๕} ส. แผ่นดินเป็นกรรมวิบากหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. แผ่นดินตั้งอยู่ด้วยดีก่อน สัตว์ทั้งหลายจึงเกิดขึ้นในภายหลังหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วิบากเกิดขึ้นก่อน ต่อภายหลังสัตว์ทั้งหลายจึงทำกรรมเพื่อได้วิบากหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
- ๑พึงดูเทียบใน ขุ.ขุ. (แปล) ๒๕/๙ (นิธิกัณฑสูตร)/๑๙
{๑๑๖๖} ส. แผ่นดินเป็นวิบากแห่งกรรมของสัตว์ทั้งปวงหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัตว์ทั้งปวงอาศัยใช้สอยแผ่นดินหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. สัตว์ทั้งปวงอาศัยใช้สอยแผ่นดินหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บางพวกอาศัยใช้สอยแผ่นดินแล้วปรินิพพานมีอยู่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. บางพวกไม่ยังกรรมวิบากให้สิ้นไปแล้วปรินิพพานมีอยู่หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๑๖๗} ส. แผ่นดินเป็นวิบากแห่งกรรมของสัตว์ผู้จะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัตว์อื่น ๆ อาศัยใช้สอยแผ่นดินหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัตว์อื่น ๆ อาศัยใช้สอยวิบากแห่งกรรมของสัตว์ผู้จะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. สัตว์อื่น ๆ อาศัยใช้สอยวิบากแห่งกรรมของสัตว์ผู้จะเป็นพระเจ้าจักรพรรดิหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. สัตว์อื่น ๆ อาศัยใช้สอยผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต สัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญาของสัตว์ผู้จะเป็นพระเจ้าจักรพรรติหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๑๖๘} [๔๙๔] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “แผ่นดินเป็นกรรมวิบาก” หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีอำนาจ กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นใหญ่มีอยู่มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีอำนาจ กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นใหญ่มีอยู่ ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรยอมรับว่า “แผ่นดินเป็นกรรมวิบาก”
จบ ปฐวีกัมมวิปาโกติกถา
(๗๐) ๘. ชรามรณวิปาโกติกถา
ว่าด้วยเรื่องชราและมรณะเป็นวิบาก
{๑๑๖๙} [๔๙๕] สกวาทีถามว่า ชราและมรณะเป็นวิบากหรือ ?
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะ ซึ่งมีความเห็นว่าชราและมรณะเป็นวิบากคือเป็นผลของกรรม เพราะนำพระพุทธพจน์ที่ว่า ‘กรรมที่อำนวยผลให้เป็นผู้มีผิวพรรณทรามก็มี ที่อำนวยผลให้เป็นผลมีอายุสั้นก็มี’ มาตีความว่า ความเป็นผู้มีผิวพรรณทรามคือชรา ความเป็นผู้มีอายุสั้นคือมรณะ และกรรมที่อำนวยผลให้เข้าถึงชราและมรณะนั้นก็มีอยู่ ซึ่งต่างจากความเห็นของฝ่ายสกวาทีที่เห็นว่า ชราและมรณะหาใช่เป็นผลของกรรมไม่ แต่เป็นธรรมนิยาม คือ เป็นไปตามสภาวะที่เป็นเอง (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๒๘-๒๒๙)
End of ปฐวีกัมมวิปาโกติกถา