พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๗
ชรามรณวิปาโกติกถา เล่ม ๓๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๑๖๙–๑๑๗๘ (Royal Thai)8/10 in วรรคที่ ๗4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๗ ชรามรณวิปาโกติกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 37, pp. 569–573
ส. สัตว์อื่น ๆ อาศัยใช้สอยผัสสะ เวทนา สัญญา เจตนา จิต สัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญาของสัตว์ผู้จะเป็นพระเจ้าจักรพรรติหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๑๖๘} [๔๙๔] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “แผ่นดินเป็นกรรมวิบาก” หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีอำนาจ กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นใหญ่มีอยู่มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่า กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีอำนาจ กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นใหญ่มีอยู่ ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรยอมรับว่า “แผ่นดินเป็นกรรมวิบาก”
จบ ปฐวีกัมมวิปาโกติกถา
(๗๐) ๘. ชรามรณวิปาโกติกถา
ว่าด้วยเรื่องชราและมรณะเป็นวิบาก
{๑๑๖๙} [๔๙๕] สกวาทีถามว่า ชราและมรณะเป็นวิบากหรือ ?
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะ ซึ่งมีความเห็นว่าชราและมรณะเป็นวิบากคือเป็นผลของกรรม เพราะนำพระพุทธพจน์ที่ว่า ‘กรรมที่อำนวยผลให้เป็นผู้มีผิวพรรณทรามก็มี ที่อำนวยผลให้เป็นผลมีอายุสั้นก็มี’ มาตีความว่า ความเป็นผู้มีผิวพรรณทรามคือชรา ความเป็นผู้มีอายุสั้นคือมรณะ และกรรมที่อำนวยผลให้เข้าถึงชราและมรณะนั้นก็มีอยู่ ซึ่งต่างจากความเห็นของฝ่ายสกวาทีที่เห็นว่า ชราและมรณะหาใช่เป็นผลของกรรมไม่ แต่เป็นธรรมนิยาม คือ เป็นไปตามสภาวะที่เป็นเอง (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๒๘-๒๒๙)
ส. ชราและมรณะมีสุขเวทนา มีทุกขเวทนา มีอทุกขมสุขเวทนา ประกอบด้วยสุขเวทนา ประกอบด้วยทุกขเวทนา ประกอบด้วยอทุกขมสุขเวทนา ประกอบด้วยผัสสะ ประกอบด้วยเวทนา ประกอบด้วยสัญญา ประกอบด้วยเจตนา ประกอบด้วยจิต มีอารมณ์ มีความนึก มีความผูกใจมีความสนใจ มีความทำไว้ในใจ มีความจงใจ มีความปรารถนา มีความตั้งใจอยู่หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ชราและมรณะไม่มีสุขเวทนา ไม่มีทุกขเวทนา ... ไม่มีอารมณ์ ไม่มีความนึก ... ไม่มีความตั้งใจมิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าชราและมรณะไม่มีสุขเวทนา ไม่มีทุกขเวทนา ... ไม่มีอารมณ์ ไม่มีความนึก ... ไม่มีความตั้งใจ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “ชราและมรณะเป็นวิบาก”{๑๑๗๐} ส. ผัสสะเป็นวิบาก และผัสสะมีสุขเวทนา มีทุกขเวทนา ... มีอารมณ์ มีความนึก ... มีความตั้งใจหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชราและมรณะเป็นวิบาก ชราและมรณะมีสุขเวทนา มีทุกขเวทนา ... มีอารมณ์ มีความนึก ... มีความตั้งใจอยู่หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๑๗๑} ส. ชราและมรณะเป็นวิบาก แต่ชราและมรณะไม่มีสุขเวทนา ไม่มีทุกขเวทนา ... ไม่มีอารมณ์ ไม่มีความนึก ... ไม่มีความตั้งใจหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ผัสสะเป็นวิบาก แต่ผัสสะไม่มีสุขเวทนา ไม่มีทุกขเวทนา ... ไม่มีอารมณ์ ไม่มีความนึก ... ไม่มีความตั้งใจหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๑๗๒} [๔๙๖] ส. ชราและมรณะแห่งอกุศลธรรมเป็นวิบากแห่งอกุศลธรรมหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชราและมรณะแห่งกุศลธรรมเป็นวิบากแห่งกุศลธรรมหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๑๗๓} ส. ชราและมรณะแห่งกุศลธรรมท่านไม่ยอมรับว่า “เป็นวิบากแห่งกุศลธรรม” หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชราและมรณะแห่งอกุศลธรรมท่านไม่ยอมรับว่า “เป็นวิบากแห่งอกุศลธรรม” หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๑๗๔} ส. ชราและมรณะแห่งกุศลธรรมเป็นวิบากแห่งอกุศลธรรมหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชราและมรณะแห่งอกุศลธรรมเป็นวิบากแห่งกุศลธรรมหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๑๗๕} ส. ชราและมรณะแห่งอกุศลธรรมท่านไม่ยอมรับว่า “เป็นวิบากแห่งกุศลธรรม” หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชราและมรณะแห่งกุศลธรรมท่านไม่ยอมรับว่า “เป็นวิบากแห่งอกุศลธรรม” หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๑๗๖} ส. ชราและมรณะแห่งกุศลธรรมและอกุศลธรรมเป็นวิบากแห่งอกุศลธรรมหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชราและมรณะแห่งกุศลธรรมและอกุศลธรรมเป็นวิบากแห่งกุศลธรรมหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๑๗๗} ส. ชราและมรณะแห่งกุศลธรรมและอกุศลธรรมท่านไม่ยอมรับว่า “เป็นวิบากแห่งกุศลธรรม” หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ชราและมรณะแห่งกุศลธรรมและอกุศลธรรมท่านไม่ยอมรับว่า “เป็นวิบากแห่งอกุศลธรรม” หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๑๗๘} [๔๙๗] ป. ไม่ควรกล่าวว่า “ชราและมรณะเป็นวิบาก” หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีผิวพรรณทราม กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีอายุสั้นมีอยู่มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่ากรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีผิวพรรณทราม กรรมที่ยังสัตว์ให้เป็นไปพร้อมเพื่อความเป็นผู้มีอายุสั้นมีอยู่ ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรยอมรับว่า “ชราและมรณะเป็นวิบาก”
จบ ชรามรณวิปาโกติกถา
(๗๑) ๙. อริยธัมมวิปากกถา
ว่าด้วยเรื่องไม่มีวิบากแห่งอริยธรรม
{๑๑๗๙} [๔๙๘] สกวาทีถามว่า วิบากแห่งอริยธรรมไม่มีหรือ ?
ส. สามัญญะมีผลมาก พรหมัญญะมีผลมากมิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าสามัญญะมีผลมาก พรหมัญญะมีผลมาก ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “วิบากแห่งอริยธรรมไม่มี”{๑๑๘๐} ส. วิบากแห่งอริยธรรมไม่มีหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. โสดาปัตติผลมีอยู่มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าโสดาปัตติผลมีอยู่ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “วิบากแห่งอริยธรรมไม่มี”ส. สกทาคามิผล ... อนาคามิผล ... อรหัตตผลมีอยู่มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
- ๑อริยธรรม สภาวธรรมอันเป็นของพระอริยะ ในที่นี้หมายถึงอริยมรรค (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๓๐)
- ๒ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะ ซึ่งมีความเห็นว่าสามัญญผลเป็นเพียงสภาวะที่ละกิเลสได้เท่านั้น ไม่จัดเป็นสภาวธรรมคือจิตและเจตสิก (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๒๙-๒๓๐)
- ๓สามัญญะ คุณธรรมเครื่องความเป็นสมณะ พรหมัญญะ คุณธรรมเครื่องความเป็นผู้ประเสริฐ ในที่นี้หมายถึงอริยมรรค (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๓๐)
End of ชรามรณวิปาโกติกถา