arnon.worldSign in

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๗

ทานกถา เล่ม ๓๗

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๑๓๙–๑๑๔๔ (Royal Thai)4/10 in วรรคที่ ๗4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

_______

๗. สตฺตมวคฺค

(๖๖) ๔. ทานกถา

๔. ทานกถา (๖๖)

ว่าด้วยทาน

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๗ ทานกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

บาลี (มหาจุฬาฯ), vol. 37, pp. 289–291 · ไทย (มหาจุฬาฯ ๒), vol. 37, pp. 508–512

บาลี (มหาจุฬาฯ)

*เจตสิโก ธมฺโม ทานนฺติ? อามนฺตา. ลพฺภา เจตสิโก ธมฺโม ปเรสํ ทาตุนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ลพฺภา เจตสิโก ธมฺโม ปเรสํ ทาตุนฺติ? อามนฺตา. ลพฺภา ผสฺโส ปเรสํ ทาตุนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ลพฺภา เวทนา ฯเปฯ สญฺญา ฯเปฯ เจตนา ฯเปฯ สทฺธา ฯเปฯ วีริยํ ฯเปฯ สติ ฯเปฯ สมาธิ ฯเปฯ ปญฺญา ปเรสํ ทาตุนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกเป็นทานได้ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. จะให้สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกแก่คนอื่น ๆ ได้ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. จะให้สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกแก่คนอื่น ๆ ได้ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. จะให้ผัสสะแก่คนอื่น ๆ ได้ใช่ไหม

ปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. จะให้เวทนา ฯลฯ สัญญา ฯลฯ เจตนา ฯลฯ สัทธา ฯลฯ วิริยะ ฯลฯ สติ ฯลฯ สมาธิ ฯลฯ ปัญญา แก่คนอื่น ๆ ได้ใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1ทาน โดยทั่วไปมี ๓ อย่าง คือ (๑) จาคเจตนา (เจตนาเป็นเหตุบริจาค) (๒) วิรัติ (การงดเว้น) (๓) ไทยธรรม (การให้สิ่งของ) ทาน ๓ ประการนี้ย่นลงเป็น ๒ คือ (๑) เจตสิกธรรม (จาคเจตนาและวิรัติ) (๒) ไทยธรรม ซึ่งฝ่ายปรวาทีมีความเห็นว่า เจตสิกธรรมเท่านั้น เรียกว่าทาน ส่วนไทยธรรมไม่เรียกว่า ทาน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๗๘/๒๒๓)
  2. 2ปร. หมายถึงภิกษุในนิกายราชคิริกะและนิกายสิทธัตถิกะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๔๗๘/๒๒๓)
บาลี (มหาจุฬาฯ)

*น วตฺตพฺพํ “เจตสิโก ธมฺโม ทานนฺ”ติ? อามนฺตา. ทานํ อนิฏฺฐผลํ อกนฺตผลํ อมนุญฺญผลํ เสจนกผลํ ทุกฺขุทฺรยํ ทุกฺขวิปากนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ นนุ ทานํ อิฏฺฐผลํ กนฺตผลํ มนุญฺญผลํ อเสจนกผลํ สุขุทฺรยํ สุขวิปากนฺติ? อามนฺตา. หญฺจิ ทานํ อิฏฺฐผลํ กนฺตผลํ มนุญฺญผลํ อเสจนกผลํ สุขุทฺรยํ สุขวิปากํ, เตน วต เร วตฺตพฺเพ “เจตสิโก ธมฺโม ทานนฺ”ติ.

*ทานํ อิฏฺฐผลํ วุตฺตํ ภควตา “จีวรํ ทานนฺ”ติ? อามนฺตา. จีวรํ อิฏฺฐผลํ กนฺตผลํ มนุญฺญผลํ อเสจนกผลํ สุขุทฺรยํ สุขวิปากนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทานํ อิฏฺฐผลํ วุตฺตํ ภควตา “ปิณฺฑปาโต เสนาสนํ คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาโร ทานนฺ”ติ? อามนฺตา. คิลาน ปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาโร อิฏฺฐผโล กนฺตผโล มนุญฺญผโล อเสจนกผโล สุขุทฺรโย สุขวิปาโกติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกเป็นทานได้” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. ทานมีผลไม่น่าปรารถนา ไม่น่าใคร่ ไม่น่าพอใจ มีผลเร่าร้อน มีทุกข์ เป็นกำไร มีทุกข์เป็นวิบากใช่ไหมสก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ปร. ทานมีผลน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ มีผลเยือกเย็น มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบากมิใช่หรือสก. ใช่

ปร. หากทานมีผลน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ มีผลเยือกเย็น มีสุขเป็น กำไร มีสุขเป็นวิบาก ดังนั้น ท่านจึงควรยอมรับว่า “สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกเป็น ทานได้”สก. ทาน พระผู้มีพระภาคตรัสว่ามีผลน่าปรารถนา จีวรเป็นทาน ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. จีวรมีผลน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ มีผลเยือกเย็น มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบากใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

สก. ทาน พระผู้มีพระภาคตรัสว่ามีผลน่าปรารถนา บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัยเภสัชบริขารเป็นทาน ใช่ไหมปร. ใช่

สก. คิลานปัจจัยเภสัชบริขารมีผลน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ มีผล เยือกเย็น มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบากใช่ไหมปร. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

บาลี (มหาจุฬาฯ)

*น วตฺตพฺพํ “เจตสิโก ธมฺโม ทานนฺ”ติ? อามนฺตา. นนุ วุตฺตํ ภควตา:-

สทฺธา หิริยํ กุสลญฺจ ทานํ

ธมฺมา เอเต สปฺปุริสานุยาตา

เอตํ หิ มคฺคํ ทิวิยํ วทนฺติ

เอเตน หิ คจฺฉติ เทวโลกนฺติ. (๑)

อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ? อามนฺตา. เตน หิ เจตสิโก ธมฺโม ทานนฺติ.

*น วตฺตพฺพํ “เจตสิโก ธมฺโม ทานนฺ”ติ? อามนฺตา. นนุ วุตฺตํ ภควตา “ปญฺจิมานิ ภิกฺขเว ทานานิ มหาทานานิ อคฺคญฺญานิ รตฺตญฺญานิ วํสญฺญานิ โปราณานิ อสงฺกิณฺณานิ อสงฺกิณฺณปุพฺพานิ น สงฺกิยนฺติ น สงฺกิยิสฺสนฺติ อปฺปฏิกุฏฺฐานิ สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหิ. กตมานิ ปญฺจ? อิธ ภิกฺขเว อริยสาวโก ปาณาติปาตํ ปหาย ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ. ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต ภิกฺขเว อริยสาวโก อปริมาณานํ สตฺตานํ อภยํ เทติ, อเวรํ เทติ, อพฺยาปชฺฌํ (๒) เทติ. อปริมาณานํ สตฺตานํ อภยํ ทตฺวา อเวรํ ทตฺวา อพฺยาพชฺฌํ ทตฺวา อปริมาณสฺส อภยสฺส อเวรสฺส อพฺยาพชฺฌสฺส ภาคี โหติ. อิทํ ภิกฺขเว ปฐมํ ทานํ มหาทานํ

อคฺคญฺญํ รตฺตญฺญํ วํสญฺญํ โปราณํ อสงฺกิณฺณํ อสงฺกิณฺณปุพฺพํ น สงฺกิยติ น สงฺกิยิสฺสติ, อปฺปฏิกุฏฺฐํ สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหิ. ปุน จปรํ ภิกฺขเว อริยสาวโก อทินฺนาทานํ ปหาย ฯเปฯ กาเมสุมิจฺฉาจารํ ปหาย ฯเปฯ มุสาวาทํ ปหาย ฯเปฯ สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานํ ปหาย สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรโต โหติ, สุราเมรยมชฺชปมา- ทฏฺฐานา ปฏิวิรโต ภิกฺขเว อริยสาวโก อปริมาณานํ สตฺตานํ อภยํ เทติ, อเวรํ เทติ, อพฺยาพชฺฌํ เทติ. อปริมาณานํ สตฺตานํ อภยํ ทตฺวา อเวรํ ทตฺวา อพฺยาพชฺฌํ ทตฺวา อปริมาณสฺส อภยสฺส อเวรสฺส อพฺยาพชฺฌสฺส ภาคี โหติ. อิทํ ภิกฺขเว ปญฺจมํ ทานํ มหาทานํ อคฺคญฺญํ รตฺตญฺญํ วํสญฺญํ โปราณํ อสงฺกิณฺณํ อสงฺกิณฺณปุพฺพํ น สงฺกิยติ น สงฺกิยิสฺสติ, อปฺปฏิกุฏฺฐํ สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหิ. อิมานิ โข ภิกฺขเว ปญฺจ ทานานิ มหาทานานิ อคฺคญฺญานิ รตฺตญฺญานิ วํสญฺญานิ โปราณานิ อสงฺกิณฺณานิ อสงฺกิณฺณปุพฺพานิ น สงฺกิยนฺติ น สงฺกิยิสฺสนฺติ, อปฺปฏิกุฏฺฐานิ สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหี”ติ (๓) อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ? อามนฺตา. เตน หิ เจตสิโก ธมฺโม ทานนฺติ.

Footnotes (บาลี (มหาจุฬาฯ))
  1. 1องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๓๒/๑๙๔
  2. 2ฉ.ม. อพฺยาพชฺฌํ. เอวมุปริปิ
  3. 3องฺ. อฏฺฐก. ๒๓/๓๙/๒๐๑-๒๐๒
ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกเป็นทานได้” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า

“ธรรมเหล่านี้ คือ ศรัทธา หิริ

และทานที่เป็นกุศล อันสัตบุรุษดำเนินตามแล้ว

สัตบุรุษทั้งหลายกล่าวว่าธรรม ๓ ประการนี้

เป็นทางไปสู่เทวโลก

เพราะธรรม ๓ ประการนี้แล บุคคลจึงไปสู่เทวโลกได้”

มีอยู่จริงมิใช่หรือ

สก. ใช่

ปร. ดังนั้น สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกจึงเป็นทานได้

ปร. ท่านไม่ยอมรับว่า “สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกเป็นทานได้” ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “ภิกษุทั้งหลาย ทาน ๕ ประการนี้ เป็นมหาทานที่รู้กันว่าล้ำเลิศ รู้กันมานาน รู้กันว่าเป็นอริยวงศ์ เป็นของเก่า ใน อดีตไม่ถูกลบล้างแล้ว ไม่เคยถูกลบล้าง ในปัจจุบันไม่ถูกลบล้าง ในอนาคตก็จัก ไม่ถูกลบล้าง ไม่ถูกสมณพราหมณ์ผู้รู้คัดค้าน ทาน ๕ ประการ อะไรบ้าง คือ๑. อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ละเว้นขาดจากการฆ่าสัตว์ อริยสาวก ผู้เว้นขาดจากการฆ่าสัตว์แล้ว ชื่อว่าให้ความไม่มีภัย ให้ความไม่มี เวร ให้ความไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งหลาย ไม่มีประมาณ ย่อมเป็น ผู้มีส่วนแห่งความไม่มีภัย ความไม่มีเวร ความไม่เบียดเบียนอัน ไม่มีประมาณ นี้เป็นทานประการที่ ๑ เป็นมหาทาน ที่รู้กันว่าล้ำเลิศ รู้กันมานาน รู้กันว่าเป็นอริยวงศ์ เป็นของเก่า ในอดีตไม่ถูกลบ ล้างแล้ว ไม่เคยถูกลบล้าง ในปัจจุบันไม่ถูกลบล้าง ในอนาคตก็ จักไม่ถูกลบล้าง ไม่ถูกสมณพราหมณ์ผู้รู้คัดค้าน

๒. อริยสาวกเป็นผู้ละเว้นขาดจากการลักทรัพย์ ฯลฯ

๓. อริยสาวกเป็นผู้ละเว้นขาดจากการประพฤติผิดในกาม ฯลฯ

๔. อริยสาวกเป็นผู้ละเว้นขาดจากการพูดเท็จ ฯลฯ

๕. อริยสาวกเป็นผู้ละเว้นขาดจากการเสพของมึนเมาคือสุราและเมรัย อันเป็นเหตุแห่งความประมาท อริยสาวกผู้เว้นขาดจากการเสพของมึนเมาคือสุราและเมรัย อันเป็นเหตุแห่งความประมาท ชื่อว่า ให้ความไม่มีภัย ให้ความไม่มีเวร ให้ความไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้ง หลายไม่มีประมาณ นี้เป็นทาน ประการที่ ๕ เป็นมหาทาน ที่รู้ กันว่าล้ำเลิศ รู้กันมานาน รู้กันว่า เป็นอริยวงศ์ เป็นของเก่า ใน อดีตไม่ถูกลบล้างแล้ว ไม่เคยถูกลบล้าง ในปัจจุบันไม่ถูกลบล้าง ในอนาคตก็จักไม่ถูกลบล้าง ไม่ถูกสมณพราหมณ์ผู้รู้คัดค้านภิกษุทั้งหลาย ทาน ๕ ประการนี้ จัดเป็นมหาทาน ที่รู้กันว่าล้ำเลิศ รู้กัน มานาน รู้กันว่าเป็นอริยวงศ์ เป็นของเก่า ในอดีตไม่ถูกลบล้างแล้ว ไม่เคยถูกลบล้าง ในปัจจุบันไม่ถูกลบล้าง ในอนาคตก็จักไม่ถูกลบล้าง ไม่ถูกสมณพราหมณ์ผู้รู้คัดค้าน” มีอยู่จริงมิใช่หรือสก. ใช่

ปร. ดังนั้น สภาวธรรมที่เป็นเจตสิกจึงเป็นทาน

Footnotes (ไทย (มหาจุฬาฯ ๒))
  1. 1ดูเทียบ องฺ.อฏฺฐก. (แปล) ๒๓/๓๒/๒๘๘
  2. 2ดูเทียบ องฺ.อฏฺฐก. (แปล) ๒๓/๓๙/๓๐๐-๓๐๑
บาลี (มหาจุฬาฯ)

*น วตฺตพฺพํ “เทยฺยธมฺโม ทานนฺ”ติ? อามนฺตา. นนุ วุตฺตํ ภควตา “อิเธกจฺโจ อนฺนํ เทติ, ปานํ เทติ, วตฺถํ เทติ, ยานํ เทติ, มาลํ เทติ, คนฺธํ เทติ, วิเลปนํ เทติ, เสยฺยํ เทติ, อาวสถํ เทติ, ปทีเปยฺยํ เทตี”ติ อตฺเถว สุตฺตนฺโตติ? อามนฺตา. เตน หิ เทยฺยธมฺโม ทานนฺติ.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

สก. ท่านไม่ยอมรับว่า “ไทยธรรมเป็นทานได้” ใช่ไหม

ปร. ใช่

สก. พระสูตรที่พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า “บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมให้ข้าว น้ำ ผ้า ยาน ดอกไม้ ของหอม เครื่องลูบไล้ ที่นอน ที่พัก เครื่องประทีป” มีอยู่จริง มิใช่หรือปร. ใช่

สก. ดังนั้น ไทยธรรมจึงเป็นทานได้

บาลี (มหาจุฬาฯ)

*เทยฺยธมฺโม ทานนฺติ? อามนฺตา. เทยฺยธมฺโม อิฏฺฐผโล กนฺตผโล มนุญฺญผโล อเสจนกผโล สุขุทฺรโย สุขวิปาโกติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทานํ อิฏฺฐผลํ วุตฺตํ ภควตา “จีวรํ ทานนฺ”ติ? อามนฺตา. จีวรํ อิฏฺฐผลํ กนฺตผลํ มนุญฺญผลํ อเสจนกผลํ สุขุทฺรยํ สุขวิปากนฺติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ ทานํ อิฏฺฐผลํ วุตฺตํ ภควตา “ปิณฺฑปาโต ทานํ. เสนาสนํ ทานํ. คิลานปจฺจยเภสชฺช-ปริกฺขาโร ทานนฺ”ติ? อามนฺตา. คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาโร อิฏฺฐผโล กนฺตผโล มนุญฺญผโล อเสจนกผโล สุขุทฺรโย สุขวิปาโกติ? น เหวํ วตฺตพฺเพ ฯเปฯ เตน หิ น วตฺตพฺพํ “เทยฺยธมฺโม ทานนฺ”ติ. ทานกถา นิฏฺฐิตา.

ไทย (มหาจุฬาฯ ๒)

ปร. ไทยธรรมเป็นทานได้ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. ไทยธรรมมีผลน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ มีผลเยือกเย็น มีสุข เป็นกำไร มีสุขเป็นวิบากใช่ไหมสก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ปร. ทาน พระผู้มีพระภาคตรัสว่ามีผลน่าปรารถนา จีวรเป็นทาน ใช่ไหม

สก. ใช่

ปร. จีวรมีผลที่น่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ มีผลเยือกเย็น มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบากใช่ไหมสก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ปร. ทาน พระผู้มีพระภาคตรัสว่ามีผลน่าปรารถนา บิณฑบาต เสนาสนะ คิลานปัจจัยเภสัชบริขารเป็นทานใช่ไหมสก. ใช่

ปร. คิลานปัจจัยเภสัชบริขารมีผลน่าปรารถนา น่าใคร่ น่าพอใจ มีผล เยือกเย็น มีสุขเป็นกำไร มีสุขเป็นวิบากใช่ไหมสก. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ฯลฯ

ปร. ดังนั้น ท่านจึงไม่ควรยอมรับว่า “ไทยธรรมเป็นทานได้”

ทานกถา จบ

End of ทานกถา