arnon.worldSign in

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๖

อารุปปกถา เล่ม ๓๗

Text layerBuddha’s wordsItems ๑๐๙๖–๑๐๙๙ (Royal Thai)4/10 in วรรคที่ ๖4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๖ อารุปปกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 37, pp. 527–530

Page 527

บ้าง คือ สิ่งนี้ว่า ‘นี้ทุกข์’ เป็นของจริงแท้ ไม่แปรผัน ไม่เป็นอย่างอื่น ... ‘นี้ทุกขสมุทัย’ ... ‘นี้ทุกขนิโรธ’ ... ‘นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา’ เป็นของจริงแท้ ไม่แปรผัน ไม่เป็นอย่างอื่น ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย สิ่ง ๔ อย่างนี้แลเป็นของจริงแท้ ไม่แปรผัน ไม่เป็นอย่างอื่น” ดังนี้ มีพระสูตรอยู่จริง มิใช่หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ถ้าอย่างนั้น สัจจะ ๔ ก็ต้องเป็นอสังขตะ

จบ สัจจกถา

(๕๖) ๔. อารุปปกถา

ว่าด้วยเรื่องอรูปฌานเป็นอสังขตะ

{๑๐๙๖} [๔๕๕] สกวาทีถามว่า อากาสานัญจายตนะเป็นอสังขตะหรือ ?

ปรวาที ตอบว่า ถูกแล้ว

ส. อากาสานัญจายตนะเป็นนิพพาน เป็นที่ต้านทาน เป็นที่เร้น เป็นที่พึ่ง เป็นที่หมาย เป็นฐานะอันไม่เคลื่อน เป็นอมตะหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น

ส. อากาสานัญจายตนะเป็นอสังขตะ นิพพานก็เป็นอสังขตะหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อสังขตะมี ๒ อย่างหรือ ?

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑พึงดูเทียบใน สํ.ม. (แปล) ๑๙/๑๐๙๐/๖๒๐
  2. ๒ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายปุพพเสลิยะ ซึ่งมีความเห็นว่า สภาวธรรมคือ อรูปฌาน ๔ ทั้งหมดเป็นอสังขตะ โดยยึดพระพุทธพจน์ที่ว่า ‘อรูปฌาน ๔ เป็นสภาวธรรมไม่หวั่นไหว’ เป็นข้ออ้างอย่างปราศจากความเข้าใจในเนี้อหา (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๑๙)
Page 528

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. อสังขตะมี ๒ อย่างหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ที่ต้านทานมี ๒ อย่าง ... มีระหว่างขั้นหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. อากาสานัญจายตนะเป็นอสังขตะหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อากาสานัญจายตนะเป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็นที่ตั้งแห่งวิญญาณ เป็นการได้อัตภาพหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อสังขตะเป็นภพ เป็นคติ เป็นสัตตาวาส เป็นสงสาร เป็นกำเนิด เป็นที่ตั้งแห่งวิญญาณ เป็นการได้อัตภาพหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. กรรมที่เป็นเหตุเข้าถึงอากาสานัญจายตนะมีอยู่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. กรรมที่เป็นเหตุเข้าถึงอสังขตะมีอยู่หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. สัตว์ทั้งหลายผู้เข้าถึงอากาสานัญจายตนะมีอยู่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. สัตว์ทั้งหลายผู้เข้าถึงอสังขตะมีอยู่หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๐๙๗} ส. สัตว์ทั้งหลายเกิด แก่ ตาย จุติ อุบัติ(ปฏิสนธิ)ในอากาสานัญจายตนะได้หรือ ?

Page 529

ป. ถูกแล้ว

ส. สัตว์ทั้งหลายเกิด แก่ ตาย จุติ อุบัติในอสังขตะได้หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๐๙๘} ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณมีอยู่ในอากาสานัญจายตนะหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณมีอยู่ในอสังขตะหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. อากาสานัญจายตนะเป็นจตุโวการภพ (ภพที่มีขันธ์ ๔) หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อสังขตะเป็นจตุโวการภพหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๑๐๙๙} [๔๕๖] ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “อรูปฌาน ๔ เป็นอสังขตะ” หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. อรูปฌาน ๔ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่าเป็นสภาวธรรมไม่หวั่นไหวมิใช่หรือ ?

ส. ถูกแล้ว

ป. ถ้าอรูปฌาน ๔ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ว่าเป็นสภาวธรรมไม่หวั่นไหว ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรยอมรับว่า “อรูปฌาน ๔ เป็นอสังขตะ”

จบ อารุปปกถา

Page 530

(๕๗) ๕. นิโรธสมาปัตติกถา

ว่าด้วยเรื่องนิโรธสมาบัติเป็นอสังขตะ

{๑๑๐๐} [๔๕๗] สกวาทีถามว่า นิโรธสมาบัติเป็นอสังขตะหรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. นิโรธสมาบัติเป็นนิพพาน เป็นที่ต้านทาน เป็นที่เร้น เป็นที่พึ่ง เป็นที่หมาย เป็นฐานะอันไม่เคลื่อน เป็นอมตะหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น

ส. นิโรธสมาบัติเป็นอสังขตะ นิพพานก็เป็นอสังขตะหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. อสังขตะมี ๒ อย่างหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. อสังขตะมี ๒ อย่างหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ที่ต้านทานมี ๒ อย่าง ... มีระหว่างขั้นหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑นิโรธสมาบัติ หมายถึงสมาบัติคือความไม่เป็นไปแห่งนามขันธ์ ๔ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๑๙) หรือเรียกว่า สัญญาเวทยิตนิโรธ คือภาวะที่ดับสัญญาและเวทนา เป็นสมาบัติที่สูงเยี่ยมเพราะนามขันธ์ ๔ บริสุทธิ์พรากพ้นจากธรรมที่เป็นปฏิปักษ์อย่างเต็มที่ (ม.อุ.อ. ๑๘๕, ที.ม.อ. ๑๑๓, ม.มู.อ. ๒/๒๕๙)
  2. ๒ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะและอุตตราปถกะ ซึ่งมีความเห็นว่านิโรธสมาบัติเป็นอสังขตะ ซึ่งผิดจากความเห็นของฝ่ายสกวาทีที่เห็นว่านิโรธสมาบัตินั้นเมื่อพระโยคาวจรกระทำให้เกิดหรือเข้าอยู่ ก็มีภาวะดับเฉพาะเวลาที่เข้า ดังนั้น จึงกล่าวไม่ได้ว่าเป็นสังขตะหรือเป็นอสังขตะ เพราะไม่มีทั้งสังขตลักษณะและอสังขตลักษณะ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๑๙)

End of อารุปปกถา