พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๔
คิหิสส อรหาติกถา เล่ม ๓๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๘๖๗–๘๗๒ (Royal Thai)1/10 in วรรคที่ ๔4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๔ คิหิสส อรหาติกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 80 · Chaloem Phrakiat Volume 37)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 37, pp. 429–432
๔. จตุตถวรรค
(๓๓) ๑. คิหิสสอรหาติกถา
ว่าด้วยเรื่องคฤหัสถ์เป็นพระอรหันต์ได้
{๘๖๗} [๓๘๗] สกวาทีถามว่า คฤหัสถ์พึงเป็นพระอรหันต์ได้หรือ ?
ส. คิหิสังโยชน์ของพระอรหันต์มีอยู่หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. คิหิสังโยชน์ของพระอรหันต์ไม่มีหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าคิหิสังโยชน์ของพระอรหันต์ไม่มี ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “คฤหัสถ์เป็นพระอรหันต์ได้”{๘๖๘} ส. คฤหัสถ์เป็นพระอรหันต์ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอุตตราปถกะ ซึ่งมีความเห็นว่าคฤหัสถ์ก็สามารถเป็นพระอรหันต์ได้ เพราะเห็นตัวอย่างผู้ที่บรรลุอรหัตขณะที่ดำรงเพศคฤหัสถ์เช่นยสกุลบุตรเป็นต้น การที่มีความเห็นเช่นนี้เพราะกำหนดความเป็นคฤหัสถ์ด้วยเพศ ซึ่งผิดจากหลักการในฝ่ายสกวาที ที่ถือเอาคิหิสังโยชน์เป็นตัวกำหนดความเป็นคฤหัสถ์ โดยมิได้คำนึงถึงเพศเป็นสำคัญ ดังนั้น การที่คฤหัสถ์จะบรรลุอรหัตได้หรือไม่นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศคฤหัสถ์ แต่ขึ้นอยู่กับการละคิหิสังโยชน์หากละคิหิสังโยชน์ได้ ก็สามารถเป็นพระอรหันต์ได้ ดังเช่นยสกุลบุตรเป็นต้น (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๐๑)
- ๒คิหิสังโยชน์ สังโยชน์ของคฤหัสถ์ เครื่องผูกพันของคฤหัสถ์ หมายถึงเครื่องผูกพันของผู้อยู่ครองเรือน หรือความพอใจรักใคร่ในบริขารเครื่องอำนวยสุขของผู้ครองเรือน เช่น ทรัพย์สมบัติ กามคุณ ๕ เป็นต้น (ม.ม.อ. ๑๔๔)
ส. คิหิสังโยชน์พระอรหันต์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เป็นดุจตาลยอดด้วน ทำให้ไม่มี ทำให้ไม่เกิดขึ้นต่อไปอีกเป็นธรรมดามิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. หากว่าคิหิสังโยชน์พระอรหันต์ละขาดแล้ว ถอนรากขึ้นแล้ว ทำให้เป็นดุจตาลยอดด้วน ทำให้ไม่มี ทำให้ไม่เกิดขึ้นต่อไปอีกเป็นธรรมดา ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “คฤหัสถ์เป็นพระอรหันต์ได้”{๘๖๙} ส. คฤหัสถ์เป็นพระอรหันต์ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. คฤหัสถ์บางคนที่ยังมิได้ละคิหิสังโยชน์แล้วเป็นผู้ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ในปัจจุบันเทียวมีอยู่หรือ ?
ป. ไม่มี
ส. หากว่าคฤหัสถ์บางคนที่ยังมิได้ละคิหิสังโยชน์แล้วเป็นผู้ทำที่สุดแห่งทุกข์ในปัจจุบันเทียวไม่มี ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “คฤหัสถ์เป็นพระอรหันต์ได้”{๘๗๐} ส. คฤหัสถ์เป็นพระอรหันต์ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ปริพาชกผู้วัจฉโคตรได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคเจ้าว่า “ข้าแต่ท่านพระโคดม คฤหัสถ์บางคนที่ยังละคิหิสังโยชน์ไม่ได้ เมื่อตายไปย่อมทำที่สุดทุกข์ได้ มีบ้างไหม” พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสตอบว่า “ดูก่อนวัจฉะไม่มีคฤหัสถ์คนไหนที่ยังละคิหิสังโยชน์ไม่ได้ เมื่อตายไปจะทำที่สุดทุกข์ได้” ดังนี้ มีพระสูตรอยู่จริง มิใช่หรือ ?
- ๑พึงดูเทียบใน ม.ม. (แปล) ๑๓/๑๘๖/๒๓๘-๒๓๙
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “คฤหัสถ์เป็นพระอรหันต์ได้”
{๘๗๑} ส. คฤหัสถ์เป็นพระอรหันต์ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พระอรหันต์พึงเสพเมถุนธรรม พึงยังเมถุนธรรมให้เกิดขึ้น พึงนอนบนที่นอนอันคับแคบด้วยบุตร พึงใช้ผ้ากาสิกพัสตร์และจุรณจันทน์ พึงทัดทรงดอกไม้ ของหอม และเครื่องลูบไล้ พึงยินดีทองและเงิน พึงรับแพะ ไก่ สุกร พึงรับช้าง วัว ม้า ลา พึงรับนกกระทา นกคุ่มและหางนกยูง พึงทรงเครื่องประดับมวยผมที่มีรัดเกล้าสีเหลือง พึงทรงผ้าขาวมีชายยาว พึงเป็นผู้ครองเรือนตลอดชีวิตหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๘๗๒} ป. ท่านไม่ยอมรับว่า “คฤหัสถ์เป็นพระอรหันต์ได้” หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ยสกุลบุตร อุตติยคฤหบดี เสตุมาณพได้บรรลุอรหัตทั้งเพศคฤหัสถ์มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. หากว่ายสกุลบุตร อุตติยคฤหบดี เสตุมาณพได้บรรลุอรหัต ทั้งเพศคฤหัสถ์ ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรยอมรับว่า “คฤหัสถ์เป็นพระอรหันต์ได้”
จบ คิหิสสอรหาติกถา
(๓๔) ๒. อุปปัตติกถา
ว่าด้วยเรื่องการเป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิด
{๘๗๓} [๓๘๘] สกวาทีถามว่า บุคคลเป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิด(ปฏิสนธิ)ได้หรือ ?
ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว
ส. เป็นพระโสดาบันพร้อมกับการผุดเกิดก็ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๘๗๔} ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นพระสกทาคามีพร้อมกับการผุดเกิดก็ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๘๗๕} ส. เป็นพระอรหันต์พร้อมกับการผุดเกิดได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เป็นพระอนาคามีพร้อมกับการผุดเกิดก็ได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๘๗๖} ส. เป็นพระโสดาบันพร้อมกับการผุดเกิดไม่ได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอุตตราปถกะ ซึ่งมีความเห็นว่าบุคคล (อนาคามีบุคคล) สามารถเป็นพระอรหันต์ได้ทันทีที่ปฏิสนธิเป็นโอปปาติกะในพรหมโลกชั้นสุทธาวาสภูมิการที่มีความเห็นเช่นนี้เพราะศึกษาพระพุทธพจน์ว่า ‘เป็นโอปปาติกะปรินิพพานในชั้นสุทธาวาสภูมินั้น’ โดยไม่แยบคาย และเพราะเปลี่ยนบทว่า อุปหัจจปรินิพพายี ซึ่งมีความหมายว่าผู้จวนจะถึง (คืออายุพ้นกึ่งแล้วจวนจะถึงสิ้นอายุ) จึงปรินิพพาน มาเป็นบทว่า อุปปัชชปรินิพพายี ซึ่งมีความหมายว่าผู้ผุดเกิดขึ้นก็ปรินิพพาน (อภิ.ปญฺจ.อ. ๒๐๑-๒๐๒)
End of คิหิสส อรหาติกถา