arnon.worldSign in

พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๓

ทิพพโสตกถา เล่ม ๓๗

Text layerBuddha’s wordsItems ๘๐๙–๘๑๙ (Royal Thai)8/12 in วรรคที่ ๓4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability

พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๓ ทิพพโสตกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 80 · Chaloem Phrakiat Volume 37)

ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 37, pp. 406–409

Page 406

ป. ถูกแล้ว

ส. ถ้าอย่างนั้น ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “จักขุมี ๒ อย่างเท่านั้น”

จบ ทิพพจักขุกถา

(๒๘) ๘. ทิพพโสตกถา

ว่าด้วยทิพพโสตะเป็นอย่างเดียวกับมังสโสตะ

{๘๐๙} [๓๗๕] สกวาทีถามว่า มังสโสตะอันธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นทิพพโสตะหรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. มังสโสตะก็คือทิพพโสตะ ทิพพโสตะก็คือมังสโสตะหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๘๑๐} ส. มังสโสตะอันธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นทิพพโสตะหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. มังสโสตะเป็นเช่นใด ทิพพโสตะก็เป็นเช่นนั้น ทิพพโสตะเป็นเช่นใด มังสโสตะก็เป็นเช่นนั้นหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๘๑๑} ส. มังสโสตะอันธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นทิพพโสตะหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. มังสโสตะอันนั้น ทิพพโสตะก็อันนั้นแหละ ทิพพโสตะอันนั้น มังสโสตะก็อันนั้นแหละหรือ ?

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะและสมิติยะ ซึ่งมีความเห็นว่า มังสโสตะ (หูเนื้อ)
  2. ของผู้เข้าจตุตถฌานนั่นแหละชื่อว่าทิพพโสตะ คือหูทิพย์ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๙๘)
Page 407

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๘๑๒} ส. มังสโสตะอันธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นทิพพโสตะหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. วิสัย อานุภาพ โคจร ของมังสโสตะเป็นเช่นใด วิสัย อานุภาพ โคจร ของทิพพโสตะก็เป็นเช่นนั้นหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๘๑๓} ส. มังสโสตะอันธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นทิพพโสตะหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. มังสโสตะเป็นสภาวะที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิยึดครองแล้วเป็นสภาวะที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองได้หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๘๑๔} ส. มังสโสตะเป็นสภาวะที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิยึดครองแล้วเป็นสภาวะที่กรรมอันสัมปยุตด้วยตัณหาทิฏฐิไม่ยึดครองได้หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. มังสโสตะเป็นกามาวจรแล้วเป็นรูปาวจรได้หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๘๑๕} ส. มังสโสตะเป็นกามาวจรแล้วเป็นรูปาวจรได้หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. มังสโสตะเป็นรูปาวจรแล้วเป็นอรูปาวจรได้หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๘๑๖} ส. มังสโสตะเป็นรูปาวจรแล้วเป็นอรูปาวจรได้หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

Page 408

ส. มังสโสตะเป็นสภาวะที่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์แล้วเป็นสภาวะที่ไม่นับเนื่องในวัฏฏทุกข์ได้หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๘๑๗} [๓๗๖] ส. มังสโสตะอันธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นทิพพโสตะหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. ทิพพโสตะอันธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นมังสโสตะหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๘๑๘} ส. มังสโสตะอันธรรมอุปถัมภ์แล้วเป็นทิพพโสตะหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. โสตะมีอย่างเดียวเท่านั้นหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

ส. โสตะมีอย่างเดียวเท่านั้นหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสโสตะว่ามี ๒ อย่าง คือ มังสโสตะ และทิพพโสตะมิใช่หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. หากว่าพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสโสตะว่ามี ๒ อย่าง คือ มังสโสตะ และทิพพโสตะ ท่านก็ไม่ควรยอมรับว่า “โสตะมีอย่างเดียวเท่านั้น”

จบ ทิพพโสตกถา

Page 409

(๒๙) ๙. ยถากัมมูปคตญาณกถา

ว่าด้วยเรื่องยถากัมมูปคตญาณเป็นอย่างเดียวกับทิพพจักขุ

{๘๒๐} [๓๗๗] สกวาทีถามว่า ยถากัมมูปคตญาณเป็นทิพพจักขุหรือ ?

ปรวาทีตอบว่า ถูกแล้ว

ส. (ขณะที่)บุคคลทำความที่สัตว์ผู้เป็นไปตามกรรมไว้ในใจ ย่อมเห็นรูปด้วยทิพพจักขุได้หรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๘๒๑} ส. (ขณะที่)บุคคลทำความที่สัตว์ผู้เป็นไปตามกรรมไว้ในใจ ย่อมเห็นรูปด้วยทิพพจักขุได้หรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. มีความประชุมแห่งผัสสะ ๒ อย่าง แห่งจิต ๒ ดวงหรือ ?

ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...

{๘๒๒} ส. ยถากัมมูปคตญาณเป็นทิพพจักขุหรือ ?

ป. ถูกแล้ว

ส. บุคคลทำไว้ในใจว่า ‘ท่านผู้เจริญทั้งหลาย สัตว์เหล่านี้หนอ’ ทำไว้ในใจว่า ‘เป็นผู้ประกอบด้วยกายทุจริต’ ทำไว้ในใจว่า ‘เป็นผู้ประกอบด้วยวจีทุจริต’ ทำไว้ในใจว่า ‘เป็นผู้ประกอบด้วยมโนทุจริต’ ทำไว้ในใจว่า ‘เป็นผู้ว่าร้ายพระอริยะ’ ทำไว้ในใจว่า ‘เป็นมิจฉาทิฏฐิ’ ทำไว้ในใจว่า

Footnotes (ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙))
  1. ๑ยถากัมมูปคตญาณ หมายถึงปัญญาหยั่งรู้ภาวะที่สัตว์เป็นไปตามกรรม (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๙๘)
  2. ๒ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะและสมิติยะ ซึ่งมีความเห็นว่า ยถากัมมูปคตญาณนั่นแหละคือทิพพจักขุ เพราะศึกษาพระสูตรที่ว่า “ย่อมเห็นหมู่สัตว์ที่กำลังจุติ กำลังอุบัติ ... ด้วยทิพพจักขุอันบริสุทธิ์ล่วงจักขุวิสัยมนุษย์ ย่อมรู้ชัดซึ่งหมู่สัตว์ผู้เป็นไปตามกรรมด้วยประการฉะนี้” โดยไม่แยบคาย (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๙๘)

End of ทิพพโสตกถา