พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๒๐
ติรัจฉานกถา เล่ม ๓๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๑๘๒๓–๑๘๒๕ (Royal Thai)4/6 in วรรคที่ ๒๐4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒๐ ติรัจฉานกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 81 · Chaloem Phrakiat Volume 37)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 37, pp. 973–975
สัตว์นั้นเอาเท้าขึ้นเอาศีรษะลงแล้วเหวี่ยงไปในหม้อทองแดงอันไฟติดโชนมีเปลวรุ่งโรจน์โชติช่วง สัตว์นั้นย่อมเดือดพล่านอยู่ในหม้อทองแดงเหมือนฟองน้ำข้าวที่กำลังเดือด สัตว์นั้นเมื่อเดือดร้อนพล่านอยู่ในหม้อทองแดงเหมือนฟองน้ำข้าวที่กำลังเดือด พลุ่งไปข้างบนครั้งหนึ่ง ดิ่งลงข้างล่างครั้งหนึ่ง แล้วพล่านไปข้าง ๆ อีกครั้งหนึ่ง สัตว์นั้นเสวยทุกขเวทนาอันเจ็บปวดรวดร้าวอยู่ในหม้อทองแดงนั้น (แต่ก็ยังตายไม่ได้ตลอดเวลาที่บาปกรรมนั้นยังไม่สิ้น) ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เหล่านายนิรยบาลจะโยนสัตว์นั้นเข้าไปในมหานรก ก็มหานรกนั้นแลมี ๔ มุม ๔ ประตู แบ่งไว้โดยส่วนเท่ากัน มีกำแพงเหล็กล้อมรอบ มีแผ่นเหล็กครอบไว้ พื้นของมหานรกนั้น ทำด้วยเหล็ก ลุกโพลงเป็นไฟ แผ่ไปตลอด ๑๐๐ โยชน์ รอบด้าน มั่นคงอยู่ทุกเมื่อ”
ดังนี้ มีพระสูตรอยู่จริง มิใช่หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. ถ้าอย่างนั้น นายนิรยบาลก็ต้องมีอยู่ในนรกทั้งหลาย
จบ นิรยปาลกถา
(๑๙๗) ๔. ติรัจฉานกถา
ว่าด้วยเรื่องสัตว์ดิรัจฉานมีในหมู่เทวดา
{๑๘๒๓} [๘๖๙] สกวาทีถามว่า สัตว์ดิรัจฉานมีอยู่ในหมู่เทวดาหรือ ?
- ๑พึงดูเทียบใน ม.อุ. (แปล) ๑๔/๒๕๐/๓๒๘-๓๒๙, องฺ.ติก. (แปล) ๒๐/๘๙๐/๒๑๙-๒๒๐
ส. เทวดามีอยู่ในหมู่สัตว์ดิรัจฉานหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. สัตว์ดิรัจฉานมีอยู่ในหมู่เทวดาหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. เทวโลกเป็นกำเนิดแห่งสัตว์ดิรัจฉานหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. สัตว์ดิรัจฉานมีอยู่ในหมู่เทวดาหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. แมลง ตั๊กแตน ยุง แมลงวัน งู แมงป่อง ตะขาบ ไส้เดือน มีอยู่ในหมู่เทวดาหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๑๘๒๔} [๘๗๐] ป. สัตว์ดิรัจฉานไม่มีในหมู่เทวดาหรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ช้างตัวประเสริฐชื่อเอราวัณ ยานทิพย์อันเทียมด้วยม้าพันหนึ่งมีอยู่ในหมู่เทวดามิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะ ซึ่งมีความเห็นว่า พวกสัตว์ดิรัจฉานมีอยู่ในหมู่เทวดา เพราะเห็นพวกเทพบุตรที่มาในร่างสัตว์ดิรัจฉาน ซึ่งต่างจากความเห็นของฝ่ายสกวาทีที่เห็นว่า ในหมู่เทวดาไม่มีสัตว์ดิรัจฉาน แต่เหล่าเทพบุตรมีเอราวัณเทพบุตรเป็นต้นจำแลงร่างเป็นช้าง เป็นม้าอยู่ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๑๒)
ป. หากว่าช้างตัวประเสริฐชื่อเอราวัณ ยานทิพย์อันเทียมด้วยม้าพันหนึ่งมีอยู่ในหมู่เทวดานั้น ด้วยเหตุนั้น ท่านก็ควรยอมรับว่า “สัตว์ดิรัจฉานมีอยู่ในหมู่เทวดา”{๑๘๒๕} [๘๗๑] ส. สัตว์ดิรัจฉานมีอยู่ในหมู่เทวดาหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. พวกผูกช้าง พวกผูกม้า พวกตะพุ่นหญ้า พวกหัวหน้างาน พวกทำอาหารสัตว์มีอยู่ในหมู่เทวดาหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. ถ้าอย่างนั้น สัตว์ดิรัจฉานก็ต้องไม่มีในหมู่เทวดา
จบ ติรัจฉานกถา
(๑๙๘) ๕. มัคคกถา
ว่าด้วยเรื่องมรรคมีองค์ ๕
{๑๘๒๖} [๘๗๒] สกวาทีถามว่า มรรคมีองค์ ๕ หรือ ?
ส. พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสมรรคมีองค์ ๘ คือ สัมมาทิฏฐิ ... สัมมาสมาธิหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายมหิสาสกะ ซึ่งมีความเห็นว่า ว่าโดยตรง มรรคมีองค์ ๕ เท่านั้น เพราะอาศัยพระสูตรที่ว่า ‘ส่วนกายกรรม วจีกรรม อาชีวะของเขาจัดว่าบริสุทธิ์ดีในเบื้องต้นเทียว’ (ม.อุ. (แปล) ๑๘/๔๓๑/๕๓๐) เป็นข้ออ้าง และอ้างว่าองค์มรรคทั้ง ๓ คือ สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ และสัมมาอาชีวะ วิปปยุตจากจิต คือไม่เกิดร่วมกับจิต (อภิ.ปญฺจ.อ. ๓๑๒-๓๑๓)
End of ติรัจฉานกถา