พระอภิธรรมปิฎก · วรรคที่ ๒
ทุกขาหารกถา เล่ม ๓๗
Text layerBuddha’s wordsItems ๖๒๒–๖๒๓ (Royal Thai)6/11 in วรรคที่ ๒4 editionsThis collection answers by quoting only — the text as each edition has it, never summarised, interpreted, or scored for reliability
พระอภิธรรมปิฎก กถาวัตถุ วรรคที่ ๒ ทุกขาหารกถา (Royal Thai Volume 37 · Mahachula Volume 37 · Mahamakut Volume 80 · Chaloem Phrakiat Volume 37)
ไทย (เฉลิมพระเกียรติ ๒๕๔๙), vol. 37, pp. 328–329
‘ท่านทั้งหลายจงเริ่มต้น จงก้าวไปข้างหน้า จงประกอบความเพียรในพระพุทธศาสนา จงกำจัดเสนาแห่งมัจจุเสียเหมือนช้างกำจัดเรือนไม้อ้อฉะนั้นผู้ใดเป็นผู้ไม่ประมาทในพระธรรมวินัยนี้อยู่ ผู้นั้นจักละลงสารคือการเวียนว่ายตายเกิดแล้วทำที่สุดแห่งทุกข์ได้”
ดังนี้ มีพระสูตรอยู่จริง มิใช่หรือ ?
ส. ถูกแล้ว
ป. ถ้าอย่างนั้น การเปล่งวาจาของผู้เข้าฌานจึงมีอยู่
จบ วจีเภทกถา
(๑๕) ๖. ทุกขาหารกถา
ว่าด้วยเรื่องการเกิดญาณรู้แจ้งทุกข์
{๖๒๒} [๓๓๔] สกวาทีถามว่า การกล่าวว่าทุกข์เป็นองค์ของมรรค นับเนื่องในมรรคหรือ ?
ส. ทุกคนผู้กล่าวคำว่า ทุกข์ ชื่อว่าเจริญมรรคได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๖๒๓} ส. ทุกคนผู้กล่าวคำว่า ทุกข์ ชื่อว่าเจริญมรรคได้หรือ ?
ป. ถูกแล้ว
- ๑พึงดูเทียบใน สํ.ส. (แปล) ๑๕/๑๘๕/๒๖๔
- ๒ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายปุพพเสลิยะ ซึ่งมีความเห็นว่า ผู้ที่กล่าวว่า ทุกข์ ทุกข์ นั่นหมายถึงผู้มีทุกขาหารญาณ คือผู้เจริญมรรคจนรู้แจ้งทุกข์ (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘๔)
ส. พาลปุถุชนผู้กล่าวคำว่า ทุกข์ ก็ชื่อว่าเจริญมรรคได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
ส. บุคคลผู้ฆ่ามารดา ... ผู้ฆ่าบิดา ... ผู้ฆ่าพระอรหันต์ ... ผู้ทำโลหิตุปบาท ... ผู้ทำสังฆเภทกล่าวคำว่า ทุกข์ ก็ชื่อว่าเจริญมรรคได้หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
จบ ทุกขาหารกถา
(๑๖) ๗. จิตตฐิติกถา
ว่าด้วยเรื่องจิตดวงหนึ่งตั้งอยู่ได้นาน
{๖๒๔} [๓๓๕] สกวาทีถามว่า จิตดวงหนึ่งตั้งอยู่ได้ตลอดวันหรือ ?
ส. กึ่งวันเป็นอุปปาทขณะ (ขณะเกิดขึ้น) กึ่งวันเป็นวยขณะ (ขณะเสื่อม) หรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
{๖๒๕} ส. จิตดวงหนึ่งตั้งอยู่ได้ตลอด ๒ วันหรือ ?
ป. ถูกแล้ว
ส. วันหนึ่งเป็นอุปปาทขณะ อีกวันหนึ่งเป็นวยขณะหรือ ?
ป. ไม่ควรกล่าวอย่างนั้น ...
- ๑ปรวาที ในกถานี้หมายถึงพวกภิกษุนิกายอันธกะ ซึ่งมีความเห็นว่า จิตดวงเดียวตั้งอยู่ได้นาน คงที่ตลอดโดยไม่มีวันเปลี่ยนแปลง เพราะเข้าใจว่าจิตในสมาบัติกับภวังคจิตมีความเป็นไปสืบเนื่องกันโดยตลอด (อภิ.ปญฺจ.อ. ๑๘๕)
End of ทุกขาหารกถา